ชานนลงไปคุยกับลูกค้ารายย่อยด้วยตนเอง ลูกค้าต้องการสร้างบ้านงบประมาณสามล้านบาท เขาแนะนำอุปกรณ์ไฟฟ้าราคาแพงกว่าสินค้าทั่วไปเกือบสามเท่าตัว
“พวกนี้เป็นมาตรฐานโรงงานอุตสาหกรรมครับ ร้านก่อสร้างทั่วไปไม่มีขาย เราสั่งจากต่างประเทศมาเป็นล็อตใหญ่”
“สายไฟแบบนี้ดีกว่าสายไฟปกติยังไงครับ”
“อายุการใช้งานนานกว่า ทนความร้อนได้มากกว่า ความปลอดภัยสูงกว่าครับ หากสร้างบ้านขายผมคงไม่แนะนำเพราะต้นทุนสูงขึ้น แต่สร้างบ้านอยู่อาศัยเองลงทุนเพิ่มอีกหน่อยเพื่อความปลอดภัยของสมาชิกในบ้านดีกว่าครับ”
“อืม...” สามียังลังเล กลัวโดนหลอกซื้อสินค้าราคาแพงที่เขาไม่รู้จัก
“ไม่ทราบมีเด็กรึเปล่าครับ” ชานนเบี่ยงประเด็นถามไปเรื่องอื่น
“ยังครับ แต่ตั้งใจจะมีหลังแต่งงาน”
“ผมแนะนำสีรุ่นนี้ครับ ราคาสูงและมีสีให้เลือกน้อยแต่ความปลอดภัยก็สูงมากเช่นกัน ได้รับการทดสอบแล้วว่าไร้สารเคมีตกค้างที่เป็นอันตราย” ชานนกางโบรชัวร์สีทาบ้านยี่ห้อหนึ่ง
“อันนี้ไงคุณ ที่ชั้นเจอว่าปลอดภัยกับเด็ก” ภรรยาตื่นเต้น
“ครับผม สีชนิดนี้เราสั่งมาใช้ในโรงงานผลิตอาหารครับ”
เมื่อภรรยาไม่มีปัญหา สามีแม้ต้องจ่ายเงินสูงขึ้นแต่เพื่อความปลอดภัยของภรรยาและลูก เขาจึงยอมเลือกสีแบบไร้สารพิษและเริ่มสนใจอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ชานนแนะนำ
“ราคาอุปกรณ์ไฟฟ้าเราคิดราคาขายส่งครับ ตัดจากวัสดุที่บริษัทผมใช้ก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนรถยนต์” ชานนอธิบายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
ชานนเป่าลมออกจากปาก เสียเวลาหนึ่งชั่วโมงแลกกับเคลียร์สต๊อกสายไฟค้างโกดังออกไปได้นิดหน่อย แถมแบบนี้ได้กำไรเยอะกว่าด้วย เขาล่ะนับถือพี่สาวที่วิ่งรอกเกือบทั้งประเทศเพื่อปล่อยของที่มีอยู่ในโกดังจริงจริ๊ง
เขาพยายามวุ่นวายกับงานจะได้ไม่ต้องคิดมากเรื่องหัวใจ
กว่าจะรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนบ่าย วิศวกรกับนักกฎหมายขับรถกระบะกลับจากโคราช ทั้งสองคนเข้ามาคุยเรื่องงานกับชานนนิดหน่อย และฝากถุงกระดาษใส่รองเท้าคืนให้นุช
ชานนหยิบรองเท้าหลายคู่มาลองสวม จะเอายังไงดี เขาสองจิตสองใจ อยากเจอกับนุชอีกครั้ง ไม่สิ...อีกหลายครั้ง แต่เขาควรวางตัวในสถานะไหนดี
...........................................
ทางที่ดีที่สุด ชานนเลือกไปพบนุชพร้อมกับผึ้ง เขาถามตอนทานข้าวเย็นด้วยกันที่บ้านของผึ้ง
“คุณจะไปบริษัทเวดดิ้งสตูดิโอวันไหน ผมไปด้วยจะเอารองเท้าไปคืน”
“พุธหน้าค่ะ จะไปลองชุดเจ้าสาวครั้งสุดท้ายก่อนถ่ายวีดีโอพรีเซนเทชั่น คุณชานนเลือกรองเท้าแล้วเอาไปคืนก่อนก็ได้ค่ะ”
“ไม่ล่ะ ผมไม่อยากไปเจอกับนุชตามลำพัง”
ชูวับเอะใจท่าทางผิดปกติของว่าที่ลูกเขย
“มีอะไรกันรึเปล่า ผู้หญิงชื่อนุชนี่พ่อเห็นมีปัญหากับชานนหลายครั้งแล้ว”
“เปล่าครับ ไม่มีอะไร” ชานนรีบปฏิเสธ
“ใกล้จะแต่งงานกันอยู่แล้วนะ อย่าไปสนิทสนมกับผู้หญิงอื่นมากนัก” ชูวับเตือน
ชานนหยุดมือที่กำลังตักข้าวเข้าปาก เขาขมวดคิ้วรู้สึกกดดันเหมือนถูกจับผิด
“ไม่ใช่อย่างงั้นหรอกค่ะคุณพ่อ ตั้งแต่ตกลงแต่งงานกัน คุณนนไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงอื่นอีก คุณนนพยายามหลบหน้าคุณนุชด้วยซ้ำ” ผึ้งแก้ตัวแทนคนรัก
“คนชื่อนุชนิสัยแย่มากเลยหรือ ร้ายขนาดนั้นเชียว ตื๊อผู้ชายขนาดนั้นชานนยังต้องหลบ” ชูวับหันไปคาดคั้นชานน
“ไม่ได้แย่ครับ ก็...นิสัยดี” ชานนอึกอัก เขาทำหน้าพูดไม่ออกบอกไม่ถูก
“คุณนุชนิสัยดีมากค่ะ” ผึ้งเข้าแทรกอีกครั้ง
“ถ้านิสัยดี ทำไมถึงต้องหลบ” ชูวับคาดคั้น เขาสังหรณ์ใจว่าผู้หญิงคนนี้จะไม่ธรรมดา
“เออ... / คือ” ผึ้งกับชานนอ้ำอึ้ง
“ยังไงว่ามาเดี๋ยวนี้” ชูวับขึ้นเสียง
“คุณนุชเป็นคนดีค่ะ ดีมากด้วย แต่นิสัยบางอย่าง... ผึ้งอธิบายไม่ถูกค่ะ คุณพ่อต้องไปเจอเอง ถึงจะรู้ว่าทำไมคุณชานนต้องหลบหน้า ขนาดผึ้งบางทียังไม่ไหวเลย”
บรรยากาศแย่ลงทุกที ชานนรีบกินข้าวแล้วหนีกลับ
“อะไรนักหนาวะ แต่งงานด้วยแล้วยังเรื่องมากอีก อยากได้อะไรก็ทำให้หมดทุกอย่างแล้วไง” ชานนบ่นพึมพำขณะขับรถกลับคอนโด
“คุณนนคะ อย่าถือสาคุณพ่อเลยค่ะ” ผึ้งโทรง้อชานน
“โอ้ยยยยยย ผมจะกล้าไปถือสาอะไรพ่อคุณ” ชานนกระแทกเสียงใส่
“คืนนี้คุณไปทำงานโปเซดอนไหมคะ”
“ไม่อะ ผมเหนื่อย คืนนี้จะนอนที่คอนโด พรุ่งนี้จะไปทำงานที่บริษัท”
“ผึ้งไปหาคุณนนที่คอนโดได้ไหมคะ”
ชานนลังเล เขาไม่ชอบให้ใครมายุ่งวุ่นวายที่คอนโดส่วนตัว
“นะคะ ผึ้งไม่กวนหรอกค่ะ แวะไปแปปเดียวก็กลับ จะช่วยทำให้คุณนนผ่อนคลายเท่านั้น”
“อืม...ก็ได้”
ผึ้งกระดี๊กระด๊าไปหาชานนที่คอนโด ชูวับเห็นลูกสาวตัวเองวิ่งไปหาผู้ชายถึงที่ ได้แต่ถอนหายใจและส่ายหน้าน้อยๆ
“ผึ้งอย่าเพิ่งไป” ชูวับเรียก
“ค่ะ” ผึ้งหน้าจ๋อย
“ดึกแล้วอันตราย ผึ้งขับรถไม่แข็ง พ่อจะให้คนขับรถไปส่ง” ชูวับห้ามยังไงลูกสาวคงไม่ฟัง อย่างน้อยติดคนที่ไว้ใจไปด้วยสักคนก็ยังดี ชูวับกดมือถือเรียกลูกน้องมือขวาขับรถไปส่งผึ้ง
เอนกลูกน้องมือขวาของชูวับ สำหรับผึ้งเขาเปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่มากกว่าลูกน้อง เอนกทำงานกับคุณชูวับมากว่ายี่สิบปี เขาไว้หนวดเคราและมีผมสีดอกเลา ผึ้งที่ยังเด็กจึงเรียกเอนกว่าลุงและติดปากเรียกเรื่อยมาจนโต แม้ภายหลังจะรู้ว่าลุงเอนกอายุน้อยกว่าพ่อของเธอ
“ลุงจะไปส่งหรือคะ” ผึ้งเปลี่ยนจากนั่งหลังรถเป็นนั่งข้างคนขับ
“ครับ ผมไม่ไว้ใจคนอื่น” เอนกขับรถออกจากบ้าน
ระหว่างรถติดไฟแดง เอนกถามผึ้งที่เขาเห็นมาตั้งแต่เด็กอย่างเป็นห่วง
“หนูผึ้งทราบไหมครับ ว่าไอ้ชานนมันไม่ได้รักหนูผึ้งแม้แต่นิดเดียว”
“ทราบค่ะ” ผึ้งเชิดหน้าตอบอย่างไม่รู้สึกรู้สา
“ถ้าหนูผึ้งคิดว่าแต่งงานกันไปเดี๋ยวก็รักกันเอง หนูผึ้งคิดผิดนะครับ ชีวิตมันไม่ได้สวยหรูเหมือนในละครหรือนิยายหรอก ไอ้นนมันหวังแต่งงานกับคุณเพราะเงิน”
“แล้วไงคะ ผึ้งเป็นคนเสนอเงินให้คุณนนเอง คุณนนไม่ได้ร้องขอสักคำ”
ผึ้งสั่งให้ลุงเอนกจอดหลบมุมในที่จอดรถของคอนโด เอนกเหลือบมองข้างตัวแล้วกลืนน้ำลายเฮือก เขาแกล้งเบือนหน้าไปอีกทางเมื่อเห็นผึ้งล้วงเข้าไปใต้กระโปรงและถอดกางเกงในลูกไม้ออก ผึ้งเก็บกางเกงในใส่กระเป๋า
“ลุงรอที่นี่หรือจะไปที่อื่นก่อนก็ได้นะคะ อีกสองชั่วโมงผึ้งจะลงมา ก่อนลงมาผึ้งจะโทรบอกล่วงหน้าสิบห้านาที”
เอนกมองตามหลังของผู้หญิงที่รัก ใช่ ผู้หญิงที่รักนั่นแหละ ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่เขาแปรเปลี่ยนความรักเอ็นดูหนูผึ้งแบบเด็กเป็นความต้องการทางกามารมณ์
...........................................