2 year later
เอี๊ยดดดดด!
โครม!
"ตายแน่ ๆ หนูเชอร์เอ้ยยย"
ฉันรวบรวมสติรีบลงจากรถไปทันที เพราะมัวแต่ตอบไลน์ยัยเพื่อนบ้าแท้ๆ ทำให้ฉันไม่ทันระวังชนรถคันข้างหน้าเข้าเต็มๆ
เจ้าของรถคันด้านหน้าเปิดประตูลงมาด้วยอาการหัวเสียอย่างหนัก ฉันแค่ชนท้ายนิดเดียวเองนะ ทำไมต้องทำหน้าดุขนาดนี้ด้วยล่ะ เขาหันมาจ้องหน้าฉันอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นโทรหาใครสักคน
"ภพ เอารถคันใหม่มาที่ปากซอย ฉันรถชน"
“...”
"ไม่ได้เป็นอะไร เร็วหน่อยนะ ฉันประชุมเช้า"
“...”
"เด็กน่ะ ไม่รู้ขับรถเป็นหรือเปล่า พ่อแม่ปล่อยออกมาให้เดือดร้อนคนอื่นชะมัด!"
ประโยคสุดท้ายเขาพูดพลางหันมามองฉันหัวจรดเท้า
"นี่คุณ! เชอร์ไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ อายุสิบแปดแล้วและเชอร์ขับรถเป็นมีใบขับขี่!"
"รีบมาล่ะ"
เขาวางสายโทรศัพท์ก่อนจะจ้องหน้าฉันอย่างเอาเรื่อง นี่ไม่ได้คิดจะต่อยผู้หญิงหรอกใช่ไหม
เขาเดินเข้ามาหาฉันที่ยืนติดอยู่กับรถ พอคิดจะหันหนีเขาก็เอาแขนทั้งสองข้างมากั้นไว้ซะก่อน
"ไม่รู้หรือไงว่าเวลาผู้ใหญ่เขาคุยโทรศัพท์ไม่ควรพูดแทรก ไม่เคยมีใครสอนเรื่องมารยาทเหรอ"
"มารยาทเชอร์มีค่ะ! แต่ประโยคที่คุณคุยโทรศัพท์น่ะ คุณกำลังว่าเชอร์นะคะ"
"ฉันพูดเรื่องจริง! เธอรู้ไหมว่าเวลาแต่ละนาทีของฉันมีค่าแค่ไหน ต้องมาเสียเวลากับเด็กไร้สาระอย่างเธอ"
"คุณไม่มีสิทธิ์มาว่าเชอร์ทั้ง ๆ ที่เราไม่รู้จักกันนะ"
เอี๊ยดดดด!
"คุณไนท์ครับ รถได้แล้วครับ"
ผู้ชายคนหนึ่งวิ่งลงจากรถคนที่มาจอดเทียบ ทำให้ผู้ชายหน้ายักษ์นี่ผละออกจากฉันก่อนจะจัดสูทเขาให้เข้าที่เข้าทาง แล้วหันไปออกคำสั่งอีกครั้ง
"จัดการให้เรียบร้อยนะภพ"
"ครับ"
เขาเดินไปเปิดประตูรถคันเก่าเพื่อหยิบของก่อนจะเดินขึ้นรถคันใหม่และขับออกไปทันที
"รถของคุณมีประกันไหมครับ"
"มีค่ะ"
"แล้วโทรหรือยังครับ ของผมโทรเรียกเรียบร้อยแล้ว น่าจะใกล้ถึงแล้วครับ"
"หนูยังไม่ได้โทรเลยค่ะ รีบลงมาดูแต่ผู้ชายหน้ายักษ์คนนั้นก็มาหาเรื่องหนูซะก่อน อ่อ หนูขอโทษนะคะ เขาน่าจะเป็นเจ้านายของคุณ"
คุณภพทำท่าจะหัวเราะเมื่อฉันเรียกเจ้านายเขาว่า 'หน้ายักษ์' แต่ก็ต้องรีบเก็บอาการ แค่ยิ้มๆ ให้ฉันเท่านั้น กว่าเราจะเคลียร์กันเสร็จก็ใช่เวลานานอยู่พอสมควร สุดท้ายแผนไปช้อปปิ้งของฉันกับเพื่อนก็ล่มไปตามระเบียบ เพราะฉันไม่มีอารมณ์ไปแล้ว
? ชะเอม
"ฮัลโหล"
"แกเทฉัน!"
"ฉันไม่มีอารมณ์ไปจริงๆ แก ไม่รู้ก้าวเท้าไหนออกจากบ้าน
ซวยจริงๆ"
"แล้วเรื่องที่เราคุยกันแกจะว่ายังไง"
"ฉันขอลองถามแม่ดูก่อนนะแก"
"ยังไงก็บอกนะ เจ๊หมวยรอคำตอบอยู่
ก๊อกๆๆๆ
"หนูเชอร์ ลงไปทานข้าวลูก"
"ค้าาา แม่ แค่นี้ก่อนนะแก"
ฉันรีบกดวางโทรศัพท์ แล้วลงไปที่โต๊ะกินข้าวทันทีอาหารของโปรดฉันสองสามอย่างตั้งอยู่บนโต๊ะ ฉันรีบเดินเข้าไปกอดแม่ก่อนจะหอมแก้มซ้ายขวา
"ของโปรดหนูทั้งนั้นเลย"
"ขี้อ้อนจังเลยนะเรา ของโปรดก็รีบไปนั่งกินเข้าเร็ว"
ฉันเดินอ้อมไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเอง เราจะทานข้าวเย็นด้วยกันทุกวัน ต่อให้คุณพ่องานยุ่งขนาดไหนก็จะพยายามกลับมากินข้าวกับฉันเสมอ น่ารักใช่ไหมล้าา~
"พ่อทานกุ้งนะคะ เชอร์ตักให้ตัวโตๆ"
"ขอบใจจ๊ะ เราก็กินเยอะๆ นะ ตัวเล็กนิดเดียว"
"เชอร์ต้องรักษาหุ่นสิคะ เดี๋ยวลูกสาวพ่ออ้วนไม่มีใครเอาน้า"
"พูดแบบนี้มีแฟนแล้วเหรอเราน่ะ"
"มีที่ไหนกันละคะ แม้แต่แมวยังเมินหนูเลย"
"ฮ่าๆ รีบๆ ทานกันเถอะคะ เดี๋ยวกับข้าวจะเย็นหมดนะ"
หลังจากนั้นเราก็นั่งกินข้าวกันจนเสร็จแม่ก็เก็บถ้วยเก็บจานไปล้าง
"ให้หนูช่วยนะคะ"
"หยุดตรงนั้นเลยเชอร์ จานแม่เหลือไม่กี่ใบแล้ว"
"แม่ขาา"
"ก็เราทำจานแม่แตกทุกทีเลย"
"เอ่อ แม่คะ ถ้าช่วงปิดเทอมนี้หนูขอไปทำงานพิเศษกับเพื่อนได้ไหมคะ"
"งานอะไรลูก บ้านเราก็ไม่ได้จนซะหน่อยทำไมต้องไปทำงานพิเศษด้วยละ"
"ไม่ใช่งานหนักอะไรเลยคะ แค่ถ่ายแบบทั่วๆ ไปเอง"
"หนูลองไปขอคุณพ่อดูนะ"
ฉันเดินออกจากห้องครัวตรงไปยังห้องทำงานของพ่อ ตั้งสติ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และตัดสินใจเคาะประตู
ก๊อกๆๆ
"หนูเชอร์เองค่ะ"
"เข้ามาสิลูกมีอะไรหรือเปล่า"
"คือเชอร์.."
"อ่อ! หนูเรียนจบม.6แล้วนี่ คิดไว้หรือยังว่าอยากเรียนต่อคณะอะไร"
"หนูอยากเรียนโลจิสติกส์ค่ะ จบออกมาจะได้มาช่วยพ่อไงคะ"
"ลูกสาวพ่อโตขนาดนี้แล้วเหรอเนี้ย แล้วเมื่อกี๊หนูจะพูดอะไรนะ"
"พอดีช่วงปิดเทอมนี้ เชอร์จะขอไปทำงานพิเศษกับเพื่อนได้ไหมคะ"
"งานอะไร หืม?"
"งานถ่ายแบบสินค้าทั่วๆ ไปนี่แหละคะ หนูสัญญาว่าจะดูแลตัวเองอย่างดี นะค้าา"
"ลูกสาวพ่อ โตขึ้นแล้วจริงๆ สินะ ยังไงก็ระวังตัวเองดีๆ นะลูก"
"เย้! รักคุณพ่อที่สุดเลยค่ะ"
ฉันลุกขึ้นไปกอดพ่อ ก่อนจะรีบกลับห้องไปโทรบอกชะเอมทันที
---------------------------------------
คุณไนท์กับหนูเชอร์สวัสดีค้าา