ถึงพริกถึงขิง 1/1

1427 Words
“พี่อิ่มมากเลย มามี้ดูพุงพี่สิ” มือเล็กลูบหน้าท้องนูนๆ โผล่พ้นเสื้อของตัวเองขึ้นโชว์ ขณะเดินเข้ามาในลิฟต์ของคอนโดหรู “โอ้โห! พุงออกเลย” ไอริณทำตาโตตกใจตามเด็กชายตัวน้อย ก่อนจะลูบพุงน้อยๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว “ฮ่าๆ” เสียงเล็กหัวเราะดังชอบใจ สายตาคมของคนเป็นพ่อได้แต่ยิ้มตามการหยอกล้อกันระหว่างสองแม่ลูก นานแล้วที่ไม่ได้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยประกายตาแห่งความสุขของคนตัวเล็กแบบนี้ คิรากรใส่รหัสเข้าห้อง ก่อนจะเปิดประตูให้ลูกชายและอดีตภรรยาเข้าไปด้านในคอนโดมิเนียมที่เขาพักอยู่กับลูก “วันนี้คุยเรื่องลูกเสร็จแล้วเดี๋ยวพี่จะไปส่ง” เขาพูดพลางวางกระเป๋าเป้ลายการ์ตูนของลูกลงบนโต๊ะ “ไม่ต้องค่ะเดี๋ยวไอซ์ให้คนขับรถมารับ จะหอบลูกไปมาได้ยังไงกัน” เธอไม่เห็นด้วยเพราะอยากให้ลูกชายได้พักผ่อน “ไม่ได้จะหอบ ปกติถ้าพี่มีธุระหรือติดงานสำคัญพี่จะให้ป้าน้อยมาดูแลลูกแทน จำป้าน้อยได้ใช่ไหมแกเป็นพี่เลี้ยงของพี่สมัยยังเด็ก บ้านแกอยู่ใกล้ๆ คอนโดนี่เอง” “จำได้ค่ะ แต่นี่มันดึกแล้วเกรงใจป้าน้อย ไอซ์ให้คนขับรถมารับเองจะดีกว่า” “จะเอาอย่างนั้นก็ตามใจ” คิรากรไม่เซ้าซี้ต่อคนอย่างไอริณหากได้ค้านหัวชนฝาอะไรมารั้งยังไงก็ไม่ยอมฟังอยู่ดี “มามี้จะไปไหน?” คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นถามอย่างสงสัยหลังจากฟังผู้ใหญ่คุยกันอยู่นาน “มามี้จะกลับไปที่บ้านก่อน แล้วเดี๋ยวจะมาหาพี่คีย์ใหม่” คนเป็นแม่ย่อตัวลงนั่งอธิบายอย่างใจเย็น “ไม่เอาไม่ให้กลับ!” “พี่คีย์อย่าเพิ่งโวยวายครับฟังมามี้ก่อน มามี้ยังจัดของที่บ้านไม่เสร็จเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้มามี้มาหาอีกนะจะรับพี่คีย์ไปนอนที่บ้านด้วย” “จริงนะมามี้” เด็กชายถามเสียงใส “จริงสิครับ” “พรุ่งนี้พี่คีย์จะแต่งตัวหล่อๆ รอมามี้นะ” นี่คือประโยคที่คนเป็นแม่อยากได้ยินเป็นที่สุด ไอริณดีใจที่อย่างน้อยลูกชายก็ยอมฟังเหตุผลของเธออยู่บ้าง “ครับลูก” “พี่คีย์เข้าไปอาบน้ำเถอะลูก ตัวมอมแมมหมดแล้วป๋าเตรียมชุดให้แล้วอยู่ปลายเตียง” “แต่พี่กลัวมามี้จะกลับก่อน” คนตัวเล็กหุบยิ้มพร้อมกับเกาะแขนไอริณไว้แน่นอย่างหวงแหน “ไม่ต้องกลัวนะ มามี้จะรอส่งลูกเข้านอนเสร็จค่อยกลับ” ไอริณบอกเด็กชายเพื่อให้คลายกังวล “ต้องเล่านิทานเหมือนที่ป๋าเล่าด้วยนะ” “ครับ มามี้จะเล่านิทานทุกเรื่องที่พี่อยากฟังเลย” “เย้!” ไอริณมองตามเด็กชาย คนตัวเล็กเดินออกไปจนลับตา จึงหันมาเผชิญหน้ากับคิรากร “วันนี้เห็นฤทธิ์เดชลูกชายสุดที่รักรึยังล่ะ เรื่องซนเรื่องเอาแต่ใจไม่มีใครเกิน” คิรากรถอดเสื้อสูทออกจากตัวก่อนจะทิ้งน้ำหนักลงบนโซฟาตัวโปรด “ไอซ์คิดว่าสิ่งที่ลูกแสดงออก มันเป็นผลมาจากการเลี้ยงดูของเราสองคน เราควรคุยเรื่องนี้อย่างจริงจังซักทีเพื่อไม่ให้เกิดผลเสียกับลูก ตอนนั่งรถไปร้านอาหารพี่เห็นใช่ไหมว่าคีย์ไม่ได้แค่ซนตามวัยแต่ลูกมีพฤติกรรมที่ดูก้าวร้าวขึ้น” ไอริณเดินมานั่งลงนั่งลงฝั่งตรงข้ามอดีตสามีพร้อมกับพูดถึงลูกด้วยใบหน้าเศร้าๆ “จะโทษว่าพี่เลี้ยงลูกไม่ดีใช่ไหม?” เขาหลับตาลงเบาๆ พร้อมกับคลึงขมับขับไล่ความเหนื่อยล้า ทั้งที่เขาเองก็พยายามเติมเต็มทุกอย่างให้ลูกแต่ดูเหมือนว่ามันยังไม่พอ… “เราต่างหากค่ะ เราทำให้แกต้องเป็นแบบนี้” “แล้วจะให้ทำยังไง พี่ก็ทุ่มสุดตัวดูแลลูกสุดกำลังเหมือนกัน เห็นลูกเป็นแบบนี้ใช่ว่าพี่เองก็ไม่รู้สึกผิด” “เด็กต้องใช้ทั้งไม้อ่อนและไม้แข็งในการเลี้ยงดู พี่มีวิธีเลี้ยงลูกในแบบของพี่ไอซ์ก็เข้าใจ แต่ตอนนี้เวลานี้ไอซ์กลับมาแล้วเราควรจะมีส่วนร่วมในการดูแลแก” “จะทำยังไงล่ะ?” “ไอซ์ไม่อยากให้แกรู้สึกว่าต้องขาดใคร ไอซ์จะขอแบ่งเวลาให้ลูกได้ มาเจอไอซ์บ้างจะได้ไหมคะ” “ได้มันก็ได้อยู่หรอก พี่ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำจนไม่ให้ไอซ์เจอลูกหรอกนะ เพราะถ้าพี่จะทำพี่ทำไปตั้งนานแล้ว ไอซ์ไม่มีทางได้ติดต่อกับลูกตลอดสองปีที่ผ่านมาหรอก” “ไอซ์รู้ว่าพี่ยังโกรธยังเกลียดไอซ์ แต่เรื่องลูกไอซ์อยากให้เราคุยกันได้โดยไม่ต้องทะเลาะ ตกลงไหมคะ?” “ก็ได้ สำหรับพี่ลูกสำคัญที่สุด” “ไอซ์ก็เหมือนกันค่ะ” “วันศุกร์ เสาร์ แล้วก็อาทิตย์ ไอซ์มารับลูกไปนอนด้วยก็ได้ พี่อนุญาตแต่จะมารับตอนไหนและจะไปไหนบ้างต้องโทรมาบอกพี่ก่อน” เขาพูดในฐานะผู้ปกครองหลักของลูกที่ต้องมีสิทธิ์รับรู้ว่าลูกไปที่ไหนกับใครบ้าง “โอเคค่ะ ไอซ์เห็นด้วย ได้อยู่กับลูกช่วงวันหยุดก็ดีจะได้มีกิจกรรมทำร่วมกันเยอะๆ” ไอริณไม่เห็นว่าการแบ่งเวลาเป็นปัญหาขอเพียงได้อยู่กับลูกบ้างเธอก็พอใจแล้ว “แล้วถ้าวันไหนที่ลูกอยากอยู่ด้วยทั้งแม่และพ่อเราจะทำยังไงล่ะ?” นัยน์ตาคมเข้มหรี่มองคนตรงหน้าอย่างคาดหวัง “ไอซ์ไม่มีปัญหาค่ะ ถ้าเป็นความต้องการของลูกไอซ์ทำให้ได้” คิรากรเผลอยิ้มมุมมากเมื่อได้คำตอบตรงกับที่ใจต้องการ “ดี! อย่าให้พี่เห็นว่ามีปัญหาก็แล้วกัน เราจะให้เวลากับคีย์ให้ได้มากที่สุด” “ค่ะ” เธอพยักหน้าเห็นด้วย “เรื่องลูกจบไปทีนี้มาต่อที่เรื่องของเรา” “คะ?” “มีแฟนใหม่หรือยัง ที่ถามไม่ได้อยากจะยุ่งเรื่องส่วนตัวหรอกนะ” “แล้วจะถามทำไมล่ะคะ?” “ก็…ก็เผื่อวันไหนลูกถามจะได้บอกกับลูกได้ถูก คีย์เป็นเด็กช่างสงสัยเธอก็รู้” เขาตอบพร้อมสีหน้าเลิกลัก “ถ้าพี่หมายถึงมีเป็นตัวเป็นตนไอซ์ยังไม่มีค่ะ จะเรียกว่าโสดก็ได้ แต่ถ้าถามว่ามีคนมาจีบไหมก็คงต้องตอบว่ามี” เขาไม่ได้หวังว่าเธอจะโสด แต่ต้องยอมรับว่าสิ่งที่ได้ฟังขัดหูขัดใจอยู่พอสมควร “เสน่ห์แรงเหลือเกินนะ อยากรู้นักว่าไอ้ผู้ชายหน้าไหนที่กล้ามาจีบผู้หญิงที่สวยแต่รูปจูบไม่หอมอย่างเธอ” “ไม่ต้องรู้หรอกค่ะ เอาเป็นว่าไอซ์ไม่ทำอะไรประเจิดประเจ้อจนทำให้เป็นปัญหาก็แล้วกัน” ไอริณลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอก้มหน้าลงมาใช้มือเชยคางคิรากรขึ้นเล็กน้อย “อีกอย่างอย่ามาดูถูกไอซ์ว่าสวยแต่รูปแล้วจูบไม่หอมถ้าพี่…ยังไม่ได้ลอง” เธอเชิดหน้าเอ่ยประโยคเตือนอย่างถือดี คิรากรได้ฟังถึงกับหน้าตึงอยากจะลงโทษคนที่กล้าท้าทายให้หลาบจำ “อย่าปากเก่งนักเลย เรื่องไอ้ต้นก็ประเจิดประเจ้อจนต้องได้หย่าครอบครัวแตกแยกแล้วไม่ใช่รึไง” เขาปัดมือเล็กออกจากตัวราวกับถูกของร้อน “เรื่องนั้นไอซ์ก็ยังยืนยันคำเดิมว่าไอซ์ไม่ได้มีอะไรกับต้น ไอซ์พาต้นเข้าไปโรงแรมจริงเพราะเห็นต้นเมาเลยช่วยพยุงเข้าห้อง เรื่องมันมีแค่นั้น” “เชื่อก็บ้าแล้วใครก็พูดแก้ตัวได้ทั้งนั้นแหละ” คิรากรเจ็บปวดทุกครั้งที่ต้องพูดเรื่องเก่า เรื่องที่เขาเป็นฝ่ายถูกสวมเขาจากคนที่ไว้ใจที่สุด “ยอมรับเถอะค่ะว่าที่พูดวนอยู่แต่เรื่องนี้เนี่ย เพราะพี่เองก็ไม่เชื่อว่าไอซ์มีอะไรกับพี่ต้นเหมือนกัน” ไอริณมองเสี้ยวหน้าคมด้วยความไม่พอใจที่เขาพูดวกเข้าเรื่องนี้ทุกที เธอหันหลังให้แววตาดุดันของคิรากรเพื่อลดการปะทะ คงไม่ดีแน่ถ้าลูกมาเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันในตอนนี้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD