.
.
หน้าผับ.
หลังจากที่มิวสิคและเพื่อนๆ ของเขา รวมถึงลูกน้องของลลินได้ถูกส่งออกมาหน้าผับที่พึ่งเกิดเรื่องเมื่อครู่ ภาพสุดท้ายที่มิวสิคเห็นยังติดตาเขา มิวสิคอดร้อนใจไม่ได้เพราะกลัวว่าลลินจะเป็นอะไรไป มิวสิคเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อของไคโตะที่เดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่สะทกสะท้านอะไร
"ทำไมถึงใจเย็นได้!"
"ปล่อยคอเสื้อฉัน"
"คุณไม่เป็นห่วงพี่ลินบ้างเลยหรือไง!"
ไคโตะปัดมือของมิวสิคออกอย่างไม่ไยดีก่อนจะหันมาจ้องหน้าของเขาและกระชากคอเสื้อของมิวสิค ทำเอาเพื่อนๆ ของมิวสิครีบเข้ามาห้ามไว้ เรียวเองก็เข้ามายื้อไคโตะไว้เช่นกัน
"เดี๋ยวๆ ใจเย็นๆ ก่อนนะครับคุณอา" -คิน
"ใจเย็นน่าไค พวกเขายังเด็กนะ" -เรียว
"ถ้านายไม่เข้าไปยุ่ง ลินคงไม่เสียท่าแน่" -ไค
"แล้วคุณลินเป็นใครล่ะครับ?" -แชง
"........"
แชงเดินเข้าไปถามไคโตะที่กำลังกำคอเสื้อเพื่อนของเขาอยู่อย่างใจเย็น ไคโตะเงียบพร้อมกับปล่อยคอเสื้อมิวสิคแต่ไม่ได้ตอบคำถามของแชง ไคโตะเลือกที่จะเงียบแล้วเดินหันหลังเตรียมพร้อมที่จะกลับไปตั้งหลักและวางแผนชิงตัวลลินคืนมา แม้ตอนนี้ในหัวจะว่างเปล่าไปหมด ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยของเขากลับเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย มีเพียงเรียวเท่านั้นที่มองออก
"คุณยังไม่ตอบคำถามผมเลยนะครับคุณอา" -แชง
"ไม่ต้องอยากรู้เรื่องที่ไม่ควรรู้ และมันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับพวกนาย" -ไคโตะ
"มันคงต้องเกี่ยวแล้วละครับ เพราะคุณชินคิดว่าไอ้มิวเพื่อนผมเป็นคนรักของเจ๊ลิน" -คิน
"พวกนายก็เอาตัวรอดกันเองสิ" -ไคโตะ
"งั้นคุณก็เอาตัวรอดเองเถอะครับ ผมจะไปช่วยพี่ลิน" -มิวสิค
"อย่าเลยดีกว่าน่าไอ้หนุ่ม ชินไม่ใช่คนที่พวกนายจะไปต่อกรได้" -เรียว
"แล้วทำไมพี่ลินถึง...." -มิวสิค
"เอโดะ ลิน หรือ ลลิน เป็นหัวหน้าแก๊งจิ้งจอกของพวกเรา" -เรียว
"พูดมากไปแล้วเรียว" -ไคโตะ
"ห๊ะ?? มาเฟียหรอ?!!"
คิน แชง และมิวสิคพูดขึ้นพร้อมกันด้วยสีหน้าตกใจสุดขีด คนที่เพื่อนของเขาหลงรักในความลึกลับและความสวย เป็นถึงหัวหน้ามาเฟียแก๊งใหญ่โตและเป็นที่รู้จักกันทั่วไม่มีใครไม่รู้จัก แม้ว่าแก๊งนี้จะไม่เคยเปิดเผยหน้าตาหัวหน้าแก๊งมาก่อนเลยก็ตาม
"ไม่จริงน่า" -มิวสิค
"ถ้ารู้แล้วก็เลิกยุ่งซะ" -ไคโตะ
ไคโตะและเรียวพร้อมลูกน้องอีกนับสิบที่บาดเจ็บบ้างเดินออกไปเพื่อที่จะกลับไปรวบรวมคนในแก๊ง ปล่อยให้หนุ่มๆ ทั้งสามยืนอึ้งอยู่อย่างนั้น มิวสิคหันกลับไปมองยังทางเข้าผับที่มีการ์ดร่างกำยำยืนปิดทางเข้าไว้ไม่ให้พวกเขาเข้าไป
"กูว่าเรากลับไปคุยกันก่อนเถอะว่ะ" -คิน
"......."
แม้มิวสิคจะไม่อยากจะกลับไปแต่ถึงอยู่ก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี แค่จะเข้าไปยังทำไม่ได้เลย บอกตำรวจก็ไม่ได้เช่นกัน เพราะเจ้าของผับมีเส้นสายและอำนาจมากพอสมควร ตัวเขาเองทำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
.
ด้านชินเองก็ไม่ปล่อยให้ลลินได้เป็นอิสระ เขายึดร่างเล็กอรชรของลลินไว้บนโซฟาพร้อมกับคร่อมร่างของเธอไว้ไม่ให้หนี แต่ถึงอย่างนั้นลลินเองก็ไม่ได้มีทีท่าว่าขัดขืนเลยแม้แต่น้อยไม่ว่ามือเรียวสวยของเขาจะซุกไซร้เล่นซนไปตรงส่วนไหนเธอก็ไม่ไหวติง ยังคงเบือนหน้าหนีเขาแต่ก็ไม่ได้ขัดขืน ชินเห็นอย่างนั้นก็อดไม่ได้ที่จะทำให้เธอหันกลับมามองเขา มือเรียวของชินจับปลายคางของลลินให้หันหน้ากลับมาประจันหน้ากับเขา
"ไม่อยากมองหน้าฉันขนาดนั้นเลยหรือไง?"
"........"
"ฉันคนนี้ที่กำลังจะเป็นสามีของเธอไง ลลิน"
"ไม่นับ"
"หึ..แม้ว่าร่างกายของเธอจะเป็นของฉันน่ะหรือ?"
"ก็แค่ทำทาน..."
"เหมือนที่เธอทำทานให้มือขวาและมือซ้ายเธอน่ะหรือ"
"เหอะ...."
"คนรักของเธอจะรู้เรื่องสกปรกของเธอหรือเปล่านะ"
"หมอนั่นไม่เกี่ยวข้องกับฉัน"
"จริงหรอ..ลลิน..."
ชินพูดพร้อมกับพรมจูบไปทั่วซอกคอของเธอ แม้ว่าเธอจะไม่ชอบใจก็ตามแต่ก็ไม่ได้ขัดขืนใดๆ เพราะมือเธอถูกล็อกไว้เหนือศีรษะ แรงของเขามากกว่าเธอหลายเท่า แม้ว่าเธอจะเคยสู้กับผู้ชายมามากมาย แต่คนที่ฝึกและมีแรงเทียบเท่าเธอคงมีแต่ชินเท่านั้น มือข้างที่ว่างของเขายังคงรุกล้ำเข้าไปภายใต้เสื้อของเธอพร้อมกับหยอกเย้าเต้าสวย ลลินเองก็ได้แต่เม้มปากแน่นเพื่อไม่ให้อารมณ์และเสียงได้เล็ดลอดออกไป ชินเห็นดังนั้นจึงยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เพราะเขารู้ดีว่าผู้หญิงแบบเธอมีความกระหายไม่เหมือนกับผู้หญิงทำธรรมดา ชินหยุดการกระทำทุกอย่างลงก่อนจะค่อยๆ ปล่อยมือจากเธอให้เป็นอิสระ ลลินเองก็แปลกใจไม่น้อย ถ้าเป็นเก็นชินที่เธอเคยรู้จักคงไม่ยอมปล่อยให้รอดได้แน่ๆ แม้จะขืนใจก็ตาม
"แค่เธอคนเดียว...."
"......."
"ที่ฉันอยากครอบครองทั้งหัวใจไม่ใช่แค่กาย"
ลลินลุกขึ้นนั่งก่อนจะจัดแจงเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยให้เรียบร้อย ชินเองก็หยิบแก้ววิสกี้สีอำพันเข้มขึ้นมากระดกจนหมดแก้ว ก่อนจะหยิบบุหรี่สีดำขึ้นมาจุดก่อนจะสูดเอามะเร็งเข้าเต็มปอดแล้วพ่นออกมา
"ทำไม?"
"เพราะร่างกายมันไม่ได้สำคัญสำหรับเธอตั้งแต่แรกไงล่ะ ลลิน...อย่าลืมว่าฉันรู้เรื่องของเธอมาไม่น้อยตั้งแต่เด็กๆ..."
"ฉันไม่รับความสงสาร"
"ฉันไม่ได้สงสาร แค่คิดว่าถ้าใจเธอมาครองคงจะสนุกกว่านี้ไม่น้อย"
"รักฉันรึไง?"
"อืม..."
"เหอะ...."
ลลินแสยะยิ้มอย่างไม่เชื่อคำโกหกของคนที่นั่งข้างๆ และพยายามทำตัวเป็นศัตรู แถมยังทำลายทุกอย่างที่เธอสร้าง มันทำให้เชื่อยากมากจริงๆ กับสิ่งที่เขาพูด แต่เหมือนชินจะรับรู้ความคิดเคลือบแคลงของเธอที่มีต่อเขา
"เธอไม่เคยรักใครมากจนอยากทำลายหรอกถ้าไม่ได้ดั่งหวัง"
"รักหรอ? มันไร้สาระสิ้นดี"
"นั่นสิ ไร้สาระชะมัด...สักวันเธอจะต้องหลงรักใครสักคน และคนคนนั้นจะต้องเป็นฉัน"
"อย่าได้ใจไปหน่อยเลย ในฐานะที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กจนโต...กลายมาเป็นเส้นขนาน"
"........"
"หาคนดีๆ แต่งงานเถอะ...เพราะสักวันฉันจะต้องฆ่านายแน่ๆ"
"เธอมันไร้หัวใจ....ทั้งๆ ที่ตอนเด็ก...."
"มันคือเรื่องของอดีตที่ฉันไม่จมปลัก"
"ฉันไม่ยอมแพ้หรอกนะลลิน"
"ขอตัว"
ลลินไม่ได้ใส่ใจฟังอะไร เพราะรู้อยู่แล้วว่ายังไงชินก็ปล่อยเธอไปอยู่ดี แม้ว่าตระกูลของทั้งคู่จะเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันถึงขนาดไม่ใครก็ใครสามารถฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่ง เพื่อธุรกิจและอำนาจทั้งหมด แต่สำหรับชินนั้นต้องการชนะเธอเพื่อจะได้เธอมาครอบครองก็ตาม ถึงขนาดพยายามทำการยื่นขอสัญญากระชับสัมพันธ์ระหว่างสองแก๊งใหญ่ ด้วยการขอแต่งงานก็ตามแต่ลลินกลับไม่สนใจข้อเสนอนั้นแม้แต่นิดเดียว
ชินมองดูร่างหญิงสาวที่เขาหลงรักในความพยายามและความเก่งกาจมาตั้งแต่เด็ก และเขาก็รู้ดีว่าสมัยก่อนลลินรักเขาขนาดไหน จนมาถึงวันที่แก๊งเธอล่มสลายและพ่อแม่ของเธอเสียไปตอน8ขวบก็ฝึกหนักตั้งแต่เด็กโดยลุงของเธอโดยมีเขาคอยอยู่ข้างๆ เด็กชายที่เธอคิดว่าเป็นคนธรรมดาจึงชวนมาที่โรงฝึกของที่แก๊งเธอบ่อยๆ ภาพลลินผู้น่ารักในวัยเด็กจนถึงอายุ15 มันยังคงวนอยู่ในหัวของเขา
'โตขึ้นฉันจะไม่รับช่วงต่อจากที่บ้านล่ะ'
'แล้วเธอจะไปทำอะไรล่ะ?'
'ฉันจะไปเป็นเจ้าสาวของนายไงชิน แล้วใช้ชีวิตอย่างสงบสุข^^'
รอยยิ้มที่น่ารักของเด็กสาวผุดขึ้นมา ชินเอามือข้างหนึ่งกุมขมับพร้อมกับหัวเราะออกมาเหมือนเรื่องขำขัน ภาพสวยงามเหล่านั้นจบลงเมื่อเธอรับรู้ว่าคนที่ฆ่าพ่อแม่ของเธอคือแก๊งของมังกรทอง และรับรู้ว่าคนที่เธอหลงรักอย่างเขาคือลูกชายของแก๊งนั้น ตั้งแต่นั้นมาเธอไม่เคยชายตามองเขาอีกเลย มันจึงเป็นเหตุที่เขาต้องทำทุกวิถีทางไม่ว่าจะถูกหรือผิดเพื่อให้เธอหันกลับมามองเขา แม้ด้วยสายตาเกลียดชังก็ยังดี....
.
.
"นายหญิงกลับมาแล้วหรือครับ?!!"
"อืม...กลับมาแล้ว"
"ยินดีต้อนรับกลับครับนายหญิง!!"
ชายนับสิบโค้งให้เธออย่างกระตือรือร้นเมื่อเห็นหญิงสาวที่เขาคุ้นเคยย่างกรายเข้ามาในร้านอาหารที่กำลังเตรียมซ่อมแซม แม้บางคนจะเต็มไปด้วยผ้าพันแผลก็ยังออกมาต้อนรับเธออย่างดีใจ
.
.