บทที่ 3 (3/3)

1379 Words
แพรดาวนั่งตบยุงรอเพื่อนสาวที่โทรมาบอกว่ากำลังจะเดินทางกลับมาในไม่ช้า วันนี้เป็นอีกครั้งที่เธอโทรหาม่านมุกแล้วไม่มีคนรับสาย สุดท้ายเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมาเพื่อนก็โทรมาบอกว่ากำลังจะกลับหลังจากที่เห็นสายไม่ได้รับจากเธอเกือบสิบสาย ใจแพรดาวร้อนรนราวกับไฟจนต้องออกมาเดินไปเดินมาอยู่หน้าบ้านแบบนี้ ไม่นานรถหรูที่ไม่คุ้นตาก็เลี้ยวเข้ามาจอดที่นอกรั้ว มันคือรถสปอร์ตสองที่นั่งแบรนด์ดังฝั่งยุโรปที่คนระดับชนชั้นกลางอย่างเธอหรือแม้กระทั่งเพื่อนบ้านในละแวกนี้ไม่มีทางที่จะเอื้อมถึง "นั่นรถใครกันนะ" มองไกลๆ เห็นคนขับเป็นผู้ชาย ส่วนคนฝั่งซ้ายที่นั่งมาด้วยซึ่งกำลังลงก้าวจากรถคือเพื่อนสนิทของเธอ "มุก!" แพรดาวรีบเดินไปหาเพื่อนทันทีที่รถคันนั้นเคลื่อนตัวออกไปแล้ว "มุก เมื่อกี้รถใครเหรอ" แพรดาวถามอย่างอยากรู้อยากเห็น "รถพี่ธัญ" ม่านมุกตอบเพื่อนด้วยเสียงแผ่วเบา "ธัญไหน อย่าบอกนะว่าเป็นธัญเดียวกันกับที่มุกเคยเล่าให้ดาวฟังบ่อยๆ น่ะ" พอได้ยินชื่อนั้นแพรดาวก็ยิ่งอยากรู้ขึ้นมาอีกหลายเท่า ม่านมุกพยักหน้าให้เพื่อนด้วยหัวใจที่แทบแหลกสลาย พี่ธัญคนเดียวกัน แต่เขากลับไม่เหมือนพี่ธัญคนนั้นเลย ที่สำคัญคืออะไรๆ ระหว่างเขากับเธอตอนนี้มันเปลี่ยนไปจนไม่อาจหวนกลับได้แล้ว จากที่สุ่มถามเล่นๆ แบบไม่คิดว่าจะเป็นไปได้เพราะเพื่อนสนิทของเธอกับชายคนนั้นไม่ได้เจอกันมานานหลายปี แต่การตอบรับของเพื่อนทำให้แพรดาวตาโตด้วยความตื่นเต้น "กรี๊ดดด" หญิงสาวแทบอยากจะกรีดร้องแทนเพื่อน เพราะแพรดาวรับรู้มาโดยตลอดว่าเพื่อนของเธอเครซี่พี่ธัญคนนี้แค่ไหน ขนาดมีคนดีๆ ที่ทั้งรวยทั้งหล่อเข้ามาจีบก็ยังไม่สนใจ ม่านมุกมักให้เหตุผลว่ายังไม่สามารถรู้สึกกับใครได้เท่าพี่ธัญเลยไม่ได้ตัดสินใจคบหาใครเป็นพิเศษ เพราะถ้าเธอคบกับผู้ชายอีกคนแต่กลับมีชายอีกคนอยู่ในใจมันคงไม่ดีกับอีกฝ่าย "ธัญนั้นจริงเหรอเนี่ย! แล้วไปยังไงมายังไงถึงได้มาด้วยกันได้ ไปเจอเขาที่ไหน? ยังไง? อย่าบอกนะว่าไปสมัครงานที่เมธากรุ๊ปมาก็เลยได้เจอกัน ไหนมุกเคยบอกดาวว่าจะรอให้มีประสบการณ์สักสองสามปีก่อนแล้วค่อยย้ายไปทำงานที่บริษัท​เมธาไม่ใช่เหรอ" คราวนี้ม่านมุกส่ายหน้าปฏิเสธ พร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินออกมาอย่างไม่อาจห้าม "ไม่ใช่เลยดาว ไม่ใช่แบบนั้นสักนิด" พอเห็นเพื่อนร้องไห้แพรดาวก็ตกใจ เพราะปกติถ้าพูดเรื่องพี่ธัญกับม่านมุกแล้ว เพื่อนของเธอมักจะมีอารมณ์สาวน้อยช่างฝันที่มาพร้อมกับรอยยิ้มเขินอายไม่ใช่หรือไง ทำไมวันนี้ถึงมีน้ำตาและสีหน้าที่เจ็บปวดได้ล่ะ "มุกเป็นอะไร เขาทำอะไรมุกรึเปล่า" "เข้าไปคุยกันในบ้านดีกว่า เรื่องที่ดาวอยากรู้ เดี๋ยวมุกจะเล่าให้ฟังทุกอย่าง" โรงพยาบาลเมธากุล บริเวณที่จอดรถด้านข้างของโรงพยาบาล รถเมอร์เซเดสเบนซ์คันสวยสมราคาหลักสิบล้าน ชายคนหนึ่งถือของพะรุงพะรังขึ้นรถให้ชายอีกคนหนึ่ง "ที่จริงผมถือเองก็ได้ครับ" "ไม่เป็นไรครับ ให้พี่ช่วยเถอะนะ" ผู้ที่อายุมากกว่าตอบด้วยรอยยิ้มบาง เดินวนไปเปิดประตูหน้ารถให้ใครคนนั้นเข้าไปนั่งแล้วเปิดประตูหลังเพื่อเก็บสิ่งของในมือ จากนั้นจึงตามเข้านั่งเคียงกัน มือหนาวางลงบนไหล่ของชายหนุ่มหน้าหวานค่อยๆ นวดคลึงให้เบาๆ ด้วยความห่วงใย "ไหล่แข็งไปหมดเลย วันนี้เคสเยอะใช่ไหม" "ครับพี่อัศ ไม่ต้องนวดให้ผมหรอกครับ พี่ก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้วเหมือนกัน เดี๋ยวผมไปนวดที่แผนกแพทย์แผนไทยเองก็ได้ครับ" "ไม่เป็นไร พี่แค่อยากดูแลธีร์บ้าง" คุณหมอหนุ่มได้ฟังก็ต้องยิ้มจางๆ ให้ พี่อัศดูแลเขาเป็นอย่างดีเสมอมา ถ้าไม่นับเรื่องที่ไม่ค่อยกล้าเปิดตัวและทำอะไรเปิดเผยในที่สาธารณะ พี่อัศก็นับว่าเป็นคนที่เพอร์เฟกต์ที่สุดเท่าที่เคยคบมาแล้วสำหรับธีร์ "อ้อ วินกลับมาทำงานที่บริษัทคุณพ่อพี่แล้วใช่ไหมครับ" คุณหมอหน้าหวานถามหาเพื่อนรักอีกคนจากผู้เป็นพี่ชาย "ครับ เห็นมันบอกโทรนัดธีร์กับเพชรไว้ตอนสิ้นเดือน จะไปเที่ยวไหนกันเหรอ" "หัวหินครับ ผมคิดว่าจะลาพักร้อนสักสามวัน" "งานนี้พี่อดสินะ เพราะคงไปกันแบบเพื่อนๆ" อัศดินทร์ทำหน้าเศร้าปนเสียดายแหย่อีกฝ่ายเล่นแบบไม่จริงจังนัก "อดครับ ทริปนี้สงวนสิทธิ์สำหรับเพื่อนสนิทเท่านั้น ส่วนคุณแฟนเอาไว้ครั้งหน้านะ" ธีร์ส่งสายตาน่ารักน่าเอ็นดูใส่อย่างออดอ้อน "ธีร์ว่ายังไงพี่ก็คงต้องว่าอย่างนั้น ใครจะไปขัดใจคนแสนดีแสนน่ารักขนาดนี้ได้" อยากก้มลงไปลองลิ้มชิมรสริมฝีปากจิ้มลิ้มตรงหน้าสักครั้ง หากที่เคยได้ทำกลับแค่แตะลงเบาๆ เพียงสัมผัสภายนอกเท่านั้น ยังไม่สามารถล่วงล้ำอะไรไปได้มากกว่านี้เลย "พอแล้วครับพี่อัศ ผมดีขึ้นแล้ว" หลังจากปล่อยให้เขาได้ทำตามใจสักพักธีร์ก็วาดมือขึ้นมาจับมือหนาลงมากุมไว้ ดวงตาคมที่กำลังจดจ้องที่ปากตัวเองอยู่นั้นทำให้ธีร์รู้ดีว่าเขาต้องการอะไร "ขอบคุณมากนะครับพี่อัศ" ธีร์บีบมือใหญ่นั้นเบาๆ เพื่อให้เขารู้ว่า เขาขอบคุณอย่างจริงใจ "พี่ขอกอดหน่อยได้ไหม" อัศดินทร์รู้ดีว่าธีร์ไม่ชอบการระรานถึงเนื้อถึงตัวโดยไม่ได้เต็มใจ เขาเฝ้าถนอมคนรักไว้มาเป็นแรมปีด้วยหวังว่า ธีร์จะยินยอมพร้อมใจเป็นคนของเขาในสักวัน "ครับ" ร่างคุณหมอหน้าหวานขยับเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนชายอีกคนตามที่อีกฝ่ายร้องขอ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นถูกแอบซุ่มดูผ่านเลนส์กล้องส่องทางไกลบนระเบียงห้องพักฟื้นคนไข้ห้องหนึ่ง "เขาเป็นใครพี่" เคียงเมฆาชักสีหน้าทันทีที่เห็นภาพนั้น "คุณหมออัศดินทร์ อัศวปรีชาพร หัวหน้าฝ่ายอายุรกรรมที่เคยเล่าให้ฟังนั่นไง" ธรรศตอบปรายตาลอบสังเกตอาการไอ้น้องรัก "ดูอะไรกันเหรอครับ" เพชรเดินถือจานผลไม้ออกมาวางบนโต๊ะให้ ก่อนจะนั่งลงเก้าอี้อีกตัว "คนพลอดรักกัน" เคียงเมฆาวางกล้องส่องทองไกลลงดังปึก!! "ไหนๆ ผมขอดูบ้างสิ" เพชรออกอาการตื่นเต้นอยากรู้อยากเห็น "ไม่ทันแล้วเพชร เขาขับรถออกไปกันแล้วล่ะ" ธรรศบอกเพชรก่อนหันไปบ่นอีกคนที่ตอนนี้กำลังทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ "กล้องฉันมันจะพังเพราะมือแกอีกแล้วหรือเปล่าเนี่ย ไอ้บ้านี่ มือหนักฉิบหาย" ธรรศหยิบกล้องขึ้นมาทำทีลูบๆ คลำๆ ไปอย่างนั้นแหละ เป็นเขาเองที่จงใจถือมันมา ตามด้วยพาเจ้าของห้องออกมานั่งเล่นที่ตรงนี้ ที่ที่สามารถมองลงไปที่ลานจอดรถของบุคลากรในโรงพยาบาลได้ชัดเป็นอย่างดี แถมชี้โพรงให้สอดส่องอีก อยากรู้นักว่าหลังจากนี้ไอ้เมฆาน้องรักมันจะทำอย่างไรต่อไป วันต่อมา สำนักพิมพ์ พรรณรายณ์ ม่านมุกใช้โอกาสในตอนที่แม่ของเธอยังพักฟื้นอยู่ห้องไอซียูอีกหนึ่งวันซึ่งเธอยังไม่สามารถจะอยู่กับแม่ตลอดเวลาได้ รีบเดินทางมาที่ทำงานเพื่อจะแจ้งข่าวสำคัญให้พี่ลดาได้รับรู้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD