ตอนที่ 1 บทนำ
รถสปอร์ตคันหรูวิ่งเข้ามาจอดที่หน้ามุขของคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลกิ๊บสัน ไม่นานก็มีชายหนุ่มร่างสูงประมาณ 180 เซนติเมตร ในชุดนักศึกษาเปิดประตูลงมาจากฝั่งคนขับ เขาเดินเข้าไปภายในบ้านอย่างคุ้นเคย ราวกับว่าเขามาที่นี่จนเกิดความเคยชิน
"สวัสดีครับแด๊ด สวัสดีครับมัม" ชายหนุ่มยกมือไหว้ชายหญิงวัยกลางคนที่นั่งทานข้าวอยู่ที่โต๊ะอาหาร
"อ้าว ตาวิน มาแล้วเหรอ ทานข้าวมาหรือยัง มาทานข้าวเช้ากับมัมมั้ย" แดเนียลและมุกดา ยกมือรับไหว้ชายหนุ่ม ก่อนที่มุกดาจะถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ขอบคุณครับมัม แต่ผมทานมาแล้วครับ ว่าแต่ไอด้ายังไม่ลงมาเหรอครับ นี่ก็สายมากแล้ว" ชายหนุ่มยกข้อมือที่มีนาฬิกาเรือนหรูราคาแพงขึ้นมาดูเวลา พร้อมกับมองไปที่บันไดที่จะขึ้นไปที่ชั้นสอง
"เดี๋ยวก็คงลงมาจ้ะ นั่นไง... พูดขาดคำซะที่ไหน" มุกดาพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม และพยักพเยิดหน้าไปทางบันได
และนั่นจึงทำให้เขาหันไปมอง ก็เห็นหญิงสาวสวยหน้าฝรั่ง ผมทองในชุดนักศึกษาวิ่งลงมา และส่งเสียงมาก่อนตัว...
"มาแล้ว ๆ ใครเรียกหาไอด้าคะ คิดถึงไอด้าเหรอ จุ๊บ จุ๊บ" เธอถามขึ้นพร้อมกับเดินเร็ว ๆ มาหอมแก้มแดเนียลและมุกดาคนละที และทั้งสองคนก็หอมแก้มเธอกลับ ชายหนุ่มมองภาพนั้นแล้วก็ได้แต่ยิ้มตาม
"จุ๊บ~ ลงมาแล้วเหรอคนสวยของแด๊ด มาทานข้าวเช้ากับแด๊ดก่อนมั้ย" แดเนียลกอดลูกสาวพร้อมกับหอมแก้มก่อนจะถามขึ้น
"ไม่ทันแล้วค่ะแด๊ด ไอด้ามีเรียนเช้าด้วย เดี๋ยวเรียนเสร็จค่อยไปหาอะไรกินที่โรงอาหารก็ได้ค่ะ ไปนะคะ จุ๊บ~ ไปวิน..." หญิงสาวพูดจบก็หอมแก้มคนเป็นพ่ออีกที แล้วเดินไปลากแขนชายหนุ่มให้เดินตามไปด้วย
"เดี๋ยว ๆ แด๊ดครับ มัมครับ วินไปนะครับ เดี๋ยวเย็น ๆ วินขอมาฝากท้องด้วยนะครับ สวัสดีครับ" ชายหนุ่มหันกลับมาบอกกับเจ้าของบ้านทั้งสอง
"ได้ ๆ เดี๋ยวมัมทำกับข้าวไว้ให้ ยังไงก็ขับรถดี ๆ นะลูก ฝากดูแลยัยไอด้าด้วย" มุกดาที่ได้ยินอย่างนั้นก็พูดขึ้นอย่างเอ็นดู
ส่วนแดเนียลก็มองด้วยสีหน้านิ่ง ๆ ตามแบบฉบับคนหวงลูกสาว แม้ว่าชายหนุ่มคนนี้จะเป็นคนที่เขาไว้ใจที่สุดคนหนึ่งที่ให้คอยดูแลลูกสาวของเขาก็ตาม แต่เขาก็ยังรู้สึกขัดหูขัดตาไม่เลิก
"เร็ว ๆ วิน เดี๋ยวก็สายหรอก ชักช้าอยู่ได้" ไอด้าที่เดินไปถึงหน้าบ้านแล้ว หันกลับมาเรียกชายหนุ่ม
"โอเค ไปเดี๋ยวนี้ครับ เจ้าหญิง" ชายหนุ่มรีบเดินเร็ว ๆ ตามไปทันที
บนรถ...
ก่อนจะออกรถ ชายหนุ่มก็หันไปหยิบกล่องอาหารกล่องหนึ่งมายื่นให้หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
"วันนี้มีอะไรให้กินอะ" ไอด้ารับมาแล้วถามกลับไป เพราะเขาทำอาหารมาให้เธอกินแบบนี้บ่อย ๆ
"แซนด์วิชน่ะ วันนี้ทำเป็นแซนด์วิชสลัดผักใส่กุ้งและปูอัด ลองกินดู มีน้ำส้มคั้นด้วยนะ" ชายหนุ่มบอกยิ้ม ๆ
"น่ารักกก ไม่มีใครน่ารักเท่าอัศวินของด้าอีกแล้ว" ไอด้าหันมายิ้มให้ พร้อมกับใช้มือแตะแก้มของชายหนุ่มเบา ๆ อย่างหยอกล้อ
"หึ... กินเถอะ วินจะขับรถแล้ว" อัศวินยิ้มเขิน ๆ ก่อนจะบอกหญิงสาวให้กินอาหารที่เขาไปเข้าคอร์สเรียนการทำกับเซฟดัง เพื่อมาทำให้เธอกินโดยเฉพาะ ก่อนจะออกรถเพื่อไปเรียนที่มหาวิทยาลัยชื่อดัง ด้วยสีหน้ามีความสุข เขามีความสุขทุกครั้งที่ได้ยินคำว่า 'อัศวินของด้า'
ฉันเปิดกล่องออกมาก็เจอกับแซนด์วิชชิ้นเล็ก ๆ สามชิ้น พร้อมกับน้ำส้มคั้นที่อยู่ในขวดเล็ก ๆ อีกหนึ่งขวด ไม่รอช้าฉันรีบกินทันที ความอร่อยให้เต็มสิบไม่มีหัก เพราะฉันได้กินอาหารที่วินหรืออัศวินของฉันทำให้กินบ่อย ๆ เห็นหน้าตาหล่อ ๆ แบบนี้ ไม่น่าเชื่อเหมือนกันนะว่าจะชอบทำอาหาร
ขอแนะนำตัวก่อนนะคะ ฉันชื่อไอด้า กิ๊บสัน เป็นลูกของแด๊ดดี้แดเนียลและมัมมุกดา จึงไม่แปลกที่ฉันจะได้ความสูง สีผม และสีของดวงตา แบบฝรั่ง รวม ๆ แล้วก็ทั้งหน้านั่นแหละมาจากแด๊ดดี้ ส่วนความเป็นไทยของฉันก็ได้มาจากแม่มุกดาเต็ม ๆ ฉันชอบกินอาหารไทย ชอบทำอะไรแบบไทย ๆ แต่ฉันไม่ชอบทำกับข้าวนะ ก็จะทำทำไมล่ะ เพราะมีทั้งมัมและวินทำให้กินอยู่แล้ว
ส่วนคนข้าง ๆ นี่ เขาชื่อวินหรืออัศวิน เพื่อนคนเดียวของฉัน เรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วเขาก็เป็นอัศวินของฉันจริง ๆ เขาเคยช่วยชีวิตฉันเมื่อตอนเด็ก ๆ จากหมาตัวใหญ่ที่วิ่งเข้ามาหมายจะทำร้าย นึกไปถึงตอนนั้น ฉันว่าเขาเท่มากเลยนะ อัศวินของฉัน...
นอกจากเราเป็นเพื่อนกันแล้ว พ่อแม่ของเราก็ยังเป็นเพื่อนกันอีก วินเรียกพ่อแม่ฉันว่าแด๊ดกับมัม ส่วนฉันก็เรียกพ่อแม่วินว่าคุณพ่อคุณแม่ ครอบครัวเราทำธุรกิจร่วมกัน บ้านฉันทำธุรกิจโรงแรมที่พัทยาโดยซื้อที่ดินมาจากพ่อของวิน ส่วนครอบครัววินก็ทำอสังหาริมทรัพย์ มีทั้งคอนโดและพูลวิลล่าให้ฝรั่งเช่าแบบรายเดือน นั่นทำให้เราทั้งสองคนสนิทกัน นอกจากนั้นตอนนี้เรายังเรียนที่มหาวิทยาลัยในคณะมนุษย์ศาสตร์ สาขาการท่องเที่ยวและโรงแรม ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ ปี 3 แล้ว
"อร่อยมั้ย" อัศวินหันมาถามคนที่นั่งกินแซนด์วิชเงียบ ๆ ในตอนที่รถติดไฟแดง
"อร่อยสิ วินทำอะไรก็อร่อยหมดแหละ ขอบใจนะ ว่าแต่กินอิ่มแล้วก็ง่วงจัง ของีบหน่อยนะ" ไอด้ายิ้มให้อัศวินของเธอแบบอ้อน ๆ
"ทำไมถึงง่วง เมื่อคืนไม่ได้นอนหรือไง" อัศวินขมวดคิ้วถามอย่างสงสัย เพราะช่วงนี้ไอด้าตื่นสายทุกวัน พอขึ้นรถมา หลังจากกินอิ่มก็จะของีบทุกวัน
"อื้อออ ช่วงนี้ด้าติดซีรีส์น่ะ เลยนอนดึกไปหน่อย" ไอด้าเอ่ยบอกตามความจริง เพราะเธอไม่เคยมีความลับกับอัศวินอยู่แล้ว
"ทำไม สนุกมากเหรอ" อัศวินยังชวนคุยในตอนที่ขับรถออกมาอีกครั้ง เมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว
"ก็สนุกดีนะ แต่ที่ตั้งใจดู เพราะพระเอกหล่อ คิกคิก" ไอด้าพูดจบก็หัวเราะ เพราะรู้ว่าอีกไม่นานจะมีคนงอน อัศวินไม่ชอบให้เธอชมผู้ชายคนอื่น แม้คนนั้นจะเป็นคนที่อยู่ในซีรีส์ก็ตาม
"งั้นนอนเลย ถึงแล้วจะปลุกเอง" นั่นไง... เสียงเขียวมาเชียว เป็นอย่างที่ไอด้าคิดไว้ไม่ผิดจริง ๆ
"โอ๋ ๆ ไม่งอนน้าาา ใครจะมาหล่อเกินวินของด้า พวกนั้นก็หล่อแบบศัลยกรรม ส่วนวินของด้าหล่อแบบออร์แกนิก หล่อแบบของแท้พ่อแม่ให้มา แบบนี้ใครจะมาสู้วินของด้าได้ล่ะ ไม่งอนน้าาา" ไอด้าเอียงหน้าไปและทำมือโอ๋เอ๋ตรงหน้าอัศวินเหมือนที่เคยทำ ก่อนจะพูดขึ้นแบบเอาอกเอาใจ
"ไม่ต้องมาง้อแบบเด็ก ๆ เลย นอนไปเลย" อัศวินใช้นิ้วมือมาดันหน้าผากคนที่ชอบล้อเขา ให้หันกลับไปนอนที่เบาะของตัวเอง
ไอด้าก็ไม่ขัดใจ เธอเอื้อมมือไปที่เบาะด้านหลังเพื่อเอาตุ๊กตาตัวโปรดมากอดไว้ แล้วหลับตาลง ซึ่งทางด้านอัศวินก็ช้อนสายตามองคนที่หลับอยู่ และก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
ขอแนะนำตัวก่อนนะครับ ผมชื่ออัศวิน วีระโชคชัย หรือ วิน เป็นลูกของพ่อกวินและแม่ดาริน ผมเป็นเพื่อนกับไอด้า จะเรียกว่าเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อก็ได้ ผมไม่รู้ว่าไอด้าคิดกับผมเกินเพื่อนมั้ย แต่สำหรับผมคิดเกินคำว่าเพื่อนไปนานแล้ว เธอไม่เคยแสดงออกว่ารู้ ที่ผมคิดไม่ซื่อกับเธอ และผมก็ไม่แสดงออกเพื่อให้เธออึดอัดใจ ผมทำตัวเป็นเพื่อน เป็นมดแดงแฝงพวงมะม่วง รวมทั้งเป็นไม้กันหมาให้เธอ ในตอนที่มีคนคิดจะเข้ามาจีบเธอ ผมก็จะตีให้กระเจิงไปเลย
ผมมาอยู่ที่กรุงเทพในตอนเรียนมหาวิทยาลัยและได้ซื้อเพนต์เฮาส์หรูแห่งหนึ่งเพื่อเป็นที่พัก เพราะขี้เกียจขับรถไปกลับกรุงเทพ-พัทยา มันทั้งเหนื่อยและอันตราย แต่ช่วงวันหยุดหรือปิดเทอม ผมก็จะกลับไปที่พัทยาบ่อย ๆ โดยบางครั้งก็จะมีไอด้าขอตามไปเที่ยวด้วย
เมื่อก่อนเราก็สนิทกันในระดับหนึ่ง แต่สามปีที่ผ่านมาเรายิ่งสนิทกันมากขึ้น เรียกได้ว่าตัวติดกันก็ได้ จะแยกกันก็แค่ตอนนอนเท่านั้น ถ้าถามว่าผมรู้สึกดี ๆ กับเธอตอนไหน ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน อาจจะเป็นตั้งแต่ตอนที่เราเจอหน้ากันในตอนที่ผมอายุห้าขวบ หรือตอนที่เราตัวติดกันตลอดในตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็เป็นได้ ตอนนี้ผมรู้แค่ว่าเธอเป็นเพื่อนผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ใกล้ตัวผมที่สุด เธออยู่ข้าง ๆ ผมตลอด และตอนนี้เธอก็เข้ามายึดครองเต็มพื้นที่ในหัวใจของผมไปซะแล้ว...