1 หลงกรุง
“บ่ายนี้ไปตัดหญ้าในไร่ให้แม่ด้วยนะ”เสียงทุ้มนุ่มของหนุ่มวัยสามสิบเอ็ดปีที่ยืนนุ่มผ้าขาวม้ายืนแปรงฟันอยู่หลังบ้านเอ่ยบอกน้องชายที่เดินไปยืนฉี่อยู่แถวต้นกล้วยไม่ไกลจากที่เขายืนล้างหน้าเท่าไหร่
“แม่บอกเหรอ?”
“กูบอกเอง”
“แล้วทำไมกูต้องเชื่อฟังมึง”จัดการตัวเองเรียบร้อยแล้วเดินมาหยุดข้างพี่ชาย หยิบขันตักน้ำขึ้นมาวางบนฝาโอ่งแล้วหยิบยาสีฟันกับแปรงมาทำการแปรงฟัน มืออีกข้างเท้าเอวรอฟังคำตอบจากพี่ชาย
“เพราะมึงเป็นน้องกูไงครับ”
“กูน้องปีเดียวครับ ห่างปีเดียวกูไม่นับถือ”
“ไม่มีมารยาท”
“กูมีมารยาทแค่กับบางคน”ยกเว้นกับพี่ชายแบบมันที่เขาไม่มีทางใช้มารยาทด้วย ห่างกันแค่ปีเดียวทำมาเบ่งอำนาจใส่ สั่งนู่นสั่งนี่ไม่ได้ดั่งใจก็ด่า ถ้าไม่ติดว่ามันหล่อกว่าเขานิดหนึ่งนะมันก็ไม่มีไรดีหรอกไอ้นั่นน่ะ
“ด่ากูในใจ?”เจ้าหลงที่แปรงฟันล้างหน้าเสร็จแล้วหันไปเลิ่กคิ้วถามน้องชายที่แปรงฟันไปก็ขยับปากบ่นอะไรสักอย่างไปด้วย หากเดาไม่ผิดและไม่คิดว่าผิดมันคงกำลังด่าเขาอยู่ในใจเป็นแน่
“แสนรู้นะมึง”
“กูไม่ใช่หมา เร็วๆ กูหิวข้าว”ง้างมือขึ้นทำท่าจะตบหัวน้องชาย แต่เพราะหมอนั่นมันเชิดหน้าสู้กลับทำให้เขาไม่อยากทำและเลือกที่จะเดินหนีโดยทิ้งท้ายสั่งให้มันรีบๆ
“ไม่มีกูมึงคงอดตาย”
“มึงเงียบปากไป กินข้าวแล้วกูจะชวนไปจับปลาที่ไร่ลุงอ้น”
“สระแกมีน้ำอยู่ไม่ใช่เหรอ?”ตะโกนถามพี่ชายที่เดินเข้าไปในกระท่อมหลังเล็กซึ่งเป็นบ้านที่ซุกหัวนอนของพวกเขา
“แกสูบออกจับปลาเห็นว่ามีเยอะ คนอื่นมาจับไปเมื่อวานวันนี้แกให้สิทธิ์แค่เราสองคน”
“อ่อ”ตอบรับเบาๆ แล้วรีบล้างหน้าแปรงฟันจนเสร็จ จากนั้นก็เข้าไปจัดการหุงข้าวทำกับข้าวให้พี่ชายที่เก่งแต่เรื่องหาวัตถุดิบแต่ทำห่าไร่แดกเองไม่เป็น
ถ้าไม่มีน้องชายอย่างเขาสักคนต่อให้มันยิงกระรอกมาได้ก็ไม่มีทางได้แดกหรอก
เจ้ากรุงยังคงบ่นพี่ชายอยู่ในใจขณะที่มือเริ่มทำกับข้าวอย่างผัดกระเพราไก่บ้านที่เจ้าหลงไปขอคนในหมู่บ้านมา ผัดกระเพราครึ่งตัวอีกครึ่งตัวก็ต้มแล้วมาปรุงใส่พริกป่นบีบมะนาวไว้ซดน้ำแซ่บๆ
“มาแดกครับ”เมื่อจัดอาหารวางบนโต๊ะตัวเล็กสำหรับสามสี่คนนั่งแล้วเจ้ากรุงก็เดินไปเรียกพี่ชายที่ตอนนี้กำลังนั่งสานกรงนกอยู่ คิดว่ามันน่าจะเอาไปแขวนดักนกระหว่างหาปลาแน่
“ทำไรกิน”
“เอ้าไอ้นี่!! ก็มึงเอาไก่มาให้กูผัดกระเพราให้ป่ะ”
“อ่อ”พยักหน้ารับแล้วเดินไปนั่งที่ตัวเอง ตักข้าวสวยร้อนๆ ในจานขึ้นมาทานเปล่าๆ ก่อนหนึ่งคำตามด้วยซดน้ำซุปแซ่บๆ
“อร่อยปะ”พ่อครัวเอ่ยปากถาม
“น้อยกว่ากู”
“ครับพ่อน้ำพริกแมงดา”
“ค*ย”
“จะแดกมั้ยล่ะ”
“หุบปากมึงไปกูจะแดกข้าว!!”
“ไอ้สันดานนี่!!”เจ้ากรุงส่ายหัวให้แล้วยอมเงียบปากไปเมื่อถูกพี่ชายถลึงตาใส่ ไม่ได้กลัวแต่เพราะรำคานขี้ค้านมานั่งเถียงเรื่องปัญญาอ่อนกับมันมากกว่า
พระอาทิตย์เริ่มขึ้นสองหนุ่มก็เตรียมตัวเพื่อออกไปหาปลา ชุดที่ใส่ก็เป็นเสื้อยืดขาดๆ กับกางเกงวอร์มขายาว สวมเสื้อแขนยาวลายสก๊อตทับกันแดด และสวมหมวกคลุมหน้ากันแดดด้วยเพราะแม้จะชอบทำไร่ตากแดดแต่ก็ยังเป็นผู้ชายที่ชอบความขาวอยู่น่ะ
“รถเครื่องหรือซาเล้ง?”เจ้าหลงถามน้องชายหลังจากเดินออกจากบ้านมายืนมองรถเก่าๆ สองคันซึ่งเป็นยานพาหนะของพวกเขา
“ซาเล้งเถอะ เพื่อได้ปลาเยอะ”เพราะด้วยความที่เป็นรถเก่าๆ ไม่ใช่รถสมัยใหม่มันจึงค่อนข้างจะเล็กหากได้ปลามาเยอะอาจจะต้องนั่งถือมาแบบเมื่อยมืออีก
เมื่อตกลงกันได้เจ้าหลงก็เป็นคนขี่ซาเล้งโดยมีเจ้ากรุงนั่งซ้อนท้ายพากันมุ่งหน้าไปยังสระในไร่ลุงอ้นซึ่งแกอนุญาตให้เข้าไปจับปลาได้เลย
“โห! กูก็คิดว่าจะเหลือน้ำสักนิด นี่มีแต่โคลน”เจ้ากรุงเดินไปยืนริมขอบสระพลางเท้าเอวมองลงไปในสระที่มีแต่โคลน
“กูก็บอกไปแล้วว่าแกสูบน้ำออก”
“เออ”ปั้นขากางเกงขึ้นมาแล้วเดินนำพี่ชายลงไป ซึ่งเจ้าหลงก็เดินตามลงไปพร้อมกับป๋องที่ไว้ใส่ปลา ช่วยกันงมหาจับปลาใส่กระป๋องแล้วใช้ผ้าปิดปากกระป๋องไว้ ได้มาเกือบๆ ครึ่งกระป๋องก็พากันขึ้นมานั่งพักเพราะแดดค่อนข้างจะร้อน
“เอาไปทำไรบ้าง”
“ตัวใหญ่ๆ ก็เอาไปต้มแกง ตัวเล็กก็ห่อหมก ส่วนตัวกลางๆ กะว่าจะทำแล้วผ่าตากแดดเป็นปลาแห้งไว้ย่างกินกับน้ำพริก”พ่อครัวกรุงบอกถึงเมนูอาหารที่คิดไว้ในหัวแล้ว “เย็นนี้ต้มน้ำปลาร้าปลาดุก ใส่พริกป่นลงไปน่าจะแซ่บอยู่”
“อือ ปวดเยี่ยวเดี๋ยวมา”เจ้าหลงพยักหน้ารับแล้วลุกขึ้นเดินไปทางป่าไผ่เพื่อจะทำการปัสสาวะ ระหว่างทำธุระสายตาก็มองป่าไผ่ด้านหน้าไปเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่สิ่งแปลกๆ
“ไอ้กรุงมาหากูหน่อยดิ๊”
“อะไรของมึง เยี่ยวไม่ออกรึไง”ปากบ่นแต่ก็ยอมเดินไปหาพี่ชายที่ยังคงยืนฉี่อยู่ แต่นิ้วกับชี้ไปยังป่าไผ่ด้านหน้า “อะไร ให้กูมาดูมึงเยี่ยวเนี่ยนะ”
“ดูนิ้วกูสิไอ้เวร! มึงเห็นมั้ยนั่นมันอะไร”เมื่อทำธุระส่วนตัวเสร็จเจ้าหลงก็เก็บท่อปล่อยน้ำเข้ากางเกงแล้วยื่นมือไปเช็ดเสื้อน้องชายก่อนจะเคลื่อนมือไปจับหัวของเจ้ากรุงให้มองตรงไปทางที่เขาเห็น
“หือ เสื้อผ้าใครเอามาทิ้งหรือเปล่า?”
“แต่กูว่าเหมือนคนเลยนะ เห็นเนื้อขาวๆ นั่นน่ะ”
“เชี่ย!! ไม่เอาหรอกแม่งคนตายหรือเปล่ากูไม่อยากโดนตำรวจสอบ”ปากปฏิเสธและกำลังจะก้าวขาหนีแต่กลับถูกไอ้พี่ชายตัวดีคว้าคอเสื้อแล้วลากพาเดินแหวกกอไผ่ตรงเข้าไปในนั้น
เจ้ากรุงรีบยกมือขึ้นมาปิดจมูกปิดตาเมื่อคิดว่าเสื้อผ้าที่เห็นนั้นจะเป็นคนตาย ทว่ามันกลับไม่มีเสียงตกใจมาจากพี่ชายทำให้เขายอมเอามือที่ปิดจมูกออกและไม่ได้กลิ่นเหม็นอย่างที่ควรจะเป็นหากนั่นเป็นศพจริงๆ
“คนเป็นๆ ยังไม่ตาย”เจ้าหลงที่นั่งยองลงไปสัมผัสผิวเนื้อและลมหายใจของหญิงสาวที่นอนอยู่นั้นเอ่ยบอกน้องชายที่ก็รีบหันมาดู
“ผู้หญิงด้วย! ทำไมถึงมาอยู่แถวนี้ได้ล่ะ”
“กูเอามาทิ้งมั้ง ก็อยู่ด้วยกันป่ะ”
“มันเป็นคำถามที่ถ้าไม่รู้ก็ไม่ต้องเสือกตอบ”ว่าพลางนั่งยองลงข้างพี่ชายแล้วเอื้อมมือไปจับผมที่ปรกใบหน้าของหญิงสาวที่นอนหมดสติขึ้นไปทัดใบหน้าก่อนจะหันไปมองหน้าพี่ชายด้วยรอยยิ้มมุมปาก “สวยนะ ว่ามั้ย?”
“สวยเหี้ยไร! รีบพาไปอนามัยเดี๋ยวแม่งมาตายตอนนี้พวกเราจะซวย”พูดจบเจ้าหลงก็ช้อนตัวหญิงสาวแปลกหน้าขึ้นมาอุ้ม ส่วนเจ้ากรุงนั้นรีบวิ่งออกไปสตาร์ทซาเล้ง จากนั้นก็พาเธอคนนั้นขึ้นรถส่งให้อนามัยจัดการต่อ