กินหมูกระทะตอนตีสามกับหนุ่มแว่น

1395 Words
นุชก้าวขึ้นเวทีอย่างสง่างาม เธอทดสอบไมโครโฟนและสั่งฝ่ายช่างเทสเสียง “ต้องขออภัยด้วยนะคะ ระบบเสียงของวีดีโอพรีเซนต์เทชั่น Presentation มีปัญหาค่ะ ทีมงานกำลังรีบแก้ไข แขกผู้มีเกียรติโปรดรอสักครู่นะคะ” นุชยิ้มหวาน เยื้องย่างลงเวทีอย่างประกวดนางสาวไทย พอลับสายตาแขกเหรื่อ นุชก็วิ่งแจ้นไปห้องแต่งตัวเจ้าสาว “เป็นยังไงบ้าง” นุชกระซิบถามทีมงาน “หยุดร้องไห้แล้วค่ะ แต่ยังยืนยันว่าไม่ยอมแต่งงาน” ทีมงานชุดชมพูเอ่ยอย่างหนักใจ “เดี๋ยวพี่จัดการเอง เธอไปทำหน้าที่ของเธอต่อเถอะ” นุชเดินยิ้มหวานไปนั่งข้างเจ้าสาว หลังไล่ทีมงานที่เหลือออกจากห้องหมดแล้ว “เจ้าบ่าวนิสัยดีไหมคะ” นุชถามเรียบง่าย “ก็...ดีนะคะ” “ตกลงกันไว้กี่ปีถึงหย่าหรือคะ” “เอ๊ะ ? คะ ?” เจ้าสาวทำตาปริบๆ มองนุชด้วยความงง “เจ้าบ่าวกับเพื่อนเจ้าบ่าวทำดีกับคุณไหมคะ เคยพูดจาไม่ดีใส่บ้างหรือเปล่า” “ไม่นะคะ ทั้งสองคนดีกับหนูมากค่ะ พี่เค้าถามตลอดว่าถ้าไม่อยากแต่ง ยกเลิกได้นะ” “นั่นสิคะ เขาให้โอกาสคุณยกเลิกงานแต่งตั้งนานแล้ว แต่คุณยืนยันจะจัดงานต่อ เขาก็ลงทุนทั้งเวลาทั้งเงิน จัดงานหรูหราเป็นล้าน ตอนนี้คุณมาบอกยกเลิกสัญญาก่อนเวลาแค่ชั่วโมงเดียว ไม่คิดบ้างหรือคะ ว่าทางเจ้าบ่าวเค้าเสียหาย” เจ้าสาวเริ่มนิ่งเงียบ กำมือขยำกระโปรงบาน “ถ้าไม่คิดว่าเป็นการแต่งงาน ลองนึกว่าเป็นสัญญาจ้างทำงานสิคะ งานสบาย เจ้านายก็แสนดี เพื่อนของเจ้านายก็ให้เกียรติคุณ” นุชเริ่มเล่าเรื่องงานตัวเอง ที่มีสารพัดปัญหา โดนลูกค้าด่า โดนเจ้านายต่อว่า เจ้าสาวหัวเราะเบาๆ ขำเรื่องวุ่นวายที่นุชเจอเกี่ยวกับงาน เธอเริ่มทำใจได้ นั่นสินะ เธอตกลงแต่งงานแลกเงินหลายล้านเพื่อช่วยเหลือกิจการของครอบครัว ถือซะว่าเค้าจ้างมาทำงานละกัน “ขอบคุณมากค่ะ” เจ้าสาวยิ้มได้ “ล้างหน้าล้างตาแล้วแต่งหน้าใหม่นะคะ จะได้ขึ้นเวทีทันกำหนด” นุชกุมมือเจ้าสาวปลอบใจ ทั้งที่ในใจเธออยากร้องไห้ ตามกำหนดที่ไหน นี่มันเลยเวลามาชั่วโมงกว่าแล้ว นุชแจ้นไปเปิดประตูห้อง “เรียบร้อย” นุชยกมือทำสัญญาณโอเค “บอกทีมงานเตรียมเจ้าบ่าวเจ้าสาวขึ้นเวทีเลย เรียกช่างแต่งหน้ามาด้วย” “ช่างแต่งหน้ากลับไปแล้วพี่ อ้างว่ามีงานอื่นต่อ หนูบอกจะเพิ่มเงินให้ก็ไม่ยอม” กรี๊ดดดดดด นุชอยากจะบ้า ตามช่างแต่งหน้าคนอื่นตอนนี้ไม่ทันแล้วด้วย “พี่ไปเอาเครื่องสำอางในรถก่อน ใครมีเครื่องสำอางอะไรขนมาให้หมด เดี๋ยวพี่แต่งหน้าเจ้าสาวเอง” นุชวิ่งหน้าเริดไปคว้ากระเป๋าเครื่องสำอางในรถตัวเอง “รองพื้นยี่ห้อนี้หรือคะ” เจ้าสาวทำหน้าไม่แน่ใจ นี่มันยี่ห้อธรรมดาพื้นๆ “แต่งหน้าธรรมดากับแต่งหน้าเจ้าสาวไม่เหมือนกันค่ะ พอขึ้นเวทีสปอร์ตไลท์ส่องสีผิวจะเพี้ยน รองพื้นยี่ห้อนี้เหมาะกับขึ้นเวทีงานแต่งที่สุดค่ะ” นุชโปะครีมรองพื้นบนใบหน้าเจ้าสาว แต่งหน้าเกือบเสร็จ เจ้าสาวลังเลอีกครั้ง “ทำไม... ไม่เหมือนที่ทดลองแต่งก่อนหน้านี้เลยค่ะ” เจ้าสาวมองหน้าตัวเองผ่านกระจก “คือ...” นุชแกล้งทำหน้าลำบากใจ “คุณน้องร้องไห้จน... ตาบวม แบบว่าหน้าบวมด้วยน่ะค่ะ เลยต้องเปลี่ยนเครื่องสำอางกับการแต่งหน้านิดหน่อย กลบ...เออ...กลบร่องรอย” “อุ้ย หนูขอโทษค่ะ หนูทำพวกพี่ลำบากแย่เลย” เจ้าสาวเอามือปิดปาก เจ้าสาวเดินยิ้มขึ้นเวที โดยมีเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าบ่าวส่งสายตาให้กำลังใจ งานวิวาห์ดำเนินไปล่าช้ากว่ากำหนดการ แต่แทบไม่มีปัญหาอะไรเลย จบงาน นุชได้รางวัลจากทั้งญาติฝ่ายเจ้าสาว และเงินทิปจากแม่เจ้าบ่าวเพียบ “เยส หมูกระทะ หมูกระทะ พวกเราไปกินกัน” นุชกำเงินหลายพันชูขึ้นสูง “พี่ไปคนเดียวเหอะ เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว” ทีมงานบ่นอุบ อยากกินฟรีน่ะอยากแน่ แต่เหนื่อยจนอยากนอนพักมากกว่า เลยเวลาเลิกงานจริงมาสองชั่วโมงแล้ว ทีมงานที่ไม่มีหน้าที่เริ่มทยอยกลับ เหลือแต่พวกขนเครื่องเสียงอุปกรณ์ต่างๆ กลับบริษัท อ้าว นุชจ๋อย ทำไมเหลือเธออยู่คนเดียวล่ะ “ใครจะไฮเปอร์บ้าพลังเหมือนพี่ล่ะครับ” ทีมงานคนหนึ่งซึ่งนั่งพักเหนื่อยจากการแบกของบ่นงึมงำ ........................................... นุชขับรถกลับอย่างเงียบเหงา จากบ้านนอกมาเรียนกรุงเทพยังมีเพื่อนฝูงบ้าง พอกลับไปบ้านนอกเธออดคิดถึงแสงสีของเมืองกรุงไม่ไหว ดิ้นรนมาหางานทำกรุงเทพอีกครั้ง แต่ไม่เหมือนตอนเรียนเลย เหงาจัง เพื่อนแทบไม่มีเลย เธอบ้างานแถมเวลางานไม่ตรงกับชาวบ้านอีก “ธรรม ออกมากินข้าวกับพี่หน่อยสิ” นุชจอดรถข้างทางและโทรหาเพื่อนร่วมงาน “พี่ครับ ตีสามกว่าแล้วนะครับ” ธรรมนูญทำเสียงงัวเงีย “อย่า อย่า พี่เห็นธรรมกดไลท์สเตตัสในเพจจ่าพิชิตเมื่อ 4 นาทีก่อน” “โห...พี่ พี่เป็นเจ้ากรรมนายเวรผมหรือไงเนี่ย เมียผมยังไม่ตามจิกขนาดนี้เลย” “บ่นถึงเมียเนี่ย หาแฟนได้รึยังเหอะ” “ยัง” ธรรมนูญเซ็ง พี่นุชจะจี้ใจดำกันเกินไปไหมวะ “มากินหมูกระทะกับพี่หน่อยน้า นะ นะ นะ เดี๋ยวพี่เลี้ยง” “พี่นุชเลี้ยงหรือ โอเคครับ ร้านไหนว่ามาเลยพี่ เดี๋ยวผมเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” อย่างไว ทีงี้ล่ะอย่างไว ตลกรับประทานไปไหมคะน้อง นุชนั่งปิ้งหมูรอเพื่อน ร้านนี้อาหารมีไม่กี่อย่าง แต่ราคาถูกและเปิด 24 ชั่วโมง ที่สำคัญคือใกล้ที่ทำงาน ธรรมนูญนั่งมอเตอร์ไซค์วินมาลงหน้าร้าน หนุ่มน้อยวัยยี่สิบต้นเพิ่งเรียนจบกฎหมาย เขาเลือกงานนี้เพราะใกล้บ้าน และตำแหน่งงานค่อนข้างสบาย มีเวลาอ่านหนังสือเพื่อเรียนต่อโทได้ “เช็คข้อมูลลูกค้ามาเฟียให้หน่อยสิ” นุชคีบผักย่างเข้าปาก “มาเฟียอะไรของพี่ ผมจะรู้ไหมว่าคนไหน มีใครที่ไหนเค้าประกาศตัวเป็นมาเฟียกันโต้งๆ บ้าง นี่มันยุคไหนแล้วพี่” “คนที่เป็นลูกของเจ้าพ่ออ่างฝังเพชรอะไรนั่นน่ะ” “อ้อ มาเฟียอาบอบนวดคนนั้นน่ะหรือ” นุชจิกตาใส่เพื่อนร่วมงาน แหม ทำมาเป็นมาเฟียอะไร พอเอ่ยฉายารู้จักขึ้นมาทันทีเชียวนะ “คุณผึ้งเจ้าสาวไม่มีปัญหาหรอกแค่เรื่องมาก ระดับพี่นุชรับมือได้อยู่แล้ว แต่พ่อชานนพระจันทร์เต็มดวงนี่สิ เฮอะ” ธรรมนูญส่ายหน้า “ชานนคนที่หล่อๆ ใช่ปะ พี่เคยเห็น ทำไมหรือ” “ตอนผมคุยเรื่องสัญญา สองคนนั้นปรึกษาเรื่องกฎหมายสินสมรส ผู้ชายหยาบคายมาก มารยาทต่ำ บางคำถามงี้เจ้าสาวหน้าเสียเลย เข้าใจว่าไม่อยากแต่งงาน แต่ไม่จำเป็นต้องทำท่าขนาดนั้นก็ได้มั้ง ผมเป็นพนักงานก็จริงแต่ไม่ใช่ขี้ข้านะเว้ย” ธรรมนูญถึงจะเป็นแค่นักกฎหมายจบนิติศาสตร์ แต่บริษัทเธอทำเกี่ยวกับการแต่งงาน นักกฎหมายของบริษัทจึงเชี่ยวชาญกฎหมายด้านนี้มากกว่าทนายความบางคนซะอีก ลูกค้ามักปรึกษาเรื่องสัญญาก่อนสมรสเสมอ “ไม่รู้ยังไงนะพี่ ผมได้ยินข่าวลือมา ไม่รู้จริงเปล่านะพี่ คือแบบ...มันไม่มีหลักฐาน มันไม่...” “โว้ย จะเล่าก็เล่ามา ข่าวลือก็ช่างมัน” นุชรำคาญ ไม่ ไม่ ไม่ อะไรนักหนา “พ่อของผมบอกว่าธุรกิจมีปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน เพราะรัฐบาลยกเลิกโครงการก่อสร้างหลายแห่ง ทางบริษัทจ่ายเงินใต้โต๊ะไปแล้ว พอเปลี่ยนรัฐบาลประกอบกับซื้อวัตถุดิบบางส่วนจากจีนกับอินโดนีเซียมาตุนไว้ล่วงหน้า เลยแต่งงานเพื่อพยุงฐานะของครอบครัว เงินสินสอดนั่นแหละ คุยกันว่าจะเอามาจ่ายหนี้บางส่วน” “โห... น้ำเน่าจัง” นุชท้าวคางฟังพลางคีบหมูย่างใส่จานธรรมนูญ “พี่จะมากินหมูกระทะทำไมวะเนี่ย กินแต่ผัก ไม่คุ้มเลย” “พี่กลัวอ้วน เลยชวนธรรมมาช่วยกินไง จะได้คุ้มเงิน” ธรรมนูญถลึงตาใส่รุ่นพี่ที่ทำงาน ใช่ซี้ เขามันอ้วนนี่ ...........................................
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD