1.คู่หมาย
บทที่1 คู่หมาย
[ พาย ]
ก่อนอื่นผมต้องขอแนะนำตัวเองก่อนเลยนะครับ ผมมีชื่อว่า เพทาย เพื่อนสนิทและนาวินแฟนของผมมักจะเรียกผมว่า พาย ผมอายุ 25 ปีย่างเข้าสู่วัยเบญจเพสอย่างที่ใครหลายๆคนเคยเตือนผมในเรื่องการใช้ชีวิตในช่วงนี้
ผมคบกับนาวินตั้งแต่อายุ 19 ปีและคบกันลากยาวมาจนถึงปัจจุบัน ผมกับนาวินทำงานอยู่บริษัทเดียวกันตั้งแต่เรียนจบ ผมทำงานเป็นพนักงาน PR ของบริษัทส่วนนาวินทำงานในแผนกไอทีของบริษัท เราคบกันแบบหลบๆซ่อนๆมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ในคำพูดที่ว่า "ผมดีเกินไป" ที่นาวินเอ่ยออกมาในวันที่เราเลิกลากันมันก็คงเป็นเพียงแค่ข้ออ้างที่จะทำให้ผมไม่ต้องเสียใจกับสิ่งที่เขาปิดบังผมเอาไว้อยู่ เพราะว่าเขาไปทำเด็กฝึกงาน 'ท้อง' นั่นต่างหากหล่ะคือเหตุผลที่แท้จริง
"หากผมท้องได้ก็คงจะดีสินะ" คือคำพูดลอยๆของผมที่พูดออกมาตอนที่เดินเล่นโง่ๆที่บนสะพาน และแล้วคำขอผมก็เป็นจริงเพราะตอนนี้ผมได้เข้ามาอยู่ในร่างของ โอเมก้า เพศรองที่ตั้งครรภ์ได้ในโลกของโอเมก้าเวิส เหมือนในนิยายวายที่ผมชอบอ่าน
หากจะถามว่าผมรู้ได้ยังไงว่าตัวเองเป็นโอเมก้าก็เพราะความทรงจำของร่างเดิมที่มันหลั่งไหลเข้ามาภายในหัวของผมนี่หล่ะที่ทำให้ผมรู้ว่าร่างนี้มีเพศรองเป็นโอเมก้า
ในความทรงจำของร่างนี้มันบอกผมว่าเจ้าของร่างชื่อ แอเดรียน เป็นโอเมก้าที่มาจากเผ่าเงือก แอเดรียนมีอายุ18ปี เขาอาศัยอยู่กับพ่อแม่บุญธรรมที่เก็บเขามาเลี้ยง แต่เก็บมาจากที่ไหนอันนี้ในความทรงจำของเขาไม่ได้บอกเอาไว้นะครับ
แอเดรียนถูกเลี้ยงดูมาเหมือนเป็นแค่คนรับใช้ภายในบ้าน หน้าที่หลักประจำวันของเด็กหนุ่มคือทำความสะอาดบ้านและทำทุกอย่างเหมือนที่คนใช้ในละครเขาทำกัน สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกว่ามีความสุขที่สุดคือการได้แหวกว่ายในท้องทะเลกว้าง
หากสงสัยว่าทำไมแอเดรียนถึงไม่หนีไปใช้ชีวิตของตัวเอง นั่นเพราะว่าเขาเป็นคนหัวอ่อนและถูกทุกคนข่มขู่เอาไว้ว่าหากใครรู้ว่าแอเดรียนมาจากเผ่าเงือกเขาจะถูกจับตัวไปขายในตลาดมืด
ส่วนเรื่องเรียนหนังสืออย่าได้หวังเพราะทุกคนในบ้านขู่เอาไว้ว่าหากแอเดรียนไปโรงเรียนคนที่โรงเรียนก็จะรังเกียจเพราะแอเดรียนไม่เหมือนคนอื่น คนขี้กลัวแบบเขาจึงทำได้เพียงอยู่แต่บ้านโดยไม่กล้าออกไปไหน
วันนี้เป็นวันที่แอเดรียนลงทะเลแค่เพียงลำพังทำให้ถูกพายุซัดมาที่ชายฝั่ง หัวของเขากระแทกกับโขดหินตอนที่ว่ายน้ำหนีพายุจนคอหักถึงแก่ความตายทำให้ผมได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้แทน
กร๊อบ!
และเสียงกระดูกที่คอหักคือเสียงสุดท้ายของความทรงจำของร่างนี้ ผมตะเกียกตะกายพาร่างกายที่แสนจะบอบบางกว่าร่างเดิมของผมให้คืบคลานลงไปยังท้องทะเลกว้าง ก่อนจะแหวกว่ายกลับไปยังที่พักของแอเดรียน
เรื่องที่แอเดรียนเป็นเงือกมีเพียงแค่ครอบครัวของพ่อแม่บุญธรรมเท่านั้นที่รู้ ผมแหวกว่ายกลับมายังชายฝั่งที่มีเสื้อผ้าของแอเดรียนกองอยู่และมีหญิงสาวหน้าตาใสซื่อยืนรอเขาอยู่ที่ริมฝั่ง
"แอเดรียนกลับมาแล้วพี่เป็นห่วงแทบแย่" น้ำเสียงอ่อนหวานพร้อมกับรอยยิ้มบางที่ส่งมาให้ผมทำให้ผมรู้สึกขนลุกมาก เพราะดูออกว่ามันปลอม!
ในความทรงจำของแอเดรียน หญิงสาวเบต้าคนนี้เธอเป็นคนขอร้องให้แอเดรียนลงไปในทะเลลึกเพราะเธออยากได้ปลาดาวสักตัวทั้งที่เธอก็รู้ว่าพายุกำลังจะมา
แอเดรียนสนิทกับคนที่ส่งยิ้มมาให้ผมมากเธอมีชื่อว่า แอนนา หญิงสาวเบต้าหน้าตาแสนจะธรรมดาคนนี้มีศักดิ์เป็นพี่สาวบุญธรรมของแอเดรียนเจ้าของร่างนี้คนเก่าชอบเธอมากเพราะเธอทำเป็นใจดีพูดเพราะต่อหน้าแอเดรียนแต่ตอนที่ผมว่ายน้ำเข้ามาใกล้ฝั่งผมแอบเห็นนะว่าเธอเบะปากเล็กน้อยตอนที่เห็นหน้าผมคงจะผิดหวังสินะที่ผมไม่ได้ตายในพายุ
"ผมขอโทษนะครับที่หาปลาดาวมาให้พี่ไม่ได้พอดีว่าพายุมาพอดีเลยครับ" ผมเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือออกมาในระหว่างที่นั่งรอให้ขาของตัวเองแห้ง ผมพยายามตีหน้าเศร้าที่สุดให้เหมือนตอนที่โกหกหัวหน้าว่ามาสายเพราะท้องเสียแต่ที่จริงแล้วผมเมาค้างต่างหาก
"พายุเหรอแล้วเราเป็นอะไรไหม" คำถามเหมือนเป็นห่วงแต่ดวงตาเหมือนอยากจะบอกว่าทำไมผมไม่ถูกพายุซัดไปเลยนะ
"พี่รอเราตั้งนานห่วงก็ห่วงพ่อกับแม่ก็ตามหาตัวเราจนทั่ว" พวกเขาตามหาผมกันอยู่เหรอ ผมรู้สึกได้ว่ามันต้องมีบางอย่างที่แอบแฝงอยู่ พวกเขาคงไม่ได้จะบังคับให้ผมร้องไห้แล้วเอาไข่มุกไปขายเหมือนที่ทำกับแอเดรียนหรอกนะ แอเดรียนในร่างเดิมชีวิตช่างน่าสงสารเหลือเกินถูกเขาหลอกขนาดนี้ยังจะยอมทำตามที่เขาขอทุกครั้งไป
เมื่อขาของผมเริ่มแห้งเกล็ดปลาขนาดใหญ่ก็ค่อยๆหายไปแล้วค่อยๆกลายเป็นท่อนขาเรียว ผมขยับตัวลุกขึ้นยืนก่อนจะสวมใส่เสื้อผ้าโดยที่แอนนาไปยืนรออยู่หลังโขดหิน
ผมจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะเดินตามแอนนาไปยังห้องรับแขกสุดหรูที่ใช้เงินที่ได้มาจากการขายไข่มุกที่ออกมาจากดวงตาของแอเดรียน
ทุกคนในบ้านนี้มีความเป็นอยู่อย่างสุขสบายขึ้นหลังจากที่ได้เก็บแอเดรียนมาเลี้ยง สองสามีภรรยานั่งปั้นหน้าเศร้ารอผมอยู่บนโซฟา ถ้าถามว่ารู้ได้ยังไงก็คนเศร้าอะไรจะมีดวงตาสดใสขนาดนั้นกัน
"แอเดรียนปีนี้เราก็อายุเยอะพอที่จะแต่งงานได้แล้วนะ" ชายเบต้าวัยกลางคนเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำในตอนที่ผมหย่อนก้นลงบนโซฟาแล้ว คำพูดที่เขาเอ่ยออกมาจากปากทำให้ดวงตาของผมกระตุกเล็กน้อย
"ใครครับที่จะมาสู่ขอผม"
"ท่านคาร์เลน" ผมนึกถึงใบหน้าของชายวัยกลางคนที่แอเดรียนเคยช่วยเอาไว้ตอนที่เห็นท่านกำลังจะจมน้ำอยู่ ท่านคาร์เลนเป็นอีกคนหนึ่งที่รู้ว่าแอเดรียนเป็นเงือก
"ผมต้องแต่งกับท่านคาร์เลนเหรอครับ"
"ไม่ใช่จ้ะท่านคาร์เลนมาสู่ขอเราให้ลูกชายของท่าน"
"เขาชื่ออะไรหรือครับคนที่ผมต้องแต่งงานด้วย"
"ลูกเขยเราชื่ออะไรนะคุณ" เอเทนหันไปถามลอล่าเมื่อคิดชื่อของคนที่จะมาแต่งงานกับผมไม่ออก
"แหม...ฉันก็แก่แล้วสิหลงๆลืมๆไปแล้วด้วย" ลอล่าแม่บุญธรรมของแอเดรียนเอื้อนเอ่ยออกมาประหนึ่งว่าตัวเองแก่มากแล้วทั้งที่ทั้งสองสามีภรรยาอายุก็ไม่น่าจะเกินสี่สิบปีด้วยซ้ำ ครับผมจะพยายามเชื่อนะว่าพวกคุณลืมจริงๆ
"เขาเป็นคนแบบไหนครับลูกชายของท่านคาร์เลน"
"เขาเป็นอัลฟ่าชายที่หน้าตาหล่อเหลามากเลยจ้ะลูก" ไหนว่าจำชื่อไม่ได้แล้วรู้ได้ยังไงว่าเขาหล่อ
"แล้วผมต้องแต่งงานเมื่อไรครับ"
"มะรืนนี้จ้ะ" ผมพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่ายก่อนจะทำท่าทางประหม่าออกมาเหมือนที่แอเดรียนเคยเป็น
"ผมต้องเตรียมตัวอะไรบ้างครับ" ผมขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมกับบีบมือตัวเองเบาๆเหมือนว่าเขินอายเต็มที่
"ไม่ต้องทำอะไรเลยจ้ะแค่ลองชุดในวันพรุ่งนี้แล้วก็ไปที่บ้านของท่านคาร์เลนในวันมะรืนเลย" ผมก้มหน้ามองพื้นนิ่งเหมือนคิดอะไรบางอย่างอยู่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับสองสามีภรรยา
"ในเมื่อวันแต่งงานคือวันที่สำคัญที่สุดของผม ผมขอเลือกชุดแต่งงานเองได้ไหมครับ" สองสามีภรรยาหันมองหน้ากันก่อนจะรับคำแบบไม่เต็มใจเท่าไรนัก แอนนาที่นั่งข้างลอล่าเอื้อมมือไปกระตุกชายเสื้อของลอล่าเบาๆ
"ได้สิจ้ะ เราอยากได้ชุดแบบไหนหล่ะ" ดวงตาของแอนนาเบิกกว้างเพราะไม่คิดว่ามารดาจะยอมตามใจผม
ผมนึกถึงชุดแต่งงานสีขาวเปิดไหล่ที่ผมอยากใส่มากในวันแต่งงานแต่ไม่มีโอกาสได้ใส่เพราะโลกที่ผมจากมาไม่ได้เปิดกว้างเกี่ยวกับเพศที่สามเหมือนกับโลกนี้ ที่นี่เพศรองโอเมก้าก็เหมือนกับผู้หญิงคนหนึ่งที่มีสรีระเหมือนผู้ชาย หากจะใส่ชุดฟูฟ่องเหมือนเจ้าสาวในโลกที่ผมจากมาก็ไม่แปลกอะไร
"ผมขอดูแคตตาล็อกชุดแต่งงานได้ไหมครับ" ลอล่าหันไปมองสามีก่อนที่เอเทนจะพยักหน้าให้เธอ ลอล่าหยิบสมุดแคตตาล็อกที่วางอยู่บนโต๊ะส่งมาให้ผม
ผมรับแคตตาล็อกมาเปิดดูแล้วเลือกชุดเจ้าสาวสีขาวที่มีกระโปรงฟูฟ่อง ผมเลือกชุดที่มีราคาแพงที่สุดจนทำให้สองสามีภรรยาถึงกับเหงื่อผุดออกมาจากบริเวณหน้าผากก่อนที่ทั้งสองจะหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปาดเหงื่อพร้อมกัน
"ไม่ได้เหรอครับถ้าไม่ได้ชุดนี้ผมก็ไม่อยากแต่ง" สองสามีภรรยาภรรยาตอบกลับมาพร้อมกันทันทีหลังจากที่เห็นว่าผมเตรียมตัวจะลุกจากโซฟา
"ได้จ้ะได้ เรารีบไปพักผ่อนได้แล้วนะพรุ่งนี้ชุดน่าจะมาถึงตอนเช้า"
"ครับ"ผมรับคำสองสามีภรรยาอย่างว่าง่ายก่อนจะเดินมาหลบอยู่ข้างกำแพงเพื่อรอฟังว่าทุกคนจะคุยอะไรกัน
"แม่คะชุดที่แอเดรียนเลือกมันแพงไปนะคะ" แอนนาพี่สาวที่แสนจะใจดีของแอเดรียนเป็นคนเปิดประเด็นขึ้นมาก่อนเลยครับ
"แล้วแกจะให้แม่ขัดใจมันหรือไงใช้สมองคิดหน่อยสิหากว่ามันแต่งเขาตระกลู เกรย์เดน แล้วเราจะเรียกเงินจากมันเท่าไรก็ได้ แกอยากเจอสังคมที่ดีกว่านี้ไม่ใช่เหรอแอนนา หากแอเดรียนแต่งเข้าไปในตระกูลนี้เราก็จะยกระดับครอบครัวของเราขึ้นไปอีกระดับหนึ่งเลยนะ เราต้องยอมเสียอะไรบ้างเพื่ออนาคตของครอบครัวเรา" ผมยกยิ้มที่มุมปากเพราะทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ผมคิดเอาไว้ ทุกคนไม่ได้หวังดีกับแอเดรียนจริงๆแค่หวังจะเกาะแอเดรียนมีชื่อเสียงในสังคมเพียงเท่านั้น
"ทำไมเขาถึงไม่เลือกหนูหล่ะคะแม่ หรือว่าหนูสวยสู้แอเดรียนไม่ได้" คำพูดที่เอื้อนเอ่ยออกมาพร้อมใบหน้าที่ง้ำงอทำให้ลอล่าต้องพูดปลอบใจแอนนาออกมา
"ไม่จ้ะหนูสวยกว่าแอเดรียนเยอะเลยลูก ที่แม่ยอมให้แอเดรียนแต่งงานกับลูกชายของท่านคาร์เลนเพราะคนเขาลือกันว่าลูกชายของท่านคาร์เลนโหดเหี้ยมทารุณมาก อารมณ์ก็ขึ้นๆลงๆเหมือนกับเป็นไบโพล่า จนไม่มีใครยอมแต่งงานด้วยท่านคาร์เลนเลยมาสู่ขอแอเดรียนกับพ่อ"
"จริงเหรอคะ"
"จริงสิลูกท่านคาร์เลนให้เงินค่าจัดงานพ่อมาด้วยนะของทุกอย่างที่แอเดรียนอยากได้เราไม่ต้องควักเงินตัวเองสักเหรียญเลย แถมยังมีค่าเลี้ยงดูแอเดรียนมาอีกเกือบล้านเหรียญเลยนะ"
สุดท้ายนายก็เป็นเพียงแค่สินค้าที่เขาขายทอดตลาดแค่นั้นเองแอเดรียน ดวงตาของผมหม่นลงเพราะรู้สึกสงสารแอเดรียนจับใจ
หลังจากที่เดินเข้าห้องมา สิ่งแรกที่ผมอยากจะรู้คือหน้าตาของแอเดรียนว่าเป็นแบบไหนกัน
ผมเดินไปหยุดยืนที่หน้ากระจกเงาใบหน้าที่สะท้อนอยู่ในกระจกทำให้ผมเหมือนกับต้องมนต์ แอเดรียนมีใบหน้าที่งดงามเหมือนกับภาพวาด ดวงตากลมโตกับขนตางอนยาวนั้นทำให้ดวงหน้าของแอเดรียนดูมีเสน่ห์ ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อก็น่าสัมผัสเหลือเกิน ผมยกมือบางขึ้นมาแตะที่สันจมูกโด่งของแอเดรียนอย่างถนุถนอมเพราะจมูกโด่งเป็นสันแบบนี้คือจมูกในฝันของผมเลย
ผมเคยเอารูปจมูกแบบนี้ไปให้หมอศัลยกรรมดูแต่เขาบอกว่าจมูกของผมมีเนื้อน้อยจนเกินไปหากทำทรงนี้มันคงจะเหมือนกับแม่หมดมากกว่าจะสวยเหมือนคนในรูปที่ผมนำไปเป็นแบบ ทำให้ผมต้องตัดใจแล้วทำแค่ให้โด่งขึ้นมาเพียงเล็กน้อย
* * * * *
เช้าวันต่อมาร้านชุดแต่งงานได้นำชุดที่ผมสนใจมาให้ผมลองถึงที่บ้าน ผมสวมชุดแต่งงานที่สวยที่สุดและแพงที่สุดในร้านยืนส่องกระจกด้วยดวงตาเป็นประกาย
"ชอบไหมลูก"
"ชอบมากเลยครับพรุ่งนี้ผมจะต้องเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดแน่นอนเลยครับ" ผมยกยิ้มออกมาก่อนจะถอดชุดเจ้าสาวคืนให้กับพนักงาน พ่อแม่บุญธรรมของแอเดรียนเลือกจะเช่าชุดนี้แทนที่จะซื้อเพราะราคาที่ค่อนข้างจะสูงมากของชุดแต่งงานชุดนี้
หลังจากที่พนักงานร้านชุดแต่งงานชื่อดังกลับไปแล้วผมนั่งมองชุดสวยที่ถูกวางไว้บนที่นอนด้วยรอยยิ้มร้าย
กลางดึก...ผมหยิบชุดสวยขึ้นมาใส่ก่อนจะเดินออกนอกบ้านไปทั้งที่ใส่ชุดนั้น ก่อนจะกระโดดลงท้องทะเลไปพร้อมกับชุดสวยที่มีราคาแสนแพง
"ผมแก้แค้นให้คุณแล้วนะแอเดรียน" เพราะชุดนี้ราคาค่อนข้างจะสูงทำให้สองสามีภรรยาตัดสินใจเช่ามันมาให้ผมใส่แทนที่จะซื้อ หากชุดนี้หายไปครอบครัวนี้จะต้องจ่ายค่าชุดในราคาเต็มแล้วเงินที่ท่านคาร์เลนให้มาครอบครัวนี้ก็เอาไปซื้อของให้ตัวเองไปจนหมดแล้วด้วย
"โชคดีแล้วกันนะครับครอบครัวสุขสันต์ หึๆ" ผมหัวเราะในลำคอก่อนจะแหวกว่ายออกไปในท้องทะเลกว้าง
* * * * *
ช่วงบ่ายของวันต่อมาเป็นวันที่แอเดรียนต้องแต่งงานแต่ผมพาร่างของแอเดรียนแหวกว่ายมาถึงชายฝั่งอีกฝั่งหนึ่งแล้ว ผมนั่งอยู่บนโขดหินริมทะเลก่อนจะยกขาขึ้นมาไว้เหนือน้ำ แล้วเอื้อมมือไปถอดชุดแต่งงานที่ติดตัวมาผึ่งกับโขดหินเอาไว้ เมื่อขาและชุดของผมแห้งสนิทดีแล้วผมก็หยิบชุดขึ้นมาสวมใส่ แล้วเดินเข้าไปยังบ้านหลังโตที่ตั้งตระง่านอยู่
พลันสายตาของผมก็ประสานเข้ากับร่างของชายหนุ่มอัลฟ่า ที่แผ่รังสีบางอย่างออกมาจากร่างหนาจนทำให้ผมถึงกับเข่าทรุด นี่สินะที่เขาเรียกว่ารังสีกดข่มของอัลฟ่า
ชายหนุ่มแปลกหน้าเดินมามองผมในชุดแต่งงานสีขาวพร้อมกับขมวดคิ้วหม่น
"ที่นี่คืออาณาเขตของผมคุณเป็นใครกันถึงได้เข้ามาที่นี่ได้"
"ผมหลงทางมาครับ" ชายแปลกหน้ามองชุดที่ผมสวมใส่เหมือนไม่เชื่อในคำพูดของผม
"ผมแต่งงานกับสามีบนเรือครับแต่เรือถูกพายุซัดจนแตก ตอนนี้ผมไม่เจอใครเลยมีผมเพียงคนเดียวที่รอดชีวิตมาได้" ผมเริ่มโกหกออกมาพร้อมกับทำหน้าเศร้า ใจก็อยากจะร้องไห้ออกมาให้สมบทบาทแต่ผมจะให้ใครเห็นน้ำตาของผมไม่ได้มันอันตรายเกินไปหากเขาจะรู้ว่าน้ำตาของผมกลายเป็นไข่มุกได้
"อย่างงั้นหรือ" น้ำเสียงของเขาเหมือนจะไม่เชื่อผมสักเท่าไร
จ้อกกก เสียงท้องร้องประท้วงเพราะผมไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เช้าแล้ว
"มีอะไรให้ผมกินไหมครับ ถ้าผมกินเสร็จแล้วผมจะไปตามหาร่างของสามีของผมต่อ" ชายหนุ่มปริศนามองหน้าผมนิ่งก่อนจะเดินนำผมเข้าบ้านของเขา
'คนบนโลกนี้หลอกง่ายดีเหมือนกันนะ'
โปรดติดตามตอนต่อไป....