บทที่ 4 (3/3)

2278 Words
"อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันก็ดีแล้ว พี่จะได้ถือโอกาสแนะนำอย่างเป็นทางการเสียที ธีร์ นี่เคียงเมฆาเพื่อนพี่ ประวัติก็ก็อย่างที่เคยเล่าคร่าวๆ ไปแล้ว แต่ถ้ายังมีอะไรไม่เคลียร์ถามพี่ได้" พูดกับน้องจบก็หันไปอีกฝั่ง "ส่วนเมฆา นี่ธีร์ น้องชายพี่เอง คนที่เคยเล่าให้ฟังบ่อยๆ นั่นแหละ ธีร์คงอายุน้อยกว่าแกสักสองสามปีได้" "ยินดีที่ได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการนะครับน้องธีร์" เคียงเมฆายื่นมือออกไปทำความรู้จักอย่างเป็นทางการ "ครับคุณเคียงเมฆา" ด้วยเห็นแก่หน้าพี่ธีร์ก็เลยต้องทำตามมารยาท คุณหมอหนุ่มยื่นมือออกไปเช่นกัน มือบางจับมือของอีกคนเบาๆ "เรียกพี่เมฆาก็ได้" เคียงเมฆายิ้มมุมปากบางๆ ส่งแววตายียวนให้แล้วบีบมือนุ่มๆ เล็กน้อย "ผมไม่เรียกใครว่าพี่ ถ้ายังไม่สนิท" ธีร์จ้องตากลับอย่างไม่ค่อยจะเป็นมิตร มือขาวพยายามจะถอนออก แต่กลับถูกอีกฝ่ายดึงเอาไว้ "สักวันพี่จะทำให้เราสนิทกันมากกว่านี้ และนายจะต้องได้เรียกพี่ว่าพี่ แน่ๆ" เคียงเมฆามองใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นอย่างหมายมาด มือหนาลงน้ำหนักคลึงมือขาวบางของคุณหมออย่างตั้งใจ "คงจะยากหน่อยนะครับ เพราะผมไม่สนิทกับใครง่ายๆ" ธีร์พยายามชักมือออกแรงขึ้น แต่ก็ยังไม่หลุด "ปล่อยมือผมได้แล้วครับ" "พี่ยังไม่อยากปล่อยเลย เผื่อจับมือธีร์นานๆ แล้วความสนิทของเรามันจะเพิ่มขึ้น" เคียงเมฆายึดมือนั้นไว้แน่นกว่าเก่า "พี่ธรรศ ถ้าเพื่อนพี่ยังไม่ยอมปล่อยมือผม ผมจะฟาดด้วยสเต็ทนี่จริงๆ ด้วย" ธีร์พูดกับพี่เป็นเชิงขอถ้าจะต้องทำอะไรที่ไม่ไว้หน้า แต่ดวงตากลับจ้องอีกคนเขม็ง มืออีกข้างดึงสเต็ทโตสโคปออกจากคอแล้วเงื้อขึ้นเตรียมฟาด "ฟาดมาฟังเสียงหัวใจพี่เหรอ" เคียงเมฆายกยิ้มท้าทาย "จะลองดูไหมล่ะ ว่าจะได้ฟังเสียงหัวใจหรือได้เลือด" "เฮ้ยๆ ๆ หยุดก่อน" ธรรศรีบขยับเข้ามากั้นกลางหลังจากที่ซุ่มดูสถานการณ์มานานพอสมควร มือหนาคว้ามือน้องชายที่เงื้ออยู่ลงมาไว้ข้างตัว อีกมือตีลงบนแขนเพื่อนรุ่นน้องไม่แรงนัก "ไอ้เมฆา นานไปแล้วเว้ย เดี๋ยวมือน้องฉันสึกหมด ปล่อยๆ ๆ" ธรรศดึงมือแข็งๆ นั่นออกจากน้องชายคนเล็ก แอบอมยิ้มอย่างพอใจ มันช่างถูกคู่ถูกคนดีจริงๆ ว่ะ คิดไว้ไม่ผิดเลยให้ตายสิ ทำไงได้ ถ้าให้เลือกระหว่างอัศดินทร์ คุณหมอมาดนุ่มสุดเพอร์เฟกต์ แต่ดันปอดแหก ไม่มีความทางกล้าหาญชาญชัยพอที่จะเปิดตัวแฟนที่ดีพร้อมทุกอย่างแบบน้องของเขากับสังคม มัวแต่ห่วงหน้าห่วงตาและห่วงตัวเอง ไม่กล้าเสี่ยงกับผู้บริหารจอมโหดของโรงพยาบาลอย่างพ่อของเขา ไม่ใช่ธรรศไม่คิดให้โอกาส แต่เฝ้าดูมาเป็นปีก็ยังไม่มีวี่แววคืบหน้า ถ้าเทียบกับเคียงเมฆาผู้ชายห่ามๆ คนหนึ่งที่เต็มไปด้วยความจริงใจและพร้อมจะประกาศให้โลกรู้โดยไม่แคร์สายตาใครว่า เขาเป็นเพศไหนหรือคบกับใคร ยิ่งถ้าเป็นคนที่เคียงเมฆารักแน่นอนว่า เขาสามารถให้ได้ทั้งชีวิต ธรรศเคยเห็นกับตามาแล้วในกรณีของเพียงรพี เขาจึงได้เลือกเคียงเมฆาอย่างไม่ต้องเสียเวลาคิดแม้สักวินาทีเดียว คุณหมออัศดินทร์ไม่มีทางสู้รบปรบมือกับพ่อเขาได้แน่ แต่เคียงเมฆานี่แหละที่จะยอมตายคาตีนพ่อเขาได้เพียงเพื่อจะพาธีร์ออกมาสู่โลกแห่งความจริงโดยไม่ต้องหลบซ่อนอีกต่อไป วันนี้เป็นวันที่สามแล้วหลังจากแม่ได้รับการผ่าตัด ม่านมุกรู้สึกสดใสกว่าทุกวันเพราะเมื่อเช้าคุณหมอธีร์ให้พยาบาลโทรมาบอกว่า แม่เธอแข็งแรงขึ้นแล้วและสามารถย้ายออกมาพักฟื้นที่ห้องธรรมดาได้ เธอจะได้เฝ้าไข้และดูแลแม่อย่างใกล้ชิดสักที และหลังจากเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลย้ายแม่เข้ามาสู่ห้องพักฟื้นของคนไข้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ม่านมุกก็จัดแจงให้แม่ได้พักผ่อนก่อนจะออกไปหาซื้ออะไรที่มีความจำเป็นรวมไปถึงของบำรุงและของรับประทานอ่อนๆ มาให้ผู้เป็นแม่ "แม่คะ หนูมุกมีข้าวต้มปลาร้านที่แม่ชอบ!... " หญิงสาวตกใจแทบช็อก ถุงข้าวต้มปลาร้านประจำของแม่ในมือของเธอเกือบจะหล่นลงพื้น เมื่อพบใครบางคนนั่งอยู่ข้างเตียง "คุณธัญมาทำอะไรที่นี่คะ" หญิงสาวใจหายอย่างไรบอกไม่ถูก เขาพูดอะไรกับแม่ของเธอไปบ้างก็ไม่รู้ แต่เมื่อวานเธอไปลาออกจากงานตามที่เขาต้องการแล้วนี่นา พี่ธัญคงไม่ได้คิดจะบอกเรื่องนั้นกับแม่ของเธอหรอกใช่ไหม "ก็มาเยี่ยมน้าสอางค์ไง" ธัญมองใบหน้าหวาดหวั่นปนสับสนของหญิงสาวที่เพิ่งจะเข้ามาในห้องคนไข้ด้วยรอยยิ้มขบขัน ท่าทางเธอคงจะกำลังกังวลว่าเขาอาจจะพูดอะไรที่เธอไม่อยากให้แม่ของเธอรับรู้ออกไป "คุณธัญบอกแม่ว่าหนูมุกจะไปทำงานด้วย จริงเหรอลูก ไม่เห็นหนูบอกแม่เลย" แม่ถามเธอด้วยรอยแย้มยิ้มกว้าง ไม่บอกก็รู้ว่าแม่ดีใจแค่ไหนที่ได้รับทราบข่าวนี้ "เอ่อ! ค่ะแม่ คือมุกตั้งใจจะบอกตอนที่แม่ออกจากโรงพยาบาลไปแล้วค่ะ" ม่านมุกตอบแม่ด้วยรอยยิ้มเช่นกัน แม้มันจะฝืนไปบ้างก็ตาม ดวงตาเรียวสวยชำเลืองไปยังชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างเตียงคนไข้อย่างสงสัย ไม่อยากจะคิดว่าเขามาเพียงเพื่อบอกแม่ว่าเธอจะไปทำงานกับเขาแค่เท่านั้น มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ๆ "ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวมุกเอาข้าวต้มไปใส่ชามให้แม่ก่อนนะคะ" หญิงสาวเดินเลี่ยงออกมาที่โซนครัวของห้อง ด้วยความอุปการะของมูลนิธิของคุณหมอธีร์เธอจึงได้ห้องนี้มา ถือว่าเป็นห้องพิเศษที่ใหญ่โตเกินกว่าที่ม่านมุกจะหาให้แม่ของเธอได้เอง "น้าสอางค์พอจะมีน้ำเปล่าให้ผมสักหน่อยไหมครับ เราคุยกันมานานจนผมเริ่มจะคอแห้งแล้ว" ธัญเอ่ยถามหญิงสูงวัยพลางฉีกยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง "อุ๊ย! ขอโทษจริงๆ ค่ะคุณธัญ น้าลืมไปเลย มีค่ะมี น้ำอยู่ในตู้เย็น เดี๋ยวน้าให้หนูมุกเอามาให้นะคะ" "ไม่เป็นไรครับ ผมจัดการเองดีกว่า อย่างนั้นเดี๋ยวผมขอตัวไปหยิบน้ำสักครู่นะครับ" "ให้หนูมุกหยิบมาให้จะดีกว่าค่ะ คุณธัญอย่าลำบากเลยนะคะ คุณธัญเป็นเจ้านายจะให้ทำอะไรแบบนี้ได้ยังไง" คนไข้กล่าวด้วยความเกรงใจต่อแขกคนสำคัญ "ผมหยิบเองดีกว่าครับคุณน้า หนูมุกคงยุ่งกับการเตรียมอาหารให้น้าสอางค์อยู่ ผมไม่ควรทำตัวเป็นภาระให้คนป่วยและญาติจริงไหมครับ มาเยี่ยมไข้ทั้งทียังจะทำตัวให้มีพิธีรีตองเหมือนลิเกหลงโรงได้ยังไง ถ้าเป็นเจ้านายแล้วไม่ทำอะไรเลยเดี๋ยวต่อไปคงได้เป็นง่อยกันพอดี หึหึ" ธัญใช้คำพูดที่ติดตลกขบขัน ฟังแล้วดูดีไม่มีอะไรน่าสงสัย ทั้งที่ความจริงแล้วเขาจงใจจะหาเรื่องตามหญิงสาวเข้าไปภายในโซนครัวนั้นเพื่อจะทำอย่างอื่นต่างหาก "อุ๊ย คุณธัญ! " สองแขนสวมกอดเอวบางมาจากทางด้านหลังซึ่งทำให้ม่านมุกสะดุ้งด้วยความตกใจ “ไม่เห็นต้องตกใจขนาดนี้เลย" "คุณธัญ!! ปล่อยฉันนะคะ เดี๋ยวแม่เห็น" มือบางพยายามแกะแขนที่รัดรอบเอวออก แต่พี่ธัญกลับกอดเธอแน่นขึ้นไปอีก "ตรงนี้มองมาจากเตียงไม่เห็นหรอก ฉันต้องการจะใช้สิทธิ์ที่เหลืออยู่ของฉัน" "คุณจะมาทำรุ่มร่ามกับฉันแบบนี้ไม่ได้อีกแล้วนะคะ สิทธิ์ในตัวฉันมันจบตั้งแต่คืนนั้นแล้ว ฉันบอกไปแล้วไงว่าฉันไม่รับรู้การตกลงของคุณกับเฮียชาติ" "เหรอ ถ้าเธอไม่รับรู้เรื่องนั้นก็ถือว่าทดแทนบุญคุณของฉันก็แล้วกัน" จากแค่กอดเฉยๆ ธัญเริ่มซุกไซ้ปลายจมูกลงไปตามพวงแก้มขาว เขารู้สึกคิดถึงกลิ่นหอมๆ ของเธออย่างไรบอกไม่ถูก "อื้อ! หยุดนะคะคุณธัญ ฉันบอกแล้วไงคะว่าจะพยายามหาเงินไปคืนให้" ม่านมุกพยายามต่อต้านพลางขยับใบหน้าหนีเขา แต่จนแล้วจนรอดก็ทำไม่สำเร็จ "ผ่านมาตั้งสามสี่วัน ฉันคิดว่าเธอคงได้พักพอสมควร ดังนั้นมันน่าจะถึงเวลาแล้ว" "เวลาอะไรคะ ถ้าคุณหมายถึงจะให้ฉันคืนเงินให้ตอนนี้ฉันยังไม่มีหรอกนะคะ เพราะเงินที่เหลือฉันใช้หนี้เฮียชาติไปแล้ว คุณรอหน่อยได้ไหมคะคุณธัญ" "ไม่ใช่เรื่องนั้น เฮ้อ.. ลืมไปว่าคุยกับคนใสซื่อ" ธัญส่ายหน้าเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้มจางๆ ก่อนจะหมุนร่างบางให้หันกลับมาเผชิญหน้าแล้วจ้องเข้าไปในดวงตาคู่สวยด้วยแววเจ้าเล่ห์ "ฉันอยากได้เธอ ชัดเจนพอไหม" เพียะ! ฝ่ามือบางกระทบแก้มคนพูดทันทีที่จบประโยคนั้น พี่ธัญเห็นเธอเป็นอะไร ที่ระบายความไคร่อย่างนั้นหรือ พออยากได้เรื่องอย่างว่าก็มาหาเธอถึงนี่เพื่อที่จะบังคับเธอให้ทำตามอย่างที่เขาต้องการ ทั้งที่วันนั้นม่านมุกก็พยายามยืนยันกับเขาไปแล้วว่าเธอจะใช้คืนให้เป็นเงิน ไม่ใช่ใช้คืนด้วยอย่างอื่นหรือว่าร่างกายของเธอ "เสียงอะไรลูก" คุณสอางค์ส่งเสียงมาจากเตียงคนไข้ด้วยความเป็นห่วง "เอ่อ...ยุงค่ะแม่ หนูมุกตบยุง" ม่านมุกตะโกนบอกแม่เพื่อไม่ให้ท่านสงสัย "อ่อ จ้ะ" คุณสอางค์ตอบกลับอย่างเบาใจ "เธอกล้าตบหน้าฉันเหรอ" ธัญกระชากร่างเล็กเข้าหา "ถ้าชอบแบบตบจูบบอกกันดีๆ ก่อนก็ได้ ตบมาก็ต้องจูบไปสินะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวมันจะไม่ครบสูตร" "อย่านะคุณธัญ อุ๊บ!" ม่านมุกพยายามห้ามปรามเขาสุดกำลัง แต่มีหรือที่พี่ธัญจะฟังเธอ ชายหนุ่มบดจูบริมฝีปากบางอย่างรุนแรงรุกเร้า ลิ้นร้อนแทรกซอนเข้ากระหวัดโอบเกี่ยวเรียวลิ้นเล็กอย่างหื่นกระหาย บางทีช่วงนี้ธัญก็ไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเท่าไหร่ ไม่รู้ทำไมเขาต้องอยากได้เธอหนักหนาและพยายามเข้าหามากมายขนาดนี้ ทั้งที่ถ้าเขาเอาเงินและเวลาไปซื้อหาคนอื่นกินป่านนี้น่าคงจะอิ่มไปหลายรอบแล้ว ไม่ต้องมาทนอดอยากปากแห้ง คอยตามตอแยหาเศษหาเลยกับคนที่ไม่เต็มใจให้ในสิ่งที่เขาต้องการอยู่แบบนี้ แต่ว่าสองวันที่ผ่านมา เขาก็ลองให้คุณชาติหาผู้หญิงคนใหม่มาให้แล้ว เพราะคิดว่าบางทีเขาอาจจะเอาความรู้สึกของตัวเองไปจดจ่ออยู่กับม่านมุกมากจนเกินไป แต่ที่ไหนได้ สุดท้ายเขากลับไม่อยากจะทำเรื่องอย่างว่ากับหญิงสาวเหล่านั้นขึ้นมาเสียเฉยๆ ไม่รู้เป็นบ้าเป็นบออะไรถึงได้ติดตาตรึงใจเด็กสาวตรงหน้านัก ราวกับเธอเข้ารบกวนทั้งความคิดและจิตใจเขาจนมันเรรวนสั่นคลอนไปหมด หรืออาจเป็นเพราะเธอทำตัวให้ยากสำหรับเขา ยิ่งยากก็ยิ่งชวนให้อยากได้ มันเป็นความรู้สึกท้าทายและอยากเอาชนะ นั่นสิ เขาคงแค่อยากเอาชนะเธอให้ได้เท่านั้น ไม่เคยมีใครพยายามตีตัวออกห่างและปฏิเสธการเป็นผู้หญิงชั่วคราวของเขาได้มากเท่าเธอมาก่อน สองแขนบางทั้งผลักทั้งดันอกกว้างของคนตรงหน้าออก แต่เขากลับไม่กระเทือนสักนิด ริมฝีปากของม่านมุกยังคงถูกเชยชิมอย่างย่ามใจ ลิ้นเล็กพยายามหลบเลี่ยงแค่ไหนก็ยากจะต้านทาน ความรุนแรงที่เขามอบให้คราแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเมื่อธัญนึกขึ้นได้ว่าถ้าจูบหนักเกินไปปากจิ้มลิ้มของหญิงสาวอาจจะบวมเจ่อจนเป็นที่จับสังเกตของน้าสอางค์ได้ ชายหนุ่มบดเบียดริมฝีปากลงย้ำๆ ดูดดึงปากสีชมพูเรื่อด้วยแรงที่เบาลงอย่างหยอกเย้า แต่เขายังไม่ยอมจบการกระทำง่ายๆ หลังจากบดเบียดรุกล้ำปากนุ่มจนพอใจจมูกคมก็ซุกไซ้พวงแก้มเนียนต่อทั้งซ้ายขวา ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนลงมาที่ซอกคอหอมกรุ่น "คุณธัญปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะคะ บอกให้ปล่อยไง" "เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าเด็กดี ฉันนะที่กำลังจะเป็นเจ้านายของเธอ คนที่มีสิทธิ์ออกคำสั่งคือฉันเท่านั้นไม่ใช่เธอ" เขาเอ่ยด้วยแววตาเป็นประกายแพรวพราว ซบหน้าลงหาซอกคอขาวผ่องอีกครั้ง พรมจูบบางเบาทั้งที่อยากจะทำร่องรอยสีกุหลาบฝากฝังแต่ก็ต้องหักห้ามใจจูบเธอไปเพียงเบาๆเท่านั้น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD