ณ บริษัท Anika Fragrance
ม่านหมอกจอดรถยนต์คันโปรดก่อนจะเข้าไปหาพนักงานประชาสัมพันธ์รูปหล่อ
“ขอโทษนะคะ ชั้นมาพบคุณพิมพ์ชนกน่ะค่ะ”
“สักครู่นะครับ...ครับพี่พิม เอ่อคุณม่านหมอกใช่มั้ยครับ” เขาตอบกลับปลายสายและวางหูโทรศัพท์ลง ก่อนที่จะพูดกับเจ้าหล่อนอีกครั้ง
“ใช่ค่ะ”
“เชิญคุณม่านหมอกขึ้นไปที่ชั้นสองได้เลยนะครับ ลิฟต์อยู่ทางด้านซ้ายมือ ส่วนห้องของพี่พิม...เอ่อคุณพิมพ์ชนกน่ะครับ จะอยู่ห้องแรกเลย คุณไปถึงก็เห็นห้องเธอเลยครับ” พนักงานประชาสัมพันธ์รูปหล่ออธิบายอย่างใจเย็น พร้อมกับทำท่าผายมือไปทางด้านซ้ายเพื่อบอกตำแหน่งของลิฟต์
“ขอบคุณมากนะคะ” ม่านหมอกกล่าวออกไปพร้อมกับโค้งลำตัวเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปตามทางที่พนักงานบอก
ตู้สี่เหลี่ยมเคลื่อนที่ได้ นำพาสาวเจ้าให้ขึ้นไปยังชั้นสองของบริษัท เมื่อตู้นั้นเปิดออก สาวเจ้าไม่รอช้าที่จะก้าวออกไป หล่อนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเพิ่มความมั่นใจ ก่อนที่เธอจะเคาะประตูห้องแรกตามคำบอกของพนักงานหนุ่มที่ว่าเป็นห้องของพิมพ์ชนก ผู้ที่จะเป็นคนสัมภาษณ์งานเธอ
“เชิญค่ะ”
สิ้นเสียงเจ้าของห้อง สาวผู้มาเยือนจึงเปิดประตูไม้บานใหญ่ออก เผยในเห็นหญิงสาวมีอายุที่หล่อนคิดว่าไม่น่าจะห่างกับเธอมาก พิมพ์ชนก สวยสมดังชื่อจริงๆ ใบหน้าที่ยังดูไม่มีอายุมากนักเปี่ยมไปด้วยความใจดี แว่นที่เธอสวมใส่อยู่ไม่ทำให้เธอดูมีอายุมากเลย กลับทำให้เธอดูดีเมื่อสวมใส่มัน เสื้อเชิ้ตสีเขียวไข่กาที่ดูสบายตา ทรงผมที่รวบเก็บขึ้นอย่างถูกระเบียบ ร่างของหญิงสาวนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่มีโต๊ะทำงานสีขาวตั้งอยู่เบื้องหน้า ทำมือผายลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอีกตัวพร้อมกับเอ่ยไปทางสาวผู้มาใหม่
“เชิญนั่งก่อนค่ะ คุณม่านหมอก”
“ขอบคุณค่ะ”
ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงสาวผู้มาใหม่ที่มีตำแหน่งงานเลขาของรองประธานบริษัทรออยู่ในวันพรุ่งนี้ ลุกขึ้นก่อนเอ่ยคำลาแก่ พิมพ์ชนก ผู้ที่เธอแนะนำตัวว่าเป็นเลขาของประธานบริษัท Anika Fragrance ซึ่งนั่นก็คือ อณิกา หญิงมีอายุเจ้าของบริษัทนั่นเอง
“หมอกขอตัวก่อนนะคะ พี่พิม”
“จ้ะ พรุ่งนี้รีบมาทำงานนะ เดี๋ยวพี่จะค่อยๆ แนะนำให้ มีอะไรก็ถามพี่ได้นะ”
“ขอบคุณนะคะพี่พิม หมอกไปนะคะ” ม่านหมอกกล่าวก่อนเดินออกจากห้องเลขาคนสวยด้วยสีหน้าที่มีความสุข ผ่อนคลายกว่าตอนมาถึงเป็นอย่างมาก ที่บัดนี้เธอคิดว่าเราคงจะสนิทกันได้ไม่ยาก เนื่องจากพิมพ์ชนกเป็นคนที่คุยง่ายและกันเองสุดๆ
ณ บ้านนภาดารินทร์
“หวัดดีค่ะทุกคน หมอกกลับมาแล้ว”
“เป็นไงบ้างยัยหมอก ได้งานมั้ย” ปลายฟ้าที่เพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาลและเข้าบ้านมาก่อนน้องสาวไม่กี่นาทีถามขึ้น
“นั้นสิ ได้งานแล้วใช่มั้ยหมอก” เมฆาเสริม
“ได้แล้วค่ะ”
“เยสสสสส”
“วู้วววว”
“พี่ดีใจด้วยนะหมอก ตั้งใจทำงานนะ” เอมิกาพูดด้วยน้ำเสียงดีใจอย่างที่เธอบอกจริงๆ ก่อนจะเข้าไปก่อนน้องสาวของสามีสุดที่รัก
“ขอบคุณค่ะพี่เอม” เจ้าหล่อนกอดตอบพี่สะใภ้
“ละๆ ได้งานอะไรล่ะหมอก” คุณหมอคนเก่งถามหลังจากที่เพิ่งจะดีใจจนกระโดดตัวลอยเสียลุคคุณหมอไปหมาดๆ
“เป็นเลขารองประธานค่ะพี่ฟ้า”
“โอ้โหหหห เจ๋งสุดๆ ไปเลยหมอก”
“ใช่มั้ยล่ะ หมอกก็ว่างั้นแหละ คนที่นั่นใจดีทุกคนเลยอะพี่ฟ้าพี่เมฆพี่เอม หมอกนี่โชคดีสุดๆ เลย”
“อย่างนี้มันต้องฉลอง” เมฆาเอ่ยขึ้น
“ทำกับข้าวกินที่บ้านเนี่ยแหละนะพี่เมฆ พรุ่งนี้หมอกต้องรีบไปทำงาน เดี๋ยวตื่นสาย”
“จ้า ได้จ้ะน้องสาวสุดที่รัก”
มื้อเย็นในภายบ้านสามพี่น้องเป็นไปอย่างสนุกสนาน กับข้าวฝีมือสามสาวในบ้านที่ช่วยกันทำอย่างสุดฝีมือ และอีกหนึ่งหนุ่มที่คอยเป็นกำลังใจให้น้องสาวทั้งสองและภรรยาที่รักอยู่ห่างๆ ก่อนที่จะแยกไปเตรียมผลไม้ต่างๆ เพื่อนำไปแช่เย็นไว้สำหรับหลังจากทานอาหารเสร็จแล้ว
“เห้ยๆ พี่เอม ระวังค่ะ” ม่านหมอกที่กำลังเตรียมกระทะให้ร้อนทักขึ้นหลังจากเห็นพี่สะใภ้ที่ตัวของเธอกำลังจะเซล้ม ก่อนจะเข้าไปรับอย่างทันเวลาพอดี
“พี่เอมเป็นอะไรรึเปล่า” ปลายฟ้าที่กำลังหันผักอยู่หันมาดูด้วยความเป็นห่วงอีกคน
“เอม เป็นอะไร” เมฆาที่อยู่อีกฟากก็รีบวิ่งมาดูภรรยาเช่นเดียวกัน
“พี่มึนหัวน่ะ ไม่เป็นอะไรมากหรอก”
“หมอกว่าพี่เอมไปพักก่อนดีกว่านะ”
“นั้นสิ ไปจ้ะเดี๋ยวเมฆพาไปนั่งพักนะ”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
“อาหารเสร็จแล้วจ้า” น้องเล็กตะโกนจากห้องครัวไปยังห้องรับแขกที่มีพี่ชายกับพี่สะใภ้นั่งพักอยู่
“หอมๆ เลยยย มากินกันเร็วพี่ๆ” ปลายฟ้าเสริม
“มาแล้วจ้า” พี่ชายคนโตตอบกลับ เดินเข้าห้องอาหารมาพร้อมกับภรรยา โดยมีน้องๆ กำลังคอยทยอยยกจานอาหารต่างๆ มากมายออกมาจากห้องครัวหลังบ้าน
“ตักข้าวเลยพี่เมฆ”
“ได้จ้ะน้องหมอ”
“หมอกเอาสองบาทนะ”
“ฟ้าบาทครึ่ง”
“เอมล่ะจ๊ะเอากี่บาทดี” เอมิกาอดส่ายหัวเล็กๆ พร้อมกับอมยิ้มไม่ได้ ที่พี่น้องยังเล่นกันเป็นเด็ก
“บาทเดียวก็พอจ้ะ”
“มาแล้วววๆๆๆๆๆ ซุปไก่ของโปรดพี่ฟ้า ผัดเปรี้ยวหวานของโปรดพี่เอม และก็ไข่เจียวหมูสับของโปรดหมอกเอง”
“อ้าวแล้วของโปรดพี่อะ” เมฆาทวง
“พี่เมฆก็ชอบกินหมดนี่เลยไม่ใช่รึไง” ปลายฟ้าเตือนสติพี่ชาย
“เออก็จริง พี่จะกินให้หมดเลย คอยดู”
“กินกันเถอะ เอมหิวแล้ววว”
“มาจ้ะ เมฆตักให้นะผัดเปรี้ยวหวานนน กินเยอะๆ นะจ๊ะ” เขาพูดพร้อมกับตักอาหารใส่จานของภรรยาสุดที่รัก
“อื้อออ เหม็นอะเมฆ” เอมิกากำลังจะตักอาหารเข้าปาก แต่แล้วเธอก็ต้องยกมือขึ้นมาปิดที่ปากและจมูกของเธอ สีหน้าไม่สู้ดีนัก
“เหม็นเหรอพี่เอม หอมจะตาย หมอกดมดิ๊” ปลายฟ้าสูดดมกลิ่นอาหารก่อนจะบอกให้น้องสาวทำบ้าง
“นั่นสิพี่เอม หอมออกนะ อร่อยด้วย” ม่านหมอกเสริม พร้อมบอกรสชาติที่เธอเพิ่งชิมมันก่อนจะตักใส่จานเมื่อไม่นานมานี้เอง
“มันเหม็นจริงๆ นะ พี่ไม่ไหวแล้ว” เอมิการีบพูด และลุกออกจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว ตรงไปยังห้องน้ำชั้นหนึ่งของบ้านเพื่ออาเจียน
“พี่ไปดูเอมก่อนนะ พวกเธอกินกันก่อนได้เลย” เมฆาก็ลุกตามไปอีกคน
“หรือว่าพี่เอมจะท้อง” ปลายฟ้า คุณหมอคนเก่งของบ้านสันนิษฐาน
“ห้ะ! พี่เอมท้อง” ม่านหมอกตาลุกวาว ก่อนจะทวนประโยค
“พี่แค่เดาเอาจากอาการน่ะ ต้องไปถามพี่เอมอีกทีว่ามีอาการอย่างอื่นด้วยมั้ย”
“เช่นอะไรบ้าง”
“ก็อย่างเช่นประจำเดือนขาด เจ็บหน้าอกอะไรทำนองเนี่ย”
“ประจำเดือนพี่ไม่มาสองเดือนกว่าแล้วอะจ้ะ ส่วนหน้าอกไม่เจ็บนะ” เอมิกาเดินออกมาจากห้องน้ำพอดี โดยมีเมฆาคอยประคองอยู่
“เมียพี่ท้องเหรอฟ้า พี่จะมีลูกแล้วใช่มั้ย” เมฆาถามย้ำ
“ฟ้าคิดว่ามีโอกาสสูงนะพี่เมฆ แต่ก็ต้องไปตรวจให้แน่ใจก่อนน่ะ”
“ไม่ต้องไปตรวจหรอกจ้ะ เมื่อเช้าพี่เพิ่งตรวจไปมันขึ้นสองขีดน่ะ” เธอเล่าอย่างดีใจ กะจะเก็บไว้บอกในวันเกิดของสามีสุดที่รักไม่กี่วันนี้ซะหน่อย แต่อาการดันมาออกซะนี่
“จริงเหรอเอม แล้วทำไมเอมไม่รีบบอกเมฆ”
“เอมคิดว่าจะเซอร์ไพรส์เมฆในวันเกิดน่ะสิ โดนจับได้ซะแล้ว แย่จังงง”
“ไชโยยยยย หมอกจะมีหลานแล้ววววว”
ค่ำคืนแห่งความสุข ม่านหมอกรู้สึกยินดีและมีความสุขไปกับการมีสมาชิกเพิ่มขึ้นในครอบครัวของเรา เจ้าหล่อนอยากเห็นหลานตัวเองเสียแล้วสิ จะเป็นชายหรือเป็นหญิงกันนะ แต่ไม่ว่าจะเป็นเพศไหนอาหมอกก็จะรักและดูแลเจ้านะเจ้าตัวน้อยของอา