ไวน์ชั้นดี

1535 Words
ตั้งแต่ขวัญยิหวาถูกจับเข้าไปแต่งตัวในห้องจนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องของเธอเลยสักอย่าง เจ้าของร่างบางจึงกวาดสายตามองไปยังอาหารซึ่งถูกตกแต่ง พร้อมกับจัดวางเอาไว้ในแบบบุฟเฟ่ต์แสนหรูหรา และราคาก็น่าจะแพงพอดู โดยเฉพาะอาหารทะเลอย่างดี ที่เธอเคยเห็นแต่ในเฉพาะโลกของอินเตอร์เน็ต ก็ยังถูกจับมาวางไว้ตรงหน้าเสร็จสรรพ พร้อมกับอาหารฝรั่งที่ดูแปลกตา ซึ่งมักจะมีอยู่แต่ในโรงแรมห้าดาว ก็ยังเอามารวมกันไว้ที่นี่ “โอ้โห หน้าตาอาหารน่าจะแพงหูฉี่ แถมยังน่ากินขนาดนี้ขอกินสักทีก็แล้วกัน ลาภปากมาถึงเราแล้วนี่เนอะ” แต่ขวัญยิหวายังไม่ทันได้หยิบจับอะไร ก็มีบริกรชายนำเอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้ แล้วเมื่อหญิงสาวได้เห็นแก้วทรงสูงสีใส เธอจึงเลือกมันมาถือไว้ในมือ “ปีแปดสองครับ คุณผู้หญิง” เมื่อบริกรชายเห็นว่าขวัญยิหวาเลิกคิ้วขึ้นสูงเชิงสงสัย เขาจึงได้อธิบายให้ฟังถึงความหมายของมันหลังจากนั้นทันที “เป็นไวน์ชั้นดีที่เจ้าของงานสั่งมาให้แขกครับ หากคุณผู้หญิงติดใจในรสชาติก็สามารถรับเพิ่มได้ตลอดเวลา ผมจะยืนให้บริการอยู่ที่เคาน์เตอร์เครื่องดื่มด้านโน้นครับ” เขาบอกพร้อมกับชี้ปลายนิ้วไปอีกฟาก “ขอบคุณมากนะคะ ปกติฉันดื่มไม่ค่อยเก่ง แต่พี่ชายของฉันเขาชอบแบบนี้มาก อยากลองจัง...เอาเป็นว่าวันนี้ฉันจะลองดื่มดูสักครั้งก็แล้วกัน” พูดจบหญิงสาวก็ยกแก้วไวน์ชั้นดีสีสวย ประทับลงมาบนริมฝีปากอิ่ม ความนุ่มหอมละมุนของกลิ่นที่กำจายอยู่ภายใน ก่อนไหลผ่านลำคอลงสู่กระเพาะอาหารตอนท้องว่าง ทำเอาร่างกายของหญิงสาวรู้สึกร้อนวูบวาบซาบซ่าน ส่งผลให้แก้มของเธอแดงปลั่งขึ้นมาทันตาเห็น “เป็นยังไงบ้างครับ คุณผู้หญิงดื่มเก่งเหมือนกันนะครับ บอกว่าครั้งแรกแต่ก็ยกดื่มเสียจนหมดแก้ว ถ้าอย่างนั้นลองอีกสักแก้วไหมครับ” “จะดีเหรอคะ งั้นไม่เกรงใจแล้วนะคะ” หญิงสาวรับไวน์แก้วใหม่มาจากมือของบริกรก่อนจะยกขึ้นดื่มเหมือนเดิม และมีแก้วที่สามตามมาทั้งที่เธอยังไม่ทันได้หาอะไรรองท้องเลยสักนิด ด้วยติดที่รสชาติหวานละมุนกลมกล่อม จนทำให้เธอหวนคิดไปถึงพี่ชายของตัวเอง ในตอนที่เคยทำงานอยู่ร้านอาหารสมัยนั้น กันต์ธีอยากดื่มไวน์แต่เพื่อส่งเสียให้ขวัญยิหวาได้เรียนมหาลัย เขาจึงไม่เคยใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายกับสิ่งที่ไม่จำเป็นเลยสักครั้ง เขาประหยัดเงินทุกบาททุกสตางค์ เพื่ออนาคตที่ดีในวันข้างหน้าของน้องสาวที่มีแค่เพียงคนเดียว เมื่อดื่มจนได้ที่ขวัญยิหวาก็ติดลม ผสมกับติดใจเพราะเพิ่งเคยได้ลิ้มลอง เจ้าตัวจึงพยายามประคองสติที่เริ่มจะเหมือนกับลูกโป่งลอยได้ เดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ และเมื่อบริกรชายเห็นอาการของเธอ เขารู้ได้ทันทีว่าหญิงสาวน่าจะเริ่มมีอาการเมา แต่เธอดันพูดกับเขาออกมาว่า “ขอทั้งขวดเลยได้ไหมคะ?” “ว่ายังไงนะครับคุณผู้หญิง จะดื่มเป็นขวดเชียวเหรอครับ!” แทนที่บริกรจะตอบคำถามของขวัญยิหวา แต่กลายเป็นว่าเขาใช้ประโยคเดียวกันกับคำถามของเธอ ซึ่งหญิงสาวได้แต่พยักหน้ารับ และบริกรก็เห็นว่าเธอมากับคนของพงษ์สวัสดิ์ นั่นจึงไม่มีใครกล้าที่จะคัดค้าน เมื่อขวัญยิหวาได้ไวน์มาสมใจ เธอจึงเดินไปหาที่นั่ง โดยมีลูกน้องของชารัณคอยเดินดูอยู่ไม่ห่าง ตามคำสั่งของคนเป็นนาย อย่างที่ไม่ยอมให้คลาดสายตา... ห้องรับรองพิเศษ ภายในห้องรับรองแขกที่ถูกจัดแยกออกมาเป็นพิเศษ ซึ่งตอนนี้มีคนของลลิตากับบรรดาลูกน้องของชารัณ ที่ต่างก็กำลังยืนคุมเชิงกันไว้ เมื่อคนเป็นเจ้านายของแต่ละฝ่าย ได้เข้าไปเจรจาหารือกันภายในห้องนั้นตามลำพัง แต่เวลานี้ลลิตาไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะพูดคุยเรื่องธุรกิจใดๆ กับใครทั้งนั้น เพราะในสมองของหญิงสาว มันดันมีแต่ภาพที่เห็นว่าชารัณกำลังยืนจูบอยู่กับขวัญยิหวา “คุณเลือกเด็กนั่น! หมายความว่าเรื่องที่เราเคยทาบทามกันเอาไว้ มันจะเป็นหมันอย่างงั้นใช่ไหมรัณ?” น้ำเสียงเกรี้ยวกราดสาดคำถามเข้ามาใส่ และอีกฝ่ายก็สวนเธอกลับไปไม่ต่างกัน “ผมยังไม่ได้บอกเลยว่า จะไม่ทำตามข้อตกลงที่คุณเสนอมาตั้งแต่ต้น แต่ผมถามจริงๆ เถอะ...ว่าเรื่องนั้นมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องที่คุณต้องการให้ผมไปหมั้นคุณด้วยวะ!” “ความสัมพันธ์ระหว่างแก๊งของเรามีมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คุณก็รู้ว่าพวกท่านต้องการให้เรารวมกันเป็นหนึ่ง ถึงได้ตกลงยกพื้นที่ของจังหวัดนี้แบ่งให้เราปกครองกันคนละครึ่ง ซึ่งพวกของลิตาก็ไม่เคยเอาเปรียบหรือแม้แต่คิดจะเก็บผลกำไรไว้เพียงฝ่ายเดียว ผลประกอบการทั้งหมดคุณก็รู้อยู่แล้วว่า ทางลิตาทำบัญชีแบ่งแยกให้เห็นได้ชัดเจนขนาดไหน” ชัดเจนขนาดที่ว่า ชารัณได้สั่งลูกน้องให้แอบตามไปสืบดู ถึงได้รู้ว่าฝั่งของลลิตาแอบขึ้นค่าเช่า และค่าคุ้มครองแผงลอยของร้านค้ามากขึ้นกว่าเก่าถึงสองเท่าตัว บางครั้งเขาก็นึกขึ้นมาในใจว่า ถ้าโลกใบนี้สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าผู้หญิง จะรู้จักพูดความจริงอย่างตรงไปตรงมา มันคงจะดีไม่ใช่น้อย แต่ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยที่เขาเคยคบหา ส่วนใหญ่ก็มักจะชอบความหรูหราและบ้าเงิน หรือไม่ก็โกหกเก่งฉิบหาย อีกทั้งผู้หญิงบางรายก็เป็นประเภทที่ชอบตอแหลจนเข้าเส้น รวมถึงคนที่กำลังเต้นอยู่ตรงหน้าในเวลานี้ด้วยเหมือนกัน “เรื่องผลประโยชน์คุณก็ดูแลได้ดีมาตลอดอยู่แล้วนี่ แล้วทำไมถึงจะยังต้องมาคอยเซ้าซี้ให้ผมทำในสิ่งที่ผมไม่ต้องการ อีกอย่าง คุณก็เป็นถึงลูกสาวคนเดียวของคุณสัณชัย ซึ่งใครๆ ต่างก็รู้จักคุณพ่อของคุณดี พวกอิทธิวิเชียรกุลของคุณก็ไม่เคยน้อยหน้าใครในเรื่องของการแผ่ขยายส่วนที่ตัวเองต้องการปกครอง ซึ่งไม่จำเป็นต้องมาพึ่งพาพวกของพงศ์สวัสดิ์อย่างผม” “อย่าพูดแบบนั้นสิคะ ถึงจะชมกันแค่ไหนแต่สุดท้ายลิตาก็เป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ยังไงซะก็ต้องพึ่งพาผู้ชายอกสามศอก ให้ช่วยดูแลกันไปตลอดชีวิต แต่ทำไมคุณถึงไม่เคยคิดจะรับข้อเสนอของลิตา แต่กลับไปคว้าเอาเด็กเมื่อวานซืนนั่นมาทำไมกัน” ลลิตาว่าก่อนขยับขึ้นมานั่งบนตักของร่างใหญ่ พร้อมกับยกแขนโอบรอบคอเขาไว้ อีกทั้งยังจงใจบดเบียดร่างกายเข้าหา อย่างต้องการจะเร้าอารมณ์ของอีกฝ่าย ถึงมันจะเป็นสัมผัสที่ชวนให้หลงใหล ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติของผู้ชายที่เป็นฝ่ายถูกรุกก่อน แต่ทว่าตอนนี้ในหัวสมองของชารัณ มันกลับมีแต่ภาพของขวัญยิหวาที่ติดตาเขามากกว่าใคร และเธอก็เป็นคนที่ทำให้น้องชายของเขาไม่คิดจะสู้ พอรู้อย่างนั้นชารัณจึงดันร่างลลิตาออกห่าง พลางลุกขึ้นยืนเพราะไม่อยากฝืนทำในสิ่งที่เขาไม่ต้องการ “คุยกันเรื่องนี้ไม่รู้กี่ครั้ง มันก็ยังวนลูปกลับมาที่เก่า หวังว่าคราวต่อไป คุณคงชวนผมมาหารือเรื่องผลประโยชน์ ที่เรามีร่วมกันมากกว่านะลิตา” ว่าแล้วชายหนุ่มก็ทำท่าจะเดินออกไป แต่อีกฝ่ายกลับตะเบงถามเขาด้วยความโมโห “คุณกล้าปฏิเสธลิตาเหรอคะชารัณ!” ร่างสูงเลิกคิ้วขึ้นรับ ก่อนจะตอบอีกฝ่ายกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “บังเอิญว่าคุณไม่ใช่ผู้หญิงในสเปค ไอ้ตัวเล็กของผมมันเลยไม่สู้ ขอโทษทีนะ ถ้าคุณค้างก็ลองไปหาที่ลงใกล้ๆ แถวนี้ดู ส่วนผมคงต้องไปรับลูกแมวของผมกลับบ้านแล้วล่ะ ขอตัวก่อนนะ ” เขาเดินออกมาโดยไม่สนใจว่าหญิงสาวจะโกรธเขามากแค่ไหน แล้วไอ้เรื่องที่เอาตัวเข้าแลกเพื่อผลประโยชน์ของตน คงเป็นกลวิธีของคนสิ้นคิด ซึ่งลลิตาได้นำมันมาใช้กับผิดคน ชารัณพาตัวเองเดินออกมาจากจุดนั้นทันที อย่างที่รู้แก่ใจดีว่าหลังจากนี้ต่อไปจะเกิดสิ่งใดตามมา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD