“คุยกันดีๆ สิครับ”
“แล้วนี่ไม่ดีตรงไหนคะ เราออกจะคุยกันหวานๆ”
มองใบหน้าสวยแจ่มจรัสที่ดวงตาคู่งามกำลังมองเขาตาเชื่อมนั้นแล้ววิศรุตต์ก็จำต้องถอนหายใจอย่างหมดหวัง ชายหนุ่มตัดใจยกแขนกำยำกอดอีกฝ่ายแล้วเอ่ยอย่างยอมแพ้ อยากกอดเขาก็จะกอดไม่ปฏิเสธแล้ว
“พี่จะไม่เถียงกับแยมแล้ว”
รสิตายิ้มหวานทว่าชายหนุ่มเอ่ยแย้งก่อน
“ไม่ต้องคิดลึกครับ พี่แค่เหนื่อย ง่วง อยู่เวรดึกทำงานต่อทั้งวัน แล้วก็เฝ้าคลินิก พลังพี่หมดแล้ว”
ได้ฟังคำบอกของชายหนุ่มแล้วรติยาก็นึกเห็นใจ งานเขาทั้งเครียดและกดดัน แถมไม่ค่อยมีเวลาได้พักอย่างเต็มที่ สมองกับร่างกายย่อมล้ามากเป็นพิเศษ
“อืม พี่หมอดูเพลียจริงนั่นแหละค่ะ”
ร่างระหงคลายมือที่โอบเขาขึ้นมาเกาะไหล่แทน ส่วนอีกข้างลูบแก้มที่มีไรเคราน้อยนิด
“ดูสิคะ ตาโรยเชียว แต่...เหมือนแก้มจะแดงหน่อยๆ นะคะ”
เจ้าตัวยังไม่วายแซวเขา วิศรุตต์จึงหรี่ตาลงดุ
“ก็น้องแยมเล่นเบียดพี่ไม่ห่าง ยังมาแซวอีก”
รติยายิ้มเขิน ไม่ได้อินโนเซ้นส์ หน้าท้องเธอรับรู้ถึงอะไรๆ ที่เบียดชิดอยู่ ยอมรับว่าใจหวิวสั่นระรัว ท้องไส้ปั่นป่วนแล้วก็เกร็งไม่น้อย เธอไม่กล้าแกร่งกร้านโลกมากมาย แค่รู้เห็นมามากทั้งยังไม่ได้ปิดกั้นตัวเองที่จะเรียนรู้เรื่องพวกนี้ ทว่าคนที่รติยายอมคบและให้เข้าใกล้มีแค่ไม่กี่คน สมัยเรียนมหาวิทลัยก็คบนายแบบดังกับเซเลบหนุ่มต่างชาติสองคนเท่านั้น การกอดจูบจึงธรรมดาสำหรับเธอ ทว่ามาอยู่ไทยเธอยังไม่เคยคบหาผู้ชาย แต่ในเมื่อชายหนุ่มข่มใจไว้เอง เขาก็ต้องทรมานเป็นธรรมดา
“อยากหายทรมานไหมเอ่ย”
หญิงสาวหยอกยั่วยวน แอบหยอดสักหน่อยเผื่ออีกฝ่ายใจอ่อน
“มาคุยกันจริงจังดีกว่า น้องแยมแน่ใจใช่ไหมครับ เรื่องของเรา”
วิศรุตต์เลือกที่จะไม่ตอบแล้วคุยเข้าเรื่องจริงจัง
“ใช่สิคะ แยมมาที่นี่ เพราะแยมตัดสินใจแล้วค่ะ”
เธอยืนยันโดยไม่มีเล่นลิ้นอีกแล้ว
“จะไม่เสียใจแน่นะ ถ้าความสัมพันธ์ระหว่างเราเปลี่ยนไป แยมมาอยู่ที่นี่ เราใกล้ชิดกันทุกวันก็คงยากจะยับยั้งใจ มีเซ็กซ์กันน่ะมันง่าย แต่ความรู้สึกสำคัญกว่า”
“ไม่แน่นอนค่ะ แยมโตพอที่จะรักใครสักคน อยู่กับใครสักคนแล้ว แยมมั่นใจในตัวพี่หมอ แล้วก็มั่นใจในความรู้สึกของตัวเอง”
หญิงสาวมองตาเขาพร้อมเลื่อนสองมือโอบลำคอหนา
“แยมเลือกพี่หมอเป็นสามีค่ะ”
เจอคำนี้เข้าวิศรุตต์ก็อึ้ง ความพอใจแล่นวาบขึ้นมาในอก แต่เขาก็ยังอยากพิสูจน์ใจรติยาอยู่
“เป็นภรรยาพี่ไม่ง่ายนะ”
คิ้วเรียวสวยของหญิงสาวขมวด คิดตามว่าชายหนุ่มจะมาไม้ไหน
“ยากยังไงเหรอคะ หรือแยมต้องทำให้พี่หมอพอใจก่อน”
เธอถามเสียงหวาน ยืดตัวเงยหน้าขึ้นไปหาปากได้รูป แทบไม่ต้องเขย่งปลายเท้าเพราะตนเองสูงอยู่แล้ว ทว่าชายหนุ่มไม่ยอมให้ปากเธอแตะปากเขา
“เรื่องนี้เอาไว้ก่อนครับ”
“สามีภรรยา เรื่องบนเตียงมาก่อนไม่ใช่เหรอคะ”
“มันก็มีส่วน แต่สำหรับพี่ภรรยาไม่ต้องเก่งก็ได้ เพราะพี่เก่งอยู่แล้ว”
ชายหนุ่มบอกอย่างมั่นใจ ทำเอาคิ้วเรียวสวยขยับสูง ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มก่อนเอ่ย
“แหม พูดแบบนี้ยิ่งอยากรู้ว่าจริงไหม”
ไม่เพียงแค่พูด เรือนร่างนุ่มยังบดเบียดกับเขาอย่างจงใจยั่ว วิศรุตต์ถึงกับครางฮึ่มฮั่มในลำคอ
“พี่อยากรู้ว่า แยมทำงานบ้านเป็นไหม ทำกับข้าวได้หรือเปล่า”
คนที่กำลังยิ้มอารมณ์ดีชะงักค้างก่อนจะเริ่มหน้างอ
“พี่หมอตั้งใจแกล้งแยมนี่คะ”
“ทำไม่ได้เหรอครับ”
วิศรุตต์แสร้งตีหน้าซื่อ เขาเคยได้ยินมาว่าเจ้าตัวไม่ชอบ แล้วบ้านรวยมีคนคอยดูแลเต็มบ้านอย่างรติยา ไม่ชอบก็ไม่จำเป็นต้องหยิบจับอยู่แล้ว ฉะนั้นก็วัดใจกันหน่อยว่าอีกฝ่ายจะพอใจเขามากอย่างที่ปากบอกหรือไม่
“ไม่ค่อยได้ทำน่ะค่ะ”
หญิงสาวเสียงอ่อย
“ลองทำให้พี่ดูได้ไหมครับ”
ชายหนุ่มหยั่งเชิง
“น้องแยมก็เห็น พี่ทำงานมาเหนื่อย ก็อยากได้คนดูแล ทำกับข้าวให้กิน จัดการงานบ้านได้สะอาดเรียบร้อยน่าอยู่ พี่บอกแล้วว่าเป็นคนชอบความสะอาด”
“ห้องนี้ก็สะอาดดีนี่คะ หมายความว่าพี่หมอมีคนทำอยู่แล้ว”
รติยาไม่ยอมจำนน
“พี่จ้างแม่บ้าน จริงๆ ก็ไม่ชอบให้คนอื่นเข้าห้อง พี่ชอบความเป็นส่วนตัวมากกว่า แต่ทำไงได้ล่ะ”
เขายักไหล่แล้วเอ่ยต่อ
“ถ้ามีภรรยาที่เป็นแม่บ้านแม่เรือน พี่จะได้เลิกจ้างแม่บ้าน”
“เอ่อ...”
หญิงสาวชักสีหน้าไม่ดี ในเมื่อตนไม่ค่อยแตะงานบ้านเท่าไร
“ไม่ต้องเก่งก็ได้ แค่แยมทำเพราะอยากดูแลพี่ พยายามเพื่อพี่ แค่นี้พี่ก็พอใจแล้ว”
วิศรุตต์ไม่บังคับหากใช้เสียงโทนทุ้มอย่างตะล่อมหญิงสาวแทน
รติยาเริ่มคล้อยตามบ้างเล็กน้อย มารดาเองก็เคยพูดว่าเธอควรหัดไว้บ้าง แต่งงานไปจะได้ทำให้สามีได้ เพราะแม่ของเธอชอบทำอาหาร ส่วนเธอถนัดแค่รอกินเสียมากกว่า
“จะว่าไปก็โรแมนติกดีเหมือนกัน งั้นแยมจะทำงานบ้านกับอาหารให้พี่หมอ จะเป็นแฟนที่ดี ไม่สิ เป็นว่าที่ภรรยาที่ดีของพี่หมอ”
คนพูดพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ วิศรุตต์เองก็ชักอยากรู้แล้วว่าเจ้าตัวจะทำได้จริงหรือไม่
“ขอบคุณครับ”
“แต่ยังไงคืนนี้แยมขอนอนด้วยคนนะคะ”
เมื่อหญิงสาววนกลับมาเรื่องเดิมเขาก็ต้องหนักใจอีกครั้ง
“อย่าเลย มันสุ่มเสี่ยงเกินไป”
“ไหนพี่หมอบอกว่าเหนื่อยไงคะ”
รติยาตาพราวระยับขณะถาม
“ของแบบนี้ถึงจะเหนื่อย ถ้าขึ้นแล้วมันก็ไม่ยากนี่ครับ”
“แน้ หมายความว่าพี่หมอก็อยาก...”
“ไม่เอาแล้วแยม ปล่อยให้พี่นอนเถอะนะครับ”
วิศรุตต์ขอร้องอย่างหมดท่า ถึงร่างกายจะตอบสนองหญิงสาวอยู่ไม่น้อยแต่เขาก็ยังไม่อยากตะครุบเจ้าตัวตั้งแต่คืนแรกที่ก้าวเขาห้องเขา แบบนั้นมันเพราะตัณหาทางกายล้วนๆ ซึ่งเขาไม่ต้องการทำกับรติยาอย่างมักง่าย ร่างสูงกำยำพยายามถอยและปล่อยมือจากร่างงดงาม
“แต่แยมนอนไม่หลับถ้าไม่ได้กอดหมี”
หญิงสาวไม่ยอมปล่อยคอเขา ทั้งยังพูดในสิ่งที่ทำเอาเขามึน
“ว่าไงนะครับ”
“แยมมีหมีตัวใหญ่อยู่บนเตียง แต่ไม่เอามาเพราะคิดว่ามีพี่หมออยู่แล้วทั้งคน”
‘รติยาเห็นเขาเป็นหมี?’
“ไหนบอกว่าตัวเองจะสามสิบแล้ว ยังนอนกอดหมีอีกเหรอ”
เขาอดนึกขำไม่ได้ จากคนพี่พยายามยั่วยวนเขาสารพัดกลายมาเป็นสาวน้อยติดหมีตัวใหญ่เสียอย่างนั้น
“ก็เพราะอย่างนี้ไงคะ ถึงจะเปลี่ยนมากอดพี่หมอแทน”
หญิงสาวตอบพร้อมยิ้มกริ่ม
“อ้อ พี่เป็นแค่ตัวแทนหมีสินะ”
“โอ๋ ไม่น้อยใจนะคะ”
เอ่ยจบหญิงสาวก็ขยับขึ้นมาจูบแก้มเขาเสียงดัง
“พี่หมอก็น่าจะรู้ว่าแยมไม่ทำแบบนี้กับหมี”
วิศรุตต์รู้ตัวว่าเขายิ้มออกมา ก็อีกฝ่ายขยันอ้อนขยันหยอดอย่างนี้เขาจะไม่เสียกระบวนได้อย่างไร ยอมรับว่าสิ่งที่รติยาทำ ก็ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาหน่อย
“งั้นก็ได้ครับ นอนห้องพี่”
และแล้วเขาต้องยอมจำนนต่อความน่ารักแสนอ้อนของหญิงสาว แม้ไม่รู้ว่าตนจะหลับลงได้หรือไม่ เมื่อมีเจ้าของร่างสวยน่าปรารถนาไปทั้งเนื้อตัวมานอนใกล้อย่างนี้
ได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วรติยาก็จูบแก้มเขาซ้ำ ยิ้มหวานให้ก่อนจะผละเข้าห้อง แถมยังทิ้งท้ายทำเอาเขาสยิวทั้งตัว
“พี่หมอไปนอนรอแยมที่ห้องนะคะ เดี๋ยวแยมตามไป”
วิศรุตต์ขยับตัวเมื่อได้ยินนาฬิกาที่ตนตั้งเอาไว้ แล้วก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างวางบนอกตน เขาเหลือบมองเห็นว่าเป็นมือบางที่มีเสื้อแขนยาวสีเข้มปกคลุม ในหัวจึงเริ่มประมวลสิ่งต่างๆ ได้ แต่พอเห็นคนที่นอนใกล้เพียงแค่วางแขนพาดเขาเล็กน้อยเริ่มขยับชายหนุ่มก็รีบปิดมือถือที่ปลุก ไม่อยากให้รบกวนหญิงสาว
เมื่อคืนแม้จะเกร็งทว่าเอาเข้าจริงพอหัวถึงหมอนเขาก็หลับทันใด ไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำในตอนที่รติยาเข้ามา หรือไม่หญิงสาวอาจจะเกรงใจและพยายามทำทุกอย่างให้เบาเข้าไว้ ขนาดบอกว่าต้องกอดหมีนอนถึงจะหลับเจ้าตัวยังแค่เกี่ยวแขนเกาะเขาเพียงนิดเดียว
ระหว่างกำลังคิดว่าจะลุกขึ้นอาบน้ำทันทีดีไหมพร้อมกับไล่สายตามองเรือนร่างสวยใกล้ตัวไปด้วย แถมเสื้อตัวยาวยังปิดโค้งสะโพกขาวหมิ่นเหม่ทำเอาเขาตาตื่น แล้วพอดึงสายตากลับมาก็เจอเข้ากับดวงตาคู่งามที่กำลังสุกสกาวมองเขาราวกับจับได้ วิศรุตต์หน้าร้อนกลืนน้ำลายลงคอ
“พี่ไม่ได้ตั้งใจมอง”
“แยมยังไม่ได้ว่าอะไรเลย”
คนร้อนตัวยิ้มเจื่อน ตั้งใจจะลุกขึ้นหลบเลี่ยงแต่อีกฝ่ายก็เคลื่อนตัวมาทับเขาพร้อมบอกเสียงกระซิบ
“มอร์นิ่งคิสก่อนสิคะ”
เหมือนรติยาจะรู้ว่าไม่ควรปล่อยให้เขาได้คิด หญิงสาวพูดจบก็ประกบปากบดเคล้ากลีบปากนุ่มลงมาหาเขา วิศรุตต์ตอบกลับโดยไม่เล่นตัวแต่อย่างใด คิดว่าแค่จูบไม่น่าจะมีปัญหา ในเมื่อตอนนี้ก็ตกลงกันเรียบร้อยแล้วว่า รติยาจะพยายามทำตัวเป็นว่าที่ภรรยาในแบบที่เขาต้องการ
จูบคลอเคลียแรกเริ่มลึกซึ้งมากขึ้นเมื่อปลายลิ้นอุ่นขยับตามความเคยชิน พลั้งเผลอตัวอยากสัมผัสภายในปากนุ่มให้มากขึ้น อีกฝ่ายเองก็ โรมรันรัดรึงตามการนำพาของเขา มือหนาโอบเคลื่อนไล้บนแผ่นหลังบาง เลื่อนลงไปยังสะโพกกลมกลึงแล้วเคล้นอย่างลืมตัวด้วยความเต็มไม้เต็มมือแสนนุ่มแน่น
รติยาใจเตลิดไปตามอารมณ์วาบหวามของชายหนุ่ม ยิ่งจุมพิตร้อนแรงขึ้น เธอก็ยิ่งอกร้อนวูบ ทั้งมือเหนือสะโพกที่บีบคลึงเหมือนถูกกระตุ้นปลุกกระแสปรารถนา เมื่อขาแกร่งขยับมาเกี่ยวเธอก็ก่ายเกยกลับจนกลายเป็นสองร่างกอดเคล้าพัวพันบนเตียง อกอวบอิ่มเบียดแนบอกกว้างตามจังหวะการหายใจของทั้งคู่ ร่างกายส่วนล่างเองก็บดประชิดตามจนต่างก็รู้สึกได้ถึงกันและกันอย่างชัดเจน
“อือ”
หญิงสาวหอบหนักวิศรุตต์จึงถอนจูบมาซุกไซ้ซอกคอ พลิกอีกฝ่ายลงด้านล่างพลางสูดดมผิวเนื้อสาวเจือจางก่อนจูบเม้มไต่ไล้เล็มไม่ห่าง มือบางสอดขึ้นมานวดคลึงผม ชายหนุ่มก็ยิ่งบดริมฝีปากลงบนผิวอ่อนมากขึ้น ย่ามใจที่ตนก่อความรุ่มร้อนให้กายสาวได้ ทั้งร่างแกร่งยังแทรกกลางเรียวขางาม อีกฝ่ายเองก็เกาะกอดเขาทั้งแขนขาอย่างไม่มีเหนียมอาย
“แยมครับ ไม่น่าเลย”
วิศรุตต์พึมพำเสียงพร่า แม้จะพูดอย่างนั้นแต่เขาก็ไม่ได้หยุด ชายหนุ่มไล้ลิ้นสูงขึ้นไปหาใบหูเล็ก ทั้งไล้และเม้มติ่งหูอีกฝ่ายทำเอา หญิงสาวสั่น
“อื้อ”
รสิตาหลุดเสียงแผ่วเบาเอียงคอหนี รู้สึกเหมือนชายหนุ่มตั้งใจลงโทษแกล้งให้เธอซ่านสยิวอย่างไรอย่างนั้น เรือนกายแกร่งนั้นก็เบียดลงมาตามอารมณ์ระอุจากเขา เธอร้อนรนไปด้วยจนแทบมอดไหม้ ความกร้าวตึงเครียดอย่างน่าหวาดหวั่น ทว่าหญิงสาวกลับตื่นเต้นกับสัมผัสหนักแนบเนื้อตัวแม้เพียงภายนอกหากร่างกายทั้งคู่ก็ไม่มีช่องว่างเลย ใจเธอเต้นแรงแทบทะลุออกมาจากอกเพราะไม่เคยยอมให้ผู้ชายคนไหนแนบชิดถึงเพียงนี้มาก่อน
“พี่หมอ”
หญิงสาวเรียกชายหนุ่มเสียงพร่าหวาน ภายในร่างซาบซ่านจนรู้สึกเหมือนทนไม่ได้แล้ว
“ยังหรอกแยม ยังไม่ใช่ตอนนี้”
ชายหนุ่มกัดฟันแน่น เขาพลุ่งพล่านอย่างสุดขีดแล้ว อย่างไรก็ต้องไปต่อ ร่างกำยำขยับบดเคล้ากับร่างนุ่มนิ่มใต้ร่างตน รติยาใส่เพียงแพนตี้ตัวบาง ไม่ยากเลยที่ยิ่งเขาเบียดเข้าหาหญิงสาวจะยิ่งเดือด แต่วิศรุตต์ยังไม่อยากล่วงเกินเธอ
“แต่ไม่ต้องกลัวคนสวย พี่จะไม่ทิ้งแยม”
เขาตัดสินใจถอยห่าง มือหนาวางทาบทับสัดส่วนสุดอ่อนไหว สะโพกสวยก็ขยับสูงขึ้นเป็นปฏิกิริยาตอบสนองที่รติยาห้ามไม่ได้ ชายหนุ่มนั่งมองเรือนร่างงามในชุดนอนเสื้อยาวตัวเดียวขยับไปมาอย่างรุ่มร้อน ทั้งยังมองเขาด้วยแววตาวอนขอ มือข้างที่เหลือของเขาลูบแก้มแดงปลั่งก่อนจะไล้ลงมาหาอกอวบเต็มตึง จงใจเคล้นผ่านเนื้อผ้าไปพร้อมกับส่วนล่าง
รติยาจับข้อมือหนาแต่ไม่ได้ห้าม ริมฝีปากอิ่มเผยอหอบเพราะสัมผัสฟอนเฟ้นเร้าใจทั้งสองส่วน เรียวขาสวยขยับชิดแล้วห่างอย่างไม่รู้จะต้องทำอย่างไรดี
ทรวงงามทั้งสองข้างที่เขาวนเวียนลูบเคล้นนุ่มแน่นเคร่งครัดขึ้นเรื่อยๆ ยอดอกถูกปลายนิ้วเขี่ยสะกิดก็ยิ่งชูชัน และชายหนุ่มก็ก่อกวนร่างสาวสะคราญอยู่เหนือแพนตี้บางในแบบเดียวจนหญิงสาวครางฮือกระตุกเบา แต่เขาไม่หยุดแค่นั้น
“อีกนิดนะครับแยม”
วิศรุตต์บอกก่อนจะถอดซับในตัวน้อยลงจากสะโพกผายสวย รติยาดูไม่ยินดีนักแต่ร่างระทวยตัวอ่อนจนขัดไม่ได้
“เดี๋ยวค่ะ พี่...พี่หมอแน่ใจเหรอ”
หญิงสาวมีสีหน้าตกใจ คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น เมื่อใบหน้าขาวคมขยับลงต่ำ เธอรู้ว่าเขาจะทำอะไรแต่อดถามไม่ได้ อายที่ตนยังไม่ได้อาบน้ำ
“แน่สิครับ”
ปากได้รูปบอกเสียงเครียดเหนือหน้าท้องเธอ ลมหายใจร้อนของเขาร้อนเป่ามากระทบผิวจนต้องแขม่วท้อง
“เอ่อ...อย่าเลย...”
พอกระถดสะโพกหนี ชายหนุ่มก็คล้องแขนล็อกต้นขาทั้งสองข้าง ฝังใบหน้าลงทันที เรือนร่างงามสะดุ้งทันใดเช่นกัน
“พี่หมอ...”
จากตั้งใจจะทักท้วงกลายเป็นเสียงครางยาวเมื่อถูกจูบในส่วนอ่อนไหวต่อสัมผัส ปากอุ่นร้อนบดจูบเนิ่นนานจนเธอเริ่มดิ้น เขาจึงปรนเปรอด้วยปลายลิ้นแทน ชายหนุ่มซอกซอนแตะต้องทุกซอกมุมก่อนจะใส่ใจที่เดิมอีกครั้ง คราวนี้ดุดันขึ้นจนหญิงสาวสะท้านเฮือก เปล่งเสียงกรี๊ดเบาๆ ทว่าวิศรุตต์ก็ยังโลมไล้ดื่มด่ำจนเธอตัวสั่น กระทั่งพอใจแล้วเขาจึงปล่อยสะโพกเธอ
“พี่ไปอาบน้ำก่อนนะครับ”
วิศรุตต์เสียงต่ำกว่าปกติ ดึงผ้าห่มมาคลุมร่างสวยน่ากระโจนลงไปคลอเคลีย แล้วผลุนผลันไปเข้าห้องน้ำเพราะรอเวลาไม่ได้อีกแล้ว
ขณะที่รติยานอนนิ่งมองเพดานตาค้าง ความรัญจวนยังอบอวลอยู่ในกายและเหมือนจะลอยคว้างทั่วทั้งอณูอากาศ ครู่หนึ่งก็กลืนน้ำลายเพราะรู้สึกลำคอแห้งผาก
‘เราเพิ่งเสร็จด้วยปากพี่หมอ’
ในหัวหญิงสาวร่ำร้องแล้วหน้าก็ร้อนซู่แทบระเบิด มือดึงผ้าห่มขึ้นปิดหน้า บอกไม่ถูกว่าเขินอายหรือรู้สึกดีมากกว่ากัน
=====