1-บทนำ/1

837 Words
สภาพศพหญิงสาวหน้าตาดีที่ไร้อาภรณ์ปิดบังร่างกายถูกถ่ายทอดไปทั่วทุกสถานี ถึงแม้การนำเสนอข่าวจะทำภาพเบลอ แต่ผู้ที่อยู่ในสถานที่เกิดเหตุทุกคน ได้เห็นความเอน็ถอนาถอย่างชัดเจน ‘อเลเซีย’ น้องสาวคนสวยของมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิผลทางธุรกิจบันเทิง กลายเป็นข่าวพาดหัวขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ‘อเลเซีย สาวสวยที่พี่ชายเจ้าของผับโดมินิคหวง ถูกโจรชั่วฆ่าข่มขืน และเย้ยด้วยการนำศพมาทิ้งใกล้กับผับโดมินิค’ หัวข้อข่าวเมื่อหนึ่งปีที่ผ่านมายังฝังแน่นอยู่ในสมองของ อองเดร โดมินิค หนุ่มชาวฝรั่งเศสเจ้าของธุรกิจผับโดมินิคทั่วประเทศฝรั่งเศส ชื่อเสียงของผับโด่งดังในกลุ่มนักธุรกิจกับสังคมไฮโซ และยังเป็นแหล่งพบปะของคนในวงการบันเทิง ความร่ำรวยไม่ช่วยอะไรเขาเลย ทั้งที่รู้ว่าใครทำน้องสาวก็ไม่มีหลักฐานเอาผิดมันได้ แม้เขาจะมีวัยเพียง 35 ปี แต่การประสบความสำเร็จทางธุรกิจอย่างงดงาม ทำให้เป็นที่หมายปองของหญิงสาวทุกวงการ และเขายังเป็นผู้ทรงอิทธิพลในกลุ่มธุรกิจผับอีกด้วย อองเดรต่อต้านยาเสพติดอย่างเปิดเผย จึงถูกเชิญไปเป็นวิทยากรทั้งในและต่างประเทศ และทำให้เขาถูกลอบทำร้ายจากผู้เสียผลประโยชน์ในวงการค้ายาเสพติดหลายครั้ง เขาจึงต้องมีทีมบอดี้การ์ดคอยคุ้มกัน และทำให้ชายหนุ่มรอดตายมาได้ตลอด การสูญเสียน้องสาวซึ่งมีสาเหตุมาจากยาเสพติด ทำให้เขาเป็นศัตรูกับพวกค้ายาเสพติดอย่างถึงลูกถึงคน สร้างความโกรธแค้นให้มาเฟียเบราธมากขึ้น พวกค้ายารู้ดีว่าอองเดรเป็นต้นเหตุทำให้เครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดของเบราธถูกกวาดล้างไปหลายราย เขาตามจองล้างจองผลาญจนกว่าเบราธจะถูกจับกุม ยิ่งเห็นเบราธยังลอยนวล สภาพศพน่าอนาถของน้องสาวมันยิ่งเด่นชัดไม่มีวันลืม จู่ๆ ก็มีเสียงหญิงสาวดังขึ้นข้างๆ กระตุกความคิดทุกอย่างที่วนเวียนอยู่ในสมองของหนุ่มฝรั่งเศสกลับมาบนเครื่องบิน “เฮ้อ ป่านนี้เธอจะเป็นยังไงบ้างนะแก้ม” เสียงรำพึงออกมาจากวรรณวนัชตำรวจสากลสาวไทยซึ่งนั่งเก้าอี้ติดกับอองเดร แสดงความเป็นห่วงในสวัสดิภาพของหญิงไทยด้วยกัน เสียงที่ดังไปนิด ทำให้คนข้างๆ สนใจ แต่เขาก็ฟังไม่ออกว่าเธอพูดอะไร ขณะที่วรรณวนัชยังคิดอยู่กับเรื่องที่พี่ชายขอร้องให้มาช่วยตามหาปัณณพร แม้ไม่เคยรู้จักปัณณพร แต่เป็นคนไทยด้วยกัน แล้วยังเป็นผู้หญิงอีกด้วย ตำรวจสาวจึงรับปากและรีบเดินทางจากฝรั่งเศสมุ่งหน้ามาลอนดอนทันที อองเดรเกรงหันมามองสาวสวยที่นั่งใกล้กัน เพราะไม่แน่ใจในสิ่งที่เธอพูด พลางคิดว่าผู้หญิงคนนี้อาจจะต้องการความช่วยเหลือ จึงส่งเสียงห้าวทุ้มเป็นภาษาฝรั่งเศสเอ่ยถามอย่างสุภาพ “ขอโทษครับ เป็นอะไรรึเปล่า มีอะไรให้ผมช่วยมั้ยครับ” พอเขาพูดจบ เจ้าของใบหน้ารูปไข่ก็หันมามอง และทำให้หนุ่มฝรั่งเศสมองตาค้าง ดวงตาสีเหล็กมองสำรวจตั้งแต่ คิ้วเรียวดำ ดวงตาคมเข้มสีดำสนิทขนตายาวหนา จมูกโด่งตรงรับกับริมฝีปากบางรูปกระจับ ดูสวยลงตัวภายในใบหน้ารูปไข่คางมน ซึ่งล้อมกรอบด้วยเส้นผมหยักศกสีดำสลวย “สวย” เสียงห้าวทุ้มรำพึงแผ่วเบา โดยที่สาวไทยไม่ทันฟัง ขณะเดียวกัน คนที่วรรณวนัชหันมาเห็นนั้น มีใบหน้าหล่อคมสัน และกำลังเอียงเข้ามาใกล้ หญิงสาวจ้องดวงตาคมเรียวสีเหล็กอย่างตะลึง สักสองสามวินาทีจึงได้สติรีบหลบสายตาที่มองประสานมา สาวไทยกะพริบตามองต่ำลง จึงได้เห็นหนวดเคราขึ้นเขียวครึ้ม ริมฝีปากหนามีรอยหยักชัดเจน จมูกโด่งปลายงุ้มเล็กน้อย ครั้นพอขยับถอยออกห่างเล็กน้อย ได้เห็นใบหน้าโดยรวม ก็นึกสรุปอยู่ในใจตนว่า ผู้ชายคนนี้หล่อเข้ม…แล้วเสียงของเขาก็ช่วยดึงสติเธอกลับมา “ไม่ทราบว่าคุณฟังภาษาฝรั่งเศสได้รึเปล่า เผอิญว่าภาษาอังกฤษของผมไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่” ชายหนุ่มเห็นเธอยังจ้องนิ่ง จึงพยายามพูดภาษาอังกฤษกับเธอ “อ้อ...ฉันฟังออกค่ะ เพียงแต่ว่า...เอิ่ม กำลังคิดอะไรเพลินไปหน่อย ขอบคุณนะคะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรค่ะ” วรรณวนัชตอบกลับเป็นภาษาฝรั่งเศส พร้อมทั้งตอบคำถามก่อนหน้านี้ด้วย นึกบ่นตัวเองอยู่ในใจ ไม่น่าเผลอบ่นออกมาเสียงดัง ซึ่งพอเจ้าของร่างสูงบึกบึนได้ฟังคำตอบจึงหันกลับไป และนั่งพิงพนักตามเดิม อองเดรมองผ่านใบหน้าหญิงสาวออกนอกหน้าต่างเครื่องบิน เขาอดคิดถึงน้องสาวไม่ได้ คิดขึ้นมาครั้งใดความแค้นมันจะปะทุขึ้น และต้องวนเวียนอยู่กับการคิดแก้แค้นมาเฟียเบราธ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD