“น้องมุก..น้องมุกดาขา”
“ไอ้นี่! กูคิเรย์ไม่ใช่มุกดา” กระแสเสียงไม่พอใจดังขึ้นเมื่ออยู่กันตามลำพัง ร่างหนานอนตัวทอดยาวบนเตียงคิงไซต์ภายในห้องหรูของโรงแรม คิเรย์คือคนที่แบกร่างเพื่อนขึ้นมาอย่างทุลักทุเล
“น้องมุก..เฮียอยากกอดน้องมุก” ก่อนทันพูดจบก็คว้าหมับเอาแขนล่ำสันของคนเป็นเพื่อน กอดก่ายเกยใบหน้าเมามายเจือความออดอ้อนตอนเมา เห็นแล้วยิ่งรำคาญลูกกะตา
พลั่ก!
“กอดตีนกูนี่” รองเท้าหนังแบรนด์เนมยกขึ้นถีบคนเมาไม่รู้ประสาจนกลิ้งหลุนๆ ไปอีกฝากของเตียง หากออกแรงเยอะกว่านั้นเห็นทีคงกลิ้งจนตกดังโพละ! เหมือนเพลงตั้งไข่ล้มต้มไข่กิน
เสียงครวญครางไม่พอใจดังแทรกก่อนค่อยๆ แผ่วลงเหลือเพียงเสียงกรนครืดคราด บ่งบอกให้รู้ว่าคนที่เพ้อรำพันถึงมุกดาเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วได้สิ้นฤทธิ์หลับลงสักที
คิเรย์ถอนหายใจเหนื่อย สีหน้าเจือความหงุดหงิดและยิ่งได้ยินอะไรไม่เข้าหูก็ยิ่งซ้ำเติมอารมณ์เดิมให้คูณสอง
กระชากผ้าห่มเขวี้ยงคลุมตัวคนเป็นเพื่อนอย่างกับท่าหว่านแห ขี้เกียจสนใจจัดท่าจัดทางให้มันนอนดีๆ เห็นแล้วหมั่นไส้อย่างบอกไม่ถูก
ขับรถกลับผับ คาดว่าคงใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาที ในใจของชายหนุ่มเอาแต่นึกถึงใบหน้าสะสวยของคนที่รอเขาในห้อง ไม่รู้ป่านนี้หลับแล้วหรือยัง รายนั้นยิ่งเป็นพวกปลุกยากซะด้วย
จะว่าไปเขารู้เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ยิบย่อยเกี่ยวกับอีกคนเยอะหลายเรื่องจนแม้แต่ตัวเองยังต้องแปลกใจ เป็นไปได้ว่าวันเวลาที่ใช้ด้วยกันมาตลอดระยะสามปี มันทำให้เกิดเป็นความผูกพันชนิดหนึ่ง
การเจอกันครั้งแรกของเขาและมุกดาไม่ใช่เดินชนกันตามถนน ไม่ได้สบตาปิ๊งๆ แบบในผับ และไม่ได้นัดพบหลังจากคุยผ่านโลกอินเทอร์เน็ต
แต่เป็นการเจอกันในสถานการณ์ที่ค่อนข้างฉุกละหุก เขายังจำวินาทีตัดสินใจกระโดดลงน้ำได้เป็นอย่างดี สัญชาตญาณบางอย่างตะโกนบอกช่วยชีวิตเธอให้ได้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตามผู้หญิงคนนั้นต้องไม่ตายอนาถ เธอต้องไม่จบชีวิตตัวเองแบบนี้
และอย่างที่รู้…เขาช่วยชีวิตเธอสำเร็จ
ดวงตากลมสวยถูกบดบังด้วยม่านน้ำตา ใบหน้าอ่อนหวานหากแต่ดูเย้ายวน แม้ในตอนร้องไห้และเปียกโชกราวลูกแมวตกน้ำก็ยังคงดูสวยมาก คิเรย์จดจ้องมองเธอไม่ละสายตา หูก็คอยฟังในสิ่งที่เธอเล่า
น้ำเสียงระทมทุกข์ปนความขื่นขมบอกกล่าวชีวิตสุดแสนอาภัพ โชคชะตาเล่นตลกกับเธอบ้างล่ะ เธอมันคนดวงกุดบ้างล่ะ ทุกคำตัดพ้อพลอยทำให้เขารู้สึกสงสารในตัวมุกดาเป็นอย่างมาก
ได้ฟังเธอระบายความในใจ มันทำให้เขาเกิดความเห็นอกเห็นใจผู้หญิงตัวเล็กๆ บวกกับสีหน้าซื่อๆ ดูไม่มีพิษมีภัยแล้ว คิเรย์จึงยื่นมือช่วยอย่างไม่ลังเล
จากสงสารนานวันเข้าเปลี่ยนเป็นความผูกพันจนก่อตัวเป็นเส้นใยบางๆ ระหว่างเรา ซึ่งตัวเขาเองก็รู้สึกดีกับความสัมพันธ์ที่ค่อยเป็นค่อยไปแบบนี้
ทว่าบางครั้งชีวิตก็ไม่ได้ง่ายเสมอไป…
ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและมุกดามันคงได้พัฒนามากกว่านั้น หากไม่ติดตรงที่มาร์ตินเพื่อนสนิทเขา เจอมุกดาครั้งแรกก็ปิ๊งเลย ประกาศชัดว่าคนนี้ตัวเองขอจอง จะจีบ จริงจัง ห้ามใครยุ่ง ทีแรกคิเรย์คิดว่าเพื่อนเล่นๆ แต่มันไม่ใช่เลย กับมุกดามาร์ตินใส่ใจเป็นพิเศษทั้งที่มันเป็นคนเบื่อง่าย
คืนหลังฉลองวันเกิดเขาที่คลับไอ้พายัพ มุกดาบอกมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย เขาดื่มพอกรึ่มๆ ก่อนไปเจอเธอ ได้เห็นความทุ่มเททั้งแรงกายและใจที่มุกดามอบให้
ทั้งที่ควรยิ้ม ควรมีความสุข แต่ทว่ามันแสดงออกทางสีหน้าไม่ได้เลย ราวกับถูกล็อคไม่ให้ดีใจไปกับสิ่งที่หญิงสาวตั้งใจทำให้
“ชอบไหมเฮีย มุกตั้งใจทำให้เฮียเลยนะ” ใบหน้าแสนสวยและเค้กปอนด์เล็กๆ ตกแต่งอย่างปราณีตด้วยฝีมือเพิ่งหัดแต่ตั้งใจเกินร้อย มุกดายิ้มจนแก้มปริ นัยน์ตากลมสวยมองเขาด้วยความสุขเต็มอก
“เรียกมาเพราะเรื่องนี้เหรอ” ทว่าไอ้ปากไม่รักดีมันพูดออกไปแล้ว พูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไป “ไร้สาระ” พูดทำร้ายจิตใจและความหวังดีของเธอ
มุกดาเริ่มหน้าเจื่อน ในหัวคงขบคิดว่าตัวเองทำอะไรผิดทั้งที่เธอไม่ได้ทำอะไรเลย
“เฮียไม่ชอบเหรอคะ”
“อืม ไม่ชอบ ต่อไปอย่าเรียกให้ฉันมาหาเพราะเรื่องบ้าๆ แบบนี้อีก”
“ตะ…แต่วันนี้วันเกิดเฮีย มุกก็แค่อยากเซอร์ไพรส์เฮียเฉยๆ” แววตาสั่นระริกและสีหน้าสลดราวอยากถามว่าเขาเป็นอะไรไป คิเรย์ถึงกับต้องเบนสายตามองทิศทางอื่น กลัวสิ่งที่ไตร่ตรองมาดีแล้วต้องพังลงเพียงเพราะความใจอ่อน
“ถ้าฉันไม่ขอก็ไม่ต้องทำให้”
“…”
“ฉันว่าเราห่างกันสักหน่อยเถอะ ฉันคงไม่ได้มาหาเธอบ่อยๆ หรือทำอะไรด้วยกันอีก” เขากลั้นใจพูดเสียงแข็งและใช้สายตาที่คิดว่าเย็นชาที่สุดมองลึกในดวงตาอีกฝ่าย บัดนี้มันรื้นด้วยหยาดน้ำอุ่น สีหน้าที่เคยยิ้มแย้มแปรเปลี่ยนเป็นเศร้าสลดลงทุกขณะ
“ทำไมล่ะเฮีย มุกทำอะไรผิดเหรอ มุกคิดว่าเราใจตรงกันซะอีก เฮียบอกได้ไหมว่าทำไมเราต้องห่างกัน มุกไม่เข้าใจ” ถ้อยเสียงสั่นเครือไม่มั่นคงพยายามถามเอาความจริงจากอีกฝ่าย ทว่าคิเรย์กลับนิ่งเฉย ทั้งที่ใจหญิงสาวร้อนรนดั่งไฟลนอก
“รู้แค่ว่าฉันเบื่อเธอแล้วก็พอ” ก็แค่คำพูดประโยคหนึ่ง แต่สำหรับคนฟังมันสามารถล้มทั้งยืนได้เลย
หัวใจปวดร้าวราวเขาเอามีดกรีดอก คำพูดเขาเหมือนปลิดความสุขที่เธอมีโยนทิ้งอย่างไม่แยแส มือไม้อ่อนแรงจนเค้กรอเขาเป่าร่วงหล่นพื้นพร้อมเม็ดน้ำตาอาบแก้ม
“ฮึก! เฮียเป็นอะไรไป วันก่อนเราก็ยังมีความสุขกันดีแท้ๆ แต่ทำไมมาวันนี้เฮียบอกว่าเบื่อมุก มันใช่เหรอ” มือเรียวสั่นเทาที่เอื้อมมาเขย่าแขนแกร่งทำอย่างกับคิเรย์เสียสติไปแล้วที่พูดอะไรแบบนั้นออกมา
ก็คงใช่ เขาเสียสติไปจริงๆ …
“วันก่อนไม่เบื่อแต่วันนี้เบื่อแล้วไง อย่าทำตัวน่ารำคาญดิ”
“ฮึก..ฮือออ” มันปวดหน่วงไปทั้งอก มุกดาสูดลมหายใจเข้าออก พยายามเรียกสติให้ตัวเอง แม้จะเจ็บหนักแค่ไหนกับท่าทีเย็นชาราวก้อนน้ำแข็ง เธอก็ต้องคุยกับเขาให้รู้เรื่อง
“เฮียเบื่อมุกตรงไหนบอกสิ มุกเปลี่ยนให้เฮียได้ทุกอย่าง”
“พอเถอะมุกดา ต่อให้เธอเปลี่ยนตัวเองแต่มันเปลี่ยนใจฉันให้รักเธอไม่ได้ เลิกจุ้นจ้าน เลิกวุ่นวาย เบื่อก็คือเบื่อไม่มีเหตุผลอื่น” ถ้อยคำแสบทรวงราวตะปูตอกอก ตอกซ้ำๆ ลงกลางใจที่ปวดหนึบของมุกดา ย้ำให้เธอยอมรับความจริง
ที่ผ่านมามันไม่มีอะไรจริงสักอย่างเลยเหรอ ทั้งความรู้สึกของเฮียและคำพูดที่เฮียบอกกับเธอ ทำไมถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้ อย่างกับมีผีห่าซาตานที่ไหนสิงร่าง เฮียคิเรย์ถึงใจร้ายกับเธอได้ลงคอ
วันเวลาเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ โดยที่ต่างคนต่างกลายเป็นคนแปลกหน้ากันและกัน คนหนึ่งเย็นชา ไร้เยื่อใยอย่างคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ในขณะที่อีกคนยังคงทำใจยอมรับไม่ได้ เห็นหน้าเขาที่ไรก็ปวดหน่วงน้ำตาพาลไหลทุกที
ความสัมพันธ์ที่ว่าห่างหายนานนับเดือน แต่ยังคงเห็นหน้ากันประจำเพราะคิเรย์มาที่คลับของพายัพบ่อย มุกดาก็ยังทำงานอยู่ที่นั่น
อย่างที่เขาบอกกันว่าวัวเคยค้าม้าเคยขี่ ขี่กันจนนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจะเป็นอะไรไปถ้าจะกลับมารีเทิร์นอีกสักรอบ…
สิ่งเกิดขึ้นคือความผิดพลาดทางเทคนิคหรือหัวใจเรียกร้อง มันยังคงตบตีกันซ้ำๆ ในอกคิเรย์มาจนถึงทุกวันนี้
“ทำอะไร” เสียงแข็งกร้าวดังขึ้นหยุดชะงักฝ่ามือหยาบสากที่มุ่งแต่จะลวมลามพนักงานสาว หากไม่เป็นเพราะเอาแต่มองเธออยู่ตลอด ก็คงไม่เห็นอะไรที่มันมองแล้วส้นเท้ากระดิกยิกๆ
“ก็แค่ช่วยน้องเขารินเบียร์..”
“ช่วยบ้านพ่อมึงต้องจับก้นด้วยเหรอ”
“อะ..โอ้ย!” เสียงร้องเจ็บปวดดังขึ้นพร้อมสีหน้าบิดเบี้ยว มือซึ่งเคยลวมลามลูบก้นมุกดา ถูกคิเรย์จับง้างจนเกือบหัก
“ขอโทษเธอซะ!”
“โอ้ยยย ปะ…ปล่อยกูก่อนสิวะ”
“เร็ว! หรือมึงจะเอาอีกข้าง” ลองดูก็ได้ เพราะเท่าที่เห็นไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วยเหลือสักคน คงกลัวว่าจะต้องถูกหักนิ้วมือแบบมัน
“ผมขอโทษครับ โอ้ยยย..ผมขอโทษ ผมผิดไปแล้ว ตะ..ต่อไปจะไม่ทำแบบนี้อีกครับ”
“ดี..แล้วอย่าให้กูเห็นหน้ามึงในผับนี้อีก เพราะครั้งหน้ากูอาจไม่ทำแค่หักนิ้วมึง แต่กูจะหักอย่างอื่นด้วย” ว่าแล้วสายตาอันน่ากลัวมองต่ำลงช่วงล่าง สิ่งที่ผู้ชายทุกคนล้วนภูมิใจนักหนา
คนโดนขู่ถึงกับหน้าซีดเผือด รีบยกสองมือปิดอย่างไวพร้อมพยักหน้ารับรัวเร็ว