โรงพยาบาลเมธากุล
ไม่นานทั้งสองสาวก็มาถึงโรงพยาบาลซึ่งเป็นจุดหมาย ม่านมุกและพลอยลดาขึ้นไปเยี่ยมคุณธรรศก่อนเพราะตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่ห้องไอซียูจะเปิดให้ญาติเข้าเยี่ยมได้ในช่วงเย็น
ก็อกๆๆ
พอสิ้นเสียงเคาะประตูตามมารยาทม่านมุกเห็นพี่ลดาแอบถอนหายใจเบาๆพร้อมด้วยสีหน้าท่าทางที่ดูเหมือนต้องทำใจกับอะไรบางอย่าง ก่อนจะเปิดประตูเข้าไป
"ลดา! หนูมุก!" สายตาที่คุณธรรศมองมาราวกับว่าไม่อยากเชื่อว่าพี่ลดากับเธอจะมาเยี่ยมเขาที่นี่
"สวัสดีค่ะคุณธรรศ" ม่านมุกไหว้ชายหนุ่มอย่างที่คนที่อายุน้อยกว่าควรจะทำ ซึ่งคุณธรรศก็รับไหว้เธอด้วยรอยยิ้ม
"สวัสดีหนูมุก สวัสดีลดา" ชายหนุ่มไม่ลืมเอ่ยทักทายคนที่ยืนอยู่ข้างกายของม่านมุกด้วย
"สวัสดีค่ะธรรศ คุณเป็นยังไงบ้างคะ เจ็บมากหรือเปล่า คุณเป็นอะไรเยอะไหม" พี่ลดาถามคนไข้ด้วยน้ำเสียงห่วงใยประกอบกับสีหน้าที่ค่อนข้างเป็นกังวล
"ผมไม่เป็นอะไรมากหรอกครับลดา แค่มีรอยฟกช้ำดำเขียวกับได้แผลมานิดๆหน่อยๆเท่านั้นเอง" คนตอบยังคงยิ้มร่าด้วยใบหน้าสดใสอย่างที่ม่านมุกเคยเห็นเป็นประจำ
"โชคดีนะคะที่คุณธรรศไม่เป็นอะไรมาก ถือว่าคุณพระคุณเจ้าคุ้มครอง แล้วคุณธรรศต้องอยู่โรงพยาบาลนานแค่ไหนคะ" ม่านมุกเอ่ยถามเขาต่อ
"พอดีธีร์อยากให้พี่อยู่ตรวจเช็คร่างกายต่อแล้วขอรอดูอาการอีกสักหน่อย พี่ก็เลยต้องนอนแกร่วอยู่ที่นี่ต่อไป แต่คงไม่นานเกินสองสามวันนี้คงได้กลับบ้านแล้วล่ะ" ธรรศกล่าวกับสาวน้อยที่เขารู้จักผ่านบริษัทของพลอยลดาอย่างสนิทสนม
เมื่อไถ่ถามอาการคนไข้คร่าวๆ และร่วมพูดคุยสนทนากันเป็นเวลานานพอสมควร ม่านมุกก็ขอตัวคนทั้งสองเพื่อจะไปเตรียมซื้อหาจัดเตรียมของเยี่ยมสำหรับแม่ของเธอในช่วงค่ำ
"เดี๋ยวพี่ไปช่วยถือของนะ"
"ไม่เป็นไรค่ะพี่ลดา หนูมุกซื้อของแค่เล็กน้อย เราต้องรอตอนหกโมงเย็นค่ะถึงจะได้เยี่ยม เดี๋ยวมุกจะออกไปซื้อของอ่อนๆ ให้แม่ก่อน พี่ลดารออยู่ที่นี่กับคุณธรรศก่อนนะคะ อีกสักราวๆ ไม่เกินชั่วโมงมุกจะมารับค่ะ"
"อ่อ...ได้จ้า"
"คุณธรรศคะ มุกฝากพี่ลดาด้วยนะคะ"
"ได้ครับ ไม่ต้องห่วง" ธรรศยิ้มส่งสาวน้อยจนเธอเดินออกจากประตูไป วันนี้คุณแม่มีธุระกับเพื่อนเลยไม่ได้เข้ามาเฝ้าเขาเหมือนเมื่อวาน แต่มันเป็นการดีสำหรับธรรศอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่ออยู่ๆ ก็ทำให้เขาได้มีโอกาสอยู่กับพลอยลดาสองต่อสอง
"คุณหลบหน้าผมทำไมลดา" ทันทีที่มีโอกาสธรรศไม่รอช้าที่จะถามเรื่องที่ค้างคาใจเขา
"เราไม่ควรเจอกันบ่อยๆ เหมือนเมื่อก่อนค่ะ" หญิงสาวตอบก้มหน้าหลบสายตาเขา
"แล้วผมโทรไปทำไมไม่รับ" ธรรศเสียงเข้มขึ้นอย่างคุมไม่ได้
"มันก็คงไม่ดีนักที่ฉันจะคุยกับคุณมากกว่าคนที่เป็นคู่หมั้นของฉัน"
"เหตุผลแค่นี้เหรอที่คุณจะตัดแม้แต่ความเป็นเพื่อนกับผม" ตั้งแต่หมั้นกับพี่ชายของเขา ระหว่างพลอยลดากับเขาก็เปลี่ยนไปจนธรรศยากจะทนรับ
"ฉันอายุมากกว่า ฉันเป็นพี่คุณนะคะ ไม่ใช่เพื่อน" เธอไม่รู้จะหาข้อแก้ตัวอะไรมาพูด ในเมื่อมันเป็นไปไม่ได้ก็ขอให้จบไปตั้งแต่ตอนนี้จะดีกว่า
"พี่หรือเพื่อนมันต่างกันตรงไหน มันขึ้นกับการที่คนสองคนคบกันด้วยใจไม่ใช่เหรอ"
"ก็เพราะคนสองคนอาจจะคิดไกลเกินกว่าที่ควรจะเป็นยังไงล่ะคะธรรศ ถ้าคุณจะพูดเรื่องนี้ฉันคงต้องขอตัว" หญิงสาวเตรียมที่จะหนี
"ใครคือคนขีดเส้นว่ามันควรหรือไม่ควร ผู้ชายที่รักผู้หญิงอายุมากกว่ามันผิดตรงไหน บอกผมมาสิพลอยลดา" แววตาคมวูบไหว มือหนารีบคว้าข้อมือบางเอาไว้ กล่าวสิ่งที่อยู่ในใจออกไปอย่างเหลืออด
“ผมรักคุณ ผมรักคุณได้ยินไหม”
"คุณ!!"
"ผมจะไม่ยอมให้คุณหลบหน้าผมอีกแล้วลดา"
พลอยลดาชะงักงันเมื่อถูกอีกฝ่ายดันร่างเข้าประชิดติดกำแพงข้างประตู พยายามกักตัวเธอไว้ไม่ให้ไปไหนด้วยสองแขน
“อย่าทำแบบนี้เลยนะคะ คุณเป็นน้องชายของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่หมั้นของฉันนะ"
"แล้วทำไมต้องเป็นเขา ทำไมไม่ใช่ผม"
"เพราะหน้าตาของครอบครัวไงคะ เพราะฉันกับธัญถึงไม่มีทางเลือก" พลอยลดามองดวงตาคู่คมตรงหน้าอย่างเจ็บปวดไม่แพ้กัน
"ถ้าอย่างนั้นผมจะเป็นคนสร้างทางเลือกใหม่ให้คุณกับพี่ธัญเอง"
ในช่วงค่ำของวันคุณหมอธีร์กำลังเดินทางมาตรวจคนไข้รายสุดท้าย คนไข้ที่พี่ชายทั้งสองและเพื่อนสนิทฝากฝังไว้เป็นพิเศษ สำหรับคืนนี้เพชรเพื่อนเขาอาสามาเฝ้าคนป่วยเองจึงไม่ต้องรบกวนพยาบาลเฝ้าพิเศษ แต่กว่าจะมาถึงก็คงราวๆ สองสามทุ่ม
“มาแล้วเหรอครับคุณหมอ” เสียงทักทายดังมาจากทางด้านหลัง
ธีร์รีบหันกลับไปดูปรากฏว่า ใบหน้าเขาเกือบชนเข้ากับคนที่ตั้งใจยื่นหน้าเข้ามาใกล้
"อุ๊ย!" ร่างที่เล็กกว่าเซไปข้างหลัง แต่ยังดีที่ได้อ้อมแขนคนป่วยรั้งไว้
"ระวังหน่อยสิครับ คุณหมอเป็นอะไรไปผมคงเสียใจแย่" คนไข้พูดใกล้จนคุณหมอรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจ
"ไม่ใช่ว่าผมไม่ระวัง แต่คุณจงใจทำให้มันเป็นแบบนี้ต่างหาก คิดว่าผมโง่หรือไง" ธีร์ตอบกลับอย่างไม่พอใจ
"ฉลาดจัง แบบนี้น่ากอดเอาไว้นานๆ" เคียงเมฆากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น โน้มใบหน้าคมลงไปใกล้อีกคนจนคุณหมอต้องเอียงหน้าหนี
แววตาสีนิลฉาบไล้ไปทั่วใบหน้าหวาน คนอะไรถ่ายรูปไม่ขึ้นเอาเสียเลย รูปที่เคยเห็นตอนไปพักฟื้นที่บ้านอัครเมธากุลบางรูปก็ดูธรรมดา บางรูปก็หล่อใสๆ ดี แต่บางรูปนี่น่ารักจนทำให้เขาต้องหยุดจ้อง คิดว่าใช้พวก
แอปพลิเคชันสมัยนี้ทำให้ดูดีเสียอีก แต่ที่ไหนได้ ตัวจริงน่ารักน่าฟัดไปทุกมิติทุกมุมมองอย่างไม่น่าเชื่อ
"คุณทำมากเกินไปแล้วนะ ปล่อยมือออกจากตัวผมเดี๋ยวนี้เลย" คุณหมอธีร์สั่งด้วยน้ำเสียงติดโมโห
"ไม่มีทาง อุตส่าห์รอมาตั้งนาน รอมาตั้งหลายปี แล้วเมื่อวานก็โดนด่าว่าทำอะไรแย่ๆ แต่ยังทำได้ไม่แย่พอเลยด้วยซ้ำ สงสัยต้องเอาใหม่ให้แย่สมกับที่โดนด่า" ใบหน้าคมเลื่อนลงหาแก้มใส
ธีร์พยายามเอียงหลบ แต่ก็ไม่พ้นเมื่ออีกคนจงใจหอมแก้มขาวใสนั้นไปแบบเต็มๆ
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!"
"ไม่" เคียงเมฆาไม่ยอมหยุดหนำซ้ำยังไซ้จมูกคมลงไปที่ลำคอขาวอีก
"นี่! บอกให้หยุดไง"
"บอกให้ผมหอมอีกข้างยังจะง่ายซะกว่า" เคียงเมฆาพูด เอียงหน้าเข้าหาแก้มอีกฝั่ง แต่ยังไม่ทันได้ทำดังใจก็ต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดซะก่อน
"โอ๊ย!!!" ธีร์หมุนตัวกลับแล้วแทงศอกเข้าที่กระดูกซี่โครงของคนไข้อย่างตั้งใจ ด้วยรู้ดีว่าจุดนี้คือจุดอันตรายของร่างกายมนุษย์ หากถูกชกต่อยทำร้ายที่บริเวณนี้ เส้นประสาทจะสั่นสะเทือน โลหิตแล่นเปลี่ยนย้อนกลับทำให้จุกเจ็บหายใจไม่ออกจนต้องล้มลง แต่ไอ้บ้านี้ดันแค่ตัวงอ นี่เพื่อนพี่ชายเขาถึกไปไหม ใช่คนหรือเปล่า
"ถ้ามันอยากมากนักละก็ นู่น ห้องน้ำอยู่ทางนู้นไปช่วยตัวเองหรือ ไม่ก็รอเพชรไป อย่ามาทำหื่นกามให้ชาวบ้านเขาต้องเดือดร้อน" บ้าชะมัด คุณหมอหอบหายใจแรง เอามือถูไถแก้มและคอด้วยแรงแห่งโทสะ แก้มขาวขึ้นสีชมพูจางๆ
เคียงเมฆาเอามือกุมท้องตัวงอ เจ็บไม่หยอกเลยทีเดียว เห็นหน้าหวานๆ นี่แสบใช่เล่น แต่ยิ่งอีกฝ่ายโกรธก็ยิ่งโคตรน่ารักเลยว่ะ
"เมฆา แกอยู่ไหนว่ะ" ยังไม่ทันได้มีโอกาสตอบโต้อะไร กลับมีเสียงบุคคลที่สามดังออกมาจากกลางห้อง
"อยู่ที่ระเบียงครับพี่ธรรศ" ธีร์ตอบกลับให้ก่อนเพราะดูเหมือนเจ้าของชื่อจะยังจุกอยู่ สมน้ำหน้านัก