“เชี้ย!!แมงนอนไม่หลับเลยทีนี้ ”
ผมลุกขึ้นนั่ง ขยี้หัวแรงๆ และเดินออกไปสูบบุหรี่ข้างนอก ผมนั่งชมวิวบนตึกสูง ชีวิตผมนอกจากเพื่อนแล้วผมก็แทบไม่มีใคร
🙏สวัสดีครับ ผมชื่อวาคิม วิศวะกรรมศาสตร์ปี4 ลูกชายคนโตของ คุณวาทิตย์ เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่อันดับต้นๆของประเทศ
ผมหล่อ รวย และผมเป็นคนค่อนข้างเฟรนลี่พูดเพราะ สาวๆอะติดผมเต็มเลย และที่สำคัญผมไม่เคยใช้คำว่าแฟนกับใครเลย ผมมีเพื่อนสนิทอยู่4คน ปอร์เช่ คูเปอร์ 2คนนี้คือแฝดนรก ธีร์ธัช และสุดท้ายไอ้ภูภัทร สนิทกันมาตั้งแต่ปี1เลย มาว่าด้วยเรื่องครอบครัวกันต่อ ผมมีน้องสาวหนึ่งคนชื่อวาวา เรียนปี2แล้วคณะบริหารคนละมหาลัย
ส่วนแม่เสียได้2ปีแล้ว ผมกับน้องยังทำใจไม่ได้ เพราะรักแม่มาก ส่วนพ่อนะเหรอ ไม่กินเส้นกันมานานแล้ว ตั้งแต่แม่เสียพ่อก็ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า พาผู้หญิงมาผลาญทรัพย์สมบัติไปเยอะแล้ว ผมทะเลาะกับพ่อหนักขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดผมไม่ได้กลับบ้านมาเกือบห้าเดือนละ กลับไปก็เจอพ่อพาผู้หญิงเข้าบ้าน แม่งโคตรน่าเบื่อ บอกให้ผมเข้าไปช่วยงานที่บริษัท บอกตรงๆว่ากับเลขาก็ไม่เว้น นี่แหละชีวิตผม
วันต่อมาห้างสรรสินค้า
“แอมป์คิดว่าพี่วาคิมจะไม่มาแล้วซะอีก อาทิตย์ที่แล้วก็หลอกแอมป์อ่าาา ”
“มาสิครับ อาทิตย์ที่แล้ว พี่ติดธุระจริงๆ เอาเป็นว่าวันนี้พี่ไถ่โทษนะครับ นี่กินเยอะๆเลย ”
สายของวันอาทิตย์ ผมไม่มีอะไรทำ เพื่อนๆก็ติดแฟนกันหมด ผมเลยไม่รู้จะทำอะไร พอดีน้องแอมป์โทรหาพอดีไง ผมก็เลยออกมาหาเพื่อนกินข้าวแก้เหงา ผมอะตัวขี้เหงาเลย ออกมาแบบนี้ผมชอบนะ แต่ให้มีแฟนติดแจแบบไอ้พวกนั้นอะ ผมไม่ชอบ ผมว่าชีวิตคนเรามันควรมีอิสระมากกว่านั้นป่ะ
“ทำไมกินคำเล็กจัง ไม่อร่อยเหรอครับ”
“คุณแม่น้องแอมป์บอกว่า เป็นผู้หญิงควรกินข้าวคำเล็กๆค่ะ มันจะดูงาม และดูเป็นกุลสตรีมากกว่าค่ะ”
จ๊ะ แม่งามอย่างไทย ผมเจอผู้หญิงในหลายๆแบบ แต่ผมก็ยังไม่คลิกซักเท่าไหร่
“เสร็จแล้วเราไปดูหนังกันนะคะพี่วาคิม น้องแอป์อยากดูหนังรักโรแมนติก ”
“ได้ครับ วันนี้พี่ตามใจน้องแอมป์1วัน ”
“ขอบคุณนะคะ พี่วาคิมใจดีที่สุดเล้ยยย”
ก็น่าเอ็นดูอยู่หรอกเพราะเธอสวย กินเสร็จผมก็พาเธอไปเลือกดูหนัง
“พี่วาคิมอยากดูเรื่องอะไรคะ ”
“ตามใจน้องแอมป์เลยครับ พี่ดูได้หมด ”
ผมชอบดูหนังที่ไหน เข้าไปผมก็หลับ ผมดูหนังประมาณเดือนละ4-5รอบเห็นจะได้ ผู้หญิงนี่ก็ไม่รู้เป็นอะไร มาห้างทีไรก็อยากดูแต่หนัง
“เชี้ย!!ซวยแล้ว ”
ผมโพล่งขึ้นอย่างลืมตัว ในระหว่างเลือกว่าจะดูหนังเรื่องอะไร
“หือ พี่วาคิมพูดว่าอะไรนะคะ เมื่อกี้น้องแอมป์ได้ยินไม่ถนัด ”
“อ้อ…พี่ขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะครับ พี่ปวดท้องกระทันหัน ”
ผมโกหกน้องแอมป์ ทันทีที่สายตาดันมองไปเจอฟาร์เดียที่กำลังเดินห้างอยู่กับเพื่อน รถไฟจะชนกันป่าวว่ะเนี่ย
“งั้นพี่วาคิมรีบไปเถอะค่ะ น้องแอมป์รออยู่ตรงนี้ แต่รีบมานะคะ อีกไม่ถึงชม.หนังก็จะฉายแล้ว เดี๋ยวน้องแอมป์ซื้อตั๋วรอ ”
“เคครับ เดี๋ยวพี่รีบมาเลย ”
ผมเดินออกจากน้องแอมป์รีบๆ ไม่ได้ไปห้องน้ำหรอกไปหาฟาร์เดีย ไหนๆก็เจอละ ไปหาเธอซักหน่อยดีกว่า
ตึก…ตึก…ตึก…
“น้องฟาร์เดีย/พี่วาคิม มาได้ไงคะ ”
“ก็มาตามหัวใจนะสิ ว่าแต่น้องฟาร์เดียมาทำอะไรครับ ไม่เห็นบอกพี่เลย ”
“บอกอะไรละคะ ฟาร์เดียร์ทักข้อความไปเป็นร้อยรอบแล้ว พี่วาคิมไม่ยอมอ่าน ”
ฟาร์เดียทำหน้างอน และผมก็ต้องง้อตามเคย
“พี่ขอโทษครับ พี่น่าจะลืมเปิดเสียง แต่เอางี้ เดี๋ยววันนี้เพื่อเป็นการไถ่โทษ พี่จะเลี้ยงบิงซูน้องฟาร์เดียกับเพื่อนดีมั้ย ”
ผมเอาของกินมาล่อ ผู้หญิงชอบอะไรหวานๆอยู่แล้ว
“อะเคร พี่วาคิมใจดีที่สุด ”
ฟาร์เดียยิ้มจนหน้าบาน แล้วเดินมากอดแขนผม ก่อนตรงไปยังร้านบิงซู
“สั่งเลยครับ น้องว่านหอมอยากกินอะไรพี่เลี้ยงเอง ”
ว่านหอมเป็นเพื่อนสนิทของฟาร์เดียเลย นี่ก็ใช่ย่อย ส่งสายตาให้ผมจัง เดี๋ยวได้จับป๊าบๆซักทีหรอก พูดถึงป๊าบๆแล้ว แม่งคิดถึงหน้าอลิซขึ้นมาทันทีเลยหวะ ไม่รู้ลุกกินข้าวกินปลาได้รึเปล่า โดนหนักขนาดนั้น
“พี่วาคิมกินกับฟาร์เดียนะคะ ฟาร์เดียสั่งไซด์Lมันได้เยอะอยู่นะคะ ”
“จัดไปครับ พี่ตามใจน้องเลย ”
“เย้!!!พี่น่ารักสุดๆ”
ผมมองดูนาฬิกาที่ข้อมือ ป่านนี้น้องแอมป์คงรอแล้ว
“อ้าปากนะคะ ฟาร์เดียป้อนเอง ”
“ครับ”
บิงซูบ้าอะไรหวานโคตรๆ ผมจะเป็นเบาหวานตั้งแต่อายุยังน้อยป่าววะเนี่ย
“อร่อยมั้ยคะ ”
“อร่อยครับ แต่อร่อยน้อยกว่าคนป้อน ”
ผมหยอดไปหนึ่งที
“กรี๊ด!!!พี่วาคิมอ่าฟาร์เดียเขินน้าาาา อายว่านหอมบ้างสิคะ ”
ผมมองดูว่านหอม ในจังหวะที่ฟาร์เดียเผลอ เธอก็ส่งสายตามาตลอด
“ไม่เป็นไรหรอกฟาร์เดีย เราคนกันเองทั้งนั้น ใครได้พี่วาคิมเป็นแฟน คนนั้นคงโชคดีสุดๆ พี่คงจะเอาเก่ง ”
ไอ้เชี้ย ว่านหอมพูดอะไรวะนั่น อ่อยผมชิบหายเลย ส่งสายตายั่วยวนมาอีก
“ว่านหอมแกพูดอะไรอ่ะ อายพี่วาคิมบ้าง ”
ฟาร์เดียเอ็ดเพื่อนไปหนึ่งที
“ฉันหมายถึง พี่วาคิมคงเอาใจเก่งหนะ ฉันเห็นพี่เอาใจแกตลอดเลย ”
ว่านหอมพูดไปเลียช้อนบิงซูไป เย็ดโด้ อะไรกันครับเนี่ย วาคิมจะตุยเย้แล้ว
ครืด~ครืด~
แล้วเสียงมือถือผมก็ดังขึ้น น้องแอมป์โทรตามแล้วมั้งเนี่ย ผมหยิบมือถือขึ้นมาดู แต่แอบๆไม่ให้ฟาร์เดียมองเห็น
“ ใครโทรมาหรอคะพี่ว่าคิม”
“อะ อ้อ เพื่อนพี่หนะครับ น้องสองคนทานกันไปก่อนนะ พี่ขอไปคุยธุระกับเพื่อนแป๊บเดียว
เดี๋ยวพี่รีบกลับมาหา”
โกหกแบบเนียนๆเลยผม ความจริงน้องแอมป์นั่นแหละที่โทรมา ผมเลยเดินออกมาไกลๆ
“ ครับน้องแอมป์ ”
{พี่วาคิมไปนานจังเลยค่ะ น้องแอมป์รอนานมากแล้วนะ มีอะไรหรือเปล่า}
“ เสร็จแล้วครับ พอดีพี่ท้องเสีย แต่ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว พี่รีบเดินกลับไปหาตอนนี้เลยครับ ”
{โอเคค่ะ น้องแอมป์รอที่เดิมนะคะ}
“ครับ”
หลังวางสายจากน้องแอมป์ ผมก็กลับมาหาฟาร์เดียอีกครั้ง
“ มาแล้วหรอคะ มาค่ะช่วยฟาร์เดียกินให้หมดเลย ”
“ เห็นทีจะไม่ได้แล้วครับ เมื่อคืนพวกเราไปดื่มที่ผับกัน เพื่อนพี่เมามากเลยไปนอนที่ห้องกับพี่ด้วย เช้ามามันรีบกลับแล้วดันลืมของ ตอนนี้มันอยู่ที่คอนโดพี่แล้วครับ พี่คงต้องรีบกลับ เสียดายจังเลยครับ อยากอยู่กับฟาร์เดียนานๆเหมือนกัน ”
ผมตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ฟาร์เดียหน้าหงอยไปเลย
“หือ พี่วาคิมอ่า แบบนี้ตลอดเลย ฟาร์เดียน้อยใจนะคะแบบนี้ ”
“ เอาไว้อาทิตย์หน้า พี่พามาเลี้ยงใหม่ดีมั้ย
ไม่งอแงสิครับคนเก่ง สงสารเพื่อนเดี๋ยวเพื่อนรอนานนะ ”
เอาเพื่อนมาอ้างเลยแล้วกัน ขอโทษด้วยนะพรรคพวก
“อืม งั้นก็ได้ค่ะ แต่พี่ว่าคิมรับปากแล้วนะ”
“ ครับพี่รับปาก งั้นพี่ไปนะครับ พี่ไปนะครับน้องว่านหอม ”
“บ๊ายบายค่ะ/ ค่ะพี่วาคิม ”
ผมรีบเดินกลับมาที่โรงหนัง น้องแอมป์ยังนั่งรอที่โซฟาด้านหน้า มือข้างหนึ่งถือแก้วน้ำอัดลม ส่วนอีกข้างถือป๊อบคอร์น
“ มาแล้วครับ ”
“ เป็นไงบ้างคะ ท้องเสียหรอ พี่ดูหนังไหวหรือเปล่า ถ้าไม่ไหวเราไม่ต้องดูก็ได้นะคะ”
“ ไหวครับ ไม่ต้องเป็นห่วงนะพี่ดูเป็นเพื่อนน้องแอมป์ได้”
“ โอเคค่ะ ถ้าพี่ไม่ไหว พี่บอกน้องแอมป์ได้ตลอดเลยนะคะ”
“ครับ”
ผมช่วยถือป๊อบคอร์น แล้วเธอก็เดินควงแขนผมเข้าไปในโรงหนัง พอเข้าไปไม่ถึง 20 นาที
ผมก็หลับเหมือนเดิม เหมือนเช่นทุกวันนั่นแหละ
ไม่รู้ในโรงหนังมียานอนหลับหรือเปล่า ผมเข้าไปทีไรเป็นอันต้องง่วงตลอด