บทที่ 6 ลูกชายตัวดี
ณัฐนิชาตื่นแต่เช้ามาเตรียมซุปแก้เมาค้างให้กับชายหนุ่มด้วยรู้ว่าเมื่อคืนเขาคงดื่มหนักพอสมควร คิมหันต์เดินลงมาที่ห้องอาหารหลังถูกมารดาส่งคนขึ้นไปตาม สภาพคือยังไม่ได้อาบน้ำ ไม่ได้เปลี่ยนชุด แค่ล้างหน้าแปรงฟันแล้วลงมาเลย หญิงสาวที่กำลังจัดโต๊ะหันมายิ้มเมื่อได้เห็นหน้าอีกฝ่าย
“อรุณสวัสดิ์ครับคุณแม่”
“ไงจ๊ะ ถ้าไม่ให้คนขึ้นไปตามก็ไม่คิดจะตื่นเลยสินะ”
คุณนายจิตตาแอบแขวะ มองลูกชายตัวดีที่ยังตื่นไม่เต็มตาด้วยความเหนื่อยใจ ยังไม่นับรวมปาร์ตี้เมื่อคืนที่ทิ้งเศษซากของความวุ่นวายเอาไว้ในสวนเยอะแยะนั่นอีก คนงานพากันเก็บกระป๋องเบียร์และขวดเหล้าแต่เช้า
“นาน ๆ ผมจะได้ปาร์ตี้กับเพื่อนนี่ครับ ขอกาแฟแก้วหนึ่ง”
ตอบมารดาเสร็จก็หันไปสั่งแม่บ้านแล้วนั่งรอกาแฟมาเสิร์ฟ คนตัวเล็กรีบเอาซุปที่ทำไว้มาวางตรงหน้าเขา
“กินซุปร้อน ๆ ก่อนนะคะพี่คิม จะได้รู้สึกดีขึ้น”
“ขอบใจ”
รับช้อนมาแล้วตักซุปเข้าปาก ตอนอยู่เมืองนอกเวลาแฮงเอ๊าท์กับเพื่อน ๆ เสร็จไม่เคยจะตื่นมาแล้วมีคนคอยดูแลอย่างนี้มาก่อน ณัฐนิชายืนมองด้วยความลุ้น
“อร่อยไหมคะ”
“ก็...พอใช้ได้”
ตอบเหมือนไม่ใส่ใจ เอื้อมหยิบขนมปังมากินคู่ไปด้วยกัน หญิงสาวเลื่อนเก้าอี้นั่งลงข้างคุณนายจิตตา นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้กินข้าวพร้อมกับคิมหันต์ การกินไปมองหน้าเขาไปมันคือความสุขสูงสุดในชีวิตเลย
“ผู้หญิงคนที่ลูกพามาเมื่อคืนคือใคร”
“แพรวาเหรอครับ ก็ไม่ใช่ใคร เป็นเพื่อนผมเอง”
คำตอบของลูกชายทำคนฟังถอนหายใจ เพื่อนภาษาอะไรกัน เท่าที่มารดาเห็นคือทั้งโอบทั้งกอดทั้งเลื้อยใส่กันเหมือนเถาวัลย์ ยังจะว่าเป็นแค่เพื่อนอีกหรือ
“ปกติลูกทำอย่างนี้กับเพื่อนตลอดเหรอ”
“โธ่ ไม่เอาน่าคุณแม่ สมัยนี้ไม่มีใครเขาสนใจหรอกครับว่าจะเป็นเพื่อนหรือมากกว่าเพื่อน พวกเราก็แค่ควงกันสนุก ๆ เท่านั้นเอง”
คุณนายจิตตาได้แต่ส่ายหน้า โชคดีที่ลูกของเธอเป็นผู้ชาย ถ้าเป็นผู้หญิงแล้วมีความคิดอย่างนี้ แม่อย่างเธอคงอกแตกตายกันพอดี
“แล้วเรื่องแต่งงานล่ะ ลูกไม่คิดจะหาแต่งงานกับใครสักคนเพื่อสร้างครอบครัวบ้างเหรอ อายุก็ใกล้เลขสามแล้วนะ แม่อยากอุ้มหลานด้วย”
“ผมเพิ่งจะเรียนจบและทำธุรกิจอย่างจริงจังไม่เท่าไหร่เองนะครับ คุณแม่จะให้ผมรีบสร้างครอบครัวไปเพื่ออะไร อีกอย่าง...ผมยังไม่เจอผู้หญิงที่ทำให้อยากใช้ชีวิตคู่ด้วยเลย”
ณัฐนิชาตาเป็นประกายเมื่อได้ยินอย่างนั้น ใจหนึ่งก็โล่งอกที่เขายังไม่มีผู้หญิงในดวงใจ ทว่าอีกใจ...
มันแปลว่าหล่อนเองก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของคิมหันต์เช่นกัน
“หนูนิชาไง เป็นแม่ศรีเรือนแถมยังเก่งไปหมดทุกอย่าง เรื่องนิสัยใจคอแม่รับประกันเองเลย”
“คะ...คุณป้า”
คนถูกชงตกใจไม่น้อย รีบมองหน้าเขาด้วยกลัวอีกฝ่ายจะเข้าใจผิดคิดว่าเธอขอให้คุณนายจิตตามาพูดให้ ดวงตาคมปรายมองหญิงสาวก่อนจะส่ายหน้า
“ไม่ไหวหรอกครับ ไม่ใช่สเปก ห่างไกลมาก ๆ”
“แล้วสเปกของแกเป็นแบบไหน แบบแม่หนูนุ่งน้อยห่มน้อยเมื่อคืนเหรอ แม่ไม่เอาหรอกนะสะใภ้แบบนั้น”
มารดาปฏิเสธเสียงแข็ง นอกจากจะถามเรื่องแต่งงานแล้วยังคิดไปไกลถึงการมีทายาทของเขาอีก คิมหันต์ยังไม่ทันคิดถึงเรื่องนั้นด้วยซ้ำ
“ไม่ใช่หรอกครับ”
“ถ้าอย่างนั้นเป็นแบบไหนล่ะ หนูนิชาก็ไม่ใช่ ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ใช่”
คนถูกถามไม่ได้ตอบ อันที่จริงตัวเขาไม่ได้วางสเปกไว้แบบชัดเจน แค่รู้สึกคลิกกับคนไหนได้ก็จะเลือกเข้าหาคนนั้นเสียมากกว่า
“พี่คิมอยากกินอะไรเพิ่มไหมคะ เดี๋ยวหนูทำให้”
“ไม่ต้อง”
เขาตอบกลับอย่างเย็นชา จัดการอาหารตรงหน้าที่มีอยู่จนหมดก่อนจะลุกขึ้นเพื่อกลับห้อง วันนี้ยังมีอะไรต้องทำอีกเยอะเพราะไม่ได้กลับมานาน บรรดาเพื่อนเก่าสมัยมัธยมต้นจึงอยากนัดเจอคิมหันต์หลายคน
“ลูกจะไปไหน”
“ผมจะออกไปข้างนอกครับ นัดเจอเพื่อนไว้หลายคน เย็นนี้คุณแม่ไม่ต้องรอทานข้าวหรอกนะครับ ผมกลับดึก”
พูดจบก็กลับขึ้นห้องไปอย่างรีบร้อน ทิ้งให้มารดามองตามด้วยความไม่พอใจที่เขาเอาแต่สนอกสนใจเพื่อนฝูง แทนที่จะอยู่กับแม่บ้าง ส่วนณัฐนิชาทำสายตาละห้อยเหมือนลูกหมาถูกทิ้ง
หล่อนอยากอยู่กับเขาให้นานกว่านี้ แต่อีกฝ่ายคงรู้สึกตรงกันข้าม สำหรับชายหนุ่มแล้ว การอยู่ไกล ๆ หญิงสาว ไม่ต้องได้เห็นหน้ากันคงเป็นเรื่องดีที่สุด
ณัฐนิชาพาคุณนายจิตตามานั่งจิบชายามบ่ายในสวน ทั้งยังคอยอ่านหนังสือให้ฟังเพื่อความเพลิดเพลิน ด้วยอยากให้อีกฝ่ายผ่อนคลายจากความเครียดเรื่องของคิมหันต์ หลังขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เขาเพียงแวะมาหอมแก้มมารดาเท่านั้นก็ออกไปทันที
ออด...
มีคนมากดออดเรียกที่หน้าประตูบ้าน แม่บ้านวิ่งออกไปดูเพื่อเปิดประตูรับ ขณะคุณนายจิตตาและณัฐนิชาชะโงกมองเพราะอยากรู้ว่าใครมา รอไม่นานก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับคนของบ้านนี้ เธอแต่งตัวเปรี้ยวจี๊ดจนมะนาวยังเรียกพี่ ไม่ต่างจากคนเมื่อคืนนี้
“เธอบอกว่ามาพบคุณนายค่ะ”
“เข้าใจแล้ว มีอะไรก็ไปทำเถอะ”
คุณนายจิตตาไล่แม่บ้านให้ออกไปก่อน ตรงนี้จึงเหลือแค่ตนเอง ณัฐนิชาและผู้หญิงแปลกหน้าเท่านั้น
“สวัสดีค่ะคุณแม่ หนูชื่อน้ำฝนค่ะ”
“สวัสดีจ้ะ ว่าแต่หนู...เป็นใครหรือจ๊ะ ทำไมถึงมาหาฉันล่ะ”
คนถูกถามตีหน้าเศร้า ก้มหน้าลงทำท่าสะอึกสะอื้นเหมือนคนร้องไห้ทั้งที่ไม่มีน้ำตาสักหยด
“คือว่าหนู...หนูเป็น...เป็นเมียของคุณคิมค่ะ ฮึก...”
“หะ...หา เป็นอะไรนะจ๊ะ”
มารดาของคิมหันต์แทบเป็นลมกับสิ่งที่ได้ยิน ลูกชายของเธอเพิ่งกลับมาจากเมืองนอกได้ไม่เท่าไหร่ ก็มีผู้หญิงร้องแรกแหกกระเชอถึงบ้านแล้ว
“ยาดมค่ะคุณป้า”
“ขะ...ขอบใจจ้ะ”
รับยาดมจากหญิงสาวมาเสียบเข้ารูจมูก เพิ่งจะคุยกับชายหนุ่มไปเมื่อเช้าว่าไม่ชอบลูกสะใภ้ที่ดูก๋ากั่น แต่ไม่ทันไรก็มีคนมาเปิดตัวถึงที่
ใจคอเขาจะทำให้แม่ต้องตรอมใจตายเลยหรืออย่างไร
“หนูติดต่อคุณคิมไม่ได้เลย ได้ยินมาว่าเขากลับมาที่บ้านหนูก็เลยแวะมาค่ะ ไม่ทราบว่า...”
“เท่าไหร่”
“คะ?”
“ต้องการเท่าไหร่ หนูถึงจะเลิกยุ่งกับลูกชายของฉัน”
คุณนายจิตตาตัดบทแล้วพาเข้าเรื่องเลย เธอเคยคิดเอาไว้ก่อนแล้วว่าสักวันอาจมีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น ผู้หญิงมากมายที่หวังรวยทางลัดด้วยการหาสามีที่มีเงินในยุคนี้มีให้เห็นกันเกลื่อน เพียงแต่คิดไม่ถึงว่ากับคิมหันต์มันจะเร็วปานจรวดอย่างนี้
“คุณแม่คะ หนูไม่ได้มาที่นี่เพราะต้องการเงินเลยนะคะ หนูรักคุณคิม...”
“ห้าแสนพอไหม”
คนฟังตาโตเมื่อได้ยินจำนวนตัวเลขที่แม่ของชายหนุ่มเสนอให้ เงินจำนวนนี้ต่อให้ทำงานจนตายก็คงไม่มีโอกาสได้จับในครั้งเดียว เงินเดือนที่หามาได้ก็เป็นแบบหามาใช้ไปไม่เคยเหลือเก็บ
“หนูบอกแล้วไงคะ ว่าไม่ได้ต้องการเงิน...”
“ฉันจะลดเหลือสี่แสน และจะลดลงเรื่อย ๆ ถ้าเธอยังแสดงความลังเลออกมา”
“ก็ได้ค่ะ ห้าแสนค่ะ ขอห้าแสนเหมือนเดิมแล้วหนูจะไม่โผล่มาให้คุณคิมเห็นหน้าอีกเลย จะทำเหมือนเราไม่เคยรู้จัก เหมือนตัวหนูเองไม่มีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ ขอห้าแสนเท่าเดิมนะคะ”
น้ำฝนชูนิ้วขึ้นมาห้านิ้วพร้อมมองคุณนายจิตตาด้วยสายตาอ้อนวอน ไม่ทันไรก็มีเรื่องให้มารดาต้องเสียเงินไปถึงครึ่งล้าน แต่ด้วยความที่อาบน้ำร้อนมาก่อนตามประสาผู้ใหญ่ ผู้เป็นแม่จึงมองออกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มาตามหาเขาเพื่อความรักหรืออะไรทั้งนั้น
สิ่งที่หล่อนต้องการก็คือเงินต่างหาก
“หนูนิชา ไปหยิบสมุดเช็คในลิ้นชักในห้องของป้ามาให้หน่อยนะ”
“ได้ค่ะคุณป้า”
หญิงสาวรับคำอย่างว่าง่าย เดินเข้าไปหยิบของมาให้ตามที่คุณนายจิตตาบอก ดูจากนิสัยของลูกชายตนเองก็พอจะเดาได้ว่าผู้หญิงในสต๊อกคงไม่ได้มีแค่นี้แน่
สมบัติที่สั่งสมมาอาจถึงคราวล่มสลายหมดตัวก็ครั้งนี้ เพราะลูกชายตัวดีรักสนุกแต่ผูกพันเก่งอย่าบอกใคร!