Chapter 01: รูมเมท

1082 Words
ชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน... และยิ่งชีวิตที่ถูกวางไว้กับคนอื่นด้วยแล้ว... ก็ยิ่งจะไม่มีอะไรแน่นอน... ในอดีตเคยมีคนเคยถามอิทหรืออิทธิพัชร์ว่าถ้าหากเขารักใครคนหนึ่งมากๆ แต่แล้ววันหนึ่งกลับถูกคนที่รักหักหลัง เขาจะทำเช่นไร? ในตอนนั้นเขากลับตอบคนๆ นั้นไปว่า หากคนๆ นั้นเป็นคนที่เขารักจริงๆ เขาก็คงพร้อมที่จะยอมให้อภัยได้เสมอเพราะถึงยังไงคนๆ นั้นก็คือคนที่เขารักที่สุด แต่ในใจลึกๆ แล้วอิทรู้ดีว่าเขาอาจจะแค่ให้อภัยได้เท่านั้น… ก็แค่อาจจะ แต่ก็ไม่เสมอไป  “อะ..อะ..อืม...ไม่ไหวแล้ว...เมย์ใกล้จะเสร็จแล้วค่ะ” “อย่าเพิ่งครับ...เสร็จพร้อมกันนะ” เสียงหวานๆ อันคุ้นเคยครางแผ่วเบาในห้องที่มืดสนิท ร่างสองร่างกำลังเล่นบทรักบนเตียงอย่างเร่าร้อน หญิงสาวผู้ทอดกายอยู่เบื้องล่างกระซิบถ้อยคำบอกรักซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างเอาใจ ในขณะเดียวกันชายหนุ่มผู้อยู่ด้านบนก็ยิ่งมอบบทเพลงรักอันร้อนแรงให้เธออย่างอย่างดุเด็ดเผ็ดมันเช่นเดียวกัน สองร่างกำลังกอดก่ายและหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว เสียงครางระงมสอดประสานแนบกายดังไปทั่วทั้งห้อง และกำลังร่วมกันเติมเต็มไฟปรารถนาจนแทบจะสิ้นเรี่ยวแรง มันอาจจะดูงดงาม... หากแต่ฉากนั้นมันไม่น่าจะเกิดขึ้นกับคนรักของเขากับผู้ชายคนอื่น!!! ปัง!!!! เสียงกำปั้นกระแทกกับประตูจนส่งเสียงดังลั่น ร่างเปลือยเปล่าของคนทั้งคู่ที่กำลังกอดกายกันอยู่บนเตียงถึงกับชะงักกิจกรรมที่พวกเขาทำกันในทันที หญิงสาวหันกลับไปมองที่มาของเสียงตรงประตูห้องนอนด้วยสีหน้าซีดเผือด ท่ามกลางแสงสว่างจากห้องด้านนอกที่ส่องเข้ามา ทำให้เธอเห็นใบหน้าของบุคคลที่เข้ามาขัดจังหวะอย่างเลือนราง ใบหน้าหล่อเหลาที่ประดับไปด้วยแว่นไร้กรอบกับสีหน้าที่มักจะแสดงออกถึงความเบื่อหน่ายอยู่เป็นนิจ เป็นใบหน้าที่แสนจะคุ้นเคยสำหรับหญิงสาว ใบหน้าของชายหนุ่มที่เธอมักจะเอ่ยคำรักซ้ำๆ อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ใบหน้าที่เธอมักมองด้วยความชอบใจ ใบหน้าของชายหนุ่มที่มีสถานะเป็นถึงคนรักของเธอ “อ...อิท...” หญิงสาวถึงกับตัวแข็งทื่อเมื่อสบสายตากับดวงตาเย็นชาคู่นั้นของเขา ร่างอรชรถึงกับตัวสั่นงันงกอย่างหวาดกลัว เธอรีบผลักร่างของชายชู้ออกให้ห่างจากตัวอย่างรวดเร็ว “มะ...ไม่ใช่นะ” ก่อนจะตระหนักรู้ว่าตัวเองในตอนนี้อยู่ในสภาพเช่นไร หญิงสาวรีบผลุดลุกห่างจากร่างของชายชู้อย่างลนลาน ก่อนจะรีบคว้าผ้าห่มมาปกปิดเรือนร่างของตนเอง “ไม่ใช่อะไร?” อิทธิพัชร์เอ่ยถามหญิงสาวเสียงเรียบ ก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นเสยผมน้อยๆ ด้วยอารมณ์เคืองขุ่น แล้วค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปในห้องนอนนั้น รังสีกดดันจากชายหนุ่มแผ่กระจายไปทั่วห้อง เขาเพียงปรายตามองชายหนุ่มอีกคนที่ยังนั่งอยู่บนเตียง ใบหน้าของชายชู้กลับซีดเผือดราวกับไก่ต้ม อิทธิพัชร์พ่นลมหายใจแรงๆ “ไม่ใช่ว่าเธอกำลังนอกใจฉันอยู่เหรอ?” ชายหนุ่มมองหน้าหญิงสาวด้วยสีหน้าที่ว่างเปล่า พร้อมกับเดินเข้ามาหาชายโฉดหญิงชั่วที่กำลังรวมหัวกันสวมเขาให้กับเขา และมองเห็นเขาเป็นไอ้งั่งให้ทั้งสองสนตะพายไปมาไม่รู้นานเท่าไร่ต่อเท่าไหร่แล้ว “...” เมริสาถึงกับพูดอะไรไม่ออก เธอพยายามถอยหนีชายหนุ่มที่เธอเคยบอกว่ารักด้วยความรู้สึกหวาดกลัว โครม!!!! ร่างเปลือยเปล่าพลันพลัดตกลงจากเตียงอย่างน่าอนาถ หญิงสาวตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว อิทจ้องมองสภาพของหญิงสาวที่ตัวเองเคยทุ่มเทความรักให้ด้วยความสมเพช สมเพชกับความโง่เง่าของตัวเองที่มอบหัวใจให้กับผู้หญิงที่สำส่อนไม่รู้จักพอ ความเจ็บปวดที่โดนหักหลังอย่างเลือดเย็น ความรู้สึกเจ็บจุกทำให้เขาแทบจะหายใจไม่ออก ถ้าเป็นไปได้ตอนนี้เขาอยากจะร้องตะโกนโวยวายและตั๊นหน้าไอ้หน้าจืดนั่นซะ แต่ทว่าในตอนนี้แม้แต่เรี่ยวแรงที่จะขยับกายเขาก็แทบจะไม่เหลือแล้ว หรือแม้แต่เรี่ยวแรงที่จะหายใจก็ยังแทบจะไม่มี ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้ตนเองยังสามารถยืนอยู่ตรงนี้ต่อไปได้อย่างไร “เราเลิกกันเถอะ” ชายหนุ่มผู้ที่หัวใจกำลังบอบช้ำพยายามเค้นเสียงในลำคอพูดออกไปด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะพยามหันหลังก้าวเดินออกจากห้องไปด้วยเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย แต่ละก้าวเท้าที่เดินมันช่างหนักราวกับถ่วงด้วยตะกั่วเอาไว้ “ไม่นะ! อิทอย่าเพิ่งไป” เมริสารีบผุดลุกขึ้นด้วยความตกใจเมื่อได้ยินคำบอกเลิกของแฟนหนุ่ม เธอลนลานกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปจับชายเสื้อของเขาเพื่อรั้งเอาไว้แน่น “เมย์ขอโทษนะอิท เมย์รักอิทนะ...รักอิทแค่คนเดียว” หญิงสาวพยายามรั้งเขาไว้ทั้งน้ำตา “รักเหรอ?” อิทธิพัชร์ชะงักกับแรงดึงนั้น แต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้หันกลับไปมอง เขาเพียงก้มหน้าลงมองพื้น มองปลายเท้าของตัวเองที่เริ่มจะพล่ามัว “นี่สินะที่เรียกว่ารัก...” ชายหนุ่มพยายามพูดย้ำๆ ราวกับกำลังจะบอกกับตัวเอง เพียงแค่กระพริบตาหยดน้ำตามากมายก็พรั่งพรูออกมานองเต็มใบหน้า รักเหรอ? ช่างน่าขำจริงๆ นี่สินะ...ความรักที่เธอคอยเอาแต่พร่ำบอกกับฉัน มันเป็นความโง่เง่าแบบนี้นี่เอง...น่าสมเพชจริงๆ เลย “อ...อิท” เมริสาเรียกชายหนุ่มเสียงเบา เธอมองใบหน้าคนรักที่กำลังจะกลายเป็นอดีตด้วยความกังวล “อิท คะ…คือ...” หญิงสาวพยายามคิดหาคำแก้ตัว แต่ไม่ทันที่เธอจะทันได้เอ่ย แววตาเย็นชาคู่นั้นพลันหันมาสบตากับเธอนิ่ง “น่าขยะแขยง” อิทพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาและไร้เยื่อใย สายตาว่างเปล่าของเขามองร่างกึ่งเปลือยของเธอราวกับเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ ยิ่งเมื่อมองเลยผ่านไปเห็นชายหนุ่มอีกคนที่อยู่บนเตียงที่เขาเคยนอนร่วมกับเธอ ความรู้สึกขยะแขยงก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นจนเขาแทบทนไม่ไหว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD