ในขณะที่มุกดาอึกอักพยายามคิดหาทางแก้ปัญหาเอาตัวรอดจากคำถามกระอักกระอ่วน ราวกับสวรรค์มาโปรดก็มิปาน ส่งเจ้าชายรูปงามขี่ม้าขาวมาช่วยเธอ
คิเรย์ผู้ซึ่งยืนมองเห็นเหตุการณ์นานสองนานรู้สึกขัดหูขัดตาจนทำเพียงแค่ยืนดูเฉยๆ ไม่ได้ เขาเดินเข้ามากระชากตัวมุกดาออกจากเพื่อนสนิท
“ทำอะไรกันไม่ยอมออกไปสักที มึงนี่เมาแล้วอาการหนักตลอดนะไอ้ติน เอางี้เดี๋ยวกูไปส่งมึงเอง มีหวังให้มุกดาไปส่งคงไม่ถึงโรงแรมหรอก” รัวใส่เป็นประโยคจนมันร้องโวยวายตามประสาคนเมาเอาแต่ใจ จะให้มุกดาไปส่งให้ได้ คิเรย์รำคาญเสียงเพื่อนเป็นอย่างมาก เขาผลักหัวมันจนล้มหงายกับเบาะจากนั้นปิดประตูรถตามไป
สายตาคมกล้าหันมาตวัดมองดุคนตัวเล็กที่ยืนนิ่งแก้ไขสถานการณ์ไม่ถูกจนต้องให้เขายื่นมือมาจัดการเอง
“มัวทำอะไรอยู่ทำไมไม่รีบไปส่งมัน”
“ก็เฮียตินเขา…”
“เฮ้อ ช่างเหอะ เอากุญแจรถมาแล้วจะไปไหนก็ไป เธอคงหาทางกลับเองได้ใช่ไหม” มุกดาหน้าเจื่อนแต่ก็ยอมส่งกุญแจรถให้คิเรย์
“แต่มุกยังหาที่พักไม่ได้” ฟังแล้วคิเรย์นึกในใจ มุกดาทำงานที่คลับของพายัพ ซึ่งอยู่ห่างไกลจากผับเขามาก แล้ววันนี้เป็นวันหยุดของเธอ เธอก็นั่งรถมาหาเขาตั้งแต่เช้า พอจะกลับที่พักไอ้ตินก็คงขอให้เธอมาที่ผับเขาด้วยกัน
“งั้นเธอเข้าไปทางหลังร้าน” ว่าแล้วยื่นกุญแจห้องส่งให้ “เข้าไปรอฉันในห้องนั้นก่อน”
มุกดารับกุญแจมาด้วยหัวใจที่เต้นลิงโลด เธอไม่อยากแสดงออกว่าดีใจจนเกินไป มันจะดูออกนอกหน้านอกตาและเดี๋ยวเฮียคิเรย์อาจส่งสายตามองดุใส่อีก
ที่ดีใจเป็นบ้าเป็นบอก็เพราะคืนนี้เธอได้นอนค้างกับเขา แม้ไม่ใช่เตียงนุ่มๆ บนคอนโดหรูก็ไม่ติดขัด ไม่ว่าที่ไหนที่มีเฮีย เธอนอนได้หมด ต่อให้เป็นกองขยะข้างถนนก็ยอม
มันไม่ใช่ครั้งแรกที่มุกดาเข้ามาในห้องนี้ เวลาเธอมาหาเฮียก็อย่างที่รู้ๆ ว่ามาทำอะไร เฮียสั่งให้มานั่งรอนอนรอให้ห้องตลอด กลายเป็นว่าเธอเคยชินกับมันแล้ว
เมื่ออยู่ในห้องตามลำพัง อดไม่ได้ที่จะหาอะไรทำแก้เบื่อ เห็นห้องเฮียดูรกๆ ข้าวของวางไม่เป็นที่ไม่เป็นทาง อาจไม่มีเวลาเก็บหรือยังไม่ให้คนขึ้นมาทำความสะอาดก็ตาม มุกดาจึงอาสาจัดห้องและทำความสะอาดให้เฮียด้วยตัวเอง
แล้วเวลาทำอะไรเกี่ยวกับเขา หน้าของเฮียคิเรย์จะลอยวะวนเต็มหัว มุกดาชอบนึกย้อนไปตอนที่เจอเขาช่วงแรกๆ ความรู้สึกประทับใจเมื่อแรกพบยังทำให้เธอมีความสุขและยิ้มได้ทุกครั้ง
ย้อนเข็มนาฬิกากลับไปเมื่อช่วงสามปีก่อน…
มุกดาเป็นเพียงหญิงสาวต่างจังหวัดที่มาทำงานหาเงินในกรุงเทพฯ แต่แล้วโชคชะตาไม่ได้เข้าข้าง เธอกลับโดนคนที่ไว้ใจและเคารพนับถือเสมือนพี่สาวหลอกเอาเงินไปจนหมดสิ้น
ยังจำวันที่ชีวิตเสียศูนย์พอๆ กับเงินในกระเป๋าไม่มีสักสตางค์เดียว โลกเล็กๆ ทั้งใบของเธอที่ตั้งใจทำงานหาเงินส่งทางบ้านพังทะลายลงในพริบตา ร้องไห้จนตัวสั่นสะท้าน ในใจโกรธแค้นที่กล้าหลอกกันได้ลง พอๆ กับโกรธตัวเองที่ไม่เคยทันคน ให้เขาหลอกจนหมดตัว
วินาทีนั้นมุกดาคิดสั้นจะฆ่าตัวตาย เชื่อเถอะว่าโลกของเธอขณะนั้นมันดับมืดยิ่งกว่าคืนไร้จันทร์เสียอีก นึกย้อนไปแล้วเธอสมเพชตัวเองที่คิดน้อยจนเกือบไม่มีชีวิตรอดเป็นมุกดาในเวอร์ชันปัจจุบันอย่างในตอนนี้
ตู้ม!
ไม่ใช่เสียงโยนก้อนหินที่ไหน แต่เป็นร่างตัวเธอเองตัดสินใจกระโดดลงสระน้ำในสวนสาธารณะอันสงบเงียบ หวังเพียงแค่ว่าจมดิ่งลงก้นสระไปแล้วจะได้ไม่ต้องรับรู้เกี่ยวกับโลกอันโหดร้ายนี้อีก
ทว่าเพียงเสี้ยวอึดใจเดียว…เสียงอีกตู้มก็ดังตามมาติดๆ ร่างทะมึนของใครสักคนที่เธอมองเห็นลางๆ หากรู้แค่ว่าเขาคือผู้ชาย มือสากนั้นฉุดดึงตัวมุกดาเข้าใกล้ ประกบจูบถ่ายเทอากาศจากริมฝีปากเขาให้แก่เธอ ก่อนจะพาร่างเล็กขึ้นสู่ผืนน้ำ ระยะเฉียดฉิว เฉียดตาย มุกดาจำได้ว่าเธอกอดคอบุรุษคนนั้นแนบแน่นพร้อมกับสติที่หลุดลอยไปเพิ่งกลับประทับเข้าร่าง
วินาทีลืมตามองคนช่วยชีวิตเธอ ดวงตาคู่สวยกระพริบถี่ไล่หยาดน้ำ เพ่งพินิจมองกรอบหน้าหล่อเหลาที่พอจะเดาออกว่าคงไม่ใช่ไทยแท้
ใบหน้าเปียกลู่ไม่สามารถลดทอนความหล่อของคนตรงหน้าได้เลย ราวมีมนต์บางอย่างสะกดมุกดาให้จ้องมองอย่างติดตรึง
ดวงตาของเขาดำขลับหากแต่ก็ดูสุกสกาวเหมือนดวงดารา มีความจริงใจบางอย่างที่เธอสัมผัสได้
ก่อนมุกดาจะพินิจพิเคราะห์เครื่องหน้าของชายหนุ่มไปมากกว่านี้ เจ้าตัวพาร่างปวกเปียกของเธอขึ้นบนบก นั่งพักหายใจหายคอริมตลิ่งที่โอบล้อมไปด้วยหมู่ต้นไม้
“เก่งจังกล้ากระโดดไปในสระนี่ด้วย ไม่รู้เหรอที่นี่ตัวเงินตัวทองเยอะ” นั่นเป็นประโยคแรกที่เขาคุยกับเธอ
มุกดาละสายตาจากเขา มองผืนน้ำที่เริ่มกลับมานิ่งสงบหลังจากที่เมื่อสักครู่เธอคงทำให้ปลาในสระแตกตื่น ภายในใจหน่วงขึ้นมาอีกครั้ง กระบอกตาร้อนผะผ่าวพร้อมทำนบแตก
“ฉันไม่กลัวหรอกค่ะ ไม่มีอะไรน่ากลัวเท่ามนุษย์ด้วยกันอีกแล้ว ฮึก..ฮือออ มนุษย์น่ากลัวกว่าตัวเหี้ยอีก” หยาดน้ำไหลทะลักจากดวงตากลมโตในทันที
มุกดาปล่อยโฮไม่คิดอายชายหนุ่มแปลกหน้า นั่นทำให้เขาตกใจพอสมควร ไม่รู้เหมือนกันว่าผู้หญิงคนนี้ผ่านเรื่องแย่ๆ อะไรมาบ้าง เธอถึงได้คิดสั้นแบบเมื่อกี้
หากเขาไม่ออกมาเดินเล่นจนบังเอิญเจอเข้า อาจจะมีข่าวหญิงสาวคิดสั้นกระโดดน้ำฆ่าตัวตายพาดหัวสื่อเต็มทุกช่องทางโซเชียลก็ได้
“เฮ้! ใจเย็น คงไม่ได้หมายถึงฉันนะ เพราะฉันเพิ่งช่วยเธอ” อยากลูบหลังปลอบอยู่หรอก แต่เล่นร้องไห้จนตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าทรงแบบนั้น กลัวอยู่เหมือนกัน
มองหญิงสาวข้างกายด้วยความรู้สึกสงสารและเห็นใจ ปล่อยให้เธอร้องห่มร้องไห้พร้อมรับฟังเรื่องที่เธอระบายว่าตัวเองเจออะไรมาบ้าง
แม่ง..โคตรน่าสงสารจนเขาจะร้องไห้ตาม
ด้วยความที่เขาเป็นคนดี ดีมากจนถึงดีที่สุด เลยเสนอตัวเข้าช่วยจะพาหญิงสาวโชคชะตาอาภัพคนนี้มาฝากงานที่คลับพายัพซึ่งเป็นเพื่อนของเขา ยืนยันด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ว่าเธอจะไม่โดนหลอกและเขาเต็มใจช่วยจริงๆ
มุกดาไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตอนสบตาคนแปลกหน้าผู้นี้ถึงไม่มีความระแคะระคายใจอะไรเลย เธอเห็นความซื่อตรงจริงใจที่เขาหยิบยื่นให้
“ฮึก..แต่ฉันยังไม่รู้จักคุณเลย”
“ก็รู้จักซะสิ คิเรย์ นั่นคือชื่อของฉัน เธอล่ะชื่ออะไร” ถามร่างเล็กกลับบ้าง
“มุกดาค่ะ”
“ชื่อเพราะดี งั้นก็ถือว่าเรารู้จักกันแล้วนะมุกดา” รอยยิ้มที่เขาส่งมอบให้เธอทำหัวใจหมองเศร้าของหญิงสาวฟูฟ่องอย่างน่าแปลกประหลาด
ทำไมนะ..ทำไมกัน
มุกดาตัดสินใจแล้วว่าจะยอมเชื่อใจเขาสักครั้ง ก็คงไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ยอมทุ่มตัวกระโดดน้ำช่วยเธอให้รอดตาย
และก็จริงอย่างที่คิด เขาใจดีมากถึงมากที่สุด หางานให้เธอไม่พอ มิหนำซ้ำยังหาที่อยู่ ให้เงินก้อนหนึ่งไว้ใช้ก่อนเงินเดือนออก เขามอบชีวิตใหม่ให้เธอ เวลาที่มุกดามีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจอะไรเขาคือคนแรกที่รับรู้และยื่นมือให้ความช่วยเหลือทุกครั้ง
เธอเป็นหนี้บุญคุณเขามหาศาล นานวันเข้าการได้รับความช่วยเหลือจากเขาบ่อยๆ ได้เห็นมุมอ่อนโยนแสนดีทำให้เธอผูกพันและเกิดเป็นความรู้สึกประหลาดที่พึ่งจะรู้ตัว…มันเรียกว่าตกหลุมรัก เธอโดนศรรักปักอกเข้าเต็มๆ
แล้วความสัมพันธ์ของคนสองคนก็เกิดขึ้นในคืนหนึ่งตอนที่เขาเมามาหาเธอที่ห้อง เป็นแบบนั้นเรื่อยมาหลายครั้ง ช่วงแรกๆ จะเป็นตอนที่เขาเมาเท่านั้นถึงมีอะไรกับเธอ แต่พักหลังๆ ก็เริ่มเป็นช่วงที่มีสติสัมปชัญญะดีทุกอย่าง
เราก็เป็นกันมาแบบนี้ไม่มีสถานะตายตัว เขาไม่เอ่ย เธอก็ไม่ถาม เพราะรู้ตัวเองดีว่าเขาไม่ชอบการผูกมัด แต่มันเหมือนจะดีอยู่ช่วงหนึ่งเพราะเขาเอาใจใส่เธอมากๆ จนคิดมโนไปว่าอาจมีวันได้ขยับเลื่อนสถานะคู่นอนสักที แต่มันก็ไม่เกิดขึ้นจริงเพราะมีบุคคลที่สามอย่างมาร์ตินเข้ามา
มาร์ตินคือเพื่อนในแก๊งคิเรย์ เขาเตะตาเธอตั้งแต่แรกเห็น ประกาศตัวชัดเจนว่าชอบและจะจีบ ห้ามใครหน้าไหนมายุ่ง คิเรย์เป็นคนรักเพื่อนแคร์เพื่อน เขาก็เลยร้างลาจากเธอสักพักแต่ก็ได้ไม่นานเพราะทนที่จะคิดถึงสัมผัสของเธอไม่ไหว เราจึงต้องแอบมีความสัมพันธ์กันมาเรื่อยๆ
เธอเองไม่ได้ชอบมาร์ตินแต่ที่ไม่ปฏิเสธเพราะเขาคือเพื่อนเจ้านาย อีกอย่างคิเรย์คือคนที่บอกเธอว่ามาร์ตินมันจริงจังกับเธอมาก เคยถึงขั้นร้องห่มร้องไห้เพ้อถึงตอนที่เธอไม่รับสาย อย่าไปหักหาญน้ำใจมัน ก็เลยเป็นแบบที่เห็นมาตลอด
เธอแคร์เฮีย เฮียแค่เพื่อน เรื่องของเรามันถึงคาราคาซังมานานหลายปี แล้วก็ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนความสัมพันธ์ลับๆ นี้จะจบลง
จบแบบที่ว่าแฮปปี้เอนดิ้งอย่างใจเธอคิด
หรือจบแบบแบดเอน..ต่างคนต่างแยกย้ายทางใครทางมัน ตัดขาดความสัมพันธ์เรื้อรังที่เป็นอยู่ มีชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ
ก็ใช่นะที่ชีวิตเฮียคิเรย์ไม่มีเธอก็ได้ เขาไม่ตาย เขาต้องการแบบนั้น หากแต่คนที่ตายมันคงเป็นตัวเธอเอง เธอจะลงแดงให้ได้ถ้าเขาบอกว่าไม่ต้องการเธอแล้ว มันคงเป็นเวรกรรมอะไรสักอย่างที่ทำให้มุกดาติดอยู่ในบ่วงรักของเขา
รักแบบถอนตัวไม่ขึ้น ยอมเป็นคนในความลับแบบไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง ดีหน่อยคงเป็นเวลาที่พอจะยืดต่อไปได้ หากแต่ไม่รู้วันไหนเฮียคิดตีตัวออกหากเพราะอยากมีความรักแบบจริงๆ จังๆ มันคงเป็นวันที่เธอใจสลาย ไม่อยากยอมรับความจริง
ถึงได้ภาวนาอยู่เสมอ ขอให้เขาอยู่กับเธอนานๆ อย่าคิดรักใคร หรือไม่ก็ขอให้เขารักเธอ แม้ว่าคำขอประโยคสุดท้ายมันไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลยก็ตาม