เรื่องทัณฑ์รักเพลิงมาร ตอนที่ 1
การที่ อัคคี อัครเดโชโภคิน หรือ เพลิง อายุสามสิบเจ็ดปี เจ้าของกิจการโรงงานผลิตและนำเข้าชิ้นส่วนอะไหล่อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ที่สุดของไทยได้มีโอกาสเห็นว่า เด็กสาวที่เขาจำใจชุบเลี้ยงมาหลายปีมีชายหนุ่มขับรถมาส่งถึงหน้าบ้านเมื่อหลายวันก่อน นั่นมันทำให้เขาต้องมองเด็กคนนั้นอย่างพินิจพิจารณามากขึ้น จากเมื่อก่อนหน้านี้เขาไม่เคยสนใจใยดีที่จะมองเด็กคนนั้นแม้เพียงปลายหางตาเลยด้วยซ้ำไป
เจ้าของร่างแข็งแรงบึกบึนอย่างคนที่ดูแลตัวเองและออกกำลังกายเป็นประจำแสยะยิ้มร้ายกาจ มือหนาจับแก้วทรงสูงที่ภายในบรรจุไปด้วยน้ำสีใสของเหล้าราคาแพงรสเลิศหมุนวนก่อนยกมันขึ้นมาสาดลงคอไปแบบพรวดเดียวหมด แก้วในมือถูกวางลงบนโต๊ะตัวเตี้ยตรงหน้าและมันก็ถูกเติมเครื่องดื่มยี่ห้อเดิมลงไปใหม่สลับการกระดกดื่มกินครั้งแล้วครั้งเล่า
“ลุงเพลิง” เสียงเอ่ยเรียกเบาแสนเบา
สายวารี หรือคุณหนูน้ำของบ้านชะงักเท้าไปเล็กน้อยเมื่อคนที่นั่งอยู่บนโซฟากลางห้องโถงใหญ่กำลังมองมาที่เธอ วันนี้สายวารีกลับบ้านค่อนข้างดึก เพราะหลังเลิกเรียนทุกวันเธอจะไปทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านหนังสือในห้างสรรพสินค้าชื่อดังไม่ไกลบ้านของอัคคีมากนัก ภาพที่เห็นลุงเพลิงนั่งดื่มเหล้ามักชินตาเธอ แต่วันนี้ไม่รู้อะไรที่ทำให้สายวารีคิดว่ามันแปลกกว่าทุกวัน เพราะลุงเพลิงมองเธอน่ะเหรอ อาจใช่ เด็กสาวคิดแล้วส่ายหัวไปมา อมยิ้มนิดๆ กับตัวเองเมื่อคิดได้ว่าทุกๆ ครั้งที่เธอเรียกทักหรือทำความเคารพด้วยการสวัสดี ลุงเพลิงก็จะทำเฉย เหมือนไม่ได้ยิน หรือไม่บางทีก็แค่มองแวบเดียวแล้วก็กลับไปสนใจกับแก้วเหล้าในมือของเขาต่อ สายวารีไม่เคยมีตัวตนมานานแล้วในสายตาของลุงเพลิง
“สวัสดีค่ะ ลุงเพลิงกลับมานานแล้วเหรอคะ”
เสียงหวานพยายามอีกครั้งที่จะพูดกับเขาแต่สิ่งตอบรับกลับมาก็เหมือนทุกครั้ง นั่นคือความเงียบ
“.........” อัคคีกระดกเหล้าเข้าปากหมดแก้วก่อนวางมันลงเสียงดังกึก เขายังคงเงียบเมื่อลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
เด็กสาวลอบกลืนน้ำลายเมื่อลุงเพลิงของเธอค่อยๆ สาวเท้าเข้ามาใกล้ และใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนตอนนี้เธอต้องก้าวถอยหลังเพื่อหนีการคุกคามนั้น
กึก! แต่ไม่นานสายวารีก็ก้าวถอยหนีไปทางไหนอีกไม่ได้ เมื่อแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับบานประตูใหญ่ที่ปิดสนิท แสงไฟสลัวที่สาดส่องมาจากนอกตัวบ้านทำให้เธอเห็นสีหน้าของลุงเพลิงไม่ชัดนัก แต่ความเงียบกับอาการเหมือนคุกคามของอีกฝ่ายก็ทำเอาเธอหัวใจเต้นแรงไปด้วยความกลัว อัคคีตามมากักร่างเล็กเอาไว้ด้วยร่างสูงใหญ่ของตัวเอง ฝ่ามือหนาข้างหนึ่งของเขายกขึ้นมาค้ำยันเข้ากับบานประตูกระจก
“ละ ลุงเพลิง มีอะไรจะคุยกับน้ำระ...หรือคะ” ถามออกไปเสียงสั่น สายวารีมองเขาแวบเดียวก็หลบตา
“..........” อัคคียังคงเงียบเช่นเดิม
“ถะ ถ้าลุงเพลิง ไม่มีอะไรน้ำขะ ขอตัวนะคะ”
สายวารีพูดขอตัวแล้วตั้งใจจะหลบฉากไปในทางขวาของตัวเองเพราะทางนั้นดูจะปลอดภัยที่สุด เพราะด้านหน้าคือร่างสูงใหญ่ของลุงเพลิง ด้านซ้ายคือลำแขนแข็งแรง ส่วนด้านหลังไม่ต้องพูดถึงเพราะเธอกำลังยืนชิดอยู่กับบานประตูกระจก มีทางขวาของตัวเองนี่แหละที่พอจะไปได้อยู่ แต่ไม่รู้เลยว่าเมื่อเธอขยับเพียงนิดมือหนาของลุงเพลิงก็ตามมาคว้าขมับเข้าที่ต้นคอขาวๆ ตามด้วยบีบลงมาเบาๆ พอให้รู้สึกว่ากำลังถูกคุกคามมากขึ้น
“ลุงเพลิง”
สายวารีเรียกเขาด้วยเสียงตกใจ มือเล็กรีบปล่อยตำราเรียนก่อนยกขึ้นมาคว้ามือใหญ่ออกแรงดึงเพื่อที่จะให้เขาปล่อยมือจากลำคอสวยของตัวเอง แต่นอกจากลุงเพลิงจะไม่ปล่อยแล้วเขายังหัวเราะด้วยเสียงแปลกๆ อีกด้วย
“หึ-หึ-หึ”
“ลุงเพลิงปล่อยน้ำก่อนค่ะ” เมื่อสายวารีบอกให้เขาปล่อยมือออกจากลำคอระหงของเธอหากทว่าสิ่งที่ได้รับกลับตรงกันข้าม ลุงเพลิงเพิ่มแรงบีบให้หนักมือขึ้นมาอีกนิดอย่างจงใจ
“ลุงเพลิง อ๊ะ” มือเล็กกำมือข้อมือใหญ่เอาไว้แน่น มองสบสายตากับเขาอย่างไม่เข้าใจในเจตนา อัคคีแสยะยิ้มน่าเกลียดส่งกลับมา
“นี่มันอะไรกันคะ ลุงเพลิงเป็นอะไร หรือว่าน้ำทำอะไรให้ลุงเพลิงไม่พอใจ น้ำ น้ำขอโทษค่ะ”
เด็กสาวยอมเอ่ยขอโทษทั้งๆ ที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองได้ทำผิดอะไรไหม แต่ถ้าการบอกขอโทษแล้วทำให้ลุงเพลิงพอใจ สายวารีก็ยินดีทำอย่างที่สุด จะให้พูดคำว่าขอโทษอีกสักร้อยครั้งเธอก็เต็มใจ เพื่อเขา เพื่อลุงเพลิงของเธอ ไม่รู้สิไม่รู้ทำไมเหมือนกันแค่สายวารีไม่อยากให้ลุงเพลิงโกรธ
“ขอโทษเหรอ หึ!”
“ค่ะ น้ำขอโทษ”
“ขอโทษเรื่องอะไรล่ะน้ำ ถ้าเป็นเรื่องที่เธอทำให้อ้อยกับลูกของฉันต้องตายล่ะก็ ต่อให้เธอบอกขอโทษฉันอีกสักกี่ร้อยชาติฉันก็ไม่มีวันจะให้อภัยเธอ”
“ลุงเพลิง”
สายวารีตาโต เธอไม่คิดว่าที่เขาโกรธและเกี่ยวโยงไปถึงเรื่องเมื่อสิบสองปีที่แล้ว
“จำได้ใช่ไหมว่าเธอเป็นคนฆ่าน้าสาวกับหลานของตัวเอง”
“น้ำไม่ได้ทำ”
“เธอฆ่าเมียและลูกของฉันสายวารี และเธอจะต้องชดใช้”
“ลุงเพลิง”