bc

มังกรล่ารัก

book_age18+
2
FOLLOW
1K
READ
one-night stand
independent
mafia
sweet
bxb
bisexual
campus
secrets
sassy
villain
like
intro-logo
Blurb

ผม! เว่ยฟางหรง จะเรียกฟางหรง หรงหรง อาหรง เสี่ยวหรง หรืออะไรก็เชิญ!

ผมเป็นคนหล่อ (นี่ไม่ได้อวยตัวเองนะ) แต่ชีวิตของคนหล่อๆ คนหนึ่งทำไมมันถึงได้บัดซบขนาดนี้!

ต้องทำงานสายตัวแทบขาดเพื่อใช้หนี้แทนไอ้...อะแฮ่ม!...แทนพ่อสุดที่รักปานหัวใจจะกลืนจะกิน!

แต่เหมือนสวรรค์จะมีตา ประทานเพื่อนรักที่หายหัวไปนานให้มาป้อนงานดีๆ รายได้เยี่ยมมาให้

อะไรนะ? ทำงานกับมาเฟีย? เอ่อ...เริ่มเลือกไม่ถูกแล้วสิว่าเงินกับชีวิตจะเลือกอะไรดี..

แต่เดี๋ยวก่อน! คนงามคนนั้นคือใครกันหนอ!?

ว่าไงนะ!! ทำงานกับคนงามงั้นเหรอ! แล้วทำไมไม่รีบบอก!!

#ชิงหรง

คำเตือน

เรื่องนี้เมะสวย!!

chap-preview
Free preview
ล่าครั้งที่ 一 อับโชค...แปลว่าซวย..
แกร๊ก “โธ่เว้ย!” ผมสบถออกมาพร้อมยีหัวตัวเองด้วยความหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม จะมีวันไหนบ้างที่พอเปิดประตูบ้านเข้าไปจะไม่เห็นข้าวของกระจัดกระจายเหมือนโดนปล้นแบบนี้ ไม่สิ โจรมันยังไม่ทำบ้านเละขนาดนี้เลยมั้ง!นี่มันไม่ใช่ครั้งแรกที่บ้านมีสารรูปเละเทะจนดูไม่ได้ ถึงจะเห็นทุกวันจนเรียกได้ว่าเป็นเรื่องปกติแต่มันก็อดไม่ได้ที่จะหงุดหงิดอยู่ดี! ตึง! ตึง! เสียงฝีเท้ากระทบพื้นดังตึงตังแสดงถึงความหงุดหงิดของเจ้าของฝีเท้าได้อย่างเห็นได้ชัด เหอะ!สงสัยจะเสียพนันจนหมดตัว ไอ้เราก็อุตส่าห์ทำงานตัวเป็นเกลียว เพื่อว่าสักวันจะเก็บเงินได้ก้อนสองก้อนแล้วไสหัวไปให้ไกลจากที่นี่ “ไอ้ฟางหรง!!” เสียงแหบแห้งตะโกนเสียงชื่อผมดังลั่น “แกหายหัวไปไหนมาทั้งวันฮะ!” เจ้าของเสียงเดินโซเซเข้ามาหาผม ไม่เสียพนันก็ดื่มเหล้า มีแค่สองอย่างเท่านั้นที่ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘พ่อบังเกิดเกล้า’ จะทำ “มีการมีงานต้องทำ ไม่ได้ว่างเหมือนพ่อที่เอาแต่ผลาญเงินไปวันๆ นี่” ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่เจือความไม่พอใจ ปกติผมก็ไม่ได้ต่อปากต่อคำกับผู้ชายคนนี้หรอก แต่บังเอิญความหงุดหงิดที่สะสมจากการที่โดนไอ้ผู้จัดการเฮงซวยไล่ออกบวกกับเจอสภาพบ้านที่เละจนดูไม่ได้แล้วกลับมาเจอพ่อแบบนี้ ทำให้ผมรู้สึกโคตรของโคตรหงุดหงิดเลย!!แต่ก็ต้องสะกดความหงุดหงิดไว้ไม่ให้สื่อออกมาทางน้ำเสียง ทั้งๆ ที่ในใจผมตอนนี้แทบจะลุกเป็นไฟอยู่แล้ว เพียะ! ฝ่ามือหยาบกร้านกระทบแก้มซ้ายอย่างจังจนใบหน้าสะบัดไปตามแรงตบ ต่อมาผมก็รู้สึกถึงรสชาติของเหล็กในปาก นี่ถ้าไม่ใช่เพราะผมกลัวบาปนะ....จะกระโดดขาคู่ถีบยอดหน้าไอ้คนๆ นี้ให้ดู! “หุบปาก!!ไอ้ลูกทรพี!” อ้อ!ผมเลยหาคำนี้ในพจนานุกรมด้วย มันเขียนไว้ว่า’ ทรพี’ แปลว่า ลูกอกตัญญูที่ทำร้ายพ่อแม่ ซึ่ง ‘อกตัญญู’ แปลว่า คนที่ไม่รู้สึกถึงบุญคุณที่ผู้อื่นทำให้ตัวเอง แต่ผู้ชายคนนี้ไม่ได้ทำอะไรที่เรียกว่าบุญคุณให้ผมเลยนะ เลี้ยงดูเหรอ? ตั้งแต่จำความได้ผมก็เลี้ยงตัวเองมาโดยตลอด อบรมสั่งสอน? อันนั้นครูที่โรงเรียนก็เป็นคนทำนะ ให้ที่อยู่? แต่ค่าเช่าผมเป็นคนจ่าย ให้กำเนิด? ถ้าหมายถึงการหลั่งน้ำเชื้อเข้าไปในช่องคลอดจนอสุจิมันปฏิสนธิกับไข่ล่ะก็...ก็คงเป็นบุญคุณ..ล่ะมั้ง... “หน้าที่ของแกคือหาเงินใช้หนี้ไม่ใช่มาเถียงคำไม่ตกฟากแบบนี้!!” หาเงินใช้หนี้สินะ...แค่คำพูดประโยคเดียวกลับขุดเอาความทรงจำเมื่อสมัยเด็กขึ้นมาเป็นสิบเลย ยิ่งนึกถึงมันก็ยิ่งอยากไปให้พ้นจากไอ้คนเฮงซวยนี่ “แกจะไสหัวไปที่ไหนก็ไป!ไสหัวไปเหมือนแม่ของแก!!” พูดจบผู้ชายคนนั้นก็หมุนตัวเดินออกจากบ้าน คำพูดเมื่อกี้นี้ทำให้ผมชะงักไป ไสหัวไปเหมือนแม่อย่างงั้นเหรอ? ความจริงมันเป็นความคิดที่ไม่เลวเลย ไม่สิ ออกจะดีมากด้วยซ้ำ!จากการตัดสินใจของแม่ทำให้ผมพูดได้เต็มปากเลยว่าแม่โคตรฉลาด!!ฉลาดที่ไม่ทนอยู่กับสามีที่ไร้อนาคตแบบนี้!แล้วก็ชื่นชมมากที่แม่ทนอยู่มาได้เป็นปี!ถ้าเป็นผมนะ...บอกเลยว่าแม้แต่เสี้ยววิเดียวก็จะไม่ทน! ถ้าจะถามว่าผมโกรธแม่มั้ยที่ทิ้งผมไป ตอบได้เต็มปากเลยว่าไม่โกรธ เพราะแม่ทำถูกแล้ว ไม่มีใครทนอยู่กับสามีแบบนี้ได้หรอก!แต่มีอยู่อย่างเดียวที่ผมไม่เข้าใจแล้วก็ติดใจมาจนถึงทุกวันนี้ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่พาผมไปด้วย ทำไมถึงทิ้งให้ผมอยู่กับไอ้พ่อเฮงซวยที่อนาคตมืดมนเหมือนบ้านตอนโดนตัดไฟแบบนี้!!ผมไม่เข้าใจโว้ย!ถ้าผมย้อนเวลากลับไปได้นะ ผมจะเกาะขาแม่เป็นหมีโคอาล่าเกาะต้นยูคาลิปตัสเลย!แม่ไปไหนผมก็จะไปด้วย!!! แต่ก็นั่นแหละ มันก็เป็นแค่ความคิดเพ้อฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง พูดกันตามตรงคือผมจำหน้าแม่ไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะแม่หายเข้ากลีบเมฆไปตั้งแต่ผมยังเป็นแค่เด็กตัวกระเปี๊ยกไม่รู้ประสีประสาอยู่เลย แต่พอผมโตขึ้นก็รู้ว่าแม่มีของเหลือไว้ให้ผมด้วยสองอย่าง อย่างแรกคือสร้อย อีกอย่างมันถูกซ่อนไว้ที่ห้องนอนของผม มันเป็นกล่องกำมะหยี่ที่ข้างในมีแหวนใส่อยู่ ผมก้มลงมองสร้อยบนคอของตัวเอง สร้อยนี่ไม่ได้เป็นของมีค่าอะไร มันก็แค่แผ่นสแตนเลสทรงรีที่ด้านหน้าแกะสลักเป็นลายดอกกล้วยไม้ ส่วนด้านหลังแกะเป็นตัวอักษร **(อวี้) ซึ่งก็น่าจะเป็นแซ่ของแม่ ถ้าผมใช้แซ่ของแม่ก็จะเป็น ‘อวี้ฟางหรง’ เฮ้ย..เท่กว่า ‘เว่ยฟางหรง’ เป็นไหนๆ ส่วนแหวนที่แม่ให้มานั้นผิดกับสร้อยนี่ลิบลับเพราะราคาของมันสูงมาก ที่รู้ก็เพราะเคยเอาไปให้พวกร้านเพชรร้านทองดู คำตอบแทบจะออกมาแบบเดียวกันคือตัวแหวนทำด้วยทองแท้เก้าสิบเปอร์เซนต์เลยทีเดียว แล้วหัวแหวนเป็นทับทิมแท้ร้อยเปอร์เซนต์ แหวนวงนี้ราคาไม่ต่ำกว่าห้าหมื่นหยวนแน่นอน ผมเลยเก็บไว้อย่างดีให้ห่างจากผู้ชายคนนั้น... ถ้าจะถามว่าทำไมตอนนี้ผมถึงไม่ออกไปหาห้องเช่าแทนที่จะมาทนอยู่แบบนี้ บอกเลยว่าผมเคยออกไปแล้ว แต่ไอ้พวกเจ้าหนี้มันทวงเงินจากผู้ชายคนนั้นไม่ได้ เพราะผู้ชายคนนั้นมันไม่มีวันมีเงินใช้หนี้หรอก!!พวกมันเลยสืบหาที่อยู่ผมจนเจอ แน่นอนว่าห้องเช่านั่นเละไม่มีชิ้นดี จนผมต้องย้ายกลับมาอยู่บ้านเพราะไม่มีปัญญาไปให้ไกลกว่านั้น เฮ้อ...แม่ครับ ผมก็ขอให้แม่โชคดี เจอกับผู้ชายดีๆ สักคนที่ดูแลแม่ได้ หวังว่าจะได้เจอแม่ในสักวัน...แล้วก็เอาผมไปอยู่ด้วยที!!ตอนนี้จะเป็นบ้าอยู่แล้ว!! ผมเดินออกมาจากบ้านเพราะคืนนี้ผมก็ไม่คิดนอนที่นี่แล้ว บ้านเละขนาดนี้..บอกตามตรงว่าฟางหรงนอนไม่ได้ครับ!จังหวะที่ผมกำลังจะปิดประตูก็มีเสียงเรียกจากด้านหลัง “เฮ้ย!” ผมหันไปมองตามต้นเสียงก็เห็นคนสี่ห้าคนยืนหน้าทะมึนอยู่ หน้าไม่คุ้นแฮะ อย่าบอกนะว่าเป็นพวกเจ้าหนี้รายใหม่ “แกอยู่ที่นี่เหรอ” พี่ล่ำที่เหมือนจะเป็นหัวโจกถามอย่างไม่เป็นมิตร ประโยคพูดแบบนี้มันเจ้าหนี้ชัดๆ เลยนี่หว่า!แต่นี่มันก็มืดค่ำแล้วนะ จะมาทวงหนี้ตอนนี้จริงดิ! “ใช่ครับ มีอะไรรึเปล่า” ถึงจะมีโอกาสประมาณเก้าสิบเก้าจุดเก้าเปอร์เซ็นต์ที่จะมาทวงหนี้ก็เถอะ ขอความหวังอันน้อยนิดสักศูนย์จุดหนึ่งเปอร์เซนต์ว่าจะไม่ใช่ทีเถอะน่า “งั้นแกคงเป็นลูกชายของไอ้หมอนั่นสินะ” ไอ้หมอนั่น? อา...หมายถึง (ไอ้) พ่อบังเกิดเกล้าจริงๆ ด้วย ความหวังอันน้อยนิดของผมพังครืนลงมาในพริบตา ไอ้สันขวานเอ้ย!หนี้เก่ายังใช้ไม่หมด ยังจะไปหาหนี้ใหม่เพิ่มอีก!! “...” “พ่อแกมันผลัดจ่ายดอกมาหลายเดือนแล้ว ในเมื่อแกเป็นลูกก็ชดใช้แทนพ่อแกมาซะ” ผมเกลียดประโยคนี้ที่สุด!เป็นพ่อลูกก็ไม่ได้หมายความว่าผมต้องใช้หนี้แทนมันมั้ย ยิ่งเป็นคนที่รู้ว่าไม่มีแต่ก็ยังสะเออะใช้อีก โอ๊ยยย!แล้วทำไมพวกแกไม่รู้จักมาให้เร็วกว่านี้ฮะ!จะได้เจอตอนไอ้พ่อบ้านั่นออกจากบ้านพอดี แล้วผมจะได้ไม่ต้องซวยแบบนี้! “นี่ต้าเกอ*เอาตรงๆ นะ ตอนนี้ผมไม่มีเงินให้หรอก” ผมพูดออกไปตามความจริง ตอนนี้เงินติดด้วยยังแทบไม่มีเลย เงินใช้หนี้ก็อย่าหวังว่าผมจะมีให้ “ไม่มี? แกจะไม่จ่ายใช่มั้ย!” “คนที่ไปกู้มามันไม่ใช่ผมนะ!ใครเป็นคนกู้ก็ต้องไปทวงจากคนนั้นสิ!!” “ใครเป็นคนกู้ก็ช่าง แต่ฉันต้องได้เงินคืนวันนี้!!” ไอ้หัวโจกหยิบอะไรบ้างอย่างที่เหน็บไว้ที่ข้างหลังขึ้นมา ปืน? ผมจ้องปืนในมือไอ้พี่ล่ำไม่วางตา พอได้จังหวะ...ก็วิ่งสิพี่น้องจะรออะไรล่ะ!ถึงผมจะมั่นใจในศิลปะการป้องกันตัวของตัวเองมากแค่ไหน แต่กับลูกปืนมันก็ต้องมีข้อยกเว้นหน่อยนะ! ปัง! ปัง! “เชี่ย!” ผมสถบออกมาเมื่อกระสุนนัดหนึ่งโดนขาซ้ายเข้าเต็มๆ ส่วนอีกนัดเสียดสีข้างจนถลอก โธ่เว้ย!โดนที่ไหนไม่โดนดันโดนที่ขาทำให้วิ่งช้าลงไปอีก ยิ่งวิ่งเลือดก็ยิ่งออกมากซะด้วย เจ็บก็เจ็บ..ไอ้บ้านี่ ตั้งแต่เกิดมานี่คงเป็นเหตุการณ์ระทึกที่สุดแล้วมั้ง! ตึก! ตึก! ตึก! ผมกัดฟันวิ่งลัดเลาะไปตามตรอกซอยโดยที่เสียงปืนยังดังไล่หลังตามมาอีกสองนัด เลือดที่ขาไหลออกมาเป็นระยะ แล้วก็เจ็บแปล๊บๆ ทุกครั้งที่ลงน้ำหนักไว้ขาซ้าย หน็อย!จำไว้เลยนะไอ้พวกหน้าสัตว์ทั้งหลาย บังอาจทำให้ผมต้องมีสารรูปดูไม่ได้แบบนี้ถ้ามีโอกาสพ่อจะจัดหนักจนหาทางกลับบ้านไม่ถูกเลยคอยดู!! ว่าแต่นี่มันเป็นวันอะไรวะเนี่ย!เพิ่งโดนไล่ออกจากงาน ทะเลาะกับไอ้พ่องี่เง่า แล้วก็มาโดนเจ้าหนี้ไล่ยิงเนี่ยนะ!? ทำไมมันอัปมงคลแบบนี้! ผมพยายามวิ่งไปเรื่อยๆ จนถึงหน้าปากซอย ที่นั่นผมเห็นรถสีดำคันหรูที่ใฝ่ฝันว่าซักวันจะเก็บเงินซื้อเป็นของตัวเองให้ได้จอดอยู่ แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนั้น ประเด็นมันอยู่ที่ว่าไอ้รถคันนั้นดันติดฟิล์มทึบ ตอนกลางคืนมันก็มืดจนมองไม่เห็นอยู่แล้วยิ่งติดฟิล์มทึบยิ่งมองไม่เห็นข้างในเข้าไปใหญ่ แล้วกูจะขอความช่วยเหลือยังไง!? ตอนนั้นเองที่สมองผมทำการประมวลผลอย่างรวดเร็วว่าไม่ให้ขอความช่วยเหลือด้วยเหตุผลสองข้อ.. ..หนึ่ง..ในรถมีคนอยู่ในรถรึเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปขอให้ช่วย โชคดีก็มีคนอยู่และสามารถขอความช่วยเหลือได้แต่อย่าลืมว่าไอ้ตัวหัวหน้ามีปืน ขืนไปขอให้ช่วยสุ่มสี่สุ่มห้ามีหวังโดนยิงกันทั้งคู่พอดี แต่ถ้าโชคร้ายก็ไม่มีคนแถมอาจถูกพวกมันจับได้อีก ผลก็คือค่าเท่ากัน..เพราะฉะนั้นอย่าเสียเวลาหยุดของให้ชาวบ้านช่วยจะดีกว่า สอง..ดูจากรถแล้วยังไงก็เป็นพวกคนมีเงิน ซึ่งยุ่งกับพวกมีเงินทีไรบรรลัยทุกที ดีไม่ดีอาจจะได้นอนในคุกในตะรางแบบไม่รู้ตัวก็ได้ ปัง! ตึง! ซวยแล้ว...กระสุนนัดที่มันยิงมาเมื่อกี้ดันเฉียดขาอีกข้างทำให้ผมเสียการทรงตัวจนล้มลง ผมพยายามพยุงตัวขึ้นมาแล้วเตรียมจะวิ่งต่อ แต่ไม่ทันแล้ว! นี่ผมจะมาตายเพราะไอ้พ่อบ้านั่นจริงๆ เหรอเนี่ย ไม่เอานะ อย่างน้อยก็ขอให้ผมแก่ตายตามกาลเวลาเถอะ!โอเค นี่ผมว่าสติสตางค์ของตัวเองจะเริ่มไปหมดแล้ว ฮึบไว้ฟางหรงฮึบไว้! ผมพยายามสูดหายใจเข้าลึกและไม่คิดฟุ้งซ่าน ถึงแม้จะมีปืนจ่อหน้าอยู่ก็ตาม!! เมื่อกี้มันยิงโดนขาซ้ายนัดเดียว เฉียดสีข้างกับขาอีกสองนัด อีกสองนัดพลาด ปืนพกแบบนั้นรู้สึกว่าจะใส่กระสุนได้เจ็ดนัด แต่ก็ไม่แน่ เพราะไม่รู้ว่าไอ้พี่ล่ำมันใส่กระสุนไว้ที่รังเพลิงอีกนัดด้วยรึเปล่า ตีไว้สักสามนัดโดยประมาณก็แล้วกัน ว่าแต่...เหลือตั้งสามนัดเลยเหรอฟะ!! “แกหนีไม่รอดหรอก ถ้าไม่ใช้หนี้ที่พ่อแกติดไว้..ก็เอาชีวิตแกมาซะ” เอาไงดี..เอายังไงดี... ตอนนั้นเองที่หางตาผมเหลือบไปเห็นลังโง่ๆ ที่พอจะใช้บังกระสุนได้ ผมไม่รอช้าใช้แรงทั้งหมดที่มีวิ่งไปหลบหลังลังนั่นได้อย่างฉิวเฉียดโดยมีเสียงปืนตามหลังมาอีกสองนัด มันอาจจะมีกระสุนเหลืออีกนัดแต่บังเอิญว่าผมได้ยินแกร๊กๆ เหมือนเสียงกระสุนหมด เลยทำให้ผมรีบพุ่งออกไปทันที ไม่ยอมให้เปลี่ยนแม็กกาซีนหรอกน่า ไม่งั้นมีหวังตัวผมเป็นรูกันพอดี ถึงขาที่โดนยิงจะมีเลือดไหลออกมาเป็นระยะแล้วยังเจ็บแปร๊บๆ แถมการเคลื่อนไหวจะช้าลง แต่ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับการจัดการไอ้พวกนี้ ถ้าไอ้ตัวหัวหน้ามันไม่มีปืนก็อย่าหวังว่าจะทำให้ผมอยู่ในสภาพนี้เลย!ผมใช้ขาข้างหนึ่งเตะปืนในมือของตัวหัวหน้าจนกระเด็นและใช้ขาอีกข้างเตะก้านคออย่างจังจนมันนอนแน่นิ่งไป แน่ล่ะ โดนไปเต็มๆ แบบไม่มีปัดป้องถ้าไม่สลบก็ไม่ใช่คนแล้ว ผมกวาดสายตาไปมองพวกลูกกระจ๊อกอีกสามสี่ตัวที่ยืนอยู่ด้านหลัง ได้เวลาชำระแค้นที่ทำให้ผมต้องหนีหัวซุกหัวซุนแล้ว ดีจริงๆ ที่มีแค่ตัวหัวหน้าที่ปกปืน สวรรค์ช่างเข้าข้างผมเหลือเกิน!นี่แกโง่หรือโง่? เจ้าหนี้บ้านป้าแกพกปืนแค่คนเดียวเหรอ!แต่ก็ว่าเขาไม่ได้หรอก เพราะมีปืนแค่คนเดียวก็พอแล้ว...พอแล้วจริงๆ “จับมันสิวะ!” ไอ้ล่ำที่ทำตัวเป็นหัวโจกคนใหม่หันกลับไปพูดกับพวกที่เหลือ “แค่เอาไอ้กระจอกนี่กลับไปมันยากตรงไหน!!” กระจอก? เดี๋ยวจะทำให้พวกแกรู้ว่าตายคาตีนมันเป็นยังไง ให้จมตีนไอ้กระจอกนี่แหละ คนอย่างฟางหรงฆ่าได้ หยามไม่ได้โว้ย! ตอนนั้นเองที่ไอ้หัวโจกคนใหม่ปรี่เข้ามาจะต่อยผม แน่นอนว่าผมหลบได้ทันแล้วจัดการสวนกลับไปหนึ่งดอกที่แก้มซ้าย ผมยกอวัยวะเบื้องต่ำหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าตีนไปประทับบนหน้าอกของไอ้เบอร์หนึ่งและถีบไปอย่างแรงจนมันหงายหลัง แล้วก็เตะที่สีข้างมันซ้ำอีกที ผมรู้ว่าแค่นี้ทำให้มันสลบไม่ได้ แล้วก็ไม่คิดจะปล่อยมันไว้แบบนี้ด้วย เพราะมีสุภาษิตจีนกล่าวไว้ว่ากันภัยพิบัติก่อนที่มันจะเกิดขึ้น!ผมกระชากหัวมันขึ้นมาก่อนจับกระแทกเข้ากับกำแพงจนเลือดอาบแล้วค่อยเหวี่ยงไปกองกับพื้นคอนกรีต “พวกแกอยากโดนด้วยไหม? ขอบอกว่าสามต่อหนึ่งฉันก็ไหว” พอผมพูดจบก็เหมือนกับเป็นการเปิดสวิสต์ พวกมันมองหน้ากันไปมาก่อนจะกระโจนใส่ผมอย่างพร้อมเพรียง ตุบ ผลัก พลัวะ เอาตามตรงเลยนะ...ไอ้พวกนี้มันยิ่งกว่ากระจอกซะอีก สถานการณ์ตอนนี้คือผมคนเดียว..ย้ำว่าคนเดียว..ที่บาดเจ็บกำลังซ้อมพี่ล่ำสามตัวที่ไม่มีอาการบาดเจ็บใดๆ จนเรียกได้ว่าตายคาตีน มันต่อยผมไม่โดนเลยด้วยซ้ำ! พวกไอ้พวกคุณมึงเอ็งเป็นพวกทวงหนี้จริงป่ะเนี่ย!! แต่เอ๊ะ..แต่เหมือนจะลืมอะไรไป...อืม.. แปล๊บ ความรู้สึกแปล๊บๆ นี่...อ้อ...เชี่ยเอ๊ย! โดนยิงอยู่นี่หว่า เจ็บชิบ..โมโหจนลืมเจ็บเลย ผมเดินกะเผลกๆ ไปพิงกำแพงข้างทางเอาไว้ ตาก็เริ่มลายแล้วด้วย เหงื่อก็ท่วมตัว โดนยิงที่ขาเต็มๆ เลือดไหลโชกประหนึ่งอาบน้ำก็ไม่ปาน แถมยังทั้งเตะทั้งถีบซะขนาดนั้น ผมนี่มัน..ไม่เจียมสังขารเลยจริงๆ ถ้าผมตายเร็วจะไม่แปลกใจเลยว่าทำไม อา..จริงสิ ต้องโทรให้ใครสักคนมารับ ผมพยายามตั้งสติและหยิบโทรศัพท์รุ่นบรรพบุรุษโคตรเง้าศักราชออกมาโทรหาเพื่อนที่สนิทด้วยที่สุด [หมายเลขที่ท่านเรียก...] ไอ้เพื่อนเวร เวลาสำคัญไม่เคยเปิดโทรศัพท์เลย!ทำไงวะเนี่ย กระเป๋าตังค์ไม่มีเงินซักแดง เงินเดือนก็เอาไปใช้หนี้ที่ไม่ได้เป็นคนก่อ ไอ้เพื่อนสุดที่รักก็ดันปิดเครื่อง...อย่าบอกนะว่าต้องเดินกลับ ขานี่ก็เดี้ยงอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้ไปโรงพยาบาลอีกนี่คงได้ฤกษ์จัดงานกงเต็กเพราะเสียเลือดมาก “ฟางหรง” “...” ผมเงยหน้าขึ้นมองไปทางต้นเสียงก็เห็นผู้ชายในชุดสูทสีดำยืนอยู่ หมอนี่มันใครวะ... ผมมองหน้าของผู้ชายที่เข้ามาทักอย่างละเอียด มันจัดได้ว่าเป็นคนหล่อที่จะออกไปทางน่ารักมากกว่า “...หือ..” รู้จักชื่อผมแถมหน้าคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหน..อืม..คุ้นมากชนิดที่เรียกได้ว่าเคยรู้จักแน่นอน อ๊ะ..หรือว่า.. “..หรือว่าแกคือ...เฟิงหมิง?!” ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าจะเจอเฟิงหมิงที่เป็นเพื่อนสนิทสมัยม.ต้น แต่ตอนขึ้นม.ปลายมันก็ย้ายโรงเรียนแถมยังเปลี่ยนเบอร์ทำให้ไม่ได้เจอกันอีกเลย “กว่าจะนึกออกนะ แต่ก็ยังดีที่แกจำฉันได้นะฟางหรง” มันฉีกยิ้มหวานให้ ถ้าไม่ติดที่ว่ารู้จักมันมาก่อนก็จะคิดว่ามันเป็นคนจริงใจ แต่เสียใจที่ผมดันรู้สันดารมันนี่แหละ รอยยิ้มแบบนี้เป็นรอยยิ้มที่โคตรไม่น่าไว้ใจที่สุดเลย “เดี๋ยวฉันจะพาไปโรงพยาบาล” เฟิงหมิงพยุงผมไปที่รถของมันที่จอดอยู่หน้าปากซอย...หืม? ปากซอย...นั่นมันไอ้รถราคาแพงระยับที่ผมเลือกว่าจะไม่เข้าไปขอให้ช่วยนี่หว่า!! ถ้ามันอยู่ในรถคันนั้น = เห็นว่าผมโดนไล่ยิง = รู้ว่าเป็นผมแต่มันไม่ช่วย! “เฟิงหมิง!นี่แกเห็นทุกอย่างเลยใช่ไหม!” “เอาน่าๆ แกเหนื่อยมากแล้ว แถมเสียเลือดอีก นอนพักเถอะ” มันเปลี่ยนเรื่องพูดพร้อมฉีกยิ้มหวานอีกครั้ง หลังจากรถขึ้นไปนั่งบนรถมัน แอร์เย็นๆ ก็ทำให้ผมเริ่มง่วง...ถ้าตื่นเมื่อไหร่ผมจะจะเอามันให้ถึงที่สุดเลย! ================================================ * ต้าเกอ = พี่ใหญ่

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

เป็นได้แค่เพื่อน(รัก)

read
7.8K
bc

งูบ้านนี้สายพันธุ์เหมียว (Luna V.)

read
1K
bc

Heroine (ที่นี่ไม่มี นางเอก)

read
14.8K
bc

เป็นแฟนผมนี่มันไม่ดียังไงครับเฮีย

read
3.2K
bc

คุณอาของหนู...น่ารักกว่าใคร

read
7.9K
bc

Friendship จุดจบสายเถื่อน

read
1K
bc

มายารัก

read
2.6K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook