บทที่ 7 คุณแม่การละคร 🤣🤣
สุดท้ายทุกอย่างก็เป็นไปตามที่คุณนายจิตตาคิด น้ำฝนไม่ใช่ผู้หญิงคนเดียวที่มาหาคิมหันต์ถึงบ้านเพื่อจะเรียกร้องสิทธิ์ความเป็นเมียบ้าบออะไรนั่น หากไม่ได้มารดารับจบทุกอย่างด้วยการให้เงินพร้อมทำสัญญาจะไม่ข้องเกี่ยวกับเขาอีก เรื่องมันคงไม่จบลงด้วยดีอย่างนี้
“ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้แล้ว อาทิตย์ที่ผ่านมาป้าเสียเงินไปหลายล้านเพื่อปิดปากผู้หญิงพวกนั้นและเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย ป้าต้องหาทางหยุดการกระทำของคิมหันต์”
“คุณป้าจะทำอย่างไรหรือคะ”
ณัฐนิชาเองก็กังวลไม่น้อย เป็นห่วงสุขภาพกายและสุขภาพใจของผู้มีพระคุณด้วยต้องมานั่งเครียดเรื่องของชายหนุ่มอยู่ทุกวัน ขณะที่ตัวต้นเรื่องออกไปเที่ยวเตร่ไม่เคยอยู่บ้าน จะกลับมาแค่ตอนนอนอย่างเดียวเท่านั้นเอง
“ทางออกเดียวที่คิดได้คือ...คิมหันต์ต้องแต่งงาน แค่มีเมียเป็นตัวเป็นต้นไปเสีย ปัญหาทุกอย่างก็จะจบ”
“ตะ..ต้องถึงขนาดนั้นเลยหรือคะ”
คนฟังใจแป้ว หากชายหนุ่มต้องแต่งงานไปจริง ๆ รักข้างเดียวนับสิบปีของเธอก็คงต้องจบลง จะให้แอบรักสามีคนอื่นต่อไปคงน่าเกลียดพิลึก
“แต่คนอย่างคิมหันต์ แค่ออกคำสั่งคงไม่ยอมทำตามง่าย ๆ แน่ ป้าต้องมีแผนหรือเหตุผลมากพอที่จะบีบให้เขาทำตามที่ต้องการ”
“หนูว่าลองคุยกับพี่คิมดูก่อนดีไหมคะ”
หญิงสาวพยายามพูดช่วยเขา หรืออันที่จริงก็เพื่อช่วยตนเองนั่นแหละ เธอไม่อยากให้คิมหันต์ต้องแต่งงาน อย่างน้อยก็ขอแอบรักเขาไปอีกสักห้า-หกปีก็ยังดี
“คนอย่างคิมหันต์มีอะไรให้คุยด้วยได้อีก ต้องมัดมือชก ชนะน็อกในครั้งเดียวเท่านั้น”
“ละ...แล้วคุณป้าจะทำอย่างไรล่ะคะ”
คนถูกถามไม่ยอมตอบ แต่ยิ้มแบบมีเลศนัยออกมาแทน หญิงสาวลอบถอนหายใจด้วยรู้สึกกังวลว่าอาจจะมีงานช้างตามมา
คิมหันต์นัดเจอกับเพื่อนอีกตามเคย ข้าง ๆ เขามีสาวสวยคอยนั่งประกบอยู่ตลอดเวลา ชายหนุ่มเปลี่ยนคู่ควงไปเรื่อยเพราะยังไม่พร้อมจะหยุดอยู่ที่ใครเพียงคนเดียว แม้จะรู้ว่าหลายวันที่ผ่านมามีผู้หญิงมาหาเขาที่บ้านมากมายและมารดาต้องเสียเงินมากแค่ไหนเพื่อหยุดเรื่องนี้
“แล้วเรื่องผับที่จะเปิดไปถึงไหนแล้วล่ะ”
“คืบหน้าไปมากแล้วล่ะ อีกไม่นานก็จะเปิดได้แล้ว ถึงตอนนั้นฉันจะจัดงานเลี้ยงเปิดผับ พวกนายทุกคนอย่าลืมไปด้วยล่ะ”
เขามองหน้าเพื่อนทีละคนก่อนจะมาหยุดที่คนข้างตัว เธอนั่งกอดแขนเขาอยู่ตลอดแทบจะลุกไปนั่งบนตักอยู่แล้ว
“คุณคิมคะ ได้ยินว่าที่บ้านของคุณมีสวนกว้างมาก ๆ ฉันอยากเห็นจังเลยค่ะ”
“ก็แค่สวนผลไม้ทั่วไปครับ ไม่มีอะไรน่าสนใจ...”
ครืดๆ ครืดๆ
พูดยังไม่ทันจบก็มีสายเรียกเข้าจากณัฐนิชา สีหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนไปทันทีเพราะไม่อยากรับสายสักเท่าไหร่ ทว่าอีกฝ่ายกลับกระหน่ำโทรไม่หยุดจนเพื่อนร่วมโต๊ะพากันมองอย่างสงสัย ปกติเวลาอยู่บ้านคิมหันต์จะหลีกเลี่ยงการพบหน้าหล่อนตลอดเวลา
เขาไม่ชอบความรู้สึกที่เกิดขึ้นเวลาเห็นหน้าเธอ..
ความสับสนที่ตีกันจนยุ่งแบบนั้น...ชายหนุ่มอยากสลัดมันออกไปให้หมด
“ไม่รับสายเหรอวะ อาจจะมีเรื่องด่วนก็ได้นะ”
“อือๆ”
สุดท้ายเขาก็ต้องยอมกดรับสายเพราะเธอยังโทรมาไม่เลิก ร้อยวันพันปีไม่เห็นจะเคยโทรมาเลยสักครั้ง แม้แต่ตอนที่เขาอยู่เมืองนอกหล่อนก็ไม่เคยโทรมา ส่วนที่มีเบอร์กันได้ก็เพราะมารดาบังคับให้บันทึกเอาไว้
“มีอะไร”
[พะ...พี่คิม แย่แล้วค่ะ คุณป้าอยู่โรงพยาบาลค่ะ]
ปลายสายบอกเสียงสั่น คิมหันต์ลุกพรวดออกจากเก้าอี้ทันทีจนผู้หญิงที่เอนซบเขาอยู่เกือบหน้าทิ่มลงพื้น
“จะไปไหนเหรอคะ”
“โทษทีนะ คุณแม่ฉันเข้าโรงพยาบาล ฉันต้องรีบกลับก่อน นิชา ตอนนี้คุณแม่อยู่โรงพยาบาลอะไร แล้วเกิดอะไรขึ้นกับคุณแม่”
ชายหนุ่มบอกลาเพื่อนและคู่ควงอย่างรวดเร็วก่อนจะออกจากร้านอาหารไป ณัฐนิชาบอกรายละเอียดคร่าว ๆ ให้เขาฟังแล้ววางสาย คิมหันต์บึ่งไปหามารดาทันทีด้วยความเป็นห่วง
เขาเคยเสียบิดาไปแล้ว ตอนนั้นทำเอาเสียศูนย์ไปพอสมควรเพราะสำหรับลูกชายแล้ว พ่อก็เหมือนกับชีวิต คิมหันต์รับปากกับเขาเอาไว้ว่าจะดูแลแม่ให้ดีที่สุด ชายหนุ่มว้าวุ่นด้วยความเป็นห่วงที่มีต่อมารดา พอมาถึงรถก็รีบขับออกไปอย่างรวดเร็ว เหยียบคันเร่งจนมิดเข็มไมล์
“พะ...พี่คิมกำลังจะมาค่ะ”
หลังวางสาย หญิงสาวก็หันมาบอกคุณนายจิตตาที่นอนอยู่บนเตียงด้วยใบหน้ากังวล คนแกล้งป่วยถึงกับยิ้มที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน
“ดีมาก หนูนิชาแสดงได้เยี่ยมมากจ้ะ ตาคิมจะต้องรีบมาแน่ ๆ”
“ทำแบบนี้จะดีหรือคะคุณป้า ถ้าพี่คิมรู้ความจริงเข้าจะทำอย่างไร”
ณัฐนิชารู้สึกไม่ดีที่กลายเป็นตัวช่วยในแผนการของคุณนายจิตตา เธอกลัวจะถูกคิมหันต์พาลโกรธไปด้วยหากได้รู้ว่าตนเองช่วยแม่ของเขาในครั้งนี้
“ไม่หรอกจ้ะ ป้าจะแสดงให้เนียนที่สุด รับรองว่าตาคิมดูไม่ออกแน่”
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะค่ะ หนูว่าคุณป้าลองคุยกับพี่คิมแบบจริงจังและตรงไปตรงมาดูดีไหมคะ”
คนฟังส่ายหน้า เธอเลี้ยงลูกชายคนนี้มาเองกับมือย่อมรู้นิสัยดีกว่าใครอยู่แล้ว การเปิดอกคุยกับผู้ชายหัวดื้ออย่างคิมหันต์ไม่ใช่สันติหรือทางออก
“หนูนิชาเชื่อป้า วิธีนี้เท่านั้นที่จะได้ผล”
“แล้วผู้หญิงที่คุณป้าคิดเอาไว้...คือใครเหรอคะ”
เธอถามด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น แอบเศร้าไม่น้อยที่อีกไม่ช้าดวงดาวที่เธอได้แต่แอบมองมาตลอดกำลังจะมีเจ้าของตัวจริงเป็นของตนเอง
“เดี๋ยวหนูก็รู้จ้ะ รับรองว่าเซอร์ไพรส์แน่ ๆ”
แอ๊ด...
“คุณแม่!”
คนที่ทั้งสองเฝ้ารอมาถึงเร็วกว่าที่คิด ชายหนุ่มเปิดประตูพรวดเข้ามาด้วยเป็นห่วงมารดา คุณนายจิตตารีบล้มตัวลงนอนทำเหมือนไม่มีเรี่ยวแรง
“คิมหันต์ มาแล้วเหรอลูก”
“เกิดอะไรขึ้นครับ คุณแม่ป่วยเป็นอะไร”
เขารีบเข้ามาประคองมารดาให้ลุกขึ้นนั่ง พอสังเกตดูดี ๆ ก็พบว่าผู้เป็นแม่ผอมลงไปเยอะพอสมควร ตั้งแต่กลับมาเขาแทบไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับเธอเท่าไหร่ จึงไม่ได้สังเกตเลยว่าอีกฝ่ายแก่กว่าที่เขาเห็นครั้งล่าสุดไปมากแค่ไหน
“คือว่าคุณป้า...”
“หมอบอกว่าแม่เป็นมะเร็งและจะอยู่ได้อีกไม่นาน”
คุณนายจิตตาเป็นคนตอบเองเพราะรู้ว่าณัฐนิชาคงจะพูดตะกุกตะกักจนถูกจับได้ คนตัวเล็กมองด้วยความตกใจเพราะคาดไม่ถึงว่าผู้เป็นป้าจะใช้วิธีนี้
เรื่องการเจ็บป่วยมันหลอกกันได้ที่ไหน… แล้วนี่มะเร็งเลยนะ!
“มะ...มะเร็งเหรอครับ”
“ก่อนตายแม่อยากจะเห็นแกเป็นฝั่งเป็นฝา เลิกใช้ชีวิตเสเพลแบบนี้เสียที ทุกวันแม่กังวลเรื่องของแกจนนอนไม่หลับ ร่างกายมันเลยทรุด”
มารดาเริ่มตัดพ้อและทำทีเป็นโบ้ยความผิดของอาการป่วยไปที่ลูกชาย คิมหันต์หน้าเสีย เขารู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุสร้างความเครียดให้แม่จนอาการป่วยรุนแรงขึ้น
“อย่าพูดแบบนี้สิครับ สมัยนี้หมอเก่งจะตาย เดี๋ยวผมจะไปคุยกับหมอเอง ผมจะหาหมอที่เก่งที่สุดมารักษาคุณแม่ให้ได้ ผมจะไม่ยอมให้คุณแม่ตาย...”
“คิมหันต์ แม่ขออะไรหน่อยได้ไหมลูก ถ้าลูกไม่อยากเห็นแม่ต้องอายุสั้นเร็วนัก แค่กๆ”
คุณนายจิตตาเริ่มแผนการทันที จับมือลูกชายเอาไว้แล้วแกล้งไอเหมือนกำลังทรมาน ชายหนุ่มหันไปรินน้ำใส่แก้วให้มารดาดื่ม
“ดื่มน้ำก่อนครับคุณแม่”
“รับปากสิ รับปากว่าคิมจะทำตามคำขอของแม่ แค่กๆ โอย...ทรมานจังเลย หรือว่าพ่อของลูกกำลังจะมารับแม่กันนะ”
มารดาเล่นใหญ่ด้วยการล้มตัวลงนอนแล้วแกว่งมือไปมาเหมือนคนกำลังจะขาดใจตาย ณัฐนิชามองการแสดงนั้นด้วยความกังวลว่าชายหนุ่มอาจจะจับได้
“โอเคครับ ๆ ผมรับปาก คุณแม่อยากให้ผมทำอะไรเพื่อความสบายใจของคุณแม่ บอกมาได้เลยครับ ผมจะทำ”
“จริง ๆ นะ ลูกผู้ชายพูดแล้วห้ามคืนคำนะคิม”
เขาพยักหน้ายืนยัน คนฟังอยากยิ้มใจจะขาดแต่ต้องเก็บอาการเอาไว้เพราะยังต้องแกล้งป่วยอยู่
“แม่...แม่อยากให้ลูกแต่งงาน”
“แต่งงาน?!”
คิมหันต์ทวนคำ มารดาเองก็เห็นอยู่ว่ารอบกายเขามีผู้หญิงตั้งมากมาย นั่นเป็นข้อพิสูจน์ชัดเจนแล้วว่าเขายังไม่ต้องการหยุดอยู่ที่ใคร แล้วทำไมผู้เป็นแม่ถึง...
“ลูกรับปากแล้วนะ ลูกต้องทำตามที่พูด”
“แต่ว่าคุณแม่ครับ ผมยังไม่มีคนที่อยากจะแต่งงานด้วยเลย อีกอย่างการแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่มากนะครับ พูดปุ๊บทำปั๊บไม่ได้หรอก”
เขาพยายามอธิบาย ณัฐนิชาที่ยืนเป็นตัวประกอบมานานก็พยักหน้าเห็นด้วยกับเขา เธอเองก็ยังไม่อยากให้คิมหันต์แต่งงานเหมือนกัน
“แต่แม่มีแล้ว แม่มีว่าที่ลูกสะใภ้ที่ต้องการอยู่ในใจแล้ว”
“ใครครับ”
คิมหันต์รีบถาม หมดยุคคลุมถุงชนไปนานแล้ว แต่เพราะมารดากำลังป่วยหนักทำเอาชายหนุ่มคิดไม่ตกว่าจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรดี
“หนูนิชาไง”
“ครับ?!”
“แม่ต้องการให้คิมแต่งงานกับหนูนิชา”
คุณนายจิตตามองเลยมาทางหญิงสาวที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ด้านหลังคิมหันต์ตลอดเวลา ชายหนุ่มหันกลับมามองหล่อนด้วยสายตาไม่พอใจทันที
“เอ่อ..”