ณ.บริเวณงานเลี้ยงของสมาพันธ์
รถยนต์คันหรูของชารัณขับผ่านประตูหน้างานเข้ามาจอดเทียบกับฟุตบาท ที่ถูกปูพรมลาดเป็นทางยาว นั่นจึงทำให้รถคันดังกล่าว ดึงสายตาของผู้คนที่อยู่ในงานให้หันมาสนใจ
ขวัญยิหวาในชุดราตรีรัดรูปสีแดงที่รับกับช่วงขาเรียวงามบนรองเท้าส้นสูงสีเดียวกัน ได้ก้าวลงมายืนเด่นเป็นสง่า แต่หญิงสาวดันเกิดอาการประหม่า เมื่อเห็นสายตาหลายคู่ ต่างมองมาที่ตนแค่เพียงคนเดียว
ชารัณที่ลงจากประตูรถอีกฝั่งจึงเดินอ้อมมาทางด้านหลัง พลางใช้ฝ่ามือกว้างโอบเข้ามาที่เอวบางของหญิงสาว จนเจ้าตัวถึงกับสะดุ้งร่างพลางตั้งท่าจะกระทุ้งศอกใส่ แต่ยังดีที่อีกฝ่ายใช้ฝ่ามือของเขารับเอาไว้ได้ทัน
“ทำอะไรของเธอน่ะยิหวา อย่าหลุดสิ” เขาหันมากระซิบเบาๆ ที่ข้างใบหูเชิงดุให้แต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไร
“ขอโทษค่ะ ยิหวาลืมตัวไปหน่อย ก็ใครใช้ให้คุณปุบปับ เข้ามาจับกันแบบนี้ละคะ”
ขวัญยิหวาย้อนกลับและเปลี่ยนสรรพนามนำหน้า ตามที่ถูกชารัณบังคับให้พูดกับเขามาก่อนหน้านั้น
โดยปกติคนอย่างชารัณไม่เคยยอมให้ใครมาตำหนิหรือติเตียนเขาได้ง่ายๆ แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงยอมให้กับผู้หญิงคนนี้ ทั้งที่เจ้าตัวก็ไม่เคยพูดจาดี ๆ หวานๆ กับเขาสักเท่าไหร่
เมื่อทั้งสองคนเข้ามาในงาน ชารัณก็บังคับจับเอวบาง ให้เดินไปกับเขาทางโน้นทีทางนี้ที เพื่อแนะนำขวัญยิหวาให้คนในงานได้รู้จัก ว่าสถานะของเธอคือคนรักของเขา
ส่วนคนที่ไม่เคยอยู่ใกล้ผู้ชาย แล้วยังต้องกลายเป็นคนใต้อาณัติ เธอจึงรู้สึกอึดอัดขัดใจ แต่ก็พยายามอดทนเอาไว้ เพื่อเงินค่าจ้างที่ค่อนข้างสูงนั่นแหละ
แต่เมื่อหญิงสาวเดินกับเขานานๆ จึงเกิดอาการเมื่อยล้า เจ้าตัวเลยเดินเลี่ยงออกมายืนหลบอยู่ข้างเสา แต่เขาก็ยังอุตส่าห์เดินตามมาพบเข้าจนได้
“จะหลบไปไหน นี่งานยังไม่ทันจะเริ่มเลยด้วยซ้ำ”
“คุณเลิกพายิหวาเดินวนไปวนมาทั่วงานสักทีได้ไหมคะ มันน่าเวียนหัวจะตาย ให้ยิหวานั่งพักก่อนนะคะ ปวดขาจะแย่อยู่แล้ว”
“เธอนี่แปลกดีนะ แต่งตัวสวยออกมาเพื่อที่จะให้คนมองพร้อมกับชื่นชม แต่กลับจะหาที่หลบมุมเสียอย่างนั้น เอาสมองส่วนไหนคิด”
ขวัญยิหวารู้สึกหงุดหงิดนั่นแหละ แต่ตัดสินใจเงียบเสียง โดยที่ไม่เถียงเขากลับไปเหมือนทุกครั้ง และเมื่อเห็นเจ้าของร่างใหญ่ มองเธอนานเกินไป เธอจึงเบี่ยงสายตาไปอีกทาง พลางเตือนสติตัวเองไว้ว่า อย่าได้หวั่นไหวไปกับผู้ชายที่มีแต่อันตรายคนนี้
ชารัณรู้สึกว่าขวัญยิหวา เป็นผู้หญิงที่ดูดีและมีเสน่ห์ชวนมอง หญิงสาวคงไม่รู้ตัวว่ากำลังทำให้หัวใจของเขาสั่นไหว หัวใจที่เคยแข็งแกร่งต้องเต้นแรงทุกครั้ง ในเวลาที่ได้อยู่ใกล้กับเธอ
ชารัณเผลอคิดอะไรไปไกลจนสายตาของเขา สะดุดเข้ากับร่างของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเธอคือเป้าหมายของแผนการที่เขาได้วางไว้ในคืนนี้ และเธอก็กำลังมุ่งหน้าเดินตรงมาที่เขาในจังหวะนั้นพอดี
“ยิหวา!...”
“คะ...อื้อ!”
พูดได้แค่นั้นเมื่อชารัณรั้งร่างของขวัญยิหวาเข้ามาแนบชิด ก่อนทาบริมฝีปากของเขาลงมาแนบสนิท กับริมฝีปากของเธอในจังหวะเดียวกัน
ชารัณแตะสัมผัสขวัญยิหวาแค่เพียงแผ่วผิว แต่หญิงสาวกลับรู้สึกวาบหวิวแบบแปลกๆ ยิ่งถูกอีกฝ่ายแทรกปลายลิ้นร้อนผ่าวเข้ามาในโพรงปาก ทำเอาเธออยากจะเป็นลมเสียให้ได้ มือบางทั้งสองข้างกำลาดไหล่ของชายหนุ่มเอาไว้แน่น
“ยิหวา...ปากเธอหวานดีนะ”
เขาบอกในจังหวะที่ผละริมฝีปากออกมา แต่ใบหน้าของทั้งคู่ยังอยู่ในระยะที่ใกล้กัน จนสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นของลมหายใจ ซึ่งมันชวนให้ร่างกายของทั้งสองฝ่ายต่างก็มีปฏิกิริยาต่อกัน และเป็นขวัญยิหวาที่เริ่มทนกับสถานการณ์ตรงหน้านี้ไม่ไหว เธอจึงต่อว่าเขาออกไป
“เป็นคนรักประสาอะไร...ทำไมต้องมีจูบด้วยละคะ?”
“ประสาใครช่างหัวมัน แต่ประสาชารัณต้องมี!”
“นิ้คุณ!..”
“ชู่ว์...มีคนกำลังตามฉันมา”
พอรู้อย่างนั้นขวัญยิหวา จำต้องปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามน้ำ เพราะชารัณพูดยังไม่ทันขาดคำดี ก็มีเสียงที่สามดังแทรกขึ้นมาจากทางด้านหลัง
“ที่แท้...คุณก็มาหลบลิตาอยู่ตรงนี้เองเหรอคะ”
พอได้ยินเสียงนั่นขวัญยิหวาจึงดันร่างเขาออกห่าง พลางเบี่ยงตัวเองออกข้างเพื่อมองคนที่ยืนอยู่ทางด้านหลังของเขา ในระยะห่างออกไปราวๆ ห้าเมตร และจากที่สังเกตุเห็น ผู้หญิงคนนี้มองมาที่เธออย่างไม่เป็นมิตร แต่เธอไม่คิดสนใจ
เมื่อลลิตาได้เห็นผู้หญิงของชารัณ เธอยืนตัวสั่นเหมือนถูกสาดน้ำมันลงมาบนร่างกาย ที่กำลังเต็มไปด้วยเปลวไฟที่ลุกโชน ยิ่งได้เห็นคนที่เธอหมายปองกำลังเป็นของคนอื่น เธอก็แทบยืนไม่ไหว แต่ไม่สามารถทำอะไรได้นอกเสียจากกัดฟัน เพื่อเก็บกลั้นอารมณ์ของตัวเองเอาไว้แต่มันก็ไม่เป็นผล
“นึกว่าใคร คุณหนูใหญ่ของตระกูลอิทธินี่เอง”
ชารัณหมุนตัวหันมาทักทายอีกฝ่าย ขณะที่มือใหญ่ก็ยังกอดเอวคอดไว้ไม่ยอมปล่อย
“แหม ก็ลิตาได้ยินใครต่อใครพูดว่า คุณพาคนสวยเข้ามาร่วมงาน ลิตาเองก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน เลยอยากจะเห็นว่าเธอสวยจริงไหม?”
“แล้วเป็นไง?” ชารัณเอ่ยถามเสียงเรียบ
“ก็งั้นๆ หาได้ทั่วไป...ไม่เท่าไหร่...”
หล่อนว่าพร้อมกับจิกสายตาใส่ขวัญยิหวาอย่างแรง และแสดงความไม่เป็นมิตรอย่างที่ไม่คิดจะปิดบัง แถมยังมีคำถามกับอีกคนตามมาว่า
"เธอมีอะไรดีกว่าฉัน ถึงทำให้รัญกล้าพาเธอมาหักหน้าฉันถึงในงาน"
สายตาเฉี่ยวคมของลลิตาไม่ได้ทำให้ขวัญยิหวารู้สึกหวาดกลัว แต่มันทำให้เธอตื่นตัวโดยสัญชาตญาณได้ทันทีว่า ลลิตาคือผู้หญิงที่เป็นเป้าหมายของชารัณ สมองอันชาญฉลาดปราดเปรื่องกระตุกให้ตัวเองรู้ว่าต้องทำอย่างไรเพื่อให้งานเดินหน้าไปได้
ขวัญยิหวาสอดแขนเข้ามากอดเอวเจ้าของร่างใหญ่ พลางเงยหน้าพูดจาออดอ้อนอีกฝ่ายต่อหน้าลลิตาอย่างจงใจ
"คุณรัณขายิหวามีอะไรดีตรงไหนบ้าง คุณรัณช่วยบอกคุณผู้หญิงคนนี้ให้ยิหวาทีสิคะ"
เมื่อได้ยินอย่างนั้น ชารัณจึงหันสบตากับขวัญยิหวาก่อนจะพูดออกมาว่า
"ดีทุกตรง ตัวเล็กสเปคผม...ที่สำคัญ" เขาละไว้ก่อนเลื่อนสายตาไปที่อีกคน...และนั่นทำให้ขวัญยิหวา ถึงกับต้องกลั้นลมหายใจ "ยิหวานมสวย...แถมยังอมกล้วยเก่ง..."
กรี้ดดดด...ไอ้มาเฟียบ้า พูดจาหน้าตายได้ทุเรศที่สุด!
ทีแรกฟังดูดีมาก แต่พอมาถึงประโยคหลัง เธออยากจะกรี้ดดังๆ ใส่หน้าเขาเสียให้ได้!
"คุณรัณขา...พอเถอะค่ะ...ยิหวาเขินไม่ไหว"
ขวัญยิหวากัดฟันพูดเชิงปราม แต่กลับทำตาหวานใส่ เพราะไม่ต้องการให้อีกฝ่ายจับพิรุธได้นั่นแหละ และชายหนุ่มก็ตามน้ำด้วยการประทับรอยจูบลงมาบนแก้มนุ่มเชิงต้องการให้เป็นรางวัล ที่หญิงสาวทำงานให้เขาดีเกินความคาดหมาย เพราะเขาเองมันก็เป็นพวกที่ไม่ชอบขัดศรัทธาใคร เมื่อเธอเสนอมาให้ เขาก็ต้องสนองกลับไปเป็นเรื่องธรรมดา ร่างใหญ่จึงหากำไรด้วยการทั้งโอบทั้งจับทั้งลูบคลำทำเอาอีกคนถึงกับไปไม่เป็น ลลิตาที่มองเห็นยังรู้สึกทนดูไม่ไหว
“อย่าลืมที่เรานัดกันไว้นะคะรัณ ลิตาจะไปรอคุณอยู่ที่นั่น”
ลลิตาชิงแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ แต่ชารัณไม่ได้สนใจจะฟัง เขายังคุยกับขวัญยิหวาราวกับว่าทั้งคู่อยู่ด้วยกันแค่เพียงสองคน
“เอาไว้ให้เสร็จงานก่อนแล้วเราค่อยไปหาที่สงบๆ อยู่ด้วยกันดีกว่านะ แต่ตอนนี้ฉันคงจะต้องขอตัวไปคุยธุระสำคัญกับเพื่อนของฉันก่อน เธอคงไม่โกรธฉันใช่ไหม”
“ไม่โกรธหรอกค่ะ เดี๋ยวยิหวาจะไปหาอะไรดื่มแถวนั้นสักหน่อย คุณเสร็จธุระแล้วรีบมาหายิหวานะคะ ยิหวาไม่อยากอยู่คนเดียว”
ลลิตากระแทกเท้าเดินจากไป เพราะไม่สามารถทนดูภาพบาดตาและคำพูดบาดใจของทั้งสองคนนั่นได้ ส่วนชารัณหันมาขยิบตาให้ขวัญยิหวาก่อนจะเดินตามหลังลลิตาออกไปในเวลาไล่เลี่ยกัน
ไอ้ท่าทางแบบนั้นของชารัณ มันทำให้ขวัญยิหวารู้สึกขนลุกขนพองขึ้นมาทันที ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะพี่ชายหายตัวไป เธอคงไม่อับจนหนทางถึงขนาดต้องมาขอพึ่งใบบุญของพวกเขา เพื่อเอาตัวรอดอย่างที่เห็น
'เฮ้อ! พี่กันต์รู้รึเปล่าว่าน้องสาวของพี่กำลังตกระกำลำบาก ถึงขนาดต้องยอมมาทำงานให้กับคนพวกนี้ ทั้งที่พวกเราก็มีพ่อเป็นถึงนายตำรวจ แถมแม่ก็ยังเป็นนางพยาบาล อาชีพงานสายขาวทั้งนั้น รีบกลับมาเสียทีเถอะพี่ ยิหวาเสียวสันหลังจะตายอยู่แล้ว'
ขวัญยิหวาบ่นพึมพรำ ก่อนพาตัวเองเดินไปยังโซนอาหารที่อยู่อีกฝั่งของงาน...