episode 13

1400 Words
A episode 13ep โดย Ginoichi เพียงขวัญตอบกลับด้วยน้ำเสียงหวานนุ่ม ประดับไปด้วยรอยยิ้มซื่อๆ แบบที่เจ้าตัวชอบทำ และมันนับเป็นครั้งแรกที่ผู้กองอคินณ์ รู้สึกขนลุกชันไปแทบทั้งตัว ตั้งแต่เกิดเป็นชาย เขาเคยได้ยินแต่สุภาษิตไทยที่ว่า 'มารยาแห่งหญิง มีห้าร้อยเล่มเกวียน ' เขาเพิ่งจะเห็นกับตาตัวเองชัดๆก็วันนี้ "คุณขวัญ คงเข้าใจความหมายของคำว่าใจร้ายผิดไป" "เชื่อผมเถอะครับ...คุณไม่อยากรู้หลอก ว่าไอ้ที่เรียกว่าใจร้ายจริงๆเป็นยังไง" "หากยังพอจะเดินได้ ก็เดินเลี่ยงไปพักข้างหน้าก่อนเถอะครับ หรือหากว่ามันไม่ไหวจริงๆ เดี๋ยวผมจะกรุณาเรียกหน่วยแพทย์ทหารมาให้" "และแน่นอน..ถ้าพวกเขามา คุณจะรู้ความหมายของคำว่าใจร้ายจริงๆ อย่างดีเชียว" คำพูดราบเรียบที่แฝงไปด้วยความกดดันอยู่ในที ทำเอาคนแกล้งป่วย เริ่มรู้สึกร้อนๆหนาวๆขึ้นมาแบบไม่ทราบสาเหตุ แต่ถึงอย่างนั้น ครูสาวก็ยังคงควบคุมกิริยา ใบหน้าหวาน คลี่ยิ้มบางๆ ก่อนจะค่อยๆคลายมีออกจากลำแขนแกร่งช้าๆ "มีหลายคนเคยบอกขวัญว่าผู้กองปากร้าย ขวัญไม่คิดว่าจะได้เห็นมันกับตาตัวเอง" เมื่อรออยู่นาน ก็ไม่มีท่าทีว่าอีกฝ่ายจะโต้แย้ง หรือแก้ต่างเลยสักนิด เพียงขวัญจึงเงยขึ้นประจันหน้ากับดวงตาคมกริบแล้วก็พบความจริงที่ว่า เขาไม่แม้จะมองเฉียดมาที่เธอเลยด้วยซ้ำดวงตาที่เคยราบเรียบคู่นั้น มองจ้องเข้าไปในร้านขายของตรงหน้า ราวกับจะมองให้มันทะลุปรุโปร่งคาตาเสียอย่างนั้น 'ไม่สมเป็นเขาเลย....มันต้องไม่ใช่แบบนี้' ครูสาวกำหมัดแน่น จนปลายเล็บคมจิกเข้าเนื้อ น้ำเสียงที่เคยหวานใสเปล่งออกมาจากริมฝีปากเล็กช้าๆคล้ายกับต้องการเรียกสติคนตรงหน้า ให้กลับมาอยู่ที่เธอ "ผู้กอง..ผู้กองคะ?" "ครับ...ว่าไงครับ?" ผู้กองอคินณ์ขานรับคำ ใบหน้าหล่อ ขึ้นสีเลือดฝาดเล็กน้อย เป็นสัญลักษณ์ว่าเจ้าตัวค่อนข้างไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก เพียงขวัญที่รอบสังเกตุเขามานานไม่ต่างจากบราลี เมื่อเห็นอากัปกิริยาของผู้กองหนุ่ม เจ้าตัวรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่าย ไม่อยากสนธนาต่อและบวกกับเรื่องที่เธอเพิ่งก่อไปหมาดๆ เมื่อบวกลบคูณหารกันแล้ว นอกจากจะเร่งทำคะแนนจากเขาไม่ได้ หากยังยื้อต่อไปคงมีแต่เสียกับเสียก็เท่านั้น ครูสาวจึงเปลี่ยนท่าที กลับมาเป็นครูคนเดิม พร้อมกับคลี่ยิ้มละไมแบบที่เจ้าตัวชอบทำ ถึงแม้ผู้กองหนุ่มจะแปลกใจกับท่าทีของอีกฝ่ายไม่น้อย แต่ในหัวของเขาในยามนี้ กับมีภาพซ้อนของอีกคนที่มันเด่นหราขึ้นมามากกว่า มันชัดเจน จนเขา ลืมที่จะสนใจคนที่อยู่ข้างๆไปเสียสนิท "วันนี้ ขวัญต้องขอโทษผู้กองด้วยนะคะ" "ช่วงนี้ขวัญมีเรื่องให้คิดนิดหน่อย....อาจจะแสดงท่าที ที่ไม่น่ารักใส่ผู้กองไป..ขวัญขอโทษจริงๆค่ะ" เพียงขวัญ เอ่ยขึ้นช้าๆ พร้อมกับโคลงศีรษะลงเล็กน้อย ผู้กองอคินณ์พยักหน้ารับช้าๆไม่มีประโยคสนธนาต่อ เขาทำเพียงเดินเลี่ยงไปอีกทาง ด้วยใบหน้าครุ่นคิด 'หรือเป็นเพราะเราหงุดหงิดไปเองวะ...ใครทำอะไรถึงดูขัดหูขัดตาไปหมด' หัวคิ้วหนาขมวดมุ่นเป็นปมใหญ่ พอๆกับอาการงุ่นง่านในจิตใจแบบที่ทั้งชีวิตเขาไม่เคยเป็นมาก่อน ทำให้เขาต้องหยุดชะงัก จากความตั้งใจแรกที่จะเดินจ้ำอ้าวกลับบ้าน ใจเจ้ากรรมมันดันพาล พาร่างกายเดินทุลักทุเล กลับมาจนถึงร้านค้าเจ้าปัญหาจนได้ 'ขาเวร สองครั้งแล้วนะมึง!' ผู้กองอคินณ์ก่นด่าตัวเองในใจด้วยความหงุดหงิด บดินทร์ ที่ยืนเช็ดโต้ะอยู่หน้าร้าน เมื่อเห็นลูกค้าประจำ ที่หน้าบอกบุญไม่รับประทาน ก็คิดในใจไปพร้อมกับกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากรำบาก 'เอาไงดีวะ คนข้างใน ก็หน้าอยากกับหมีควาย คนข้างนอกก็ทำท่าอยากกับจะฆ่าคนตายซะเดี๋ยวนี้ ' บดินทร์ครุ่นคิดพรางส่งยิ้มแหยๆ ไปให้ผู้กองหนุ่ม ในขณะเดียวกัน บราลี ที่เดินออกมาได้จังหว่ะพอดี ก็สบสายตาเข้ากับคนที่ยืนรอเธออยู่ก่อนแล้วหากเพียงแต่ครั้งนี้ ใบหน้าที่เคยฉีกยิ้มหวานตอนได้พบผู้กองหนุ่ม กับดูเฉยเมย ซ้ำเจ้าตัวเขายังมองเลยราวกับไม่เห็นอีกฝ่ายอยู่ในสายตา ผู้กองอคินณ์รู้สึกหน้าชาเล็กน้อย ตั้งแต่เกิดมา เขาเคยต้องง้อใครที่ไหน ดูจากรูปการตรงหน้า จะเรียกว่ามาง้อได้หรือป่าวก็ไม่รู้ ตอนนี้เขารู้เพียงว่า อยากให้เหตุการณ์มันกลับสู่ปกติสุขให้เร็วที่สุด ปกติสุขแบบที่ว่า ตัวเขาเองจะได้รับความเมตตา ข้าวปลาอาหารจากเธอเหมือนเดิม "สั่งข้าวหน่อยครับ" เสียงขรึมเอ่ยไม่เบา ทันทีที่รอบสังเกตุได้ว่ามีใครบางคนกำลังจะเดินผ่าน บราลีชะงักฝีเท้าลง ก่อนจะหันไปเรียกบดินทร์ ให้ออกมารับลูกค้าแทน "บอล ! ลูกค้าจะสั่งข้าว" สิ้นเสียงหวาน ชายหนุ่มสองคนถึงกับมองหน้ากันเลิ่กลั่ก คนหนึ่ง ผู้กองหนุ่ม ที่ใบหน้านิ่งขรึม ฉายแววแปลกใจอยู่ไม่น้อย ที่บราลี ทำตัวเหนือความคาดหมาย ราวกับไม่สนใจเขาแล้วยังไงยังงั้น อีกคนคือบดินทร์ ที่ถอนหายใจออกมาด้วยความกระอักกระอ่วน 'ก็แน่หละ นอกจากใข่เจียว บอลคนนี้ทำอย่างอื่นเป็นที่ไหน' บดินทร์ที่อ้าปากจะแย้ง แต่เมื่อเห็นสายตาที่ดูยังไงก็ไม่เป็นมิตรนักของพี่สาว ก็จำต้องหุบปากลงโดยฉับพลัน เด็กหนุ่ม ก้มหน้าก้มตา เดินเข้ามาหาผู้กองหนุ่ม โดยไม่รีรอ ให้พี่สาวต้องเรียกซ้ำสอง "คือ....ผู้กองครับ" "ผมทำเป็นแค่ใข่เจียว" น้ำเสียงเบาหวิว ถูกส่งออกมาพร้อมกับใบหน้าที่เหยเก เล่นเอาผู้กองหนุ่มทำตัวไม่ถูกอยู่เหมือนกัน เขาทำเพียงพยักหน้ารับ "ใข่เจียวก็ได้" "ผมไม่ใช่คนเรื่องมาก" ปากพูดไป สายตาเจ้ากรรมก็อดชำเรืองดู แม่สาวตัวดีที่ทำทีเป็นนั่งเด็ดกระเพราตะกล้าโตๆอยู่ข้างๆอย่างไม่ลดละ "ก็แน่หล่ะ ไม่ใช่คนเรื่องมาก...ถึงได้กินไปเรื่อย " "คนไม่รู้จักพอ" บราลีบ่นอุบอิบ อยู่คนเดียว โดยไม่รู้ว่ามีสายตาคู่นึง ที่คอยเฝ้ามองเธออยู่ตลอด และเขาคนนั้น ดันมีความสามารถพิเศษ อ่านปากเธอออกทุกคำ หัวคิ้วที่ขมวดมุ่นคลายลงเล็กน้อย ข้อมือหนาถูกยกขึ้นมาเท้าคาง มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตามีเลศนัยแปลกๆ จนบดินทร์ที่ยกข้าวมาเสิร์ฟต้องร้องปราม "อย่าไปกวนใจนะผู้กอง...เวลาเจ้โมโห หน้ากลัว" ไม่พูดปล่าว เด็กหนุ่ม ยังทำท่าขนลุกขนชันให้ดู คล้ายกับกลัวคนตัวเล็กที่อยู่ตรงนั้นนักหนา "ดูยังไง ก็แค่แมว" เสียงขรึมเอ่ยขึ้น พรางเงยหน้ามองบดินทร์ "แมวป่าหน่ะสิ ติดเชื้อบ้าด้วยครับ" บดินทร์แย้งเสียงหลง ผู้กองอคินณ์พักหน้ารับก่อนที่มือหนาจะคว้าธนบัตร ใบละหนึ่งร้อยบาทออกมาสองใบยื่นให้คนตรงหน้า "ให้ผมหรอครับ?" บดินทร์ถามย้ำ เพื่อความแน่ใจ แต่ช้าว่าอีกฝ่าย ที่ยัดธนบัตร ใส่ในมือ ของตนเป็นที่เรียบร้อย "คิดเสียว่าเป็นค่าทำขวัญ" "ออกไปซื้ออะไรกินไป" "สักพักค่อยกลับมา" แม้จะงุนงงอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อมองธนบัตรสีแดงสดในมือ พร้อมกับหน้าบอกบุญไม่รับของพี่สาว ในใจของเด็กหนุ่มก็พร้อมที่จะสละเรือไปตายเอาดาบหน้าเสียดีกว่า คิดได้ดังนั้น จึงยกมือใหว้ผู้กองหนุ่ม พร้อมกับโกยแนบออกไปทันที ทิ้งให้คนที่อยู่ข้างหลัง ได้เคลียร์ปัญหาคาใจกันเอาเอง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD