1-บทนำ/1
สภาพศพหญิงสาวหน้าตาดีที่ไร้อาภรณ์ปิดบังร่างกายถูกถ่ายทอดไปทั่วทุกสถานี ถึงแม้การนำเสนอข่าวจะทำภาพเบลอ แต่ผู้ที่อยู่ในสถานที่เกิดเหตุทุกคน ได้เห็นความเอน็ถอนาถอย่างชัดเจน ‘อเลเซีย’ น้องสาวคนสวยของมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิผลทางธุรกิจบันเทิง กลายเป็นข่าวพาดหัวขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ‘อเลเซีย สาวสวยที่พี่ชายเจ้าของผับโดมินิคหวง ถูกโจรชั่วฆ่าข่มขืน และเย้ยด้วยการนำศพมาทิ้งใกล้กับผับโดมินิค’
หัวข้อข่าวเมื่อหนึ่งปีที่ผ่านมายังฝังแน่นอยู่ในสมองของ อองเดร โดมินิค หนุ่มชาวฝรั่งเศสเจ้าของธุรกิจผับโดมินิคทั่วประเทศฝรั่งเศส ชื่อเสียงของผับโด่งดังในกลุ่มนักธุรกิจกับสังคมไฮโซ และยังเป็นแหล่งพบปะของคนในวงการบันเทิง ความร่ำรวยไม่ช่วยอะไรเขาเลย ทั้งที่รู้ว่าใครทำน้องสาวก็ไม่มีหลักฐานเอาผิดมันได้
แม้เขาจะมีวัยเพียง 35 ปี แต่การประสบความสำเร็จทางธุรกิจอย่างงดงาม ทำให้เป็นที่หมายปองของหญิงสาวทุกวงการ และเขายังเป็นผู้ทรงอิทธิพลในกลุ่มธุรกิจผับอีกด้วย
อองเดรต่อต้านยาเสพติดอย่างเปิดเผย จึงถูกเชิญไปเป็นวิทยากรทั้งในและต่างประเทศ และทำให้เขาถูกลอบทำร้ายจากผู้เสียผลประโยชน์ในวงการค้ายาเสพติดหลายครั้ง เขาจึงต้องมีทีมบอดี้การ์ดคอยคุ้มกัน และทำให้ชายหนุ่มรอดตายมาได้ตลอด
การสูญเสียน้องสาวซึ่งมีสาเหตุมาจากยาเสพติด ทำให้เขาเป็นศัตรูกับพวกค้ายาเสพติดอย่างถึงลูกถึงคน สร้างความโกรธแค้นให้มาเฟียเบราธมากขึ้น พวกค้ายารู้ดีว่าอองเดรเป็นต้นเหตุทำให้เครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดของเบราธถูกกวาดล้างไปหลายราย
เขาตามจองล้างจองผลาญจนกว่าเบราธจะถูกจับกุม ยิ่งเห็นเบราธยังลอยนวล สภาพศพน่าอนาถของน้องสาวมันยิ่งเด่นชัดไม่มีวันลืม จู่ๆ ก็มีเสียงหญิงสาวดังขึ้นข้างๆ กระตุกความคิดทุกอย่างที่วนเวียนอยู่ในสมองของหนุ่มฝรั่งเศสกลับมาบนเครื่องบิน
“เฮ้อ ป่านนี้เธอจะเป็นยังไงบ้างนะแก้ม” เสียงรำพึงออกมาจากวรรณวนัชตำรวจสากลสาวไทยซึ่งนั่งเก้าอี้ติดกับอองเดร แสดงความเป็นห่วงในสวัสดิภาพของหญิงไทยด้วยกัน เสียงที่ดังไปนิด ทำให้คนข้างๆ สนใจ แต่เขาก็ฟังไม่ออกว่าเธอพูดอะไร
ขณะที่วรรณวนัชยังคิดอยู่กับเรื่องที่พี่ชายขอร้องให้มาช่วยตามหาปัณณพร แม้ไม่เคยรู้จักปัณณพร แต่เป็นคนไทยด้วยกัน แล้วยังเป็นผู้หญิงอีกด้วย ตำรวจสาวจึงรับปากและรีบเดินทางจากฝรั่งเศสมุ่งหน้ามาลอนดอนทันที
อองเดรเกรงหันมามองสาวสวยที่นั่งใกล้กัน เพราะไม่แน่ใจในสิ่งที่เธอพูด พลางคิดว่าผู้หญิงคนนี้อาจจะต้องการความช่วยเหลือ จึงส่งเสียงห้าวทุ้มเป็นภาษาฝรั่งเศสเอ่ยถามอย่างสุภาพ
“ขอโทษครับ เป็นอะไรรึเปล่า มีอะไรให้ผมช่วยมั้ยครับ” พอเขาพูดจบ เจ้าของใบหน้ารูปไข่ก็หันมามอง
และทำให้หนุ่มฝรั่งเศสมองตาค้าง ดวงตาสีเหล็กมองสำรวจตั้งแต่ คิ้วเรียวดำ ดวงตาคมเข้มสีดำสนิทขนตายาวหนา จมูกโด่งตรงรับกับริมฝีปากบางรูปกระจับ ดูสวยลงตัวภายในใบหน้ารูปไข่คางมน ซึ่งล้อมกรอบด้วยเส้นผมหยักศกสีดำสลวย
“สวย” เสียงห้าวทุ้มรำพึงแผ่วเบา โดยที่สาวไทยไม่ทันฟัง
ขณะเดียวกัน คนที่วรรณวนัชหันมาเห็นนั้น มีใบหน้าหล่อคมสัน และกำลังเอียงเข้ามาใกล้ หญิงสาวจ้องดวงตาคมเรียวสีเหล็กอย่างตะลึง สักสองสามวินาทีจึงได้สติรีบหลบสายตาที่มองประสานมา สาวไทยกะพริบตามองต่ำลง จึงได้เห็นหนวดเคราขึ้นเขียวครึ้ม ริมฝีปากหนามีรอยหยักชัดเจน จมูกโด่งปลายงุ้มเล็กน้อย ครั้นพอขยับถอยออกห่างเล็กน้อย ได้เห็นใบหน้าโดยรวม ก็นึกสรุปอยู่ในใจตนว่า ผู้ชายคนนี้หล่อเข้ม…แล้วเสียงของเขาก็ช่วยดึงสติเธอกลับมา
“ไม่ทราบว่าคุณฟังภาษาฝรั่งเศสได้รึเปล่า เผอิญว่าภาษาอังกฤษของผมไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่” ชายหนุ่มเห็นเธอยังจ้องนิ่ง จึงพยายามพูดภาษาอังกฤษกับเธอ
“อ้อ...ฉันฟังออกค่ะ เพียงแต่ว่า...เอิ่ม กำลังคิดอะไรเพลินไปหน่อย ขอบคุณนะคะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรค่ะ” วรรณวนัชตอบกลับเป็นภาษาฝรั่งเศส พร้อมทั้งตอบคำถามก่อนหน้านี้ด้วย นึกบ่นตัวเองอยู่ในใจ ไม่น่าเผลอบ่นออกมาเสียงดัง ซึ่งพอเจ้าของร่างสูงบึกบึนได้ฟังคำตอบจึงหันกลับไป และนั่งพิงพนักตามเดิม
อองเดรมองผ่านใบหน้าหญิงสาวออกนอกหน้าต่างเครื่องบิน เขาอดคิดถึงน้องสาวไม่ได้ คิดขึ้นมาครั้งใดความแค้นมันจะปะทุขึ้น และต้องวนเวียนอยู่กับการคิดแก้แค้นมาเฟียเบราธ