ท่ามกลางความเหน็บหนาว
บทที่ 1 ท่ามกลางความเหน็บหนาว
เหมันต์ที่เหน็บหนาวท่ามกลางหิมะตกโปรยปรายไร้ซึ่งผู้คนสัญจรผ่านไปมา ในยามนี้ไม่ว่าจะเป็นขุนนางหรือแม้แต่ชาวบ้านธรรมดาต่างพากันนอนพักใต้ผ้าห่มอันหนานุ่มแต่ทว่าในถนนสายที่ไม่ค่อยมีผู้คนกลับมีรถม้าคันหนึ่งกำลังเดินทางเข้ามาในป่าลึกก่อนจะโยนอะไรบางอย่างลงจากรถม้าและควบออกไปโดยไม่ได้หันมามอง
ร่างบางนอนอย่างไร้สติหิมะเริ่มหล่นลงมาปกคลุมใบหน้า เด็กตัวเล็กที่รู้สึกก่อนรีบลุกขึ้นมาใช้มือปัดหิมะออกให้อีกร่างที่ยังคงนอนอยู่
"ท่านแม่ขอรับ ท่านแม่ตื่นมาคุยกับข้าก่อนนะขอรับข้าหนาวเหลือเกินแถมตอนนี้ข้ากลัวมากด้วยท่านแม่ได้ยินข้าหรือไม่? " เด็กชายมองซ้ายมองขวาไม่พบแม้แต่แสงสว่างทุกอย่างข้างกายต่างมืดสนิททำให้เด็กชายตัวน้อยเริ่มสั่นกลัวจับใจรีบเขย่ากายผู้เป็นมารดาให้ตื่นเร็วไว
หญิงสาวรับรู้ถึงความหนาวเหน็บและมือน้อย ๆ ที่กำลังจับแขนของนางเพื่อเขย่าไปมา นางรีบลืมตาลุกขึ้นมาโผล่เข้ากอดเด็กชายอย่างเป็นห่วง
"ลู่จื่อเจ้าเป็นอันใดหรือไม่ได้รับบาดเจ็บส่วนไหนบ้างหรือเปล่า "
"ท่านแม่ท่านฟื้นแล้ว ข้าไม่ได้รับบาดเจ็บสักนิดขอรับเพียงแต่ตอนนี้ข้าหนาวเหลือเกินท่านแม่ข้ากลัวข้าอยากกลับเรือน " เด็กชายเริ่มร้องโยเยด้วยความกลัว แต่ทว่าผู้เป็นมารดากลับรู้สึกโล่งใจที่บุตรชายของนางไม่ได้รับบาดเจ็บอันใด นางกอดเด็กชายแน่นพร้อมกวาดตามองรอบกายสำรวจหาหนทางพาบุตรชายหาที่บังลมเพราะขณะนี้ลมที่พัดกระโชกพร้อมกับหิมะหล่นลงมาอย่างกระหน่ำ
"แม่จะกอดเจ้าไว้ให้เจ้าคลายหนาวนะลู่จื่อเจ้าไม่ต้องกลัวสิ่งใดแม่ผู้นี้อยู่เคียงข้างเจ้าจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาทำอันใดเจ้าเด็ดขาด " ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ก่อนจะมองไปเห็นกระท่อมหลังหนึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นางอยู่ นางภาวนาขอให้กระท่อมหลังนั้นไม่มีเจ้าของและให้นางกับบุตรชายได้หลับนอนในคืนนี้
"ท่านแม่ ท่านแม่เลือดไหลออกมานี่ขอรับท่านแม่ต้องเจ็บน่าดูเลย ข้าสงสารท่านแม่เรากลับเรือนให้ท่านพ่อช่วยตามท่านหมอมารักษาท่านแม่ดีมั้ยขอรับ "เด็กชายสั่นเทาเมื่อมือเล็ก ๆ ของเขาที่โอบกอดท่านแม่ไปโดนเลือดที่ไหลออกมาจากหลังของนาง
"ลู่จื่อแม่มิได้เจ็บอันใดแค่เจ้าปลอดภัยดีต่อให้ข้าเจ็บมากกว่านี้ข้าก็ยอม มาเถิดแม่เจอที่พักแล้ว" นางลุกขึ้นแม้จะเจ็บแผลที่หลังแต่ยามนี้หัวใจของนางปวดร้าวมากกว่า เด็กชายรีบเดินตามท่านแม่มาที่กระท่อม
"มีผู้ใดอยู่หรือไม่เจ้าคะ? ข้ากับบุตรขอหลบหิมะสักคืนแล้วรุ่งสางข้าจะออกเดินทาง หากท่านให้ข้าพักข้ามีสิ่งตอบแทนเจ้าค่ะ " มาถึงกระท่อมนางได้ตะโกนถามเพื่อความแน่ใจแต่ไร้เสียงตอบกลับ นางค่อย ๆ ใช้มือผลักประตูเข้าไปด้านในมืดสนิทฝุ่นคละคลุ้ง นางคิดว่าที่นี่น่าจะเป็นกระท่อมร้างที่ไม่มีผู้คนมาพักนานแสนนาน นางจึงจับมือบุตรชายให้เดินเข้ามา ด้านในมีทุกอย่างราวกับมีผู้มาอาศัยแม้จะมีฝุ่นเคอะแต่ทว่าของในกระท่อมกลับมีของแทบทุกอย่าง นางอุ้มบุตรชายให้นั่งที่เก้าอี้ย่อตัวนั่งลงกับพื้นจับมือเล็กที่เย็นยะเยือกมาประกบกันสองข้าง ก่อนจะใช้ปากเป่าคลายความเหน็บหนาวให้บุตรชาย
"ลู่จื่อเจ้าคงเจ้าหนาวมากสินะ เจ้านั่งคอยแม่อยู่ที่นี่ก่อนนะ แม่จะเดินดูหากมีไม้ฟืนจะได้จุดเพื่อคลายหนาวและขับไล่สัตว์ป่าในคืนนี้” เด็กชายก้มมองท่านแม่ของตนพร้อมพยักหน้า
"ขอรับ " นางลุกขึ้นใช้มือแตะไปรอบ ๆ ห้องจนพบที่จุดไฟกับโคมไฟที่ตั้งอยู่ความโชคร้ายที่นางพบเจอยังคงมีความโชคดีอยู่บ้าง
นางได้จุดไฟทำให้ไฟในกระท่อมสว่างพอมองเห็นทุกอย่างในกระท่อม เด็กชายเห็นแสงไฟก็เริ่มคลายความหวาดกลัว นางถือโคมไฟไปเรื่อย ๆ พบห้องครัวมีไม้ฟืนที่พอจุดผิงให้ความอบอุ่นในคืนนี้ นางไม่รอช้ารีบจุดให้ไฟติดก่อนจะเดินกลับไปหาลู่จื่อ
"ตอนนี้ในกระท่อมแห่งนี้มีแสงสว่างและไม้ฟืนที่สามารถทำให้เจ้าได้อบอุ่นขึ้นมาบ้าง เจ้าไม่ต้องกลัวนะเดี๋ยวแม่จะหาที่นอนให้เจ้าได้พักในคืนนี้" เด็กชายเริ่มง่วงนอนไม่ได้ตอบกลับทำได้เพียงพยักหน้าให้ท่านแม่ นางเดินสำรวจกระท่อมอีกครั้งในกระท่อมแห่งนี้แม้จะหลังเล็กแต่กลับมีครบทุกอย่างนางเดินมาถึงเตียงนอนก่อนที่สายตาจะมองไปเห็นตู้เก็บผ้านางรีบเดินไปเปิดตู้และความโชคดีก็ได้ยังเกิดกับนางอีกครั้งเพราะในตู้เต็มไปด้วยผ้าห่มมากมาย นางยิ้มออกมาก่อนจะนำผ้าผืนเล็กไปปัดฝุ่นบนเตียงและนำผ้าผืนใหญ่มาปูนอนพร้อมใช้ผ้าอีกผืนมาไว้ห่มกาย
"ลู่จื่อเดินมานี่สิ แม่จัดเตรียมที่นอนให้เจ้าได้แล้วรีบมาพักเถอะ " นางเรียกบุตรชายให้มาหาตนเขาเองก็ได้กระโดดลงจากเก้าอี้และเดินมาหาท่านแม่ก่อนจะสะอื้นไห้อีกครั้ง
"ท่านแม่ข้าไม่อยากนอนที่นี่ ข้าอยากกลับเรือนขอรับข้าคิดถึงท่านพ่อ คิดถึงแม่นม" นางมองบุตรชายด้วยความเจ็บปวดก่อนจะดึงบุตรชายเข้ามาโอบกอดลูบหลังเพื่อปลอบใจ
"ลู่จื่อเจ้าโปรดฟังข้า ต่อจากนี้ชีวิตของเจ้าไม่มีท่านพ่ออีกต่อไป จะมีเพียงข้าที่เป็นท่านแม่ของเจ้าในเรือนนั้นไม่มีผู้ใดรักเจ้า หากเจ้ากลับไปราวกับเจ้ากลับไปพบกับความตายเท่านั้น หากท่านพ่อรักเจ้าคงไม่ทำร้ายเราสองแม่ลูกเป็นแน่ เอ่ยไปยากที่เจ้าจะรู้เชื่อข้าเถอะและทำตามที่ข้าบอกเพราะข้ารักเจ้ามากที่สุดแล้ว"
"ก็ได้ขอรับท่านแม่ จากนี้ข้าจะไม่ทำให้ท่านแม่ทุกข์ใจอีก " เด็กชายเช็ดน้ำตาก่อนจะกอดแม่ของเขาแน่น แม้เขาจะไม่ค่อยรู้แต่เขาก็รู้ว่าทำไมชีวิตของเขากับมารดาถึงได้มาอยู่ที่นี่ในยามนี้
นางได้พาบุตรชายขึ้นนอนบนเตียงไม่นานนักบุตรชายของนางก็ได้หลับไป นางลุกขึ้นจ้องมองใบหน้าของบุตรชายก่อนใบหน้าที่นางเกลียดชังก็ได้โผล่ขึ้นมา ลู่จื่อช่างเหมือนบิดาของเขาเหลือเกินมองยามใดหัวใจของนางเจ็บปวดทุกครั้ง
ก่อนหน้าที่นางจะมานอนอยู่ท่านกลางหิมะนี้เพราะนางถูกกล่าวหาและบุตรชายของนางกำลังจะถูกลงโทษ เพราะถูกกล่าวหาว่าไปทำร้ายร่างกายของคุณหนูซูเหม่ย พี่สาวต่างมารดา หลิ่งฟางนางเป็นอนุสามของท่านโหวที่เขารักมากเพราะนางทั้งงดงามและมีบุตรชายคนแรกให้กับเขา ทำให้ฮูหยินไม่ชอบนางและคอยรังแกนางอยู่บ่อยครั้ง และครั้งนี้เขากำลังจะลงโทษลู่จื่อโดยการนำไปเฆี่ยนตี หลิ่งฟางมิอาจทนจึงเข้าไปขัดขวางทำให้ฮูหยินสั่งลงโทษนางอีกคน แถมท่านโหวยังสั่งให้คนโบยนางเพราะคำพูดโกหกหลอกลวงของฮูหยิน
และสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือการสั่งฆ่านางไม่คิดเลยว่าท่านโหวที่เคยพร่ำรักนางนักหนาจะฆ่านางกับบุตรชายที่เป็นผู้สืบสกุลของเขาได้ลงคอ แม้นางจะไม่ได้ยินกับหูตนเองว่าเป็นคำสั่งของท่านโหวแต่นางก็ปักใจเชื่อว่าคำสั่งนี่เป็นคำสั่งของเขา นางเป็นเพียงอนุต้อยต่ำมีหรือที่วาจาของนางจะหนักค่ากว่าฮูหยินที่สูงส่ง แต่ทว่านางกลับได้พบกับความโชคดีที่นักฆ่าทำร้ายนางไม่ลง จึงทำให้นางสลบและพาตัวนางกับลู่จื่อมาทิ้งที่ไกลแสนไกลไม่ให้ได้พบเจอฮูหยินกับท่านโหวได้อีก
นางเจ็บช้ำไปทั้งหัวใจและร่างกายชาตินี้ทั้งชาตินางไม่ขอไปยุ่งเกี่ยวและไม่มีทางให้อภัยคนเช่นเขาอีกนางจะปกป้องบุตรชายที่เป็นแก้วตาดวงใจและไม่ให้ได้พบเจอกับบิดาของเขาได้อีกเลย