ตอนที่ 7
หวั่น
“ขอบคุณทางอนันตกรกุลมากเลยครับ อย่างไงเรื่องผลิตภัณฑ์ที่ต้องปรับเปลี่ยนเราจะรีบดีลกับโรงงานผลิตให้เร็วที่สุด” วัฒนา ประธานใหญ่ของวิวัฒน์กล๊าสแพคเกจจิ้ง เอ่ยขึ้นในห้องประชุม โดยมี อรดา เอ็มดีสาวนั่งอยู่ฟังอยู่ด้วย
หลังจากงานหมั้นที่มา ทางอนันตกรได้เพิ่มทุนเข้าในโรงงานผลิตขวดแก้วขึ้นรูป และบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน ของกลุ่มวิวัฒน์ และมีทีมพัฒนาและวิจัยที่คนของอนันตกรเข้ามาร่วมด้วย ซึ่งในชั้นสี่ของสำนักงานได้มีการปรับเปลี่ยนโต๊ะทำงานเพิ่ม เพื่อรองรับทีมของอนันตกรด้วย
แม้ทางเจ้าสัวเองจะไม่ได้ลงมาดูแลโดยตรง แต่คาดว่าคงจะผ่านทาง ธาม บุตรชายคนรอง ที่ดูแล้วน่าจะได้เข้ามาร่วมในการบริหารตามสัดส่วนหุ้นที่ได้ตกลงกันไว้ ซึ่งก็เป็นที่น่าพึงพอใจทั้งสองฝ่าย เพียงให้ธุรกิจของวิวัฒน์โรจน์เดินหน้าต่อไปได้
อย่างไร อรดา ก็พึงพอใจทั้งนั้น
“เห็นแม่บอกว่าฤกษ์งานแต่งประมาณปลายปีใช่มั้ยออย”
บิดา ถามขณะอยู่ในลิฟต์เพียงลำพัง เมื่อประชุมเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเธอกำลังจะเดินกลับไปยังห้องทำงานส่วนตัว หญิงสาวพยักหน้า
“ใช่ค่ะ คุณศจีเป็นคนจัดการเรื่องฤกษ์”
เธอตอบอย่างไม่ใส่ใจเท่าใดนัก เพราะอย่างไรเสียการหมั้นหมายก็ไม่ได้เกิดจากความรักของเธอและธาม ทว่ามันเป็นหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายที่ต้องทำ ทว่าก็ไม่ได้ถึงกับเลวร้ายเท่าใดนัก หลังจากเงินทุนมหาศาลอัดมาใส่บริษัทวิวัฒน์กรุ๊ป
“ขอบใจมากนะออย”
วัฒนา เอ่ยเบาๆเมื่อเหลือบมองสีหน้าด้านข้างของบุตรสาวที่ไม่แสดงสีหน้าใดๆ ตั้งแต่เขาขอร้องให้อรดากลับมาไทย ทั้งเรื่องการหมั้นหมายแทน อรวี ลูกสาวคนโต หลังจากนั้นเขาก็แทบไม่เห็นรอยยิ้มของอรดาบุตรสาวคนรองอีกเลย
“บริษัทเรากำลังไปได้ดี และมันควรจะเป็นแบบนั้น”
หญิงสาวตอบน้ำเสียงราบเรียบ
ไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องมาคร่ำครวญฟูมฟายกับสิ่งใด ในชีวิตความเป็นจริงทุกอย่างต้องเป็นไปตามวัฎจักร ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ทุกคนต้องแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน ยังไงสักวันเธอก็ต้องแต่งงานมีครอบครัว จะแต่งกับใครก็ช่างขอให้ธุรกิจไปได้
เรื่องความรักและความพอใจ ลบออกจากความคิดได้เลย
มันไม่ใช่ความสำคัญสำหรับคนอย่างเธอ...
“อะไรเหรอ?”
คิ้วเรียวสวยของหญิงสาวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เมื่อเห็นพนักงานและทีมวิศวกรกำลังจัดการอะไรบางอย่างของห้องทำงานฝั่งตรงข้ามของเธอ
“พ่อให้คนย้ายของทำงานพ่อไปไว้ชั้นสี่แล้ว ชั้นนี้จะมีผู้บริหารของอนันตกรเข้ามาทุกวันอังคารกับพฤหัส เลยให้เจ้าหน้าที่มาดูและตกแต่งให้สวยงามซะหน่อย”
“ผู้บริหารอนันตกร?”
“ใช่ ยังไงเขาก็คือพันธมิตรเรา”
ต้องเข้ามาตรวจงานที่นี่สัปดาห์ละสองวันเลยเหรอ? แล้วยังยึดห้องทำงานของพ่อเธอเสียอีก แถมยังเป็นห้องที่อยู่ตรงข้ามกับห้องทำงานของเธอ
“หมายถึงคุณธามเหรอคะ?”
แต่ก็ช่างเถอะไหนๆก็จะแต่งงานกันอยู่ละ เจอกันที่นี่สัปดาห์ละสองวันก็ไม่น่าจะเป็นอะไรไป
“เห็นว่าคุณธีร์จะเข้ามาดูเองนะ”
“คุณธีร์!!”
.
.
“นี่มันอะไรกันครับ? ทำไมพี่ธีร์ถึงได้หุ้นและการบริหารวิวัฒน์กล๊าสทั้งที่นั่นเป็นบริษัทคู่หมั้นของผม”
ธาม ตบโต๊ะฉาดอย่างโมโหในที่ประชุมย่อยที่มีเพียงผู้บริหารของกลุ่มอนันตกร แต่ทางเจ้าสัวยังและบุตรคนโตไม่ได้เข้าร่วมด้วย ทางศจีผู้เป็นมารดา จึงได้แต่พยายามสะกิดบุตรชายให้ใจเย็นลง
“เป็นคำสั่งของผู้บริหารและเจ้าสัวครับคุณธาม วิวัฒน์กล๊าสเองเป็นบริษัทที่เราเพิ่งเทเงินลงไปฟื้นฟู ไม่ใช่บริษัทในเครือของอนันตกร และต้องใช้คนที่มีความสามารถพอสมควรเพื่อให้ฟื้นตัวได้เร็วที่สุด ไม่งั้นจะไม่มีประโยชน์อะไรครับ”
พิภพ หนึ่งในผู้บริหารและเป็นมือขวาของเจ้าสัว เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นั่นทำให้หน้าขาวตี๋ของ ธาม ขุ่นเคืองขึ้นยิ่งกว่าเดิม สองมือของเขากำแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน
“จะบอกว่าฉันไม่มีความสามารถยังงั้นเหรอ?”
ทำไมตั้งแต่ไอ้ธีร์ ลูกชายคนโตกลับมา เตี่ยถึงประเคนทุกอย่างให้มันดูแลทั้งที่เขาเองทำงานและคลุกคลีกับอนันตกรกุลมานานยิ่งกว่ามัน
“ไม่มีใครคิดแบบนั้นหรอกคุณธาม”
พิภพตอบ ก่อนจะเหยียดกายลุกขึ้น “แต่นี่เป็นคำสั่งของเจ้าสัว และมีมติออกมาแล้วครับทุกอย่างต้องดำเนินต่อไปแบบนั้นครับ”
โธ่โว้ย!!!
ปึก!!
“ใจเย็นๆธาม”
ศจี ปรามเสียงเข้ม เมื่อผู้บริหารท่านอื่นออกจากห้องประชุมไปหมดแล้ว ทว่าสีหน้าท่าทางของธามก็ยังคงฉุนเฉียว คล้ายจะระงับอารมณ์ไม่อยู่
“เย็นได้ไงละแม่ ผมอุตส่าห์หมั้นและจะแต่งงานกับลูกสาวเสี่ยวัฒน์นะ ส่วนในการบริหารมันควรจะเป็นของผม แล้วอย่างนี้ผมจะทุ่มเทไปเพื่อตาแก่นั่นทำไม?”
ธาม กัดฟันกรอดอย่างโมโห! เมื่อนึกถึงหน้าของเจ้าสัวย้ง ผู้ที่แสนจะลำเอียง ไม่ว่ากี่วันกี่ปีในสายตาของชายแก่ผู้นั้น ก็ยังเปี่ยมด้วยความรักให้กับบุตรชายคนโตของเมียเอก และมองลูกหลานของเมียอื่นๆเป็นแค่เบ๊รับใช้เท่านั้น
“มันไม่สูญเปล่าหรอกน่า เชื่อแม่ ตระกูลวิวัฒน์โรจน์จะต่อยอดให้เราอีกเยอะ”
ศจีบอกอย่างใจเย็น ทว่าบุตรชายกลับเหยียดกายลุกขึ้น
“ผมจะไปคุยกับเตี่ย”
“ไม่ต้อง เฉยๆไว้ก่อน ทำตามน้ำไป”
“แม่!! ตอนนี้ไอ้ธีร์มันกลับมาบริหารเต็มตัวแล้วนะ จะให้มันได้ทุกอย่างไปหมดก่อนรึไง และเราจะเป็นทาสรับใช้ให้มันไปถึงไหนกัน”
เสียงของ ธาม สะบัดสูง อย่างหัวเสีย
“แม่บอกแล้วไงว่าใจเย็นๆ เตี่ยเอ็งไม่ใช่คนโง่ ดีเสียอีกให้ธีร์เข้าไปบริหารจัดการ ถ้าเจ๊งจนจมดินมันนั่นแหละจะเสีย เราก็ลอยตัวชิลล์ๆไป แต่ถ้าพลิกฟื้นมาได้ ถึงตอนนั้นธามก็ได้เป็นลูกเขยวิวัฒน์แล้ว อย่างไงธุรกิจผัวก็คือธุรกิจเมีย”
คำบอกของแม่ ทำให้ธามถึงกับอึ้ง “.....”
“แม่จะเร่งงานแต่งของแกกับหนูออยให้เข้ามาเร็วที่สุด ช่วงนี้ก็ให้มันไปจัดการฟื้นธุรกิจเน่าๆขึ้นมา ตอนนี้ธามก็เร่งคะแนนเอาใจหนูออยให้มากที่สุด”
*************