@ห้องประชุมลับ
แสงไฟสลัวจากโคมระย้าหรูหราทอดเงาบนพื้นผิวโต๊ะไม้โอ๊กขนาดยาว บรรยากาศภายในห้องประชุมลับของตระกูลดูเคร่งเครียดและหนักอึ้งอย่างที่นานๆ ครั้งจะเกิดขึ้น คุณชายทั้งสามแห่งบ้านหลังนี้เดินเรียงรายเข้ามาพร้อมหน้าพร้อมตากัน เวย์ พี่คนโตสุดผู้เปรียบเสมือนเสาหลักของตระกูล เดินนำไปหยุดที่เก้าอี้หลังใหญ่สุดที่อยู่หัวโต๊ะ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่บ่งบอกถึงอำนาจและการตัดสินใจ เขาค่อยๆ ทิ้งตัวลงนั่งด้วยท่าทีสง่างามและน่าเกรงขาม
ไวน์ พี่คนกลางผู้มีบุคลิกโดดเด่นและเต็มไปด้วยเสน่ห์ตามมาติดๆ เลือกนั่งลงทางเก้าอี้ด้านขวาของพี่ใหญ่ เขากวาดตามองรอบห้องด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและอารมณ์ขุ่นมัวเล็กน้อยที่ยังไม่จางหาย
ส่วน ไนท์ น้องคนเล็กสุดที่เพิ่งเดินทางกลับมาถึงบ้านได้ไม่นาน เดินตามเข้ามาเป็นคนสุดท้าย เขารู้สึกประหลาดใจกับบรรยากาศที่แสนจะจริงจังและอดที่จะขมวดคิ้วด้วยความสงสัยไม่ได้ ก่อนจะนั่งลงตรงเก้าอี้ด้านซ้าย เมื่อทั้งสามคนอยู่ในตำแหน่งครบถ้วน การประชุมลับเพื่อเจรจาข้อตกลงสำคัญจึงเริ่มต้นขึ้น
“เอาล่ะ ตอนนี้ทุกคนก็มาประชุมพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้ว” เวย์ เปิดฉากการสนทนา เสียงทุ้มต่ำของเขาดังกังวานและทรงพลัง “กูขอเปิดการประชุมเลยแล้วกัน” น้ำเสียงของเขามีความมุ่งมั่นและจริงจังอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ไนท์ น้องชายคนเล็กยื่นมือออกไปบนโต๊ะ ท่าทางแสดงความไม่เข้าใจอย่างชัดเจน “เดี๋ยวๆๆ บอกผมก่อนที่เรียกมาประชุมด่วนขนาดนี้ เรื่องอะไรกันแน่?” เขาเอ่ยถามพี่ชายคนโตออกไปอย่างร้อนรน เพราะเพิ่งกลับถึงบ้านมาอย่างเหนื่อยอ่อน ยังไม่ทันรู้เรื่องราวใดๆ ก็ถูกเรียกเข้าห้องลับที่ห่างไกลจากความรื่นเริงแบบนี้ซะแล้ว ความรู้สึกสับสนและไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะความสงบเริ่มก่อตัวขึ้นในใจเขา
“แล้วนี่..พี่ไวน์อยู่บ้านด้วยเหรอ..ปกติไม่สว่างไม่เคยเห็นหน้า” ไนท์หันไปทักทายพี่ชายคนกลางอย่างประชดประชันเล็กน้อย เขาแค่ต้องการลดความตึงเครียดของสถานการณ์ แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล
“โห..ไอ้น้องเลว..สาบานว่ามึงไม่รู้ว่าทำไมกูถึงอยู่บ้าน พึ่งเห็นกูรึไง ถึงพึ่งจะทัก” ไวน์ ทำสีหน้าบึ้งตึงใส่เขาอย่างปิดไม่มิด ความรู้สึกหงุดหงิดและไม่พอใจที่ถูกน้องชายตัวดีขัดขวางแผนการเมื่อวานยังคงประทุอยู่ในอก เขาเอามือขึ้นกอดอกตัวเองแน่น กัดฟันกรอดๆ บ่งบอกว่ายังเคืองไม่หาย เขาอุตส่าห์รีบกลับมาหาน้องสาวคนเล็ก แต่ไอ้เจ้าน้องชายตัวดีดันเอาหนังสือนิยายเล่มโปรดมาล่อ จนเธอรีบวิ่งตาม หายเข้ากลีบเมฆไปแบบนั้นอย่างง่ายดาย
“โธ่พี่...ก็ต้องเข้าใจป่ะ..ผมแค่ไม่อยากให้น้องเกร็ง... เลยเร่งตีสนิทน้องไง” ไนท์แก้ตัวด้วยท่าทีที่ดูเป็นมิตร แต่แววตาเต็มไปด้วยเลศนัย
“ตีสนิทเชี่ยอะไร...ทำแผนการกูล่มไม่เป็นท่า!” ไวน์ตวาดเสียงแข็ง ความรู้สึกหวงแหนและหงุดหงิดจากการถูกตัดหน้าทำให้เขาแทบจะควบคุมอารมณ์ไว้ไม่ได้
“เลิกทะเลาะกันได้แล้ว โตๆ กันแล้ว มาคุยกันด้วยเหตุผลดีกว่า” เวย์ เอ่ยปรามน้องชายทั้งสองออกไป เมื่อเห็นว่าทั้งคู่เริ่มเปิดศึกปะทะคารมกัน เขารู้สึกเหนื่อยหน่ายใจกับความขี้หวงและเอาแต่ใจของน้องๆ แต่ก็เข้าใจดีว่าทั้งหมดเป็นเพราะ 'จูน'
(ทั้งคู่เงียบกริบในทันที ต่างคนต่างหันหน้ามาฟังพี่ชายคนโตด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ในแววตาของทั้งสองเต็มไปด้วยความระแวงต่อกัน)
“ตอนนี้จูนก็ถือว่าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของเรา กูเชื่อว่าพวกมึงคงไม่ได้คิดกับน้องแค่น้องสาวบุญธรรมทั่วไปใช่ไหม” เวย์ยิงคำถามตรงประเด็น สีหน้าของเขาเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความคาดคั้น
ไวน์ พ่นลมหายใจออกมาก่อนจะยอมรับอย่างลูกผู้ชายด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “ผมชอบจูน” ความรู้สึกรักแรกพบที่ลึกซึ้งและเกินกว่าความสัมพันธ์แบบพี่น้องผุดขึ้นมาในใจเขา เขาชอบน้องสาวตัวน้อยตั้งแต่แรกเห็น ถูกชะตาเกินกว่าผู้หญิงทุกคนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต และไม่คิดที่จะปฏิเสธความรู้สึกนี้
“ผมก็ชอบ” ไนท์ ตอบรับอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกของเขาไม่ต่างไปจากพี่ชายคนกลาง มันคือแรงดึงดูดที่ไม่สามารถอธิบายได้
“โอเค ในเมื่อทุกคนชอบจูน..... ก็..” เวย์พยักหน้าอย่างเข้าใจ เหมือนเรื่องนี้อยู่ในความคาดการณ์ของเขามานานแล้ว
“ดะ..เดี๋ยว เมื่อกี้พี่บอกทุกคนชอบจูน? อย่าบอกนะว่าพี่ก็.........” ไนท์ ดวงตาเบิกโพร่งด้วยความตกใจอย่างถึงที่สุด ความรู้สึกช็อกและไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยินมันถาโถมเข้าใส่ เขาไม่อยากจะเชื่อว่าพี่ชายคนโตของบ้านจะเอ่ยปากบอกว่าชอบผู้หญิง สำหรับเวย์นั้นอยู่มาจนอายุจะเข้าเลขสามแล้ว ยังไม่เคยคบกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน ทั้งที่เจ้าตัวสุดแสนจะเพอร์เฟค สาวๆ สวยๆ ต่อคิวยาวรอถวายตัวให้ แต่เขาก็ไม่เคยสนใจเลยสักนิด อย่าว่าแต่ชอบใครเลย เคยคุยกับผู้หญิงหรือเปล่าก็ยังไม่รู้...
“ทำไม? กูจะชอบจูน แล้วแปลกตรงไหน” เวย์ เอ่ยถามน้องชายกลับด้วยสีหน้าที่ไม่ยี่หระต่อปฏิกิริยาของน้อง ความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ในใจของเขาคือความพึงพอใจและพอใจที่จะเปิดเผยความจริงนี้ เขาก็ผู้ชายคนหนึ่ง หากจะคิดรักคิดชอบใครขึ้นมาแล้วมันจะแปลกตรงไหน ทำหน้าอย่างกับเป็นเรื่องมหัศจรรย์เหลือเชื่อไปได้
“มึงดูไม่ออกเหรอไอ้ไนท์..นี่ถึงขนาดลงทุนขาดงานเลยนะมึง..” ไวน์ เสริมขึ้นมาพร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอ ความรู้สึกที่ได้เห็นพี่ชายคนโตตกหลุมรักเหมือนกับตนเองสร้างความรู้สึกยินดีระคนกับคู่แข่งที่น่ากลัวเพิ่มขึ้น
“ไม่น่าล่ะ ถึงไล่พวกเราให้ไปเรียน พี่นี่มันขี้โกง ร้ายกาจมากจริงๆ ไว้ใจไม่ได้แล้วแบบนี้” ไนท์ บ่นอุบด้วยความไม่พอใจ ความรู้สึกเหมือนถูกเอาเปรียบจากพี่ชายคนโตทำให้เขาต้องแสดงออกอย่างเปิดเผย
“เลิกพูดนอกเรื่องสักที” เวย์ ตัดบทด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “ที่นัดมาคุยกันในห้องลับนี้ เพราะกูเห็นว่า เราต่างก็มีความรู้สึกพิเศษกับน้อง จนถึงขนาดแย่งกันอยู่กับน้องแบบวันนี้ จะดีกว่าไหมถ้าเรามาแบ่งเวรกันดูแลจูน วันของใครของมัน จะได้ไม่ต้องมาแย่งกันแบบนี้” เวย์เสนอความคิดเห็นออกไปอย่างมีเหตุผลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
“ก็ดีนะ...แต่สัปดาห์หนึ่งมีอยู่เจ็ดวันจะแบ่งยังไงให้ลงตัว...ถ้าใครคนใดคนหนึ่งเอาเปรียบ ผมไม่ยอมจริงๆ ด้วย” ไนท์ หรี่ตามองไปทางพี่ชายคนโตอย่างไม่ไว้ใจ ความรู้สึกของการแข่งขันทำให้เขาต้องระวังไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบแม้แต่วินาทีเดียว
“อย่าว่าแต่มึง กูก็ไม่ยอม” ไวน์ เองก็เช่นกัน หรี่ตามองไปทางพี่ชายคนโต บ่งบอกว่ายังไงเขาก็ไม่ยอมหากคนเป็นพี่จะคิดครอบครองน้องเล็กคนเดียวถึงสามวัน ความรู้สึกหวงน้องสาวทำให้เขาพร้อมจะต่อสู้เพื่อความเท่าเทียม
“..กูรู้แล้ว...มองอย่างกับจะฆ่าจะแกงกัน” เวย์ถอนหายใจยาว ก่อนจะเริ่มแจกแจงข้อเสนอ
“เราแบ่งกันคนละสองวัน”'
จันทร์ , พฤหัสบดี กูดูแล'
อังคาร , ศุกร์ ของไวน์
"พุธ , เสาร์ ของไนท์'
วันอาทิตย์ อยู่ด้วยกัน
“แบบนี้ไอ้ไนท์ก็ได้เปรียบอ่ะดิ..วันเสาร์น้องหยุดเรียน มันก็ได้อยู่กับน้องทั้งวัน มีเวลามากกว่าคนอื่น ไม่แฟร์อ่ะ” ไวน์ โต้แย้งออกไปทันที ความรู้สึกไม่พอใจในความไม่เท่าเทียมของการจัดสรรเวลา ทำให้เขาต้องรีบคัดค้าน ไม่เห็นด้วยที่จะยกวันเสาร์ซึ่งเป็นวันหยุดอันมีค่าให้กับน้องชายคนเล็ก
“เสียสละให้น้องไม่ได้รึไง ผมน้องแท้ๆ ของพี่นะ” ไนท์ ยกเรื่องความสัมพันธ์มาอ้างอย่างรวดเร็ว
“ไม่...น้องก็ส่วนน้องดิว่ะ เกี่ยวอะไรกับเรื่องแบ่งเวร” ไวน์ ไม่ยอมถอย ความหวงแหนไม่มีข้อยกเว้น
“เอาอย่างนี้มั้ย เรามาจับฉลากกัน ว่าวันเสาร์น้องจะได้อยู่กับใคร” เวย์ เสนอทางออกที่เป็นกลางที่สุด
“ก็ดี..จะได้เป็นธรรม” ไวน์ รับปากทันที
“งก..จริงๆ กับน้องกับนุงเนี้ย” ไนท์ ทำหน้าตาปั้นปึ่ง ความรู้สึกหงุดหงิดที่พี่ชายไม่ยอมผ่อนปรนให้ แม้แต่เรื่องเล็กน้อยก็ยังต้องแข่งขัน เป็นพี่ประสาอะไร...หงุดหงิด...
ทั้งสามคนลงมือจับฉลากแย่งวันเสาร์กันอย่างจริงจัง ผลปรากฏว่าวันเสาร์ก็ยังคงตกเป็นของ ไนท์ ดังเดิม ทำเอาคนที่โชคดียิ่งกว่าถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง ยิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียม ความรู้สึกดีใจจนเนื้อเต้นทำให้เขาแทบจะลุกขึ้นเต้น
“....... เยส!!!!! คนมันจะดวงดีทำอะไรมันก็ดีไปหมดดดด.....” ไนท์ตะโกนออกมาอย่างมีความสุข
“แม่ง...ทำบุญด้วยอะไรว่ะ โชคดีเป็นบ้าเลย ขอซื้อวันได้ไหม ให้สามแสนเลย” ไวน์ พึมพำด้วยความอิจฉา ความรู้สึกเสียดายวันหยุดอันล้ำค่าทำให้เขาอยากจะยอมควักเงินก้อนโตเพื่อซื้อเวลา
“ไม่เอา..ผมไม่ได้หน้าเงินขนาดนั้น” ไนท์ ยิ้มเยาะอย่างผู้ชนะ
“เอาล่ะ..ในเมื่อผลออกมาเป็นแบบนี้ ก็ต้องเคารพกติกา...เดือนหน้าค่อยว่ากันใหม่” เวย์ สรุปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“เวรก็ได้แล้ว งั้นต่อไปเรามาทำข้อตกลงกัน เดี๋ยวกูจะร่างข้อตกลงฉบับย่อขึ้นมาให้พวกมึงทุกคนเซ็น” เวย์พูดถึงเรื่องสัญญาด้วยความเคยชินในการทำงาน
“เกินไปไหมพี่เวย์....นี่มันไม่ใช่การเจรจาธุรกิจการค้าที่บริษัทพี่นะ..กลัวใครโกงรึไง” ไนท์ อดที่จะแซวไม่ได้
“นั่นดิ..ถึงกับต้องร่างข้อตกลง จริงจังมากไปป่ะ” ไวน์ หัวเราะออกมาอย่างพึงพอใจ ในความบ้างานและเคร่งครัดของพี่ชาย เขาคิดในใจว่าในหัวของพี่ชายคงมีแต่เรื่องธุรกิจสินะ...
“ผมว่าเราแค่ตกลงกันด้วยวาจาก็พอมั้ง มีแต่พี่น้องกันทั้งนั้น” ไนท์ เสนอแนะอีกครั้ง
“ก็ได้..ถ้าพวกมึงว่าดีก็ตามนั้น” เวย์ ยอมผ่อนปรนให้
“ข้อตกลงมีอยู่ว่า..” เวย์เริ่มแจกแจงกฎเกณฑ์ที่เขาได้วางแผนไว้ล่วงหน้าอย่างถี่ถ้วน
1.ถ้าตกวันของใคร คนๆ นั้นต้องคอยไปรับไปส่งน้องที่โรงเรียน
2.มีสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้ที่เป็นเรื่องที่ดีและสร้างสรรค์ ห้ามล่วงเกินน้องเด็ดขาด จนกว่าน้องจะอายุ 18 ปีบริบูรณ์
3.คนอื่นๆถ้าไม่ใช่วันของตัวเอง ห้ามชวนน้องออกไปไหน หรือใช้เวลาอยู่กับน้องสองต่อสอง โดยเด็ดขาด
3.ห้ามให้ผู้ชายหน้าไหนเข้าใกล้น้องเกินสองเมตร (ยกเว้นเราสามคน)
และที่สำคัญ..อย่าให้น้องรู้ตัว เดี๋ยวน้องจะตื่นตกใจ หนีพวกเราไปมันจะยุ่ง
“ต้องรอถึงอายุ 18 เลยเหรอ?” ไวน์ ทำหน้าตาแบบโคตรเสียดาย ความรู้สึกกระหายอยากที่จะครอบครองตามสัญชาตญาณของเสือผู้หญิงปะทุขึ้นมา เขาไม่เคยต้องรอใครนานเกินสามนาที แต่กับน้องสาวไม่แท้คนนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าต่อให้รอจนถึงอายุ 20 เขาก็จะรออย่างอดทน ความรู้สึกนี้มันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากผู้หญิงคนไหนๆ
“ให้น้องเป็นสาวเต็มตัวก่อน มึงตัวดีเลยนะไวน์ ห้ามทำมิดีมิร้ายน้องเด็ดขาด นิดเดียวก็ไม่ได้” เวย์เน้นย้ำด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน
“เห้อ..!..... ก็ได้...เห็นแก่ที่น้องเป็นเด็กหรอกนะ” ไวน์ ถอนหายใจออกมาอย่างยาวนานด้วยความจำใจ แต่ในใจก็ยอมรับว่านี่เป็นกฎที่ต้องปฏิบัติตามเพื่อความสัมพันธ์ในระยะยาว
“งั้นตกลงตามนี้..มีใครจะเสนออะไรไหม ถ้าไม่มีจะได้แยกย้ายกันไปนอน” เวย์มองไปยังน้องชายทั้งสอง
“ไม่มีแล้ว / ไม่มี” ทั้งสองตอบรับก่อนที่จะแยกย้ายกันเข้าห้องนอนของตัวเอง ทิ้งไว้เพียงความเงียบและข้อตกลงที่ผูกมัดความรู้สึกของสามหนุ่มกับน้องสาวบุญธรรมเพียงหนึ่งเดียว