ล่าครั้งที่ **อับโชค...แปลว่าซวย..

3204 Words
แกร๊ก “โธ่เว้ย!” ผมสบถออกมาพร้อมยีหัวตัวเองด้วยความหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม จะมีวันไหนบ้างที่พอเปิดประตูบ้านเข้าไปจะไม่เห็นข้าวของกระจัดกระจายเหมือนโดนปล้นแบบนี้ ไม่สิ โจรมันยังไม่ทำบ้านเละขนาดนี้เลยมั้ง!นี่มันไม่ใช่ครั้งแรกที่บ้านมีสารรูปเละเทะจนดูไม่ได้ ถึงจะเห็นทุกวันจนเรียกได้ว่าเป็นเรื่องปกติแต่มันก็อดไม่ได้ที่จะหงุดหงิดอยู่ดี! ตึง! ตึง! เสียงฝีเท้ากระทบพื้นดังตึงตังแสดงถึงความหงุดหงิดของเจ้าของฝีเท้าได้อย่างเห็นได้ชัด เหอะ!สงสัยจะเสียพนันจนหมดตัว ไอ้เราก็อุตส่าห์ทำงานตัวเป็นเกลียว เพื่อว่าสักวันจะเก็บเงินได้ก้อนสองก้อนแล้วไสหัวไปให้ไกลจากที่นี่ “ไอ้ฟางหรง!!” เสียงแหบแห้งตะโกนเสียงชื่อผมดังลั่น “แกหายหัวไปไหนมาทั้งวันฮะ!” เจ้าของเสียงเดินโซเซเข้ามาหาผม ไม่เสียพนันก็ดื่มเหล้า มีแค่สองอย่างเท่านั้นที่ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘พ่อบังเกิดเกล้า’ จะทำ “มีการมีงานต้องทำ ไม่ได้ว่างเหมือนพ่อที่เอาแต่ผลาญเงินไปวันๆ นี่” ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่เจือความไม่พอใจ ปกติผมก็ไม่ได้ต่อปากต่อคำกับผู้ชายคนนี้หรอก แต่บังเอิญความหงุดหงิดที่สะสมจากการที่โดนไอ้ผู้จัดการเฮงซวยไล่ออกบวกกับเจอสภาพบ้านที่เละจนดูไม่ได้แล้วกลับมาเจอพ่อแบบนี้ ทำให้ผมรู้สึกโคตรของโคตรหงุดหงิดเลย!!แต่ก็ต้องสะกดความหงุดหงิดไว้ไม่ให้สื่อออกมาทางน้ำเสียง ทั้งๆ ที่ในใจผมตอนนี้แทบจะลุกเป็นไฟอยู่แล้ว เพียะ! ฝ่ามือหยาบกร้านกระทบแก้มซ้ายอย่างจังจนใบหน้าสะบัดไปตามแรงตบ ต่อมาผมก็รู้สึกถึงรสชาติของเหล็กในปาก นี่ถ้าไม่ใช่เพราะผมกลัวบาปนะ....จะกระโดดขาคู่ถีบยอดหน้าไอ้คนๆ นี้ให้ดู! “หุบปาก!!ไอ้ลูกทรพี!” อ้อ!ผมเลยหาคำนี้ในพจนานุกรมด้วย มันเขียนไว้ว่า’ ทรพี’ แปลว่า ลูกอกตัญญูที่ทำร้ายพ่อแม่ ซึ่ง ‘อกตัญญู’ แปลว่า คนที่ไม่รู้สึกถึงบุญคุณที่ผู้อื่นทำให้ตัวเอง แต่ผู้ชายคนนี้ไม่ได้ทำอะไรที่เรียกว่าบุญคุณให้ผมเลยนะ เลี้ยงดูเหรอ? ตั้งแต่จำความได้ผมก็เลี้ยงตัวเองมาโดยตลอด อบรมสั่งสอน? อันนั้นครูที่โรงเรียนก็เป็นคนทำนะ ให้ที่อยู่? แต่ค่าเช่าผมเป็นคนจ่าย ให้กำเนิด? ถ้าหมายถึงการหลั่งน้ำเชื้อเข้าไปในช่องคลอดจนอสุจิมันปฏิสนธิกับไข่ล่ะก็...ก็คงเป็นบุญคุณ..ล่ะมั้ง... “หน้าที่ของแกคือหาเงินใช้หนี้ไม่ใช่มาเถียงคำไม่ตกฟากแบบนี้!!” หาเงินใช้หนี้สินะ...แค่คำพูดประโยคเดียวกลับขุดเอาความทรงจำเมื่อสมัยเด็กขึ้นมาเป็นสิบเลย ยิ่งนึกถึงมันก็ยิ่งอยากไปให้พ้นจากไอ้คนเฮงซวยนี่ “แกจะไสหัวไปที่ไหนก็ไป!ไสหัวไปเหมือนแม่ของแก!!” พูดจบผู้ชายคนนั้นก็หมุนตัวเดินออกจากบ้าน คำพูดเมื่อกี้นี้ทำให้ผมชะงักไป ไสหัวไปเหมือนแม่อย่างงั้นเหรอ? ความจริงมันเป็นความคิดที่ไม่เลวเลย ไม่สิ ออกจะดีมากด้วยซ้ำ!จากการตัดสินใจของแม่ทำให้ผมพูดได้เต็มปากเลยว่าแม่โคตรฉลาด!!ฉลาดที่ไม่ทนอยู่กับสามีที่ไร้อนาคตแบบนี้!แล้วก็ชื่นชมมากที่แม่ทนอยู่มาได้เป็นปี!ถ้าเป็นผมนะ...บอกเลยว่าแม้แต่เสี้ยววิเดียวก็จะไม่ทน! ถ้าจะถามว่าผมโกรธแม่มั้ยที่ทิ้งผมไป ตอบได้เต็มปากเลยว่าไม่โกรธ เพราะแม่ทำถูกแล้ว ไม่มีใครทนอยู่กับสามีแบบนี้ได้หรอก!แต่มีอยู่อย่างเดียวที่ผมไม่เข้าใจแล้วก็ติดใจมาจนถึงทุกวันนี้ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่พาผมไปด้วย ทำไมถึงทิ้งให้ผมอยู่กับไอ้พ่อเฮงซวยที่อนาคตมืดมนเหมือนบ้านตอนโดนตัดไฟแบบนี้!!ผมไม่เข้าใจโว้ย!ถ้าผมย้อนเวลากลับไปได้นะ ผมจะเกาะขาแม่เป็นหมีโคอาล่าเกาะต้นยูคาลิปตัสเลย!แม่ไปไหนผมก็จะไปด้วย!!! แต่ก็นั่นแหละ มันก็เป็นแค่ความคิดเพ้อฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง พูดกันตามตรงคือผมจำหน้าแม่ไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะแม่หายเข้ากลีบเมฆไปตั้งแต่ผมยังเป็นแค่เด็กตัวกระเปี๊ยกไม่รู้ประสีประสาอยู่เลย แต่พอผมโตขึ้นก็รู้ว่าแม่มีของเหลือไว้ให้ผมด้วยสองอย่าง อย่างแรกคือสร้อย อีกอย่างมันถูกซ่อนไว้ที่ห้องนอนของผม มันเป็นกล่องกำมะหยี่ที่ข้างในมีแหวนใส่อยู่ ผมก้มลงมองสร้อยบนคอของตัวเอง สร้อยนี่ไม่ได้เป็นของมีค่าอะไร มันก็แค่แผ่นสแตนเลสทรงรีที่ด้านหน้าแกะสลักเป็นลายดอกกล้วยไม้ ส่วนด้านหลังแกะเป็นตัวอักษร **(อวี้) ซึ่งก็น่าจะเป็นแซ่ของแม่ ถ้าผมใช้แซ่ของแม่ก็จะเป็น ‘อวี้ฟางหรง’ เฮ้ย..เท่กว่า ‘เว่ยฟางหรง’ เป็นไหนๆ ส่วนแหวนที่แม่ให้มานั้นผิดกับสร้อยนี่ลิบลับเพราะราคาของมันสูงมาก ที่รู้ก็เพราะเคยเอาไปให้พวกร้านเพชรร้านทองดู คำตอบแทบจะออกมาแบบเดียวกันคือตัวแหวนทำด้วยทองแท้เก้าสิบเปอร์เซนต์เลยทีเดียว แล้วหัวแหวนเป็นทับทิมแท้ร้อยเปอร์เซนต์ แหวนวงนี้ราคาไม่ต่ำกว่าห้าหมื่นหยวนแน่นอน ผมเลยเก็บไว้อย่างดีให้ห่างจากผู้ชายคนนั้น... ถ้าจะถามว่าทำไมตอนนี้ผมถึงไม่ออกไปหาห้องเช่าแทนที่จะมาทนอยู่แบบนี้ บอกเลยว่าผมเคยออกไปแล้ว แต่ไอ้พวกเจ้าหนี้มันทวงเงินจากผู้ชายคนนั้นไม่ได้ เพราะผู้ชายคนนั้นมันไม่มีวันมีเงินใช้หนี้หรอก!!พวกมันเลยสืบหาที่อยู่ผมจนเจอ แน่นอนว่าห้องเช่านั่นเละไม่มีชิ้นดี จนผมต้องย้ายกลับมาอยู่บ้านเพราะไม่มีปัญญาไปให้ไกลกว่านั้น เฮ้อ...แม่ครับ ผมก็ขอให้แม่โชคดี เจอกับผู้ชายดีๆ สักคนที่ดูแลแม่ได้ หวังว่าจะได้เจอแม่ในสักวัน...แล้วก็เอาผมไปอยู่ด้วยที!!ตอนนี้จะเป็นบ้าอยู่แล้ว!! ผมเดินออกมาจากบ้านเพราะคืนนี้ผมก็ไม่คิดนอนที่นี่แล้ว บ้านเละขนาดนี้..บอกตามตรงว่าฟางหรงนอนไม่ได้ครับ!จังหวะที่ผมกำลังจะปิดประตูก็มีเสียงเรียกจากด้านหลัง “เฮ้ย!” ผมหันไปมองตามต้นเสียงก็เห็นคนสี่ห้าคนยืนหน้าทะมึนอยู่ หน้าไม่คุ้นแฮะ อย่าบอกนะว่าเป็นพวกเจ้าหนี้รายใหม่ “แกอยู่ที่นี่เหรอ” พี่ล่ำที่เหมือนจะเป็นหัวโจกถามอย่างไม่เป็นมิตร ประโยคพูดแบบนี้มันเจ้าหนี้ชัดๆ เลยนี่หว่า!แต่นี่มันก็มืดค่ำแล้วนะ จะมาทวงหนี้ตอนนี้จริงดิ! “ใช่ครับ มีอะไรรึเปล่า” ถึงจะมีโอกาสประมาณเก้าสิบเก้าจุดเก้าเปอร์เซ็นต์ที่จะมาทวงหนี้ก็เถอะ ขอความหวังอันน้อยนิดสักศูนย์จุดหนึ่งเปอร์เซนต์ว่าจะไม่ใช่ทีเถอะน่า “งั้นแกคงเป็นลูกชายของไอ้หมอนั่นสินะ” ไอ้หมอนั่น? อา...หมายถึง (ไอ้) พ่อบังเกิดเกล้าจริงๆ ด้วย ความหวังอันน้อยนิดของผมพังครืนลงมาในพริบตา ไอ้สันขวานเอ้ย!หนี้เก่ายังใช้ไม่หมด ยังจะไปหาหนี้ใหม่เพิ่มอีก!! “...” “พ่อแกมันผลัดจ่ายดอกมาหลายเดือนแล้ว ในเมื่อแกเป็นลูกก็ชดใช้แทนพ่อแกมาซะ” ผมเกลียดประโยคนี้ที่สุด!เป็นพ่อลูกก็ไม่ได้หมายความว่าผมต้องใช้หนี้แทนมันมั้ย ยิ่งเป็นคนที่รู้ว่าไม่มีแต่ก็ยังสะเออะใช้อีก โอ๊ยยย!แล้วทำไมพวกแกไม่รู้จักมาให้เร็วกว่านี้ฮะ!จะได้เจอตอนไอ้พ่อบ้านั่นออกจากบ้านพอดี แล้วผมจะได้ไม่ต้องซวยแบบนี้! “นี่ต้าเกอ*เอาตรงๆ นะ ตอนนี้ผมไม่มีเงินให้หรอก” ผมพูดออกไปตามความจริง ตอนนี้เงินติดด้วยยังแทบไม่มีเลย เงินใช้หนี้ก็อย่าหวังว่าผมจะมีให้ “ไม่มี? แกจะไม่จ่ายใช่มั้ย!” “คนที่ไปกู้มามันไม่ใช่ผมนะ!ใครเป็นคนกู้ก็ต้องไปทวงจากคนนั้นสิ!!” “ใครเป็นคนกู้ก็ช่าง แต่ฉันต้องได้เงินคืนวันนี้!!” ไอ้หัวโจกหยิบอะไรบ้างอย่างที่เหน็บไว้ที่ข้างหลังขึ้นมา ปืน? ผมจ้องปืนในมือไอ้พี่ล่ำไม่วางตา พอได้จังหวะ...ก็วิ่งสิพี่น้องจะรออะไรล่ะ!ถึงผมจะมั่นใจในศิลปะการป้องกันตัวของตัวเองมากแค่ไหน แต่กับลูกปืนมันก็ต้องมีข้อยกเว้นหน่อยนะ! ปัง! ปัง! “เชี่ย!” ผมสถบออกมาเมื่อกระสุนนัดหนึ่งโดนขาซ้ายเข้าเต็มๆ ส่วนอีกนัดเสียดสีข้างจนถลอก โธ่เว้ย!โดนที่ไหนไม่โดนดันโดนที่ขาทำให้วิ่งช้าลงไปอีก ยิ่งวิ่งเลือดก็ยิ่งออกมากซะด้วย เจ็บก็เจ็บ..ไอ้บ้านี่ ตั้งแต่เกิดมานี่คงเป็นเหตุการณ์ระทึกที่สุดแล้วมั้ง! ตึก! ตึก! ตึก! ผมกัดฟันวิ่งลัดเลาะไปตามตรอกซอยโดยที่เสียงปืนยังดังไล่หลังตามมาอีกสองนัด เลือดที่ขาไหลออกมาเป็นระยะ แล้วก็เจ็บแปล๊บๆ ทุกครั้งที่ลงน้ำหนักไว้ขาซ้าย หน็อย!จำไว้เลยนะไอ้พวกหน้าสัตว์ทั้งหลาย บังอาจทำให้ผมต้องมีสารรูปดูไม่ได้แบบนี้ถ้ามีโอกาสพ่อจะจัดหนักจนหาทางกลับบ้านไม่ถูกเลยคอยดู!! ว่าแต่นี่มันเป็นวันอะไรวะเนี่ย!เพิ่งโดนไล่ออกจากงาน ทะเลาะกับไอ้พ่องี่เง่า แล้วก็มาโดนเจ้าหนี้ไล่ยิงเนี่ยนะ!? ทำไมมันอัปมงคลแบบนี้! ผมพยายามวิ่งไปเรื่อยๆ จนถึงหน้าปากซอย ที่นั่นผมเห็นรถสีดำคันหรูที่ใฝ่ฝันว่าซักวันจะเก็บเงินซื้อเป็นของตัวเองให้ได้จอดอยู่ แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนั้น ประเด็นมันอยู่ที่ว่าไอ้รถคันนั้นดันติดฟิล์มทึบ ตอนกลางคืนมันก็มืดจนมองไม่เห็นอยู่แล้วยิ่งติดฟิล์มทึบยิ่งมองไม่เห็นข้างในเข้าไปใหญ่ แล้วกูจะขอความช่วยเหลือยังไง!? ตอนนั้นเองที่สมองผมทำการประมวลผลอย่างรวดเร็วว่าไม่ให้ขอความช่วยเหลือด้วยเหตุผลสองข้อ.. ..หนึ่ง..ในรถมีคนอยู่ในรถรึเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปขอให้ช่วย โชคดีก็มีคนอยู่และสามารถขอความช่วยเหลือได้แต่อย่าลืมว่าไอ้ตัวหัวหน้ามีปืน ขืนไปขอให้ช่วยสุ่มสี่สุ่มห้ามีหวังโดนยิงกันทั้งคู่พอดี แต่ถ้าโชคร้ายก็ไม่มีคนแถมอาจถูกพวกมันจับได้อีก ผลก็คือค่าเท่ากัน..เพราะฉะนั้นอย่าเสียเวลาหยุดของให้ชาวบ้านช่วยจะดีกว่า สอง..ดูจากรถแล้วยังไงก็เป็นพวกคนมีเงิน ซึ่งยุ่งกับพวกมีเงินทีไรบรรลัยทุกที ดีไม่ดีอาจจะได้นอนในคุกในตะรางแบบไม่รู้ตัวก็ได้ ปัง! ตึง! ซวยแล้ว...กระสุนนัดที่มันยิงมาเมื่อกี้ดันเฉียดขาอีกข้างทำให้ผมเสียการทรงตัวจนล้มลง ผมพยายามพยุงตัวขึ้นมาแล้วเตรียมจะวิ่งต่อ แต่ไม่ทันแล้ว! นี่ผมจะมาตายเพราะไอ้พ่อบ้านั่นจริงๆ เหรอเนี่ย ไม่เอานะ อย่างน้อยก็ขอให้ผมแก่ตายตามกาลเวลาเถอะ!โอเค นี่ผมว่าสติสตางค์ของตัวเองจะเริ่มไปหมดแล้ว ฮึบไว้ฟางหรงฮึบไว้! ผมพยายามสูดหายใจเข้าลึกและไม่คิดฟุ้งซ่าน ถึงแม้จะมีปืนจ่อหน้าอยู่ก็ตาม!! เมื่อกี้มันยิงโดนขาซ้ายนัดเดียว เฉียดสีข้างกับขาอีกสองนัด อีกสองนัดพลาด ปืนพกแบบนั้นรู้สึกว่าจะใส่กระสุนได้เจ็ดนัด แต่ก็ไม่แน่ เพราะไม่รู้ว่าไอ้พี่ล่ำมันใส่กระสุนไว้ที่รังเพลิงอีกนัดด้วยรึเปล่า ตีไว้สักสามนัดโดยประมาณก็แล้วกัน ว่าแต่...เหลือตั้งสามนัดเลยเหรอฟะ!! “แกหนีไม่รอดหรอก ถ้าไม่ใช้หนี้ที่พ่อแกติดไว้..ก็เอาชีวิตแกมาซะ” เอาไงดี..เอายังไงดี... ตอนนั้นเองที่หางตาผมเหลือบไปเห็นลังโง่ๆ ที่พอจะใช้บังกระสุนได้ ผมไม่รอช้าใช้แรงทั้งหมดที่มีวิ่งไปหลบหลังลังนั่นได้อย่างฉิวเฉียดโดยมีเสียงปืนตามหลังมาอีกสองนัด มันอาจจะมีกระสุนเหลืออีกนัดแต่บังเอิญว่าผมได้ยินแกร๊กๆ เหมือนเสียงกระสุนหมด เลยทำให้ผมรีบพุ่งออกไปทันที ไม่ยอมให้เปลี่ยนแม็กกาซีนหรอกน่า ไม่งั้นมีหวังตัวผมเป็นรูกันพอดี ถึงขาที่โดนยิงจะมีเลือดไหลออกมาเป็นระยะแล้วยังเจ็บแปร๊บๆ แถมการเคลื่อนไหวจะช้าลง แต่ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับการจัดการไอ้พวกนี้ ถ้าไอ้ตัวหัวหน้ามันไม่มีปืนก็อย่าหวังว่าจะทำให้ผมอยู่ในสภาพนี้เลย!ผมใช้ขาข้างหนึ่งเตะปืนในมือของตัวหัวหน้าจนกระเด็นและใช้ขาอีกข้างเตะก้านคออย่างจังจนมันนอนแน่นิ่งไป แน่ล่ะ โดนไปเต็มๆ แบบไม่มีปัดป้องถ้าไม่สลบก็ไม่ใช่คนแล้ว ผมกวาดสายตาไปมองพวกลูกกระจ๊อกอีกสามสี่ตัวที่ยืนอยู่ด้านหลัง ได้เวลาชำระแค้นที่ทำให้ผมต้องหนีหัวซุกหัวซุนแล้ว ดีจริงๆ ที่มีแค่ตัวหัวหน้าที่ปกปืน สวรรค์ช่างเข้าข้างผมเหลือเกิน!นี่แกโง่หรือโง่? เจ้าหนี้บ้านป้าแกพกปืนแค่คนเดียวเหรอ!แต่ก็ว่าเขาไม่ได้หรอก เพราะมีปืนแค่คนเดียวก็พอแล้ว...พอแล้วจริงๆ “จับมันสิวะ!” ไอ้ล่ำที่ทำตัวเป็นหัวโจกคนใหม่หันกลับไปพูดกับพวกที่เหลือ “แค่เอาไอ้กระจอกนี่กลับไปมันยากตรงไหน!!” กระจอก? เดี๋ยวจะทำให้พวกแกรู้ว่าตายคาตีนมันเป็นยังไง ให้จมตีนไอ้กระจอกนี่แหละ คนอย่างฟางหรงฆ่าได้ หยามไม่ได้โว้ย! ตอนนั้นเองที่ไอ้หัวโจกคนใหม่ปรี่เข้ามาจะต่อยผม แน่นอนว่าผมหลบได้ทันแล้วจัดการสวนกลับไปหนึ่งดอกที่แก้มซ้าย ผมยกอวัยวะเบื้องต่ำหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าตีนไปประทับบนหน้าอกของไอ้เบอร์หนึ่งและถีบไปอย่างแรงจนมันหงายหลัง แล้วก็เตะที่สีข้างมันซ้ำอีกที ผมรู้ว่าแค่นี้ทำให้มันสลบไม่ได้ แล้วก็ไม่คิดจะปล่อยมันไว้แบบนี้ด้วย เพราะมีสุภาษิตจีนกล่าวไว้ว่ากันภัยพิบัติก่อนที่มันจะเกิดขึ้น!ผมกระชากหัวมันขึ้นมาก่อนจับกระแทกเข้ากับกำแพงจนเลือดอาบแล้วค่อยเหวี่ยงไปกองกับพื้นคอนกรีต “พวกแกอยากโดนด้วยไหม? ขอบอกว่าสามต่อหนึ่งฉันก็ไหว” พอผมพูดจบก็เหมือนกับเป็นการเปิดสวิสต์ พวกมันมองหน้ากันไปมาก่อนจะกระโจนใส่ผมอย่างพร้อมเพรียง ตุบ ผลัก พลัวะ เอาตามตรงเลยนะ...ไอ้พวกนี้มันยิ่งกว่ากระจอกซะอีก สถานการณ์ตอนนี้คือผมคนเดียว..ย้ำว่าคนเดียว..ที่บาดเจ็บกำลังซ้อมพี่ล่ำสามตัวที่ไม่มีอาการบาดเจ็บใดๆ จนเรียกได้ว่าตายคาตีน มันต่อยผมไม่โดนเลยด้วยซ้ำ! พวกไอ้พวกคุณมึงเอ็งเป็นพวกทวงหนี้จริงป่ะเนี่ย!! แต่เอ๊ะ..แต่เหมือนจะลืมอะไรไป...อืม.. แปล๊บ ความรู้สึกแปล๊บๆ นี่...อ้อ...เชี่ยเอ๊ย! โดนยิงอยู่นี่หว่า เจ็บชิบ..โมโหจนลืมเจ็บเลย ผมเดินกะเผลกๆ ไปพิงกำแพงข้างทางเอาไว้ ตาก็เริ่มลายแล้วด้วย เหงื่อก็ท่วมตัว โดนยิงที่ขาเต็มๆ เลือดไหลโชกประหนึ่งอาบน้ำก็ไม่ปาน แถมยังทั้งเตะทั้งถีบซะขนาดนั้น ผมนี่มัน..ไม่เจียมสังขารเลยจริงๆ ถ้าผมตายเร็วจะไม่แปลกใจเลยว่าทำไม อา..จริงสิ ต้องโทรให้ใครสักคนมารับ ผมพยายามตั้งสติและหยิบโทรศัพท์รุ่นบรรพบุรุษโคตรเง้าศักราชออกมาโทรหาเพื่อนที่สนิทด้วยที่สุด [หมายเลขที่ท่านเรียก...] ไอ้เพื่อนเวร เวลาสำคัญไม่เคยเปิดโทรศัพท์เลย!ทำไงวะเนี่ย กระเป๋าตังค์ไม่มีเงินซักแดง เงินเดือนก็เอาไปใช้หนี้ที่ไม่ได้เป็นคนก่อ ไอ้เพื่อนสุดที่รักก็ดันปิดเครื่อง...อย่าบอกนะว่าต้องเดินกลับ ขานี่ก็เดี้ยงอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้ไปโรงพยาบาลอีกนี่คงได้ฤกษ์จัดงานกงเต็กเพราะเสียเลือดมาก “ฟางหรง” “...” ผมเงยหน้าขึ้นมองไปทางต้นเสียงก็เห็นผู้ชายในชุดสูทสีดำยืนอยู่ หมอนี่มันใครวะ... ผมมองหน้าของผู้ชายที่เข้ามาทักอย่างละเอียด มันจัดได้ว่าเป็นคนหล่อที่จะออกไปทางน่ารักมากกว่า “...หือ..” รู้จักชื่อผมแถมหน้าคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหน..อืม..คุ้นมากชนิดที่เรียกได้ว่าเคยรู้จักแน่นอน อ๊ะ..หรือว่า.. “..หรือว่าแกคือ...เฟิงหมิง?!” ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าจะเจอเฟิงหมิงที่เป็นเพื่อนสนิทสมัยม.ต้น แต่ตอนขึ้นม.ปลายมันก็ย้ายโรงเรียนแถมยังเปลี่ยนเบอร์ทำให้ไม่ได้เจอกันอีกเลย “กว่าจะนึกออกนะ แต่ก็ยังดีที่แกจำฉันได้นะฟางหรง” มันฉีกยิ้มหวานให้ ถ้าไม่ติดที่ว่ารู้จักมันมาก่อนก็จะคิดว่ามันเป็นคนจริงใจ แต่เสียใจที่ผมดันรู้สันดารมันนี่แหละ รอยยิ้มแบบนี้เป็นรอยยิ้มที่โคตรไม่น่าไว้ใจที่สุดเลย “เดี๋ยวฉันจะพาไปโรงพยาบาล” เฟิงหมิงพยุงผมไปที่รถของมันที่จอดอยู่หน้าปากซอย...หืม? ปากซอย...นั่นมันไอ้รถราคาแพงระยับที่ผมเลือกว่าจะไม่เข้าไปขอให้ช่วยนี่หว่า!! ถ้ามันอยู่ในรถคันนั้น = เห็นว่าผมโดนไล่ยิง = รู้ว่าเป็นผมแต่มันไม่ช่วย! “เฟิงหมิง!นี่แกเห็นทุกอย่างเลยใช่ไหม!” “เอาน่าๆ แกเหนื่อยมากแล้ว แถมเสียเลือดอีก นอนพักเถอะ” มันเปลี่ยนเรื่องพูดพร้อมฉีกยิ้มหวานอีกครั้ง หลังจากรถขึ้นไปนั่งบนรถมัน แอร์เย็นๆ ก็ทำให้ผมเริ่มง่วง...ถ้าตื่นเมื่อไหร่ผมจะจะเอามันให้ถึงที่สุดเลย! ================================================ * ต้าเกอ = พี่ใหญ่
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD