บทนำ

1002 Words
ฟ้าครึ้มจัด เมฆหนาลอยต่ำ ร่างบางที่ยืนอยู่ในป้ายรถเมล์มองท้องฟ้าอย่างกังวลใจ แม้ตนจะมีร่มทว่าฝนตกการจราจรก็จะติดขัด ‘พี่เพิ่งตื่น มาเจอกันเลยก็แล้วกันนะ ไปรับคงยิ่งช้า’ คนรักของเธอส่งข้อความมาอย่างนั้น พรรษชลถอนหายใจ ช่วงหลายเดือนมานี้อีกฝ่ายเป็นแบบนี้บ่อยครั้ง แม้ไม่ค่อยพอใจแต่เธอเป็นคนพูดน้อย ไม่ค่อยบ่นหรือโกรธง่าย คนรักบอกว่าชื่นชอบเธอในข้อนี้ทำให้บางครั้งก็น้ำท่วมปาก ยากจะพูดสิ่งที่คิดออกไปตรงๆ ไม่นานรถเมล์ก็มา พรรษชลขึ้นรถครู่หนึ่งฝนก็ตกอย่างหนักกระทั่งมาถึงก็ยังไม่หยุด แม้จะกางร่มหลังลงจากรถก็ทำใจแล้วว่าคงเปียกอยู่บ้างเพราะต้องเดินเข้าห้างสรรพสินค้าอีกไกล ทว่าที่แย่กว่านั้นคือรถที่แล่นผ่านริมถนนกลับปาดน้ำกระเด็นขึ้นมาใส่ “อุ๊ย” พรรษชลกุ้มมองก็เห็นว่ารองเท้าสีขาวกับกระโปรงของเธอเต็มไปด้วยคราบดำของน้ำ “โอ๊ย...เลอะหมดเลย ให้ตายสิ” เจ้าตัวได้เพียงทำเสียงจิ๊กจั๊กบ่นอยู่คนเดียวก่อนเลี้ยวเข้าทางเดินสำหรับเข้าตัวห้าง แล้วตัดสินใจเข้าไปเช็ดคราบเลอะเทอะในห้องน้ำก่อน กว่าจะเรียบร้อยกระโปรงก็เปียกไปเกือบครึ่ง ส่วนรองเท้าแม้เช็ดแล้วก็ยังมีร่องรอยให้เห็น แต่แล้วมาถึงร้านที่นัดไว้คนรักกลับยังมาไม่ถึงพรรษชลจึงทำได้เพียงส่งข้อความไปถาม ‘ใกล้ถึงแล้ว รอสักครู่นะ’ อีกฝ่ายตอบมาอย่างนั้นเธอจึงนั่งรอทั้งที่ค่อนข้างหิวเพราะกินอาหารเช้าเพียงกล้วยหอมกับนม แต่นี่เลยบ่ายโมงไปแล้ว ไม่อยากสั่งอาหารก่อนคนรักมาถึง พนักงานวนมาถามก็บอกว่าขอรอเพื่อนก่อนสักครู่ ราวครึ่งชั่วโมง ชายหนุ่มมาดเนี้ยบรูปร่างสัดทัดก็ก้าวเข้ามาในร้าน กวาดตามองไปทั่วครู่หนึ่งก่อนตรงมาหาพรรษชล หญิงสาวจึงส่งยิ้มบางให้ไปเป็นสัญญาณว่าไม่มีความขุ่นเคืองใดๆ ทั้งที่ในใจหน่วงเพราะความหิวและอีกฝ่ายยังมาสายบ่อยครั้ง “ขอโทษนะ หิวแย่เลย น่าจะสั่งอะไรมากินก่อน” ภูเบศทักพร้อมกับนั่งลงด้วยสีหน้าไม่ค่อยสบายใจ พรรชลส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มราวไม่คิดมาก ขณะที่อีกฝ่ายยกมือเรียกพนักงานทันที “รอกินด้วยกันดีกว่าค่ะ” ชายหนุ่มเหมือนไม่ได้ยินที่เธอพูดเพราะพนักงานมาถึงและยื่นเมนูให้เขากับเธอ เขาก็เปิดดูแล้วสั่งทันใด “อ้อ อยากกินอะไรอีกมั้ย สั่งเพิ่มเลย” เขาสั่งหลายอย่างแล้วและเธอก็ไม่ได้ต้องการอะไรเป็นพิเศษพรรษชลจึงปฏิเสธ “ว่าแต่พี่เบศจะคุยอะไรกับน้ำฝนคะ เห็นว่าเพิ่งกลับจากทริปดำน้ำกับเพื่อนๆ เมื่อวาน น่าจะพักเพราะพรุ่งนี้ก็ต้องทำงานแล้ว” หญิงสาวเอ่ยถามถึงจุดประสงค์ที่คนรักนัดระหว่างรออาหาร ภูเบศเงียบไปเหมือนมีบางอย่างไม่สบายใจและอึกอักที่จะพูด “กินข้าวก่อนก็แล้วกัน” ท่าทางของชายหนุ่มทำให้พรรษชลแปลกใจ ภูเบศมีความเป็นผู้นำสูง คิดอย่างไรเขาจะพูดออกมาโดยไม่ปิดบัง นับแต่คบกันมาเธอแทบไม่ต้องคิดอะไรเพราะอีกฝ่ายมีแผนและออกความเห็นอย่างมีเหตุผลดีๆ ให้เสมอ ทั้งที่ค่อนข้างหิวแต่เธอกลับกินไปน้อยด้วยความผิดปกติของภูเบศเกาะกินจิตใจ “พี่เบศมีอะไรก็พูดได้เลยนะ คุยไปกินไปก็ได้” พรรษชลรู้สึกว่าบรรยากาศอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกจึงเป็นฝ่ายเปิดประเด็นชวนคุย ภูเบศชะงักก่อนจะวางช้อน “เอ่อ พี่...” เขาถอนหายใจด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก่อนจะตัดสินใจเอ่ย “พี่คิดว่า เรา...ไปด้วยกันไม่ได้” พรรษชลชะงักมือที่กำลังตักอาหารเข้าปาก ปล่อยลงวางในจานราวหมดแรง ดวงตาคู่กลมโตจ้องหน้าของคนรักราวไม่แน่ใจกับสิ่งที่ได้ยิน ทว่าอีกฝ่ายกลับย้ำมาอีก “พี่ขอโทษ” “แต่ที่ผ่านมาเราไม่เคยทะเลาะกันเลย” เธอเอ่ยเสียงเบาด้วยความงุนงง ภูเบศเงียบไปชั่วอึดใจราวลังเล ก่อนจะให้เหตุผลของตน “ใช่ ระหว่างไม่เคยทะเลาะกันก็จริง แต่มันก็ไม่มีสีสันอะไรเลย” คิ้วเรียวขมวดกับคำอธิบายของคนรัก “พี่สบายใจที่คบกับน้ำฝน แต่รู้สึกเหมือนอยู่กับน้องสาว พี่คงไม่ต้องพูดมากว่ามันหมายถึงอะไร” พรรษชลเริ่มเข้าใจอีกฝ่าย ชายหนุ่มหมายถึงความสัมพันธ์ทางร่างกาย “เราคบกันมาสามปีแล้ว” ภูเบศเงียบลงหลังจบประโยคแล้วเมินไปทางอื่น เขาคงเห็นว่าเธอน้ำตาคลอ พรรษชลขอบตาร้อนอย่างห้ามไม่อยู่ แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไร เธอเกร็งทุกครั้งที่อีกฝ่ายเข้าใกล้หรือกอดจูบ บางครั้งก็ผลักอย่างรุนแรงจนเขาต้องยอมปล่อย แรกๆ ภูเบศไม่มีปัญหาทั้งยังปลอบใจ พักหลังมาเขามักมีอารมณ์หงุดหงิดให้เห็น “เราจบกันแค่นี้เถอะ” ชายหนุ่มเอ่ยเป็นครั้งสุดท้ายบ่งบอกว่าตัดสินใจมาดีแล้วก่อนจะขยับตัวแต่ก็ชะงักเล็กน้อย “ส่วนเรื่องคอนโด หาที่อยู่ใหม่ได้แล้วค่อยย้ายออก อาทิตย์สองอาทิตย์ค่อยคืนกุญแจให้พี่ก็ได้” อีกฝ่ายพูดโดยไม่มองเธอก่อนจะลุกขึ้นไปคุยกับทางเคาน์เตอร์แคชเชียร์ พรรษชลเพียงมองตามเขาแล้วกะพริบตาถี่สะกดน้ำตาของตน เธอย้ายมาอยู่คอนโดของภูเบศได้สองปีหลังจากคบหาชายหนุ่ม ทว่าเขาไม่เคยได้พักค้างคืนกับเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว ======
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD