เสียงเปียโนได้รับการบรรเลงแสนไพเราะจากเวทีในห้องประชุมของโรงเรียนสตรีชั้นนำในงานครบรอบก่อตั้งโรงเรียน กระทั่งเสียงเปียโนจบลงและสาวน้อยลุกขึ้นพลางกุมมือตรงหน้าอย่างสำรวมก็มีอาจารย์ท่านหนึ่งเดินออกมาพร้อมเสียงปรบมือด้วยความชื่นชมดังทั่วห้องประชุม
“และนักเปียโนคนเก่งของเราคือ หม่อมราชวงศ์ขวัญสุดา ราชวิกรณ์ค่ะ”
สาวน้อยย่อกายพลางก้มหน้าลง ระหว่างเสียงปรบมือดังกึกก้องที่ยังไม่จบลงเจ้าของร่างสูงสง่าถือช่อดอกไม้ในมือเดินมายังหน้าเวที ใบหน้าขาวคมระบายยิ้มอ่อนโยน ทว่าผู้ที่อยู่บนเวทีกลับขมวดคิ้วนิดๆ เพราะสตรีใบหน้าสวยแต่งหน้าเข้มจัด รูปร่างอวบอิ่มอรชรเดินควงแขนเคียงคู่มากับบิดาของตน
“หญิงขวัญ”
หม่อมเจ้ารัชภาค ราชวิกรณ์ ตรัสเรียกบุตรสาวสุรเสียงอบอุ่น
“ดอกไม้ค่ะคุณหญิง”
หญิงสาวเอ่ยเสียงหวานพลางยิ้มแย้มให้ดูสวยที่สุด
ท่านชายรัชภาคยื่นช่อดอกไม้ให้บุตรสาว หญิงสาวข้างกายก็ช่วยจับด้วยอย่างต้องการแสดงความมีส่วนร่วม
ขณะนี้ทุกสายตาในห้องประชุมต่างจับจ้องมายังด้านหน้าเวที ด้วยรู้จักท่านชายรัชภาคเป็นอย่างดีเพราะผู้ที่สามารถส่งบุตรสาวมาเรียนที่โรงเรียนนี้ได้ต้องมีฐานะอยู่ในวงสังคมชั้นสูงทั้งสิ้น แน่นอนว่าต้องมีที่แอบซุบซิบอย่างสนอกสนใจว่าสตรีที่ควงคู่มาด้วยเป็นใคร
คุณหญิงขวัญสุดาเม้มริมฝีปาก แววตาที่สบกับเนตรท่านพ่อขัดใจน้อยใจตัดพ้อระคนกัน การพาผู้หญิงคนนี้มาร่วมงานสำคัญในโรงเรียนของตนเหมือนจงใจพามาเปิดตัวอย่างไรอย่างนั้น
“คุณหญิงเก่งมากเลยค่ะ เสียงเปียโนของคุณหญิงอย่างกับโชแปงมาเล่นให้ฟังเองเลยค่ะ”
คำพูดเกินจริงนั้นทำให้คนฟังยิ่งรู้สึกไม่พอใจ รู้ว่าอีกฝ่ายจงใจยกยอเอาใจตน อยากสวนกลับไปนักว่า
‘คุณเคยฟังโชแปงเล่นเปียโนให้ฟังหรือ’
“ได้รู้จากคุณครูว่าลูกหญิงได้แสดงเปียโนในงาน พ่อกับอาสาวิตรีตั้งใจเลือกดอกไม้ที่ลูกชอบมาให้เลยนะ รับไปสิลูก”
แม้จะขัดเคืองใจแต่พิธีการต้องดำเนินต่อ ที่สำคัญคุณหญิงขวัญสุดาไม่อยากให้บิดากับสตรีคนนี้ตกอยู่ในความสนใจของผู้มาร่วมงานทั้งห้องประชุมนาน จึงยกมือไหว้พลางย่อกายลงแล้วยอมรับดอกไม้ช่อใหญ่ ก่อนเดินกลับไปหลังเวทีด้วยใบหน้าบึ้งตึง
ร่างบอบบางออกมาด้านหลัง เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นซึ่งรอทำการแสดงต่อแอบยื่นหน้ามามองหน้าเวทีอยู่หลังม่าน ก่อนจะรีบหลบกลับไปนั่งในส่วนเตรียมตัว ดวงตาคู่งามเหลือบมองเพื่อนๆ ที่พยายามวางสีหน้านิ่งแวบหนึ่ง แต่เพราะกำลังเคืองบิดาจึงไม่ได้สนใจ ลดสายตาลงมองช่อดอกกุหลาบสีขาวก่อนมือบางจะกำดอกไม้ขึ้นมาบีบแน่นจนกลีบบางแหลกในมือตน
“อ้าว ดอกไม้ออกจะสวย ทำไมขยำทิ้งเสียล่ะหญิงขวัญ”
“ไม่ใช่เรื่องของเธอ”
คุณหญิงพูดเสียงสะบัดใส่คนที่กล้าเอ่ยถาม อีกฝ่ายนั่งไม่ห่างกันอยู่ในชุดไทยสวยเหมือนเพื่อนคนอื่น
“เอ๊ะ เราถามดีๆ ไม่เห็นต้องขึ้นเสียงใส่เลย”
“สนใจแค่เรื่องรำของตัวเองดีกว่า สะดุดล้มขึ้นมาได้ทำให้เสียหน้ากันหมด”
อีกฝ่ายที่รูปร่างใกล้เคียงกันลุกพรวดด้วยความไม่พอใจ
“เรื่องอะไรมาแช่งกัน”
“เปล่า แค่เตือน ไม่อยากให้เธอทำให้อาจารย์กับโรงเรียนเสียชื่อ อ้อ...อาจเสียไปถึงท่านชายณรงเดชกับหม่อมพรพรรณด้วยกระมัง”
“ขวัญสุดา”
คนที่ถูกเอ่ยกระทบกระเทียบถึงบิดามารดาเสียงเข้มขึ้น
“ทำไมหรือวรางคณา”
คุณหญิงขวัญสุดาเชิดหน้ากอดอกส่งสายตาท้าทายกลับไม่แพ้กัน อีกฝ่ายคือ หม่อมราชวงศ์วรางคณา บุตรีของหม่อมเจ้าณรงเดช พิชิตชัย
การที่ต่างมียศศักดิ์ไม่ต่างกัน เคยพบเจอกันในงานเลี้ยงใหญ่หลายงาน ทว่าแทนที่จะสนิทสนมกันคุณหญิงทั้งสองต่างเป็นคู่ปรับคู่แข่งกันในทุกเรื่อง ทั้งเรียนและกิจกรรม นับแต่เข้าเรียนในโรงเรียนสตรีหญิงล้วนแห่งนี้ จึงเหมือนไม่ถูกชะตากัน มีเรื่องให้ต้องประชันความเด่นกันเสมอ
ครั้งนี้การที่คุณหญิงขวัญสุดาได้รับเลือกให้แสดงเดี่ยวเปียโนด้วยมีความสามารถโดดเด่นมากกว่านักเรียนในระดับชั้นทุกคน ส่วนคุณหญิงวรางคณาได้รับเลือกให้แสดงรำอวยพรร่วมกับเพื่อนๆ ทำให้รู้สึกเสียหน้าอยู่บ้าง
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะคุณหญิง คุณหญิงนางรำได้สวยมาก ครูออกปากชมตลอด แถมยังได้ยืนตรงกลางด้วย”
เป็นเยาวลักษณ์เพื่อนสนิทของคุณหญิงวรางคณาเดินเข้ามาช่วยเพื่อน นางรำคนอื่นในชั้นเริ่มหันมาสนใจมากขึ้น
“ใช่ จะว่าไปแล้ว คงไม่มีเรื่องไหนให้เป็นที่พูดถึงมากไปกว่า ท่านชายรัชภาค ควงหญิงสาวสวยมางานโรงเรียนของบุตรสาวอีกแล้ว”
วิไลเพื่อนอีกคนมาช่วยเสริมด้วยอีกแรง เจ้าตัวทำให้คนที่เพิ่งขัดใจท่านพ่อของตนตาเขียว
“คนนี้ที่เขาบอกกันว่าเป็นหม่อมคนใหม่ของท่านชายรัชภาค เพิ่งจะได้เห็นก็วันนี้เอง”
คำพูดต่อมาของคุณหญิงวรางคณาทำเอาร่างอรชรลุกพรวด ผลักอีกฝ่ายทันทีทันใด หากไม่เพราะเพื่อนสองคนยืนข้างๆ ช่วยประครองไว้คงล้มหงายหลัง
“ถึงกับผลักกันเลยหรือขวัญสุดา”
“เธอปากไม่ดีทำไมล่ะ”
“ว่าใครปากไม่ดี”
พลางถามเสียงดัง มือบางของคุณหญิงวรางคณาก็ผลักไหล่คนที่ทำร้ายตน
“ใครพูดไม่ดี ก็คนนั้น”
คุณหญิงขวัญสุดาผลักกลับทันใด แต่ปลายนิ้วเรียวไปเกี่ยวสังวาลที่อีกฝ่ายห้อยสะพายไหล่อยู่ ดูเหมือนตั้งใจดึงกระตุกทำให้เสียหลัก เจ้าตัวมีสีหน้าโกรธขึ้งชัดเจน
“จะมากไปแล้วนะ”
“ตัวเองมายุ่งเรื่องคนอื่นก่อน”
“เราพูดเรื่องจริง คนเห็นกันทั้งโรงเรียน อีกอย่างท่านชายควงหม่อมคนนี้ออกงานเปิดตัวมาสองสามครั้งแล้วไม่ใช่หรือ ผู้ใหญ่ในวงสังคมเขาก็รู้เห็นกันหมดแล้ว ใช่ว่าตัวไม่ยอมกลับวัง แล้วจะปิดไม่ให้คนอื่นรู้ ว่ามีหม่อมแม่เลี้ยงคนใหม่ได้สักหน่อย”
“คุณหญิงวรางคณา พูดอะไรไม่น่ารักเลยค่ะ”
ครูสายทิพย์คุณครูประจำชั้นเดินเข้ามาในส่วนเตรียมตัวของเด็กนักเรียนพร้อมพูดขึ้น ทำเอาคุณหญิงวรางคณาสะดุ้ง รวมถึงเพื่อนอีกสองคนด้วย
แล้วก็เห็นว่าภาวิณีเพื่อนสนิทของคุณหญิงขวัญสุดา ซึ่งอยู่ในสุดนักเรียนเสื้อขาวกระโปรงสีน้ำเงินไม่ได้แสดงอะไรแอบโผล่หน้าเข้ามาพยักหน้าให้คุณหญิงแล้วผลุบหลบไป บอกกลายๆ ว่าเจ้าตัวน่าจะเป็นคนไปตามคุณครูมา
“หากท่านชายทรงทราบ จะไม่เอาโปรดนะคะ”
ใบหน้าเรียวขาวของคุณหญิงวรางคณางอง้ำเมื่อถูกดุ
“การแสดงรายการถัดไปจะเป็นประเภทนาฏศิลป์แล้ว ชั้นมัธยมห้าของเราได้แสดงอันดับแรก เตรียมตัวกันให้พร้อมนะคะ...คุณหญิงขวัญสุดาแสดงเรียบร้อยแล้ว เปลี่ยนชุดออกไปนั่งชมการแสดงอื่นกับท่านชายได้นะคะ”
นักเรียนที่เป็นนางรำรีบตรวจดูความเรียบร้อยเสื้อผ้าหน้าผมของตน ส่วนคุณหญิงขวัญสุดามองช่อดอกไม้ที่ท่านพ่อมอบให้ด้วยสายตาเจ็บปวด ดอกไม้ที่มารดาของตนเคยชื่นชอบมาก แต่วันนี้กลับไม่อยากถือเลย
“เอาล่ะ สาวๆ นางรำตามครูมาทางนี้ค่ะ”
คุณครูสายทิพย์บอกแล้วเดินนำออกไป
“อย่าลืมช่อดอกไม้ของตัวล่ะ”
คุณหญิงวรางคณาขยับมากระซิบก่อกวนลับหลังคุณครูก่อนจะก้าวตาม เยาวลักษณ์กับวิไลยิ้มมุมปาก แววตาพราวระยับขำขัน ปล่อยให้คุณหญิงขวัญสุดาหงุดหงิดคว้าช่อดอกไม้แทบจะปาตามทั้งสามคนที่รั้งท้ายเพื่อนนางรำร่วมชั้นคนอื่น แต่ภาวิณีที่อยู่ด้านนอกรีบมาช่วยถือและห้าม
“คุณหญิง อย่ามีเรื่องกันเลยค่ะ วันนี้วันดี แถมท่านชายก็เด็จด้วย”
คำพูดของภาวิณีเตือนสติคุณหญิงขวัญสุดา เพราะวันนี้บิดาพาหม่อมคนใหม่มาโรงเรียน คนยิ่งรู้เห็นมากขึ้น หากตนทะเลาะกับคุณหญิงวรางคราจนรู้ไปถึงผู้ปกครองที่ต่างก็มาร่วมงาน คงมีเรื่องให้พูดหนักเข้าไปอีก
คนที่ขุ่นเคืองจำต้องเก็บความอัดอั้นไว้เพียงในใจ เดินลิ่วๆ ออกจากห้องด้านหลังหอประชุม ปล่อยให้ภาวิณณีถือช่อดอกไม้แทน
===