บทที่ 8 ไม่มีพันธะ
ณัฐนิชาเดินวนไปวนมาอยู่ในห้องของตนเองหลังกลับมาจากโรงพยาบาลตามคำสั่งของคุณนายจิตตา เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าผู้หญิงที่มารดาของเขาวางเอาไว้ว่าอยากได้เป็นลูกสะใภ้จะเป็นตนเอง สีหน้าของคิมหันต์ตอนรับคำสั่งนั้นก็ดูขุ่นมัวและมองหล่อนด้วยแววตาอาฆาตอีกต่างหาก
แผนนี้จะบีบให้ชายหนุ่มยอมแต่งงานได้จริง ๆ น่ะเหรอ ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าสาวยังเป็นเธออีก นั่งยัน นอนยัน ตีลังกายัน หญิงสาวก็มั่นใจว่าเขาไม่มีวันยอม
ปังๆๆ
เสียงเคาะประตูเหมือนอยากจะพังเข้ามาเสียมากกว่าทำเอาคนตัวเล็กสะดุ้ง แม้จะยังไม่ทันออกไปเปิดประตูแต่ก็พอจะเดาได้ว่าใครคือคนเคาะ ณัฐนิชาได้แต่ถอนหายใจ หน้าเสียด้วยความกังวลว่าจะถูกคิมหันต์ต่อว่าอะไรบ้าง ป่านนี้คงโดนเข้าใจผิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
“มะ...มีอะไรหรือคะ...อ๊ะ! พี่คิม เดี๋ยวค่ะ”
คนตัวสูงไม่ฟัง ผลักประตูห้องของหล่อนเข้ามาข้างในด้วยท่าทางโมโหสุดขีด ถ้าเขาบีบคอเธอตายคาที่ได้ก็คงทำไปแล้ว
“มันเป็นแผนของเธอใช่ไหม อาศัยจังหวะที่คุณแม่ป่วยแล้วเป่าหูท่านเรื่องแต่งงาน!”
“คะ?”
ทะ...ทำไมเรื่องถึงกลายเป็นอย่างนี้ไปได้ เขาใช้อะไรคิดถึงได้นึกว่าเธอจะมีอำนาจมากถึงขนาดไปออกคำสั่งกับคุณนายจิตตาได้ หญิงสาวเป็นแค่เด็กถูกรับมาเลี้ยงเท่านั้นเองนะ
“เธอมันร้ายมากเลยนะ เห็นหน้าซื่อ ๆ อย่างนี้แต่ที่จริงแล้วร้ายลึกไม่เบา คิดว่าฉันรู้ไม่ทันสิ่งที่เธอกำลังคิดอยู่เหรอนิชา!”
“พี่คิมเข้าใจผิดแล้วนะคะ หนูไม่ได้...”
หมับ!
“ถึงเธอจะเป่าหูคุณแม่ฉันได้สำเร็จ แต่อย่าคิดว่าจะได้อะไรไปแม้แต่บาทเดียว เพราะฉันจะไม่ยอมให้เธอได้อะไรไป”
คิมหันต์บีบต้นแขนของหล่อนเต็มแรง กระชากเข้ามาหาตัวแล้วโน้มหน้าลงมาใกล้เพื่อให้เธอเห็นชัดถึงความโกรธที่ตนเองมี เส้นเลือดปูดขึ้นตรงขมับของอีกฝ่าย
“หนูไม่ได้ต้องการอะไรเลยนะคะ”
“ถ้าไม่ได้ต้องการอะไรแล้วทำไมต้องบอกคุณแม่ให้ฉันแต่งงานกับเธอ!”
ณัฐนิชาไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี เพราะถึงพูดไปเขาก็คงไม่ฟัง หรือถึงจะฟังก็คงไม่เชื่ออยู่ดี
“หนูเจ็บนะคะ”
“เจ็บเหรอ คนอย่างเธอเจ็บเป็นด้วยหรือไง ตั้งแต่เล็กจนโต เธอกับแม่ของเธอก็ทำตัวเป็นปรสิตอยู่ข้างกายคุณแม่ฉันมาตลอดอยู่แล้วนี่!”
เพี๊ยะ!
หญิงสาวลืมตัวตบหน้าเขาไปเต็มแรงด้วยไม่พอใจที่คิมหันต์กล่าวอ้างไปถึงมารดาผู้ล่วงลับไปแล้วของตน เธอมองเขาด้วยแววตาสับสนขณะมือข้างที่ใช้ก่อเหตุสั่นระริก ชายหนุ่มโกรธในสิ่งที่หล่อนกระทำ แม้แต่คุณแม่ของเขายังไม่เคยตีเขาเลยด้วยซ้ำ แล้วเธอเป็นใครกัน!
“จะมากไปแล้วนะนิชา!”
“พี่คิมก็อย่ามาพูดถึงแม่ของหนูสิคะ ถึงแม่ของหนูจะไม่มีค่าสำหรับพี่ แต่ว่า...แม่ก็เป็นแม่ที่ดีที่สุดสำหรับหนูนะคะ”
ณัฐนิชาที่ไม่เคยแม้แต่จะกล้าสบตากับเขา เรื่องเถียงไม่ต้องพูดถึง แค่อ้าปากคุยด้วยโดยเป็นฝ่ายเริ่มก่อนยังไม่เคยมี การที่หล่อนโกรธถึงขนาดกล้าตบหน้าเขาแสดงว่าสิ่งที่ชายหนุ่มทำคงสร้างความไม่พอใจให้เธอจริง ๆ
“ก็ได้ ฉันจะไม่พูดถึงแม่เธอก็ได้ แต่อย่าคิดว่าเรื่องมันจะจบแค่นี้ อย่าหลงระเริงคิดว่าตัวเองชนะ เพราะฉันจะทำให้เธอรู้เองว่านรกมันเป็นยังไง ในเมื่อยากแต่งงานนักก็ได้...ฉันจะจัดให้ แล้วเราจะได้เห็นดีกัน”
“พี่คิมคะ หนูไม่ได้...อ๊ะ!”
ชายหนุ่มไม่รอให้เธอพูดจบ สะบัดคนตัวเล็กลงไปกองบนเตียงก่อนจะออกจากห้องของเธอไปทั้งที่อารมณ์ยังคงฉุนเฉียวอยู่อย่างนั้น หญิงสาวได้แต่มองตาม อยากจะอธิบายแต่ก็ไม่สามารถหักหลังคุณนายจิตตาแล้วบอกความจริงกับอีกฝ่ายได้
ที่ผ่านมาหล่อนถูกเกลียดมากพออยู่แล้ว เจอเรื่องนี้เข้าไป ชาตินี้ทั้งชาติคงไม่มีวันญาติดีกันได้แน่นอน…
คิมหันต์ออกมานั่งกินเหล้าอยู่คนเดียวในร้านแถวตัวเมือง เขาเอาแต่นึกถึงสิ่งที่มารดาพูดในวันนี้รวมถึงเป็นห่วงเรื่องอาการป่วยของท่านด้วย หากไม่ยอมตกลงตามนั้นก็อาจสร้างความเครียดให้กับผู้เป็นแม่เพิ่มขึ้น
ความโกรธแค้นทั้งหมดจึงตกไปอยู่ที่ณัฐนิชาเพียงคนเดียว..
“ยัยเด็กนั่น...มาเพื่อทำลายชีวิตฉันชัด ๆ!”
ชายหนุ่มยังคงฝังใจกับเรื่องสมัยเด็ก ตั้งแต่เธอเข้ามาอยู่ในบ้าน มารดาของเขาก็เหมือนโดนของอยู่ตลอดเวลา ไม่รู้จะรักจะหลงอะไรกับยัยเด็กปลาปักเป้าคนนั้นนักหนา ถึงขนาดสถาปนาลูกชายของตนเองให้กลายเป็นพี่เลี้ยงเด็ก ต้องคอยดูแลพกไปไหนมาไหนเหมือนของใช้ส่วนตัวตลอดเวลา
‘ถือเสียว่าเห็นแก่แม่ แต่งงานกับหนูนิชาเถอะนะ แม่จะได้ตายตาหลับ อย่างน้อยที่สุดแม่ก็จะได้มีกำลังใจในการต่อสู้กับโรคร้ายนี้ นะลูก...ทำเพื่อแม่ได้ไหม’
ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มจนหมดในอึกเดียวแล้วสั่งมาใหม่ จะให้ปฏิเสธก็เป็นห่วงว่ามารดาจะโกรธจนอาการทรุด สุดท้ายคิมหันต์เลยได้แต่ก้มหน้าก้มตารับปากไปทั้งที่ใจไม่อยากทำ
ครืดๆ ครืดๆ
มีข้อความเข้ามาในมือถือ คิมหันต์หยิบมากดอ่านด้วยอารมณ์หงุดหงิด พอเห็นว่าเป็นข้อความจากณัฐนิชาก็ยิ่งทำให้เขาโมโหมากขึ้นไปอีก ยิ่งนึกถึงใบหน้าใสซื่อเหมือนคนไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรก็ยิ่งโกรธ ชายหนุ่มไม่ใช่มารดา เขาไม่มีวันตกหลุมพรางของหล่อนอย่างเด็ดขาด
‘คุณป้าบอกว่าพรุ่งนี้ให้เราสองคนไปที่โรงพยาบาลแต่เช้า และกำชับให้พี่คิมไปพร้อมกับหนูด้วยค่ะ หนูรู้ว่าโทรไปพี่คงไม่รับเลยส่งข้อความมาแทน’
“เราสองคนเหรอ? ใครจะไปใช้คำว่าเรากับเธอกัน”
คิมหันต์พูดใส่โทรศัพท์ ดื่มเหล้าต่ออีกหลายแก้วเพราะอยากจะเมาให้ลืมความเครียดพวกนี้ไปให้หมด คำสั่งของมารดาเป็นการบอกทางอ้อมว่าเขาต้องไปรับณัฐนิชาที่บ้านเพื่อไปโรงพยาบาลพร้อมกัน
ชีวิตเขาตอนนี้เข้าตำรายิ่งเกลียดยิ่งเจอ…
ถ้าไม่ติดว่ามารดากำลังป่วย เรื่องน่าปวดหัวพวกนี้ก็คงไม่มีวันเกิดขึ้นกับเขา!
“สวัสดีค่ะ คุณมาคนเดียวหรือคะ”
ขณะที่กำลังเริ่มเมาได้ที่ ก็มีสาวสวยแต่งตัวเซ็กซี่คนหนึ่งมานั่งข้างๆ พร้อมชนแก้วเหล้ากับชายหนุ่ม
“เห็นใครนั่งข้างผมหรือเปล่าล่ะครับ”
“เห็นค่ะ ฉันไง”
หล่อนชี้นิ้วเข้าหาตนเอง คิมหันต์ยิ้มหวาน แม้จะเริ่มเมาแต่ก็ยังมีสติอยู่ เสือร้ายที่ยังไม่ถอดเขี้ยวเล็บ มีหรือจะปล่อยให้เหยื่อที่หลุดเข้ามาในบริเวณหลุดมือ
“คิมหันต์ครับ ยินดีที่ได้รู้จัก คุณล่ะ”
“เจนนี่ค่ะ แปลกนะคะ ฉันมาที่นี่บ่อยมาก แต่ไม่เคยเห็นคุณเลย”
ทั้งสองสานสัมพันธ์กันอย่างรวดเร็ว ผู้หญิงที่ตรงตามมาตรฐานของชายหนุ่มคือแบบนี้ต่างหาก ไม่ใช่เด็กกะโปโลอย่างณัฐนิชาที่เคยใส่กระโปรงสั้นสุดคือกระโปรงนักศึกษาเท่านั้น
“ผมเพิ่งกลับจากเมืองนอก ก็เลยเพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรกครับ แต่หลังจากนี้คงได้มาบ่อย ๆ เพราะที่นี่มีคนสวยอย่างคุณเป็นลูกค้าประจำ”
“ปากหวานจังเลยนะคะ พูดแบบนี้กับผู้หญิงที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก แฟนของคุณจะไม่หึงเอาเหรอ”
นิ้วมือเรียวแตะไปที่แขนของชายหนุ่ม ตั้งใจจะยั่วยวนคิมหันต์ที่กำลังเมา คำถามของเจนนี่ทำเอาใบหน้าของณัฐนิชาลอยเข้ามา
ให้ตายสิ ทำไมจู่ ๆ เขาถึงคิดถึงยัยเด็กคนนั้นกันนะ
ต้องเพราะเรื่องแต่งงานบ้า ๆ นั่นมาทำให้ความคิดของเขาแปรปรวนแน่ ๆ คนเมาพยายามตั้งสติ ตราบใดที่การแต่งงานยังไม่เกิดขึ้น ตอนนี้เขาก็ยังโสดอยู่
“ผมโสดครับ ไม่มีพันธะอะไรทั้งนั้น”
ตอบพร้อมยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ คนฟังพึงพอใจกับคำตอบที่ได้รับก่อนทั้งสองจะโน้มใบหน้าเข้าหากันอย่างใกล้ชิดแม้จะเป็นการพบกันครั้งแรกก็ตาม