bc

Boss เจ้านายเย็นชากับเลขาฝึกหัด

book_age18+
719
FOLLOW
2.0K
READ
HE
kickass heroine
drama
bxg
detective
campus
office/work place
childhood crush
assistant
like
intro-logo
Blurb

เพราะเคยเจ็บปวดกับความรักมาก่อน ทำให้เขากลายเป็นคนเย็นชาและปฏิเสธผู้หญิงทุกคนที่เข้าหา แต่ก็เหมือนฟ้ากลั่นแกล้งเมื่อพ่อให้เขาต้องไปเรียนรู้การเป็นผู้บริหารเพื่อจะได้มาสืบทอดการบริหารกิจการ DT Group ต่อจากพ่อของเขา แถมยังมีเลขาหน้าห้องเป็นสาวสวยที่ต้องมาทำงานร่วมกัน เขาจะหักห้ามใจ จากเธออย่างไรดี

chap-preview
Free preview
บทนำ
@DT group home   ณ คฤหาสน์หลังใหญ่ที่เป็นที่พักพิงของเจ้าของดีทีกรุ๊ป ในตอนนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไม่มีใครที่ไม่รู้จักบริษัทยักษ์ใหญ่เจ้าของที่ดินและอสังหาต่างๆดีทีกรุ๊ปเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศและหลายๆประเทศในหมู่นักธุรกิจประเภทเดียวกัน ประธานแห่งดีทีและเป็นผู้ก่อตั้งธุรกิจคือ**คุณเดชทัต ธีวรกมล** “เลขาโรจน์ช่วยไปเรียกนายเล็กมาให้ฉันที มันถึงเวลาที่เขาจะต้องเรียนรู้แล้ว” ชายสูงวัยออกคำสั่งกับเลขาของตัวเองด้วยเสียงเรียบแต่ฟังดูมีอำนาจทำให้ผู้ที่รับฟังยอมก้มหัวรับคำสั่งของผู้เป็นนายทันที “ครับท่านประธาน” เสียงตอบรับจากเลขาผู้ภักดี เขาคือผู้ที่อยู่เคียงข้างท่านประธานตลอดเวลา คอยรับคำสั่งและปฏบัติตามคำของผู้เป็นนายอย่างไม่เคยเหน็ดเหนื่อย แม้ภารงานนั้นจะหนักหนาแค่ไหนเขาก็พร้อมที่จะทำเพื่อนายผู้มีพระคุณ  ก๊อกๆๆ  “เข้ามา” เสียงราบเรียบที่ฟังดูทรงอำนาจไม่ต่างจากผู้เป็นนายใหญ่ของเขาราวกับคนๆเดียวกัน จะต่างกันก็แค่เสียงของคนในห้องจะเป็นเสียงของเด็กหนุ่มผู้ที่กำลังมีอนาคตกับความฝันของตัวเอง “นายน้อยครับ ท่านประธานให้มาตามไปพบเดี๋ยวนี้ครับ” เลขาพูดด้วยท่าทีมั่นใจและจริงจัง “คราวนี้เรื่องอะไรอีกล่ะ” ชายหนุ่มผู้ถูกเรียกพบพึมพำกับตัวเองด้วยท่าทีเหนื่อยอ่อนพร้อมกับถอนหายใจออกมา ก่อนจะลุกออกจากโต๊ะที่มีตำราถูกเปิดกางวางอยู่บนนั่นหลายเล่ม  .   ร่างสูงเดินเข้ามาในห้องทำงานของประมุขของบ้านโดยไร้เสียงส่งสัญญาณของการมาถึงใดๆทั้งสิ้น เขาหยุดยืนมองชายสูงวัยที่ตอนนี้เริ่มแก่ตัวลงทุกวันกำลังก้มหน้าอ่านแฟ้มงานของบริษัทอย่างจริงจัง “ครั้งนี้คงสำคัญมากใช่มั้ยครับ ถึงให้ลุงโรจน์ไปตามถึงห้องเลย” ว่าแล้วเขาก็เดินไปนั่งลงตรงเก้าอี้รับแขกที่อยู่ตรงข้ามกับผู้เป็นพ่อ “สำคัญพอที่จะกำหนดอนาคตแกได้เลยล่ะ” ชายสูงวัยเงยหน้าขึ้นมาพูดพร้อมเหยียดยิ้มสบตากับเลือดเนื้อคนเล็กของตัวเอง “หมายความว่ายังไงครับ?” ในหัวของเขาตอนนี้มีแต่คำถามเกิดขึ้นมากมายว่าพ่อของเขาคิดจะทำอะไร แต่ยังไม่ทันได้คิดไปไกลก็ถูกเสียงทรงอำนาจกลบความคิดของตัวเองขึ้นซะก่อน “ตั้งแต่อาทิตย์หน้าแกต้องไปเรียนรู้การทำงานที่สำนักงานใหญ่” “ว่าไงนะครับ?!!!”ชายหนุ่มแทบไม่เชื่อหูตัวเองและนึกตลกที่พ่อสั่งให้เขาไปทำอะไรแบบนั้นทั้งที่เขายังต้องไปเรียนอยู่ “แกต้องไปฝึกงานที่ดีทีกรุ๊ปเพื่อสืบทอดตำแหน่งประธานต่อจากฉันยังไงล่ะ” ผู้เป็นพ่อบอกลูกด้วยน้ำเสียงจริงจังว่าเขาเอาจริงไม่ได้ล้อเล่นหรืออำแต่ย่างใด “ไวน์ล่ะครับ พ่อก็ให้มันทำสิ ผมทำอะไรแบบนี้ไม่ได้หรอก” ชายหนุ่มโต้แย้งโดยโบ้ยให้พี่ชายในสายเลือดอีกคน  “แกไม่ต้องห่วงหรอกนะไวท์ ยังไงทายาทดีทีกรุ๊ปจะต้องไม่มีใครนั่งกินนอนกินอย่างสบายโดยที่ไม่ได้ทำอะไรหรอก” ชายแก่พูดพร้อมหัวเราะในลำคออย่างผู้ชนะ ยังไงเขาก็เหนือกว่าลูกชายที่เอาแต่อยู่กับตำราอย่างทยากรหรือไวท์อยู่แล้ว “แต่อาทิตย์หน้าผมต้องไปเรียนนะครับ จะให้ไปทำงานแบบนั้นได้ยังไง” เหตุผลร้อยแปดที่ถูกยกมาอ้าง ทั้งๆที่เขาก็รู้ดีว่าไม่มีอะไรมาขัดคำสั่งของผู้เป็นพ่อได้อยู่แล้ว “ฉันไม่ทำให้แกเสียใจหรอกน่าลูกรัก ตารางเรียนแกฉันรู้หมดแล้ว ชั่วโมงที่แกไม่มีเรียนก็รีบกลับมาบริษัทด้วยล่ะ อย่าให้ฉันต้องส่งลูกน้องไปลากแกที่มหาลัย” ในที่สุดเขาก็ชนะลูกชายคนเล็กได้อย่างง่ายดาย ไม่มีทางที่ใครจะมาขัดคำสั่งเขาได้ เพราะสิ่งที่เขาคิดจะทำเขาเชื่อและมั่นใจว่ายังไงมันก็ต้องออกมาดีอยู่แล้ว จากประสบการณ์การต่อสู้ฟาดฟันเพื่อแย่งชิงการเป็นที่หนึ่งมากว่า30ปี และมันจะต้องเป็นที่หนึ่งตลอดไป เขาเชื่ออย่างนั้น “พ่ออย่าเสียใจทีหลังก็แล้วกันนะครับ” ไวท์บอกพ่อด้วยน้ำเสียงแข็ง ราวกับว่าจะต้องการพังดีทีกรุ๊ปให้พังพินาศจากน้ำมือของเขาเอง พูดจบก็ลุกออกไปอย่างหุนหันแต่ยังไม่ทันที่จะพ้นขอบประตูห้องเสียงทรงอำนาจก็ดังขึ้นให้เขาต้องผิดหวังอีกรอบ “หึ ระหว่างนี้ก็เที่ยวเล่นให้สะใจนะลูกรัก ก่อนที่แกจะไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีกเลย” . @KKinter university "นี่ หลิน พิม" หญิงสาวเรียกชื่อเพื่อนสนิททั้งสองของตนพร้อมหันหน้าไปสบตากับเพื่อนที่เดินขนาบข้างเธอทั้งซ้ายและขวาอย่างละทีเพื่อเรียกความสนใจจากเพื่อนตัวเอง  หญิงสาวผู้มีใบหน้าหวานสดใส และตาเป็นประกาย ทำให้ผู้ที่ได้มองต่างรู้สึกชื่นชอบและชื่นชมความน่ารักของเธอ ผมยาวสีน้ำตาลถูกดัดลอนและจัดทรงอย่างเข้าที่ดูเป็นธรรมชาติ กับความสูง165เป็นส่วนสูงที่พอดี รูปร่างและทรวดทรงจัดว่าเป็นคนที่ดูแลตัวเองอยู่สม่ำเสมอเลยแหละ แต่จะติดที่ว่าใบหน้าอ่อนหวานนั้นแทบจะไม่มีร่องรอยของเครื่องสำอางอยู่บนนั้นเลย ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเธอมีเสน่ห์และมีดาเมจรุนแรงกับเพศตรงข้ามเป็นอย่างมาก แม้แต่ผู้ที่เป็นเพศเดียวกันยังคอยหันหลังชะเง้อมองเวลาเธอเดินผ่านอยู่บ่อยๆ "มีอะไรเขมเรียกแล้วก็ไม่พูด" พิมเพื่อนสนิทของหญิงสาวผู้มีใบหน้าอ่อนหวานนั้นพูดขึ้น พิมก็จัดว่าหน้าตาน่ารักคนนึงเลยเช่นกันแต่จะติดตรงที่เธอเตี้ยไปหน่อยด้วยส่วนสูงแค่156ซม. ทำให้ถูกผู้ชายที่ตัวเองหมายปองมองข้ามอยู่บ่อยๆ "ฉันอยากไปฝึกงานที่เดียวกับพวกแกจัง ทำไมฉันต้องได้แยกไปคนเดียวด้วยเนี้ย ไม่ยุติธรรมเลย" เขมบ่นออกมาพร้อมทำหน้ายู่อย่างน้อยใจที่เพื่อนทั้งสองได้ไปฝึกงานที่เดียวกันแต่เธอดันได้ไปฝึกอีกที่ "ใครบอกว่าแกไปคนเดียววะ ยังมีเชนนะเว้ย คนเดียวซะที่ไหน" หลินพูดพร้อมหันไปสบตากับเขมเพื่อให้เพื่อนรู้สึกดีขึ้น "ก็เชนเป็นผู้ชาย ไม่เหมือนพวกแกสักหน่อย"  "เอาน่า แค่ฝึกงานเอง ไว้มาเจอกันหลังเลิกงานตอนเย็นก็ได้นี่ เลิกคิดมากได้แล้ว" หลินพูดพร้อมกับยีหัวเขมเพราะหลินสูงกว่าเขมทำให้เขมมักจะถูกหลินยีหัวอย่างเอ็นดูบ่อยๆ "ใช่ๆ แกอ่ะตั้งใจฝึกงานดีๆเถอะ เดี๋ยวไม่ผ่านขึ้นมาฉันไม่เรียนเป็นเพื่อนอีกปีแล้วนะ" พิมบอกอย่างติดตลก "รู้แล้วน่า ฉันอ่ะตั้งใจอยู่แล้ว พวกแกสองคนเถอะอย่าแอบอู้งานก็แล้วกัน"  "ใครมันจะไปกล้าอู้ล่ะ จริงมั้ยหลิน" พิมพูดพร้อมหันไปทางหลินอย่างมีเลศนัย "แกแหละตัวดีเลยพิม" หลินตอบทำให้พิมทำหน้ายู่เพราะเพื่อนดันไม่เข้าข้างเขาซะได้ "55555 เลิกแกล้งกันได้แล้ว พวกแกยังต้องได้อยู่ด้วยกันอีกนาน" เขมพูดและหันไปตบบ่าเพื่อนทั้งสองพร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่มไปให้ "ก็ได้ แต่ว่าไหนๆอาทิตย์หน้าก็เริ่มฝึกงานแล้ว วันนี้เราไปฉลองกันเถอะนะ นะนะนะ" พิมพูดเชิงอ้อนวอนหวังให้เพื่อนเห็นใจตัวเองและตอบตกลงไปฉลองด้วยกัน "เขมว่าไง?" หลินหันไปถามเขม "ก็ดีนะ ไปไหนดีล่ะพิม" พิมเห็นด้วยพร้อมกันไปถามคนต้นคิด "เจผับมั้ย? ไหนๆก็จะไม่ค่อยได้เจอกันแล้ว เอาให้เต็มที่ไปเลย" พิมพูดพร้อมทำหน้าตาตื่นเต้น "เราจะเข้ายังไงล่ะ ผับนั้นเข้ายากมากไม่ใช่หรอ" เขมพูดอย่างหมดหวัง เขาไม่เห็นด้วยเท่าไรที่จะไปที่นั่น เธอเคยได้ยินมาว่าที่นั่นมีแต่พวกคนมีเงินเท่านั้นแหละถึงจะเข้าได้หรือไม่ก็ต้องมีเส้นสายเป็นพวกลูกคุณหนู "แกมีสายหรอพิม?" หลินถาม "ระดับพิมละ มีอะไรที่ฉันไม่สามารถ" พิมพูดอย่างภูมิใจ "ยังไงวะ" หลินถาม "พี่พีไงล่ะ เพื่อนของตานั่นนะมีแต่ลูกคุณหนูทั้งนั้นแหละ" พีคือพี่ของพิม พิมหวังจะให้พีพาเข้าไป "แล้วอย่างงี้พี่พีจะอนุญาตให้เราเที่ยวได้หรอวะ ไม่ใช่พาเข้าไปแล้วมานั่งคุมตลอดเวลานะ ฉันอึดอัดแย่" หลินหันไปพูดกับพิมพร้อมเบ้หน้าอย่างไม่เห็นด้วยที่จะใช้พีพาเข้าไป "ไม่หรอกน่า อย่างไอ้พี่พีอ่ะนะ ฉันจัดการได้" พิมพูดอย่างมันใจ "เออๆๆ อย่าให้มีปัญหาทีหลังละกัน" หลินตอบไปอย่างปัดๆ เขาไม่ค่อยชอบพี่พีของพิมสักเท่าไรเพราะผู้ชายคนนั้นเป็นคนเจ้าชู้ใช่เล่น เจอผู้หญิงหน่อยก็ชอบพูดจาแทะโลมอย่างน่ารำคาญ เจอกันทีไรเขาก็ชอบมาทำให้เธอหงุดหงิดจึงเกิดสงครามระหว่างทั้งสองขึ้นอยู่บ่อยๆ "งั้นเจอกันเจผับคืนนี้3ทุ่ม แกโอเคนะเขม?" พิมหันไปถามเขม "พวกแกว่าไงฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละ ตอนนี้ขอตัวกลับหอไปงีบก่อนนะ ไว้เจอกัน3ทุ่ม" เขมบอก "โอเค งั้นแยกย้าย ฉันไปก่อนนะ" หลินบอกพร้อมเดินแยกไปอีกทางเพื่อกลับไปทำธุระส่วนตัวเช่นกัน "แกกลับไงเขม?" พิมถามเขม "btsเหมือนเดิม แกล่ะ?" เขมถามพิม "รอพี่พีมารับอ่ะ กะจะบอกพี่แกด้วย ให้ฉันไปส่งมั้ยเขม" พิมถามเพือนด้วยความเป็นห่วง "ไม่เป็นไรพิม ขอบใจแกมาก ฉันไปนะ" พิมตอบยิ้ม นึกขอบคุณความหวังดีของเพื่อนในใจ "กลับดีๆล่ะ" พิมตะโกนตามหลังเขมเสียงดัง ดีที่ไม่ค่อยมีคนเยอะเธอจึงไม่เป็นที่สนใจมากนัก @J plub  สถานที่ที่เป็นแหล่งรวมตัวของนักท่องราตรีทั้งชายและหญิงผู้มีฐานะเท่านั้นถึงจะพาตัวเองมาเที่ยวที่นี่ได้ หรือไม่ก็ต้องใช้เส้นสายของผู้มีอิทธิพลต่างๆบรรยากาศและกิจกรรมของที่นี่ทุกๆคืนทำให้แขกที่มาต่างตื่นตาตื่นใจและประทับใจจนอยากจะกลับมาอีกแทบทุกราย ทำให้ใครๆต่างก็อยากจะมาลิ้มลองความสนุกนี้ แต่มันไม่ได้ยากเลยสำหรับหนุ่มหล่อเพื่อนเกลอสี่คนนี้ที่มีดีกรีเป็นนักเรียนแพทย์ถึงสองคน นั่นก็คือ**ไวท์**และ**เนย์** และอีกสองคนคือ **น้ำมนต์**และ**ทาม**สองคนนี้เรียนนิเทศทั้งคู่ และแน่นอนว่าไม่มีใครที่จะไม่รู้จักสี่หนุ่มฮอตแห่งเคเคอินเตอร์ มหาลัยที่พวกเขากำลังศึกษาอยู่นั่นเอง “เห้ยไวท์ เรียกพวกกูออกมาแล้วอย่ามานั่งหน้าอมทุกข์แบบนี้ดิวะ” ทามสมาชิกในกลุ่มของไวท์พูดขึ้นอย่างหงุดหงิด จะไม่ให้เขาหงุดหงิดได้ยังไงก็ในเมือเพื่อนตัวดีเป็นคนชวนพวกเขาออกมาเองแท้ๆ แต่กลับไม่สนุกแถมยังมาทำหน้าบอกบุญไม่รับแบบนี้อีก เป็นแบบนี้เขาก็ไม่กล้าไปหาสาวๆสักทีเพราะมัวแต่เป็นห่วงเพื่อน “เออ กูจะหมดสนุกเพราะมึงแล้วนะเชี่ยไวท์” น้ำมนต์เพื่อนอีกคนในกลุ่มพูดขึ้น ถึงชื่อเขาจะเหมือนผู้หญิงแต่ความเป็นผู้ชายของเขานั่นระดับ 10 10 10 “กูเครียดนี่หว่า” ไวท์บอกเพื่อนด้วยท่าทีเหนื่อยใจราวกับว่ามีปัญหาทุกข์ใจระดับล้านอัดอั้นอยู่ในใจมานับสิบปี “เครียดไรก็พูดสิวะ นั่งทำหน้าป่วยแบบนี้กูกลับนะเว้ย” เนย์พูดเสริมทามอีกคนนึง เขาก็เบื่อเหมือนกันที่ต้องมานั่งฟังเสียงลมหายใจของเพื่อนที่ถูกถอนออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า “พ่อกูให้กูไปทำงานที่บริษัท อาทิตย์หน้า” อีกครั้งที่ต้องตอกย้ำความเจ็บปวดของตัวเอง พ่อนะพ่อ ได้แต่คาดโทษกับบิดาตัวเองในใจ “ห้ะ?!!!!!!” หนุ่มหล่อ 3 คน ตะโกนออกมาอย่างไม่เชื่อหูตัวเองพร้อมกันราวกับตั้งนาฬิกาไว้ “พ่อมึงเป็นคนตลกป่ะ สั่งอะไรไม่ดูสังขารลูกตัวเองเลย ฮ่าๆๆๆ” น้ำมนต์ทั้งพูดทั้งหัวเราะกับสิ่งที่เพื่อนเขาบอก ตลกเหลือเกินกับสิ่งที่พ่อเพื่อนสั่ง “งี้มึงก็ต้องมีเลขาหน้าห้องดิวะ บอกพ่อมึงหาแบบอึ๋มๆเอ็กซ์ๆเลยนะ ได้ทั้งงานได้ทั้งเมีย พ่อมึงได้หลานด้วย ครบเลยโว้ย ฮ่าๆๆๆ” ทามพูดกับเพื่อนอย่างติดตลก เขาก็ยังนึกขำที่เพื่อนต้องไปทำอะไรแบบนั้น ทั้งๆที่เพื่อนของเขากำลังเรียนแพทย์อยู่แท้ๆแต่ทำไมดันให้ไปเป็นผู้บริหารซะได้ “เหี้ยทาม กูไม่ตลก!” ไวท์พูดพร้อมกับหยิบหมอนใบเล็กที่วางอยู่ใกล้มือเขาแล้วโยนใส่ทามย่างหงุดหงิด “โอ๋ๆๆ กูล้อเล่นน่าเพื่อน” ทามเหย้าหยอกเพื่อนตัวเองอย่างขำๆ “แล้วเรื่องเรียนมึงล่ะวะ” คงจะมีแต่เนย์นี่ละมั้งที่จริงจังกับสิ่งที่ไวท์พูด “พ่อกูให้ไปฝึกงานตอนที่ว่างจากเรียน” ไวท์ถอนหายใจพูดพร้อมก้มหน้ามองเท้าตัวเองอย่างเหนื่อยๆ “แล้วมึงเครียดยังไงวะ ยังไงมึงก็ไม่ได้เลิกเรียนหมอนี่วะ” ทามถามเพราะรู้ดีว่าเพื่อนเขารักการเป็นหมอมาก “กูไม่ชอบอะไรแบบนี้ป่ะวะ บริหารอะไร กูไม่รู้เรื่องสักอย่าง” ไวท์บอก “พ่อมึงก็ให้ไปฝึกอยู่นี่ไง ไม่ใช่ว่าเขาจะให้มึงเริ่มงานเลยสักหน่อย” น้ำมนต์พูดอย่างจริงจังหวังว่าเพื่อนจะสบายใจขึ้นบ้าง ไวท์ไม่ตอบอะไรแต่หันไปหยิบแก้วที่มีน้ำสีอำพันที่เหลืออยู่ครึ่งแก้วกระดกเข้าปากทีเดียวหมด ที่เขาไม่อยากเป็นผู้บริหารเหมือนพ่อเพราะเขาเห็นพ่อตัวเองทำงานหนักแค่ไหนกับการรักษาความเป็นที่หนึ่งนี้ไว้ เขากลัวทำไม่ได้เหมือนพ่อ เขากลัวทำให้พ่อต้องผิดหวัง แล้วอีกอย่างความฝันของเขาคือการเป็นหมอ ไม่ใช่ประธานที่ใครๆก็ต้องก้มหัวให้ เขาอยากช่วยเหลือคนที่เขากำลังเจ็บป่วยต่างหากคือสิ่งที่เขาต้องการ "พวกมึงๆ เห้ย! พวกมึง สนใจกูหน่อย" ทามเรียกความสนใจจากเพื่อนแต่เพื่อนก็ไม่ได้สนใจที่เขาเรียกสักเท่าไร "อะไรของมึงวะทาม" เป็นเนย์ที่หันหันมาถามทามอย่างรำคาญ "พวกมึงดูโต๊ะนั้นสิวะ ที่มากัน3คนอ่ะ กูนั่งมองนานละ" ทามบอกเพื่อนอย่างมีท่าทีสนใจกับเป้าหมายของเขา "แล้วยังไงวะ ก็ผู้หญิงทั่วไปป่ะ" เนย์พูดอย่างเบื่อๆกับท่าทีระริกระรี้ของเพื่อนที่ดูจะสนใจโต๊ะนั้นเป็นพิเศษ "ไม่เว้ยมึง กูนั่งมองตั้งนานแล้วแต่ผู้หญิงโต๊ะนั้นเขาไม่สนใจผู้ชายเลยว่ะ เหมือนจะนั่งกินกันอย่างเดียว" ทามพูดบอกเพื่อนหวังให้เพื่อนสนใจ "เห้ยจริงหรอวะ มากี่คนวะ" น้ำมนต์เริ่มจะสนใจกับคำพูดของเพื่อนขึ้นมาบ้าง พร้อมกับหันไปทางโต๊ะที่เพื่อนบอก "3ว่ะมึง กูจองชุดชมพู" ทามบอกอย่างยิ้มๆ ที่เขาพูดอย่างนี้เพราะกลุ่มของพวกเขาถึงจะมีผู้หญิงเข้ามามากหน้าหลายตาให้เลือก แต่พวกเขาแทบจะไม่สนใจผู้หญิงพวกนั้นเลย เขามองว่าผู้หญิงพวกนั้นได้มาง่ายเกินไป แต่ผู้หญิงที่เขากำลังสนใจตอนนี้พวกเธอกลับสนใจแต่ของกินที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น ถึงจะมีหนุ่มๆมาขอชนแก้วแต่พวกเธอก็บ่ายเบี่ยงไปหมด เลยทำให้หนุ่มทะเล้นอย่างทามสนใจได้ "งั้นกูชุดดำ" น้ำมนต์เอาบ้าง "เหลือคนเดียวว่ะ พวกมึงได้เป้ายิงฉุบกันแล้วแหละเพื่อนรัก" ทามหันไปพูดกับเนย์และไวท์ที่ไม่ได้สนใจตามคำเรียกร้องของทามและน้ำมนต์ "กูไม่เอา" ไวท์บอกพร้อมเทเหล้าใส่แก้วตัวเอง "กูก็ไม่" เนย์พูดอย่างเบื่อๆ พร้อมหันไปสนใจเกมส์ในโทรศัพท์ต่อ "เห้ยไรวะ เอาหน่อยดิวะเพื่อน แก้เครียดน่า" น้ำมนต์โน้มน้าวทั้งคู่ "จะให้กูเอาความเครียดไปลงที่ผู้หญิงพวกนั้นรึไงวะ" ไวท์บอกอย่างหงุดหงิด ยังไงเขาก็ไม่สนใจผู้หญิงอยู่แล้ว เขาเคยผิดหวังกับความรักมา เพราะว่าตอนนั้นเขายังไม่รู้พิษของผู้หญิงดี เขาเป็นคนรักใครรักจริง แต่กลับโดนผู้หญิงที่เขารักนอกใจทำให้เขาไม่คิดจะสนใจผู้หญิงอีกเลย เขาคิดว่าผู้หญิงก็คงเหมือนๆกันหมด "ไม่ใช่โว้ย มึงลองหันไปดูก่อนสิวะ" ทามหันไปพูดกับไวท์ เพราะเขารู้ว่ายังไงเนย์มันคงเข้าไปในโลกของเกมส์เรียบร้อยแล้ว เรียกยังไงคงไม่ออกมา ไวท์ลองหันไปตามคำที่เพื่อนบอก จริงอย่างที่เพื่อนเขาบอกโต๊ะนั้นมีผู้หญิง3คน แต่คนที่ดูจะสะดุดตาเขาที่สุดคงจะเป็นผู้หญิงที่ใส่เดรสสีขาวที่นั่งหันหน้ามาทางเขา เดรสสีขาวที่รับกับรูปร่างที่มีส่วนโค้งเว้าพอดี ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางน้อยชิ้น เรียกความสนใจจากเขาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เธอกำลังก้มหน้าเหมือนกำลังหลบสายตาใครหรือว่าเธอกลัวว่าใครจะเห็นเธอกันนะ ส่วนผู้หญิงอีก2คนนั้นน่าตาน่ารักทั้งคู่อีกคนดูจะสูงที่สุดในบรรดา3คนนั้นเธอใส่เดรสเกาะอกสีดำดูเซ็กซี่มากกว่าน่ารักคนนี้สินะที่น้ำมนต์หมายมั่นไว้ อีกคนดูแบ๊วใสๆกับชุดกระโปรงสีชมพูเธอคงเป็นคนชั่งพูดตอนนี้เธอพูดไม่หยุดเลยก็คงจะเหมาะกับทามดี ส่วนผู้หญิงคนนั้นเธอเอาแต่หลบตา ทำไมนะ น่าสนใจแหะ แต่ในความรู้สึกลึกๆสั่งให้เขาเลิกสนใจเธอสักที ยังไงนั่นก็คือผู้หญิง ผู้หญิงก็คงจะเหมือนๆกันหมดนั่นแหละ ไวท์เลยหันหน้ากลับมาแล้วยกเหล้าเข้าปากรวดเดียวหมด "ไม่ล่ะ กูจะกลับละ" ไวท์ปฏิเสธคำเรียกร้องของทามและน้ำมนต์ พร้อมลุกขึ้นเดินออกไปจากโต๊ะ "ไอ้เหี้ยไวท์ มึงนะมึง เจอของดีแล้วแท้ๆแต่ดันปล่อยไปได้" น้ำมนต์พูดไล่หลังไวท์อย่างหงุดหงิด "ผู้หญิงดีๆที่ไหนเขามาที่แบบนี้วะ" เนย์พูดอย่างลอยๆ แต่ทามและน้ำมนต์ดันได้ยิน "มึงอย่ามองคนแต่ภายนอกสิวะ กูไม่คุยกับมึงแล้ว ไปทาม ไปสู้กัน" น้ำมนต์หันไปด่าเนย์และเดินไปกอดคอทาม เดินไปยังเป้าหมาย "ได้เลยเพื่อนรัก"

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.1K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.7K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.0K
bc

เมียลับอุ้มรัก

read
82.7K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
1.8K
bc

Passionate Love รักสุดใจนายขี้อ่อย 20+

read
33.8K
bc

รอยแค้นแห่งรัก

read
55.5K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook