บทนำ

3278 Words
@DT group home   ณ คฤหาสน์หลังใหญ่ที่เป็นที่พักพิงของเจ้าของดีทีกรุ๊ป ในตอนนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไม่มีใครที่ไม่รู้จักบริษัทยักษ์ใหญ่เจ้าของที่ดินและอสังหาต่างๆดีทีกรุ๊ปเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศและหลายๆประเทศในหมู่นักธุรกิจประเภทเดียวกัน ประธานแห่งดีทีและเป็นผู้ก่อตั้งธุรกิจคือ**คุณเดชทัต ธีวรกมล** “เลขาโรจน์ช่วยไปเรียกนายเล็กมาให้ฉันที มันถึงเวลาที่เขาจะต้องเรียนรู้แล้ว” ชายสูงวัยออกคำสั่งกับเลขาของตัวเองด้วยเสียงเรียบแต่ฟังดูมีอำนาจทำให้ผู้ที่รับฟังยอมก้มหัวรับคำสั่งของผู้เป็นนายทันที “ครับท่านประธาน” เสียงตอบรับจากเลขาผู้ภักดี เขาคือผู้ที่อยู่เคียงข้างท่านประธานตลอดเวลา คอยรับคำสั่งและปฏบัติตามคำของผู้เป็นนายอย่างไม่เคยเหน็ดเหนื่อย แม้ภารงานนั้นจะหนักหนาแค่ไหนเขาก็พร้อมที่จะทำเพื่อนายผู้มีพระคุณ  ก๊อกๆๆ  “เข้ามา” เสียงราบเรียบที่ฟังดูทรงอำนาจไม่ต่างจากผู้เป็นนายใหญ่ของเขาราวกับคนๆเดียวกัน จะต่างกันก็แค่เสียงของคนในห้องจะเป็นเสียงของเด็กหนุ่มผู้ที่กำลังมีอนาคตกับความฝันของตัวเอง “นายน้อยครับ ท่านประธานให้มาตามไปพบเดี๋ยวนี้ครับ” เลขาพูดด้วยท่าทีมั่นใจและจริงจัง “คราวนี้เรื่องอะไรอีกล่ะ” ชายหนุ่มผู้ถูกเรียกพบพึมพำกับตัวเองด้วยท่าทีเหนื่อยอ่อนพร้อมกับถอนหายใจออกมา ก่อนจะลุกออกจากโต๊ะที่มีตำราถูกเปิดกางวางอยู่บนนั่นหลายเล่ม  .   ร่างสูงเดินเข้ามาในห้องทำงานของประมุขของบ้านโดยไร้เสียงส่งสัญญาณของการมาถึงใดๆทั้งสิ้น เขาหยุดยืนมองชายสูงวัยที่ตอนนี้เริ่มแก่ตัวลงทุกวันกำลังก้มหน้าอ่านแฟ้มงานของบริษัทอย่างจริงจัง “ครั้งนี้คงสำคัญมากใช่มั้ยครับ ถึงให้ลุงโรจน์ไปตามถึงห้องเลย” ว่าแล้วเขาก็เดินไปนั่งลงตรงเก้าอี้รับแขกที่อยู่ตรงข้ามกับผู้เป็นพ่อ “สำคัญพอที่จะกำหนดอนาคตแกได้เลยล่ะ” ชายสูงวัยเงยหน้าขึ้นมาพูดพร้อมเหยียดยิ้มสบตากับเลือดเนื้อคนเล็กของตัวเอง “หมายความว่ายังไงครับ?” ในหัวของเขาตอนนี้มีแต่คำถามเกิดขึ้นมากมายว่าพ่อของเขาคิดจะทำอะไร แต่ยังไม่ทันได้คิดไปไกลก็ถูกเสียงทรงอำนาจกลบความคิดของตัวเองขึ้นซะก่อน “ตั้งแต่อาทิตย์หน้าแกต้องไปเรียนรู้การทำงานที่สำนักงานใหญ่” “ว่าไงนะครับ?!!!”ชายหนุ่มแทบไม่เชื่อหูตัวเองและนึกตลกที่พ่อสั่งให้เขาไปทำอะไรแบบนั้นทั้งที่เขายังต้องไปเรียนอยู่ “แกต้องไปฝึกงานที่ดีทีกรุ๊ปเพื่อสืบทอดตำแหน่งประธานต่อจากฉันยังไงล่ะ” ผู้เป็นพ่อบอกลูกด้วยน้ำเสียงจริงจังว่าเขาเอาจริงไม่ได้ล้อเล่นหรืออำแต่ย่างใด “ไวน์ล่ะครับ พ่อก็ให้มันทำสิ ผมทำอะไรแบบนี้ไม่ได้หรอก” ชายหนุ่มโต้แย้งโดยโบ้ยให้พี่ชายในสายเลือดอีกคน  “แกไม่ต้องห่วงหรอกนะไวท์ ยังไงทายาทดีทีกรุ๊ปจะต้องไม่มีใครนั่งกินนอนกินอย่างสบายโดยที่ไม่ได้ทำอะไรหรอก” ชายแก่พูดพร้อมหัวเราะในลำคออย่างผู้ชนะ ยังไงเขาก็เหนือกว่าลูกชายที่เอาแต่อยู่กับตำราอย่างทยากรหรือไวท์อยู่แล้ว “แต่อาทิตย์หน้าผมต้องไปเรียนนะครับ จะให้ไปทำงานแบบนั้นได้ยังไง” เหตุผลร้อยแปดที่ถูกยกมาอ้าง ทั้งๆที่เขาก็รู้ดีว่าไม่มีอะไรมาขัดคำสั่งของผู้เป็นพ่อได้อยู่แล้ว “ฉันไม่ทำให้แกเสียใจหรอกน่าลูกรัก ตารางเรียนแกฉันรู้หมดแล้ว ชั่วโมงที่แกไม่มีเรียนก็รีบกลับมาบริษัทด้วยล่ะ อย่าให้ฉันต้องส่งลูกน้องไปลากแกที่มหาลัย” ในที่สุดเขาก็ชนะลูกชายคนเล็กได้อย่างง่ายดาย ไม่มีทางที่ใครจะมาขัดคำสั่งเขาได้ เพราะสิ่งที่เขาคิดจะทำเขาเชื่อและมั่นใจว่ายังไงมันก็ต้องออกมาดีอยู่แล้ว จากประสบการณ์การต่อสู้ฟาดฟันเพื่อแย่งชิงการเป็นที่หนึ่งมากว่า30ปี และมันจะต้องเป็นที่หนึ่งตลอดไป เขาเชื่ออย่างนั้น “พ่ออย่าเสียใจทีหลังก็แล้วกันนะครับ” ไวท์บอกพ่อด้วยน้ำเสียงแข็ง ราวกับว่าจะต้องการพังดีทีกรุ๊ปให้พังพินาศจากน้ำมือของเขาเอง พูดจบก็ลุกออกไปอย่างหุนหันแต่ยังไม่ทันที่จะพ้นขอบประตูห้องเสียงทรงอำนาจก็ดังขึ้นให้เขาต้องผิดหวังอีกรอบ “หึ ระหว่างนี้ก็เที่ยวเล่นให้สะใจนะลูกรัก ก่อนที่แกจะไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีกเลย” . @KKinter university "นี่ หลิน พิม" หญิงสาวเรียกชื่อเพื่อนสนิททั้งสองของตนพร้อมหันหน้าไปสบตากับเพื่อนที่เดินขนาบข้างเธอทั้งซ้ายและขวาอย่างละทีเพื่อเรียกความสนใจจากเพื่อนตัวเอง  หญิงสาวผู้มีใบหน้าหวานสดใส และตาเป็นประกาย ทำให้ผู้ที่ได้มองต่างรู้สึกชื่นชอบและชื่นชมความน่ารักของเธอ ผมยาวสีน้ำตาลถูกดัดลอนและจัดทรงอย่างเข้าที่ดูเป็นธรรมชาติ กับความสูง165เป็นส่วนสูงที่พอดี รูปร่างและทรวดทรงจัดว่าเป็นคนที่ดูแลตัวเองอยู่สม่ำเสมอเลยแหละ แต่จะติดที่ว่าใบหน้าอ่อนหวานนั้นแทบจะไม่มีร่องรอยของเครื่องสำอางอยู่บนนั้นเลย ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเธอมีเสน่ห์และมีดาเมจรุนแรงกับเพศตรงข้ามเป็นอย่างมาก แม้แต่ผู้ที่เป็นเพศเดียวกันยังคอยหันหลังชะเง้อมองเวลาเธอเดินผ่านอยู่บ่อยๆ "มีอะไรเขมเรียกแล้วก็ไม่พูด" พิมเพื่อนสนิทของหญิงสาวผู้มีใบหน้าอ่อนหวานนั้นพูดขึ้น พิมก็จัดว่าหน้าตาน่ารักคนนึงเลยเช่นกันแต่จะติดตรงที่เธอเตี้ยไปหน่อยด้วยส่วนสูงแค่156ซม. ทำให้ถูกผู้ชายที่ตัวเองหมายปองมองข้ามอยู่บ่อยๆ "ฉันอยากไปฝึกงานที่เดียวกับพวกแกจัง ทำไมฉันต้องได้แยกไปคนเดียวด้วยเนี้ย ไม่ยุติธรรมเลย" เขมบ่นออกมาพร้อมทำหน้ายู่อย่างน้อยใจที่เพื่อนทั้งสองได้ไปฝึกงานที่เดียวกันแต่เธอดันได้ไปฝึกอีกที่ "ใครบอกว่าแกไปคนเดียววะ ยังมีเชนนะเว้ย คนเดียวซะที่ไหน" หลินพูดพร้อมหันไปสบตากับเขมเพื่อให้เพื่อนรู้สึกดีขึ้น "ก็เชนเป็นผู้ชาย ไม่เหมือนพวกแกสักหน่อย"  "เอาน่า แค่ฝึกงานเอง ไว้มาเจอกันหลังเลิกงานตอนเย็นก็ได้นี่ เลิกคิดมากได้แล้ว" หลินพูดพร้อมกับยีหัวเขมเพราะหลินสูงกว่าเขมทำให้เขมมักจะถูกหลินยีหัวอย่างเอ็นดูบ่อยๆ "ใช่ๆ แกอ่ะตั้งใจฝึกงานดีๆเถอะ เดี๋ยวไม่ผ่านขึ้นมาฉันไม่เรียนเป็นเพื่อนอีกปีแล้วนะ" พิมบอกอย่างติดตลก "รู้แล้วน่า ฉันอ่ะตั้งใจอยู่แล้ว พวกแกสองคนเถอะอย่าแอบอู้งานก็แล้วกัน"  "ใครมันจะไปกล้าอู้ล่ะ จริงมั้ยหลิน" พิมพูดพร้อมหันไปทางหลินอย่างมีเลศนัย "แกแหละตัวดีเลยพิม" หลินตอบทำให้พิมทำหน้ายู่เพราะเพื่อนดันไม่เข้าข้างเขาซะได้ "55555 เลิกแกล้งกันได้แล้ว พวกแกยังต้องได้อยู่ด้วยกันอีกนาน" เขมพูดและหันไปตบบ่าเพื่อนทั้งสองพร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่มไปให้ "ก็ได้ แต่ว่าไหนๆอาทิตย์หน้าก็เริ่มฝึกงานแล้ว วันนี้เราไปฉลองกันเถอะนะ นะนะนะ" พิมพูดเชิงอ้อนวอนหวังให้เพื่อนเห็นใจตัวเองและตอบตกลงไปฉลองด้วยกัน "เขมว่าไง?" หลินหันไปถามเขม "ก็ดีนะ ไปไหนดีล่ะพิม" พิมเห็นด้วยพร้อมกันไปถามคนต้นคิด "เจผับมั้ย? ไหนๆก็จะไม่ค่อยได้เจอกันแล้ว เอาให้เต็มที่ไปเลย" พิมพูดพร้อมทำหน้าตาตื่นเต้น "เราจะเข้ายังไงล่ะ ผับนั้นเข้ายากมากไม่ใช่หรอ" เขมพูดอย่างหมดหวัง เขาไม่เห็นด้วยเท่าไรที่จะไปที่นั่น เธอเคยได้ยินมาว่าที่นั่นมีแต่พวกคนมีเงินเท่านั้นแหละถึงจะเข้าได้หรือไม่ก็ต้องมีเส้นสายเป็นพวกลูกคุณหนู "แกมีสายหรอพิม?" หลินถาม "ระดับพิมละ มีอะไรที่ฉันไม่สามารถ" พิมพูดอย่างภูมิใจ "ยังไงวะ" หลินถาม "พี่พีไงล่ะ เพื่อนของตานั่นนะมีแต่ลูกคุณหนูทั้งนั้นแหละ" พีคือพี่ของพิม พิมหวังจะให้พีพาเข้าไป "แล้วอย่างงี้พี่พีจะอนุญาตให้เราเที่ยวได้หรอวะ ไม่ใช่พาเข้าไปแล้วมานั่งคุมตลอดเวลานะ ฉันอึดอัดแย่" หลินหันไปพูดกับพิมพร้อมเบ้หน้าอย่างไม่เห็นด้วยที่จะใช้พีพาเข้าไป "ไม่หรอกน่า อย่างไอ้พี่พีอ่ะนะ ฉันจัดการได้" พิมพูดอย่างมันใจ "เออๆๆ อย่าให้มีปัญหาทีหลังละกัน" หลินตอบไปอย่างปัดๆ เขาไม่ค่อยชอบพี่พีของพิมสักเท่าไรเพราะผู้ชายคนนั้นเป็นคนเจ้าชู้ใช่เล่น เจอผู้หญิงหน่อยก็ชอบพูดจาแทะโลมอย่างน่ารำคาญ เจอกันทีไรเขาก็ชอบมาทำให้เธอหงุดหงิดจึงเกิดสงครามระหว่างทั้งสองขึ้นอยู่บ่อยๆ "งั้นเจอกันเจผับคืนนี้3ทุ่ม แกโอเคนะเขม?" พิมหันไปถามเขม "พวกแกว่าไงฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละ ตอนนี้ขอตัวกลับหอไปงีบก่อนนะ ไว้เจอกัน3ทุ่ม" เขมบอก "โอเค งั้นแยกย้าย ฉันไปก่อนนะ" หลินบอกพร้อมเดินแยกไปอีกทางเพื่อกลับไปทำธุระส่วนตัวเช่นกัน "แกกลับไงเขม?" พิมถามเขม "btsเหมือนเดิม แกล่ะ?" เขมถามพิม "รอพี่พีมารับอ่ะ กะจะบอกพี่แกด้วย ให้ฉันไปส่งมั้ยเขม" พิมถามเพือนด้วยความเป็นห่วง "ไม่เป็นไรพิม ขอบใจแกมาก ฉันไปนะ" พิมตอบยิ้ม นึกขอบคุณความหวังดีของเพื่อนในใจ "กลับดีๆล่ะ" พิมตะโกนตามหลังเขมเสียงดัง ดีที่ไม่ค่อยมีคนเยอะเธอจึงไม่เป็นที่สนใจมากนัก @J plub  สถานที่ที่เป็นแหล่งรวมตัวของนักท่องราตรีทั้งชายและหญิงผู้มีฐานะเท่านั้นถึงจะพาตัวเองมาเที่ยวที่นี่ได้ หรือไม่ก็ต้องใช้เส้นสายของผู้มีอิทธิพลต่างๆบรรยากาศและกิจกรรมของที่นี่ทุกๆคืนทำให้แขกที่มาต่างตื่นตาตื่นใจและประทับใจจนอยากจะกลับมาอีกแทบทุกราย ทำให้ใครๆต่างก็อยากจะมาลิ้มลองความสนุกนี้ แต่มันไม่ได้ยากเลยสำหรับหนุ่มหล่อเพื่อนเกลอสี่คนนี้ที่มีดีกรีเป็นนักเรียนแพทย์ถึงสองคน นั่นก็คือ**ไวท์**และ**เนย์** และอีกสองคนคือ **น้ำมนต์**และ**ทาม**สองคนนี้เรียนนิเทศทั้งคู่ และแน่นอนว่าไม่มีใครที่จะไม่รู้จักสี่หนุ่มฮอตแห่งเคเคอินเตอร์ มหาลัยที่พวกเขากำลังศึกษาอยู่นั่นเอง “เห้ยไวท์ เรียกพวกกูออกมาแล้วอย่ามานั่งหน้าอมทุกข์แบบนี้ดิวะ” ทามสมาชิกในกลุ่มของไวท์พูดขึ้นอย่างหงุดหงิด จะไม่ให้เขาหงุดหงิดได้ยังไงก็ในเมือเพื่อนตัวดีเป็นคนชวนพวกเขาออกมาเองแท้ๆ แต่กลับไม่สนุกแถมยังมาทำหน้าบอกบุญไม่รับแบบนี้อีก เป็นแบบนี้เขาก็ไม่กล้าไปหาสาวๆสักทีเพราะมัวแต่เป็นห่วงเพื่อน “เออ กูจะหมดสนุกเพราะมึงแล้วนะเชี่ยไวท์” น้ำมนต์เพื่อนอีกคนในกลุ่มพูดขึ้น ถึงชื่อเขาจะเหมือนผู้หญิงแต่ความเป็นผู้ชายของเขานั่นระดับ 10 10 10 “กูเครียดนี่หว่า” ไวท์บอกเพื่อนด้วยท่าทีเหนื่อยใจราวกับว่ามีปัญหาทุกข์ใจระดับล้านอัดอั้นอยู่ในใจมานับสิบปี “เครียดไรก็พูดสิวะ นั่งทำหน้าป่วยแบบนี้กูกลับนะเว้ย” เนย์พูดเสริมทามอีกคนนึง เขาก็เบื่อเหมือนกันที่ต้องมานั่งฟังเสียงลมหายใจของเพื่อนที่ถูกถอนออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า “พ่อกูให้กูไปทำงานที่บริษัท อาทิตย์หน้า” อีกครั้งที่ต้องตอกย้ำความเจ็บปวดของตัวเอง พ่อนะพ่อ ได้แต่คาดโทษกับบิดาตัวเองในใจ “ห้ะ?!!!!!!” หนุ่มหล่อ 3 คน ตะโกนออกมาอย่างไม่เชื่อหูตัวเองพร้อมกันราวกับตั้งนาฬิกาไว้ “พ่อมึงเป็นคนตลกป่ะ สั่งอะไรไม่ดูสังขารลูกตัวเองเลย ฮ่าๆๆๆ” น้ำมนต์ทั้งพูดทั้งหัวเราะกับสิ่งที่เพื่อนเขาบอก ตลกเหลือเกินกับสิ่งที่พ่อเพื่อนสั่ง “งี้มึงก็ต้องมีเลขาหน้าห้องดิวะ บอกพ่อมึงหาแบบอึ๋มๆเอ็กซ์ๆเลยนะ ได้ทั้งงานได้ทั้งเมีย พ่อมึงได้หลานด้วย ครบเลยโว้ย ฮ่าๆๆๆ” ทามพูดกับเพื่อนอย่างติดตลก เขาก็ยังนึกขำที่เพื่อนต้องไปทำอะไรแบบนั้น ทั้งๆที่เพื่อนของเขากำลังเรียนแพทย์อยู่แท้ๆแต่ทำไมดันให้ไปเป็นผู้บริหารซะได้ “เหี้ยทาม กูไม่ตลก!” ไวท์พูดพร้อมกับหยิบหมอนใบเล็กที่วางอยู่ใกล้มือเขาแล้วโยนใส่ทามย่างหงุดหงิด “โอ๋ๆๆ กูล้อเล่นน่าเพื่อน” ทามเหย้าหยอกเพื่อนตัวเองอย่างขำๆ “แล้วเรื่องเรียนมึงล่ะวะ” คงจะมีแต่เนย์นี่ละมั้งที่จริงจังกับสิ่งที่ไวท์พูด “พ่อกูให้ไปฝึกงานตอนที่ว่างจากเรียน” ไวท์ถอนหายใจพูดพร้อมก้มหน้ามองเท้าตัวเองอย่างเหนื่อยๆ “แล้วมึงเครียดยังไงวะ ยังไงมึงก็ไม่ได้เลิกเรียนหมอนี่วะ” ทามถามเพราะรู้ดีว่าเพื่อนเขารักการเป็นหมอมาก “กูไม่ชอบอะไรแบบนี้ป่ะวะ บริหารอะไร กูไม่รู้เรื่องสักอย่าง” ไวท์บอก “พ่อมึงก็ให้ไปฝึกอยู่นี่ไง ไม่ใช่ว่าเขาจะให้มึงเริ่มงานเลยสักหน่อย” น้ำมนต์พูดอย่างจริงจังหวังว่าเพื่อนจะสบายใจขึ้นบ้าง ไวท์ไม่ตอบอะไรแต่หันไปหยิบแก้วที่มีน้ำสีอำพันที่เหลืออยู่ครึ่งแก้วกระดกเข้าปากทีเดียวหมด ที่เขาไม่อยากเป็นผู้บริหารเหมือนพ่อเพราะเขาเห็นพ่อตัวเองทำงานหนักแค่ไหนกับการรักษาความเป็นที่หนึ่งนี้ไว้ เขากลัวทำไม่ได้เหมือนพ่อ เขากลัวทำให้พ่อต้องผิดหวัง แล้วอีกอย่างความฝันของเขาคือการเป็นหมอ ไม่ใช่ประธานที่ใครๆก็ต้องก้มหัวให้ เขาอยากช่วยเหลือคนที่เขากำลังเจ็บป่วยต่างหากคือสิ่งที่เขาต้องการ "พวกมึงๆ เห้ย! พวกมึง สนใจกูหน่อย" ทามเรียกความสนใจจากเพื่อนแต่เพื่อนก็ไม่ได้สนใจที่เขาเรียกสักเท่าไร "อะไรของมึงวะทาม" เป็นเนย์ที่หันหันมาถามทามอย่างรำคาญ "พวกมึงดูโต๊ะนั้นสิวะ ที่มากัน3คนอ่ะ กูนั่งมองนานละ" ทามบอกเพื่อนอย่างมีท่าทีสนใจกับเป้าหมายของเขา "แล้วยังไงวะ ก็ผู้หญิงทั่วไปป่ะ" เนย์พูดอย่างเบื่อๆกับท่าทีระริกระรี้ของเพื่อนที่ดูจะสนใจโต๊ะนั้นเป็นพิเศษ "ไม่เว้ยมึง กูนั่งมองตั้งนานแล้วแต่ผู้หญิงโต๊ะนั้นเขาไม่สนใจผู้ชายเลยว่ะ เหมือนจะนั่งกินกันอย่างเดียว" ทามพูดบอกเพื่อนหวังให้เพื่อนสนใจ "เห้ยจริงหรอวะ มากี่คนวะ" น้ำมนต์เริ่มจะสนใจกับคำพูดของเพื่อนขึ้นมาบ้าง พร้อมกับหันไปทางโต๊ะที่เพื่อนบอก "3ว่ะมึง กูจองชุดชมพู" ทามบอกอย่างยิ้มๆ ที่เขาพูดอย่างนี้เพราะกลุ่มของพวกเขาถึงจะมีผู้หญิงเข้ามามากหน้าหลายตาให้เลือก แต่พวกเขาแทบจะไม่สนใจผู้หญิงพวกนั้นเลย เขามองว่าผู้หญิงพวกนั้นได้มาง่ายเกินไป แต่ผู้หญิงที่เขากำลังสนใจตอนนี้พวกเธอกลับสนใจแต่ของกินที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น ถึงจะมีหนุ่มๆมาขอชนแก้วแต่พวกเธอก็บ่ายเบี่ยงไปหมด เลยทำให้หนุ่มทะเล้นอย่างทามสนใจได้ "งั้นกูชุดดำ" น้ำมนต์เอาบ้าง "เหลือคนเดียวว่ะ พวกมึงได้เป้ายิงฉุบกันแล้วแหละเพื่อนรัก" ทามหันไปพูดกับเนย์และไวท์ที่ไม่ได้สนใจตามคำเรียกร้องของทามและน้ำมนต์ "กูไม่เอา" ไวท์บอกพร้อมเทเหล้าใส่แก้วตัวเอง "กูก็ไม่" เนย์พูดอย่างเบื่อๆ พร้อมหันไปสนใจเกมส์ในโทรศัพท์ต่อ "เห้ยไรวะ เอาหน่อยดิวะเพื่อน แก้เครียดน่า" น้ำมนต์โน้มน้าวทั้งคู่ "จะให้กูเอาความเครียดไปลงที่ผู้หญิงพวกนั้นรึไงวะ" ไวท์บอกอย่างหงุดหงิด ยังไงเขาก็ไม่สนใจผู้หญิงอยู่แล้ว เขาเคยผิดหวังกับความรักมา เพราะว่าตอนนั้นเขายังไม่รู้พิษของผู้หญิงดี เขาเป็นคนรักใครรักจริง แต่กลับโดนผู้หญิงที่เขารักนอกใจทำให้เขาไม่คิดจะสนใจผู้หญิงอีกเลย เขาคิดว่าผู้หญิงก็คงเหมือนๆกันหมด "ไม่ใช่โว้ย มึงลองหันไปดูก่อนสิวะ" ทามหันไปพูดกับไวท์ เพราะเขารู้ว่ายังไงเนย์มันคงเข้าไปในโลกของเกมส์เรียบร้อยแล้ว เรียกยังไงคงไม่ออกมา ไวท์ลองหันไปตามคำที่เพื่อนบอก จริงอย่างที่เพื่อนเขาบอกโต๊ะนั้นมีผู้หญิง3คน แต่คนที่ดูจะสะดุดตาเขาที่สุดคงจะเป็นผู้หญิงที่ใส่เดรสสีขาวที่นั่งหันหน้ามาทางเขา เดรสสีขาวที่รับกับรูปร่างที่มีส่วนโค้งเว้าพอดี ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางน้อยชิ้น เรียกความสนใจจากเขาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เธอกำลังก้มหน้าเหมือนกำลังหลบสายตาใครหรือว่าเธอกลัวว่าใครจะเห็นเธอกันนะ ส่วนผู้หญิงอีก2คนนั้นน่าตาน่ารักทั้งคู่อีกคนดูจะสูงที่สุดในบรรดา3คนนั้นเธอใส่เดรสเกาะอกสีดำดูเซ็กซี่มากกว่าน่ารักคนนี้สินะที่น้ำมนต์หมายมั่นไว้ อีกคนดูแบ๊วใสๆกับชุดกระโปรงสีชมพูเธอคงเป็นคนชั่งพูดตอนนี้เธอพูดไม่หยุดเลยก็คงจะเหมาะกับทามดี ส่วนผู้หญิงคนนั้นเธอเอาแต่หลบตา ทำไมนะ น่าสนใจแหะ แต่ในความรู้สึกลึกๆสั่งให้เขาเลิกสนใจเธอสักที ยังไงนั่นก็คือผู้หญิง ผู้หญิงก็คงจะเหมือนๆกันหมดนั่นแหละ ไวท์เลยหันหน้ากลับมาแล้วยกเหล้าเข้าปากรวดเดียวหมด "ไม่ล่ะ กูจะกลับละ" ไวท์ปฏิเสธคำเรียกร้องของทามและน้ำมนต์ พร้อมลุกขึ้นเดินออกไปจากโต๊ะ "ไอ้เหี้ยไวท์ มึงนะมึง เจอของดีแล้วแท้ๆแต่ดันปล่อยไปได้" น้ำมนต์พูดไล่หลังไวท์อย่างหงุดหงิด "ผู้หญิงดีๆที่ไหนเขามาที่แบบนี้วะ" เนย์พูดอย่างลอยๆ แต่ทามและน้ำมนต์ดันได้ยิน "มึงอย่ามองคนแต่ภายนอกสิวะ กูไม่คุยกับมึงแล้ว ไปทาม ไปสู้กัน" น้ำมนต์หันไปด่าเนย์และเดินไปกอดคอทาม เดินไปยังเป้าหมาย "ได้เลยเพื่อนรัก"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD