บทนำ

1100 Words
เพล้ง!! เพล้ง!! ‘เสียงอะไร’ พลางดำริพระวรกายอรชรที่ดูระเหิดระหงลุกขึ้นนั่งหลังจากเพิ่งเข้าบรรทมไปยังไม่ถึงครึ่งชั่วยาม กำลังอยู่ในภวังค์จวนเจียนเคลิ้มหลับเสียงดังเอะอะกับเสียงราวดาบกระทบกันทำให้รู้สึกตัว ดวงเนตรคู่เรียวงามติดแววดุนิดๆ เพ่งมองออกไปด้านนอกแล้วก็เห็นคนสนิทเปิดประตูเข้ามาอย่างรีบร้อน จึงเปิดม่านบางที่บังอยู่ขยับพระวรกายเพื่อลงจากแท่นบรรทม “องค์หญิง” อีกฝ่ายเสียงน้ำเสียงสั่นเครือ รีบเข้ามาเกาะพระชงค์ “ข้างนอกมีอะไรน่ะซูหลิน” “หม่อมฉันไม่แน่ใจ สับสนไปหมดแล้วเพคะ แอบดูเห็นทหารรักษาวังพยายามจะควบคุมทหารองครักษ์ในตำหนักเพคะ แล้วยังมีทหารองครักษ์ตำหนักอื่นมาช่วยทหารรักษาวัง ไม่นานองครักษ์ตำหนักสือหนิงอาจต้านไม่ไหวเพคะ” ได้ฟังแล้วพระวรกายอรชรก็ลุกพรวด พระพักตร์งามแจ่มจรัสแม้ไร้สีสันแต่งแต้มเต็มไปด้วยความกังวล “จิ้นเอ๋อร์” พระโอษฐ์อิ่มสีกุหลาบพึมพำก่อนรีบรุดก้าวไปยังประตู ทำให้คนสนิทต้องรีบคว้าฉลองพระองค์ตามมาคลุมให้พร้อมกระซิบ “ระวังพระองค์เพคะ” “จิ้นเอ๋อร์มีอันตราย” องค์หญิงลี่เพ่ยเชี่ยนร้อนพระทัย แม้จะหวาดหวั่น ทว่าความห่วงใยในน้องชายนั้นมีมากกว่า ซุนซูหลินนางกำนัลคนสนิทกึ่งประคองกึงโอบนายตนเลี่ยงการปะทะด้านนอกตำหนักไปด้านหลัง ทั้งที่ไม่รู้ว่าออกไปแล้วจะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งใด หากตนก็พร้อมปกป้องนายอย่างถวายชีวิต สองร่างบอบบางลัดเลาะไปยังประตูต่างๆ ได้ยินเสียงดาบและเสียงตะโกนโวยวายอยู่รายรอบ ได้แต่ภาวนาให้ไม่มีฝ่ายตรงข้ามมาเห็นพวกตนเสียก่อน จะว่าไปแล้วก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นพวกเดียวกัน ใครคือผู้อื่น กระทั่งผ่านอุทยานก็ต้องชะงักถอยหลบกลับไปยังซอกหินจำลองกับต้นไม้เพราะได้ยินเสียงกลุ่มคน แต่เมื่อเห็นว่าผู้ที่กำลังถูกพาเดินไปยังที่ใดที่หนึ่งนั้นเป็นผู้ที่องค์หญิงกำลังเป็นห่วงก็ทรงก้าวพรวดออกไปขวางโดยที่ซูหลินรั้งไว้ไม่ทัน “หยุดนะ พวกเจ้าจะพาจิ้นเอ๋อร์ไปไหน” “พี่หญิง ฮือๆ” องค์ชายลี่อี่จิ้นในวัยหกชันษาสะอื้นขึ้นมาเมื่อเห็นพระพี่นาง ก่อนหน้านี้ทรงพยายามกลั้นเอาไว้อย่างเต็มที่ทั้งที่หวาดกลัวมาก “ปล่อยจิ้นเอ๋อร์นะ” พร้อมรับสั่งองค์หญิงเพ่ยเชี่ยนก็ตรงเข้าผลักทหารหลายคนเพื่อจะเข้าไปให้ถึงพระอนุชา “พี่หญิง ช่วยด้วย” หัวหน้าองค์รักษ์ตำหนักองค์ชายอี่จิ้นพยักหน้าเล็กน้อยทหารก็ปราดเข้ามาเพื่อจับพระวรกายอรชร ทว่าซูหลินก็รีบวิ่งมาขัดขวางไม่ยอมให้ผู้ใดแตะองค์หญิงของตน “บังอาจ ล่วงเกินองค์หญิงพวกเจ้าหัวขาดแน่” “หึๆ” หัวหน้าองครักษ์ขององค์ชายน้อยหัวเราะในลำคอ “มาดูกันว่าใครกันแน่จะรักษาหัวเอาไว้ได้” พูดจบก็พยักพเยิดซ้ำ ทหารสองคนทำตามคำสั่งทันควัน “อย่าเข้ามานะ” แม้ซูหลินจะพยายามขวางไว้ นางก็ถูกดึงออกและจับตัวไว้ องค์หญิงเพ่ยเชี่ยนไม่สนพระทัยทหาร ทอดพระเนตรพระอนุชาที่ตัวสั่นและกลั้นก้อนสะอื้นมองพระองค์ด้วยแววตาละห้อยก็ให้ยิ่งสงสารนัก “ข้าจะไปกับพวกเจ้าด้วย แต่ต้องให้จิ้นเอ๋อร์อยู่กับข้า” “ไม่ได้ทรงมีสิทธิ์ต่อรองพ่ะย่ะค่ะ” หัวหน้าองครักษ์เสียงเข้ม พระวรกายอรชรขยับเข้าไปยืนชิดเขา จ้องด้วยพระเนตรวาววับพลางตรัส “อย่างไรข้าก็ยังเป็นองค์หญิง และจิ้นเอ๋อร์คือผู้ที่จะได้ครองบัลลังก์มังกร” “เวลานี้อาจไม่เป็นเช่นนั้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ” สิ่งที่หัวหน้าองครักษ์พูดทำให้ทรงดำริขึ้นมาได้ในทันใด ก่อกบฏ!! ใครกันบังอาจถึงเพียงนี้ น่าจะฉุกพระทัยตั้งแต่ที่มีคนควบคุมตัวพระอนุชาแล้ว “จิ้นเอ๋อร์” ทรงผลักร่างสูงกำยำของหัวหน้าองครักษ์โถมจะไปคว้าร่างน้อยของพระอนุชา ทว่าดาบหลายเล่มยื่นมาสกัดเบื้องหน้า ทั้งน้องน้อยยังถูกฉุดให้ถอยห่างพระองค์ไปอีก “พี่หญิง” “พวกเจ้าบังอาจนัก” องค์หญิงเพ่ยเชี่ยนตรัสสุรเสียงเข้ม “ข้าเพียงต้องการอยู่กับจิ้นเอ๋อร์ก็ไม่ได้เชียวหรือ” “หยุด!” เสียงเข้มของใครคนหนึ่งดังขึ้นพร้อมร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่ามั่นคง “ลดดาบของพวกเจ้าลง” ผู้มาใหม่สั่ง “ท่านรองแม่ทัพ ข้าได้รับคำสั่งให้ทูลเชิญองค์ชายอี่จิ้นไปยังท้องพระโรง” หัวหน้าองครักษ์ขององค์ชายบอกเสียงเรียบ ท่าทางไม่ได้เป็นมิตรกับผู้มาใหม่ ทว่าก็เหมือนไม่ใช่ฝ่ายตรงข้าม องค์หญิงเพ่ยเชี่ยนเหลือบมองเจ้าของร่างสูงใหญ่ด้วยแววพระเนตรไม่พอพระทัย มองปราดเดียวก็รู้ว่าคนพวกนี้สมคบคิดกบฏ แม้ไม่เคยเห็นอีกฝ่ายมาก่อน ดูเหมือนจะไม่ใช่ทหารในเมืองหลวงด้วยซ้ำ นั่นหมายความว่ามีการระดมกำลังพลบุกยึดพระราชวัง และทหารในวังบางส่วนก็ร่วมมือด้วย “ข้ารู้ แต่ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้กับทั้งสองพระองค์ อีกอย่างฝ่าบาทมีรับสั่งให้กุมตัวอยู่ในตำหนักของพระองค์เองก่อน ข้างนอกยังไม่เรียบร้อย” “เช่นนั้นหรือ” หัวหน้าองครักษ์ดูจะเชื่อผู้มาใหม่โดยไม่ติดใจใด “จิ้นเอ๋อร์” เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดขยับอีก องค์หญิงเพ่ยเชี่ยนก็รีบก้าวผ่านทหารที่ยืนขวางไปยังร่างน้อย ขณะที่พระอนุชาก็โผมาหาพระองค์เช่นกัน ทรงรีบคว้าน้องน้อยมากอดแนบพระอุระ ยิ่งทำให้อีกฝ่ายปล่อยโฮออกมาในที่สุด “พี่อยู่นี่แล้วจิ้นเอ๋อร์ ไม่ต้องกลัว พี่จะไม่ยอมให้ใครแตะต้องน้องพี่ได้เด็ดขาด” เสียงขยับดาบรอบพระวรกาย ปลายพระเนตรเรียวงามปราดมองโดยรอบ ปลายดาบหลายเล่มต่างก็มุ่งมายังพระองค์และพระอนุชา แน่นอนว่าทรงตระหนก กระนั้นก็ทำพระทัยแข็งเชิดพระพักตร์ราวไม่กลัวเกรงสิ่งใด พระเนตรเรียวงามหยุดนิ่งที่เจ้าของดวงตาคมเข้มแสนดุดันที่จ้องมาด้วยใบหน้าราบเรียบ เขาเป็นใคร พูดไม่กี่คำทหารองครักษ์ก็เชื่อฟังแล้ว ======
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD