bc

คืนราคะ

book_age18+
126
FOLLOW
1.2K
READ
HE
forced
bxg
kicking
brilliant
office/work place
like
intro-logo
Blurb

...จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดฝัน กลับกลายเป็นจุดพลิกผันที่มิอาจหวนกลับได้ ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงชั่วลมหายใจ ในคืนที่เต็มไปด้วยไฟแห่ง "ราคะ" ของชายเพียงผู้เดียว...

chap-preview
Free preview
บทที่ 1 (1/3)
"ฉันเพิ่มให้อีกห้าหมื่นอะ ก็แค่นอนอ้าขารับ มันคงไม่หนักหนาอะไรหรอก เธออาจจะชอบก็ได้ มันจะตาย วินวินทั้งสองฝ่าย" "ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนหรอกนะคะ ที่จะยินดีกับการขายศักดิ์ศรีและร่างกายเพื่อแลกกับเศษเงินของคุณ" เสียงหวานตวาดกร้าว ตวัดดวงตาเรียวสวยขึ้นจ้องคู่สนทนาด้วยแววพร่าหม่น เขาจำเธอไม่ได้มันก็ไม่แปลกอะไร แต่ทำไมการกระทำและวาจาถึงได้เลวทรามต่ำช้าราวซาตานเ****นกำหนัดแบบนี้ นี่นะเหรอคือบุคคลที่เธอเทิดทูน นี่นะหรือบุคคลที่เคยแสนดีในอดีต นี่หรือคือ ธัญ อัครเมธากุล หรือพี่ธัญที่ยังอยู่ในหัวใจของเธอมาตั้งแต่เล็กจนตอนนี้ "เหรอ แล้วถ้าฉันจ่ายสักสิบเท่าล่ะ เธอจะขายไหม" "คุณ!!" ประโยคนี้พลันทำให้ความมุ่งมั่นถูกบั่นทอน เธอมาที่นี่ก็เพื่อสิ่งนี้ไม่ใช่เหรอ แม้จะตั้งใจเพียงมาหยิบยืมเงินจากเจ้าพ่อเงินกู้รายใหญ่ ไม่ใช่เพื่อขายสิ่งที่มีให้ใคร แต่กลับถูกโชคชะตาเล่นตลก ญาติผู้พี่ของเพื่อนสนิทที่หลอกเธอ วางยาสลบจนเธอสิ้นสติ นำเธอมาขายเป็นเครื่องเซ่นสังเวยแด่บุรุษตรงหน้าอย่างไร้ความเป็นคน เธอควรจะทำอย่างไรดี จะรับข้อเสนอนี้หรือกลับบ้านไปมือเปล่า?? ใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรเคลื่อนลงหา แสยะยิ้มเย้ยกับท่าทีอึ้งปนนิ่งคล้ายกำลังคิดไตร่ตรองของหญิงสาวตรงหน้า "ว่าไง ห้าแสนบาท น่าสนใจใช่ไหมล่ะ?" เขาเห็นมานักต่อนักแล้วไอ้ที่ทำเป็นไม่ยอมหัวชนฝา โก่งคอเถียงฉอดๆ แบบนี้ สุดท้ายมันก็จบลงที่เรียกค่าตัวเพิ่มกันทุกรายไป ดูซิ...ผู้หญิงคนนี้จะเล่นตัวไปอีกนานแค่ไหน ในเมื่อผู้หญิงที่เขาเคยผ่านมามันก็สามารถตีราคาได้ด้วยเงินกันทั้งนั้น "รีบๆ ตัดสินใจนะ ถ้าไม่ฉันจะได้ไปเรียกคนอื่น เ****นจะแย่อยู่แล้ว" ชายหนุ่มแสร้งทำเป็นเร่งเร้า "ฉัน...เอ่อ...ฉัน" กระดากปากเหลือเกินที่จะพูดออกไป น้ำตาอุ่นๆ ที่คลอในดวงตาแทบจะไหลออกมาด้วยความรวดร้าวในใจ หากศักดิ์ศรีกับร่างกายมันสามารถแลกกับความเป็นความตายของแม่ผู้ให้กำเนิดได้ เธอควรที่จะเลือกมันใช่หรือไม่?? "ฉันรู้คำตอบแล้วล่ะ แต่ถ้าราคานี้จะมานอนเป็นท่อนไม้ให้ฉันเอาเฉยๆ มันคงจะไม่ได้นะ เธอต้องทำในสิ่งที่ฉันต้องการ...ทุกอย่าง" ธัญจงใจเน้นคำท้าย กระตุกมุมปากด้วยท่าทีสาแก่ใจ หญิงสาวพยักหน้ารับแผ่วเบาทั้งน้ำตา เธอไม่เคยคิดจะขายตัวให้ใคร แต่เมื่อได้มาอยู่ต่อหน้าคนที่เธอแอบรักแบบนี้ มันก็ชวนให้ลังเล จิตใจไขว้เขวไปมาก จะมีโอกาสไหนอีกที่จะทำให้เธอได้ใกล้ชิดกับเขาแบบที่เธอเคยใฝ่ฝันเอาไว้ จะมีโอกาสไหนอีกที่พี่ธัญจะมองมาที่เธอ และที่สำคัญที่สุด ชีวิตของแม่เธอย่อมสำคัญกว่าศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงที่ชื่อ ม่านมุก ไกรอนุพงษ์ ในตอนนี้ งานเลี้ยงต้อนรับคุณ อัศวิน อัศวปรีชาพร ลูกชายเจ้าของบริษัทและหัวหน้าคนใหม่ของแผนกเธอ ทำให้เด็กใหม่อย่าง แพรดาว แทบจะต้องสิงสถิตติดแหงกร่วมแสดงความยินดีตั้งแต่เช้ายันดึก วันนี้จากที่ตกลงจะพาม่านมุกเพื่อนสนิทตามญาติผู้พี่ของเธอไปที่แหล่งเงินกู้เจ้าใหญ่ก็ต้องชวดไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ "ดึกดื่นขนาดนี้แล้ว ทำไมยังโทรติดต่อไม่ได้นะ" ยิ่งคิดก็ห่วง ยิ่งห่วงก็ยิ่งร้อนใจ แล้วก็ยิ่งพาลทำให้แพรดาวอยากจะออกจากงานเลี้ยงบ้าๆ นี่ หญิงสาวเลี่ยงออกมาจากงานเพื่อโทรหาเพื่อนหลายครั้งหลายครา และนี้ก็เป็นอีกครั้ง โทรถามญาติผู้พี่ก็บอกให้ไม่ต้องห่วงม่านมุกกลับบ้านไปแล้ว แต่ใจเธอมันกลับไม่สงบเลยจริงๆ ให้ตายเถอะ หญิงสาวยืนเกาหัว สีหน้าบอกบุญไม่รับ พ่นลมหายใจออกแรงๆก่อนหมุนตัวกลับเข้าไปในงานอีกครั้ง "ทำหน้าแบบนี้เหมือนไม่อยากต้อนรับฉันเท่าไหร่เลยนะ" เสียงเจ้าของงานดังมาจากทางด้านหลัง !!! "เห็นผุดลุกผุดนั่งหลายรอบแล้ว เธอมีธุระสำคัญอะไรหรือเปล่า ถ้ามีก็บอกได้นะ จะได้ไม่ต้องกลับเข้าไปนั่งทำหน้าเบื่อโลกใส่ฉันข้างในอีก" ชายหนุ่มพูดต่อ แพรดาวหันหลังกลับมามองตาปริบๆ นี่คือเขาใจดี เข้าใจเธอจริงๆ หรือกำลังประชดเธออยู่กันแน่! "ฉันกลับก่อนได้เหรอคะ?" แพรดาวถามหยั่งเชิงเล็กๆ "ก็แล้วแต่เธอ..." อัศวินตอบราบเรียบ "ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวนะคะ ขอบคุณมากค่ะบอส" ไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ แพรดาวรีบตัดบท เดินเข้าไปลาคนในงานแล้วเดินทางกลับบ้านอย่างไม่รอช้า อัศวินมองตามร่างบางด้วยรอยยิ้มขำ แพรดาว วิมุติมาศ คนนี้มักมีอะไรแปลกๆ ให้เขายิ้มได้เสมอ ทันทีที่ประตูห้องฉุกเฉินถูกเปิดออก บุคคลที่เจ้าหน้าที่แทบทุกคนในโรงพยาบาลแห่งนี้รู้จักกันดีในนามของ ธรรศ อัครเมธากุล กำลังเดินวนไปวนมาเป็นหนูติดจั่นที่หน้าห้องฉุกเฉินอยู่นาน ก็รีบสาวท้าวเข้าไปหาน้องชายที่กำลังเดินออกมาพร้อมพยาบาลสาวสวยอีกสองคน "ธีร์ เพื่อนพี่เป็นอะไรมากไหม" "พี่ธรรศ! อะไรของพี่เนี่ย พี่ใส่ชุดคนไข้มาเดินวนเวียนไปมาอยู่หน้าห้องฉุกเฉินแบบนี้คนอื่นมาเห็นเข้าจะคิดยังไง เขาจะหาว่าโรงพยาบาลเราดูแลคนไข้แบบไหน และที่สำคัญพี่ก็ยังเจ็บอยู่นะ ทำไมไม่รู้จักพักผ่อนครับ"คุณหมอหนุ่มรีบปรี่เข้าไปหาพี่อย่างเป็นห่วง "หยุดเทศนาพี่แล้วบอกมาก่อน สรุปว่ายังไง ไอ้เมฆามันเป็นอะไรมากไหม จากนั้นจะเทศน์อีกสิบรอบพี่ก็ยอม" "ไม่ครับ ไม่เป็นอะไรมาก เดี๋ยวสักครู่ก็ย้ายไปห้องพักฟื้นได้ กระดูกขาขวาร้าวนิดหน่อย ผมใส่เฝือกอ่อนให้แล้ว รอกระดูกเชื่อมสักหนึ่งถึงสองเดือน แต่จริงๆ เคสแบบนี้เดือนครึ่งก็น่าจะถอดเฝือกออกได้แล้วล่ะ จากนั้นสี่ถึงหกเดือนกระดูกก็คงติดกันเป็นปกติ ช่วงนี้คงต้องอยู่โรงพยาบาลไปก่อน ถ้าฟิล์มเอ็กซเรย์ออกมาโอเคก็น่าจะออกจากโรงพยาบาลได้ เท่าที่ดูก็คงอีกประมาณสองอาทิตย์" น้องชายอธิบายแบบละเอียดยิบเพื่อพี่เขาจะได้หายห่วงจนเว่อร์แบบนี้ แล้วยอมกลับห้องไปเสียที "เฮ้อ โล่งอก" พี่ชายถอนหายใจยาวราวกลั้นมานาน "อ้อ คุณรัตต์ครับ รายงานผลเอ็กซเรย์ทุกเจ็ดวันให้ผมด้วยนะครับ" รายงานพี่ชายเสร็จก็หันไปทางพยาบาลฝั่งซ้าย "ได้ค่ะคุณหมอธีร์" รัตนารับคำ จดคำสั่งคุณหมอลงชาร์ต "คงไม่มีอะไรแล้วล่ะครับ คุณสองคนไปเตรียมตัวลงเวรเถอะ" "ค่ะคุณหมอ" ทั้งสองไหว้ลาลูกชายผู้บริหารตามมารยาท แล้วขอตัวเดินละออกไป "ส่วนพี่ กลับไปที่ห้องของตัวเองเดี๋ยวนี้ ปะ..เดี๋ยวผมพาไปเอง ทีกับน้องกับนุ่งไม่เห็นจะห่วงเว่อร์ขนาดนี้เลย" น้องชายเห็นอาการผู้เป็นพี่ก็อดแซวไม่ได้ นี่ถ้าไม่ใช่ว่าพี่เขาแมนทั้งแท่ง ธีร์คงคิดว่าคนข้างในเป็นคู่ขาพี่ชายไปแล้ว อะไรจะต้องห่วงกันออกนอกหน้านอกตาขนาดนี้ก็ไม่รู้ "ธีร์ เคสนี้พี่ฝากให้เป็นเคสของธีร์เลยได้ไหม" "พี่ธรรศ จูนหน่อยไหม มาๆ จูนๆ รถชนเมื่อกี้มันกระเทือนถึงสมองพี่เลยหรือเปล่าเนี่ย น้องเป็นหมอหัวใจไม่ใช่หมอออร์โธปิดิกส์นะครับ" ธีร์ทำเป็นเอานิ้วนวดวนรอบขมับพี่ชายเบาๆ ด้วยรอยยิ้ม "พี่รู้ พี่ไม่ได้เบลอ แต่เคสเบาๆ แบบนี้ ธีร์ก็ดูมาตั้งแต่ตอนเรียนแล้วนี่ นะ ธีร์นะ" "พี่อย่ามาใช้เส้นแบบนี้สิ คนไข้ผมเยอะจะตายอยู่แล้ว อีกอย่างเพื่อนพี่ก็ไม่ได้อาการหนักหนาอะไร ให้เรสซิเดนท์ดูให้ยังได้เลย" จากเดินประคองพี่ตอนนี้ธีร์เริ่มจะตีตัวออกห่างเล็กน้อยพลางช้อนสายตาขึ้นมอง "โธ่ นะธีร์ ครั้งนี้พี่ขอ" ธรรศผู้ซึ่งรู้ดีว่าน้องชายทุ่มเทกับการทำงานและดูแลคนไข้ด้วยหัวใจความเป็นหมอแค่ไหนถึงขอร้องให้ดูแลเพื่อนของเขา ตอนนี้ธีร์ทำงานด้านศัลยศาสตร์หัวใจโดยเฉพาะซึ่งต้องดูแลเคสที่ค่อนข้างหนักหรือต้องได้รับการรักษาอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง ไม่ก็ดูแลผู้ป่วยที่มีชีวิตรันทด ไม่สะดวกในการจ่ายค่ารักษา นี่ก็นึกว่าน้องจะเปิดมูลนิธิสงเคราะห์ผู้ป่วยขัดสนและคนชราเพิ่มจากมูลนิธิผู้ป่วยโรคหัวใจที่มีอยู่แล้วรอมร่อ ถ้าไม่ติดว่าคุณพ่อขอไว้ป่านนี้น้องคงออกไปเป็นแพทย์อาสาอยู่ตามชายแดนไปแล้วมั้ง!! "ไม่ครับ พี่ขอให้ผมดูเขาให้ ผมก็อุตส่าห์ฝากคนไข้ตัวเองกับหมอคนอื่นก่อนแล้วรีบมาดูเขาให้แล้วนะ เขาเองก็ไม่ได้เป็นอะไรมากอีกไม่นานก็หาย พี่ไม่ต้องห่วงหรอก ตอนนี้พี่ควรห่วงตัวเองบ้าง ไปนอนพักผ่อนได้แล้วนะครับ" เมื่อถึงห้องก็รีบดันตัวพี่ไปที่เตียง "ธีร์ อย่าใจร้ายแบบนี้สิ พี่ขอร้องนะ ธีร์อยากให้พี่ทำอะไรก็ได้พี่ยอมทุกอย่าง" ธรรศเกาะแขนดึงรั้งไม่ยอมให้น้องออกไปไหน ทำหน้าตาสลดเศร้าสร้อยเป็นหมาหงอยเพื่ออ้อนน้องสุดๆ "โอ้โห! ทำอะไรไม่ดูหนังหน้าตัวเองเลย ไม่ต้องมาแบ๊วทำตาแป๋วใส่ผม ผมไม่ใช่คุณแม่นะถึงจะยอมพี่ง่ายๆ อะ" คนเป็นน้องมองแทบจะกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่กับท่าทีแบบนั้น "โห นี่นายจะไม่เห็นใจพี่เลยเหรอ นะธีร์นะ นะ น้าาา" ขยับเข้าหาเอาหน้าถูไถกับไหล่น้อง "เฮ้ย!! พี่ธรรศ ปล่อยเลย อะไรของพี่เนี่ย เยอะไปไหม?" "พี่ทำได้เยอะกว่านี้อีก ถ้าธีร์ไม่ยอมช่วยพี่" ธรรศพูดจริง สำหรับไอ้เมฆาน้องต่างสายเลือดคนนี้ เขาทำให้ได้ทุกอย่างเกือบเทียบเท่าน้องแท้ๆ เลยก็ว่าได้ เพราะสิ่งที่ได้รับจากมันมามากมาย "เขาคนนี้เป็นใคร มีข้อดีอะไร สำคัญยังไงกับพี่ ทำไมผมถึงจะต้องเป็นเจ้าของเคสให้" ปกติพี่ชายไม่เคยต้องทำถึงขนาดนี้เลย นั่นทำให้ธีร์สงสัยเกี่ยวกับคนข้างในห้องฉุกเฉินเมื่อครู่ไม่น้อย

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

ไฟรักซาตาน

read
54.0K
bc

วิวาห์(ไม่)ไร้รัก

read
9.4K
bc

อ้อนรักพ่อผัว

read
7.7K
bc

ปราบพยศรักยัยรุ่นพี่

read
1.2K
bc

นางสาวอินทุอรณ์

read
12.3K
bc

ยังเก็บดวงใจไว้ให้เธอNC25+++

read
9.3K
bc

Warning baby เมียห้ามเลิกรัก

read
3.5K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook