ธัญมองสาวน้อยตรงหน้าที่กำลังเลือกสร้อยให้เขาอย่างตั้งใจด้วยความเอ็นดู เลือกแล้วเลือกอีกตั้งนานสองนาน แล้วสุดท้ายเธอก็เลือกมาได้หนึ่งเส้น
“เส้นนี้ค่ะคุณธัญ” สร้อยเส้นงามที่ถูกตาม่านมุกก็ยังคงเป็นสร้อยทองคำขาวที่ถูกประดับเอาไว้ด้วยเพชรและพลอยสีชมพูอีกเช่นเดิม
"อืม" ชายหนุ่มพยักหน้า ก่อนจะบอกพนักงานในร้านจัดการให้พร้อมกับยื่นแบล็คการ์ดของเขาตามไป
เมื่อได้ของเรียบร้อยแล้วธัญกับม่านมุกก็เดินกลับมาที่รถ
"ขอบคุณที่ช่วยเลือกของให้คู่หมั้นฉันนะ"
"ไม่เป็นไรค่ะ" หญิงสาวตอบด้วยรอยยิ้ม
"ไม่เป็นไรไม่ได้ ในเมื่อวันนี้เธอจูบขอบคุณที่ฉันไปรับแม่เธอออกจากโรงพยาบาลแล้ว ฉันก็ต้องจูบขอบคุณที่เธอเลือกของขวัญให้ฉันด้วยถูกไหม? จะได้ยุติธรรม"
"คุณธัญ!"
อุ๊บ! แล้วม่านมุกก็ไม่ทันได้ตอบรับหรือปฏิเสธใดๆ เมื่ออีกคนกระทำการเอาแต่ใจอย่างไม่ให้เธอมีโอกาสโต้แย้ง
จูบเร่าร้อนหากเต็มไปด้วยความอ่อนหวานซึ่งเขาบรรจงสร้างด้วยความตั้งใจกำลังดำเนินไปอย่างช้าๆ
สำนักงานใหญ่ปรีชาพรกรุ๊ป
"คุณวินคะ นี่เอกสารของเครื่องมือแพทย์ล็อตล่าสุดค่ะ" แพรดาววางแฟ้มกองโตลงบนโต๊ะของบอส
"ขอบคุณมาก" อัศวินตอบเสียงเรียบ หยิบแฟ้มมาเปิดดูรายละเอียดต่างๆ ข้างใน
"ค่ะ" หญิงสาวรับคำ แต่ยังยืนอมยิ้มอยู่ข้างๆ โต๊ะ
ดวงตาคมช้อนมองหญิงสาวด้วยแววสงสัยว่า ทำไมเธอจึงยังยืนอยู่
"มีอะไรอีกหรือเปล่าแพรดาว?"
"เอ่อ...เปล่าค่ะ" รีบแก้ตัวตามสัญชาตญาณ
"อ่อ" อัศวินพยักหน้ารับรู้ก่อนจะก้มลงดูเอกสารตรงหน้าใหม่
"เอ่อ...แต่ว่า อันที่จริงก็มีนิดนึงนะคะบอส" สุดท้ายแพรดาวก็ทนไม่ได้ ก็มันคันปากยิกๆ มาตั้งแต่วันนั้นแล้วนี่นา
"มีอะไรเหรอ?" คราวนี้อัศวินเปลี่ยนมาเงยหน้าขึ้นรอฟังอีกคนพูด
"เอ่อ...คุณเพชรน่ารักดีนะคะ" แพรดาวเกริ่นก่อนลอยๆ
"อืม...ใครๆ ก็ชม ทำไมเหรอ?" อัศวินยิ้มอย่างภูมิใจ เวลาไปไหนมาไหนก็มักมีคนจดจ้อง เขา เพชร และธีร์เสมอ สรุปว่าหน้าตาดีทั้งกลุ่มนั่นแหละ
"เจอกันบ่อยไหมคะ"
"ช่วงก่อนหน้านี้ไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่หลังจากนี้ไปก็น่าจะบ่อยขึ้นนะ"
ฟังคำตอบแล้วก็แอบรู้สึกวาบๆ ในใจไม่ได้ แพรดาวบิดนิ้วไปมาก่อนจะถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ
"ไม่ทราบว่า พวกคุณคบกันนานแล้วหรือยังคะ" ถามไปก็แอบลุ้นไป คือถ้าเขาไม่ได้คบกันเป็นแฟน สรุปว่าบอสแมน เธอก็จะได้แอบชอบบอสต่อไปหรือไม่ก็รุดหน้าจีบ แต่ถ้าใช่ก็จะได้ตัดใจแล้วเปลี่ยนไปฟินให้มันสุดติ่งไปเลย!
"ก็นานแล้วนะ ตั้งแต่มัธยมปลายถึงตอนนี้ก็สิบกว่าปีแล้วล่ะ" อัศวินยังคงตอบด้วยรอยยิ้ม
แพรดาวฟังแล้วอึ้ง คบกันมาตั้งแต่มัธยมปลาย อะหื้อ!! เพียงได้ฟังใจดวงน้อยของหญิงสาวก็หวิวไหว
ว้า กินแห้ว...เสียดายอะ -_-"
หารู้ไม่ว่าที่อีกคนตอบคือ เขาคบแบบเพื่อนไม่ใช่แบบที่เธอคิดสักนิด
"โห! นานมากเลยนะคะ มั่นคงสุดๆ" แพรดาวพูดชมจากใจจริงเพราะตั้งแต่อยู่วงการสาววายมายังไม่ค่อยเห็นคู่ไหนจะคบกันนานขนาดนี้ สงสัยคุณเพชรคงจะเด็ดมาก จากคุณวินของเธอคงเป็นคุณวินนี่ของคุณเพชรสินะ ดูท่าบอสคงจะเป็นฝ่ายรุกส่วนคุณเพชรนี่รับแน่ๆ
"คงเพราะเรามีอะไรหลายๆ อย่างคล้ายกัน เพชรเขาก็เป็นคนดีเลยคบกันมาได้นาน"
"นี่ก็คงจะคบกันต่อไปเรื่อยๆ ใช่ไหมคะ"
"ไม่ใช่ว่าคบไปเรื่อยๆ แต่เราไม่มีทางทิ้งกันหรอก" บอสยังตอบตรงๆ อย่างที่คิดไว้ โดยไม่ได้รู้เลยว่า คุณเลขาวาดภาพฝันจินตนาการไปถึงไหนต่อไหนแล้ว!!!
โรงพยาบาลเมธากุล
"เจ็บมากไหมครับ" หลังจากค่อยๆ พยุงร่างแสนบอบช้ำมานั่งที่โซฟาคุณหมอธีร์ก็เริ่มคอยดูแลคนไข้เป็นอย่างดี ตอนนี้มือขาวบางกำลังซับเลือดที่มุมปากให้แฟนสมอ้างพลางดูแผลว่าต้องเย็บหรือเปล่า แนวกรามฝั่งเดียวกันขึ้นรอยเขียวช้ำเป็นทางดูน่ากลัวจนน่าใจหาย
"ก็เจ็บพอดูเหมือนกันนะ" ดวงตาคมจดจ้องในทุกๆ การกระทำของคนตรงหน้า ยิ่งพอคุณหมอหน้าหวานมาพะเน้าพะนอเขาแบบนี้ มันช่างดีกว่าที่คิดไว้อีก เจ็บครั้งนี้ก็ถือว่าไม่เสียเปล่า...
"ผมขอเปิดดูที่ท้องหน่อยนะครับ คุณพ่ออัดเข้าไปหลายทีเลย"
"ตามสบายครับ" คนเจ็บตอบ แต่สายตาไม่ละไปจากใบหน้าหวาน จ้องมองใบหน้านั้นอย่างเพลินตาเพลินใจ วันนี้คุณหมอดีกับเขามากแถมสายตาที่มองมาก็เหมือนจะเปลี่ยนไป...
"ต่อหน้าคุณพ่อ ทำไมคุณถึงเล่นได้เหมือนจริงขนาดนั้นล่ะครับ" ธีร์อดที่จะถามเรื่องนี้ไม่ได้ ดวงตากลมสำรวจสภาพร่างกายของชายตรงหน้าทีละส่วนอย่างห่วงใย ทั้งหมดนี้มีสาเหตุมาจากเขาเพียงคนเดียว
"พี่เคยมีอดีตคล้ายๆ กัน เคยต้องอยู่ในสถานการณ์บีบคั้นแบบนั้นมาก่อน" เคียงเมฆาตอบตามตรง "อ้อ พี่รู้แล้วล่ะว่า ธีร์ดุได้ใคร ถอดแบบคุณพ่อเลยนะเราน่ะ"
"บ้า ผมไม่ได้ดุขนาดนั้นเสียหน่อย" คุณหมอหน้าหวานรีบปฏิเสธ ถามเบี่ยงประเด็นไปอีกเรื่อง "ว่าแต่เรื่องของคุณ สุดท้ายเป็นยังไงครับ" ธีร์ถามเรื่องนี้ต่อเพราะเขาเองก็อยากรู้ไม่น้อย
"พ่อพี่ยอมใจอ่อน เพราะยังไงพี่ก็เป็นลูกท่าน ส่วนคนที่พี่รักก็เป็นลูก
บุญธรรมของคุณพ่อเหมือนกัน สุดท้ายก็ตัดใจเอาให้ถึงตายไม่ได้หรอก"
"ดีจังนะครับ" ธีร์พูดจากใจ
"ครับ ถือว่าโชคดีมาก แต่กับพ่อของธีร์นี่พี่ว่า อาจจะไม่เป็นแบบนั้น เพราะพี่ไม่ใช่ลูก"
"ไม่เป็นไรนะครับ ผมจะไม่ยอมให้คุณเป็นอะไรมากไปกว่านี้แน่นอน ผมจะดูแลคุณเอง"
"ขอบคุณมากนะที่ช่วยพี่" ดวงตาคมส่งแววหวานอย่างขอบคุณที่คุณหมอดูแลเอาใจใส่เขาถึงเพียงนี้ให้
"ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณ คุณเมฆาช่วยผมไว้มากจริงๆ" ธีร์ยิ้มให้อย่างตื้นตัน มือบางกอบกุมมือหนาพลางบีบเบาๆ
"ครับไม่เป็นไร พี่เต็มใจ" เคียงเมฆายิ้มตอบจดจ้องเข้าไปในดวงตาหวานอย่างลึกซึ้ง
"เอ่อ...แผลที่ปากไม่ใหญ่มากไม่ต้องเย็บนะครับ แต่คงใช้เวลาหลายวันกว่าจะประสานกันดี ส่วนที่กรามกับที่ท้องนี่ฟกช้ำมากพอสมควร ผมจะจัดยาลดอาการอักเสบ ยาแก้ปวด และยาทาแก้ฟกช้ำให้ด้วยนะครับ" คนถูกจ้องรีบเบี่ยงประเด็นอีกครั้ง ใจเต้นแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก
"พี่ขอยาที่ชื่อว่า ธีร์แทนจะได้ไหม"
"อย่าล้อเล่นสิครับ" อานุภาพของคำจำนรรจาและดวงตาลึกซึ้งคู่นั้นในวันนี้ถึงกับทำให้หมอธีร์หน้าร้อนผ่าวจนต้องรีบหลบตา คุณหมอทำทีง่วนอยู่กับการดูยาใส่แผลที่พยาบาลเอามาวางเตรียมให้ตั้งแต่เริ่มแรก
ในระหว่างนั้นใบหน้าคมกลับค่อยๆ โน้มลงหาใบหน้าหวาน ใกล้ขึ้นเรื่อยๆ อย่างห้ามใจไม่อยู่
เคียงเมฆาอยากจะบอกเหลือเกินว่า เขาเอาจริงไม่ได้ล้อเล่นแต่อย่างใด แต่คงต้องเก็บเอาไว้ก่อน รุกมากๆ เดี๋ยวคนตรงหน้าจะรับไม่ทัน
คุณหมอหนุ่มเงยหน้าขึ้นเพื่อจะทายาให้ แต่กลับต้องมือไม้สั่นเมื่อใบหน้าหล่อคมของคนไข้นั้นชิดชนเข้ากับใบหน้าตัวเอง
ริมฝีปากหนาจรดลงแตะปากสวยเพียงบางเบา คดีเก่าเพิ่งสะสางถ้าสร้างคดีใหม่อีกคงไม่ดีแน่ แถมตอนนี้สภาพร่างกายก็ไม่สามารถทำได้อย่างที่ใจคิด ถ้าจูบดูดดื่มแบบนั้นคงเจ็บปากน่าดู และถ้าขืนบุ่มบ่ามไป คุณลุงคงได้เอาตายจริงแน่ๆ เคียงเมฆาเลยได้ทำแค่เพียงแตะจูบแผ่วเบา แบบเนียนๆ เหมือนไม่ได้ตั้งใจไปก่อน
"พี่ขอโทษ" ทำทีเป็นขยับออก ก้มหน้าก้มตาลงตีหน้าสำนึกผิด
"ไม่เป็นไรครับ" มือบางยกขึ้นแตะปากตัวเองอย่างตกใจ แม้จะยังแยกแยะไม่ได้ว่า มันคืออุบัติเหตุจริงหรือความตั้งใจกันแน่ แต่กลับทำให้รู้สึกแปลกๆ มากกว่าวันแรกนัก