ความรู้สึกแปลก ๆ 1/2

2009 Words
เกี๊ยว… ฉันกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งหลังจากลงไปซื้อของกินมาติดตู้เย็นไว้ ทว่าพอเปิดประตูเข้ามาเสียงที่ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องนอนก็ทำให้ฉันรู้สึกถึงพลังงานบางอย่าง ประตูที่แง้มไว้เล็กน้อยเผยให้เห็นภาพแผ่นหลังเปลือยเปล่าของผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนเรือนร่างของใครบางคน ฉันสะบัดหัวไล่ภาพติดตานั้นออกเพราะอยู่ ๆ ก็รู้สึกขนลุกขึ้นมา ก่อนจะรีบเดินตรงไปยังห้องครัวเพื่อเก็บข้าวของที่ซื้อมา “เฮ้อ! ทำไมไม่บอกก่อนนะว่าจะทำอะไรแบบนี้น่ะ เราจะได้ไม่ต้องขึ้นมา” ฉันพูดกับตัวเองขณะที่ปิดประตูตู้เย็นลงหลังจากเก็บของเสร็จแล้ว พอนึกถึงภาพที่เห็นก็พลอยขนลุกไปด้วย “อี๋ อุจาดตา” เวลาดึกดื่นแบบนี้ฉันเองก็เริ่มง่วงแล้วแต่ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนนอกจากจะเดินลงไปหาที่นั่งด้านล่าง ถ้าจะให้นอนตรงห้องนั่งเล่นเสียงของคนด้านในที่ดังออกมาก็คงทำให้ฉันนอนไม่หลับ และฉันก็ไม่สามารถนั่งฟังเสียงร้องครวญครางของใครได้เพราะไม่อยากฝันร้าย “แล้วเราต้องอยู่บนตัวพี่เขาแบบนั้นมั้ยนะ บรื๋อ!” ยิ่งคิดก็ยิ่งขนลุก แต่ถ้าคิดอีกมุมแล้วล่ะก็… “หรือที่พี่เขาไม่ยอมทำอะไรเราสักทีเพราะเขาไปทำกับคนอื่น?” แบบนี้ก็ดีสิฉันจะได้ไม่ต้องเปลืองตัวแถมยังมีคนดูแลอีก แต่จะว่าไปแล้วจะจ่ายเงินฉันทำไมถ้าไม่ให้ทำงาน… “ยิ้มหวานมาแต่ไกลเลยนะครับคุณเกี๊ยว” เสียงพี่การ์ดที่เคยประจำอยู่หน้าผับทักทายฉันขึ้นเมื่อฉันเดินลงมาถึงชั้นล่าง วันนี้เป็นเวรพี่เขาเดินตรวจตราด้านในเพราะช่วงค่ำตอนฉันเดินออกไปซื้อของเราเจอกันพอดีเลยมีโอกาสได้คุยกัน “เกี๊ยวอยากลงมานั่งข้างล่างน่ะค่ะ แต่ไม่รู้ว่าต้องไปนั่งตรงไหน” ฉันยิ้มให้คนตรงหน้าก่อนจะมองหาที่ว่างตรงคนเยอะ ๆ แต่ก็คิดว่ามันวุ่นวายเกินไป “เกี๊ยวนั่งหลังบาร์ตรงเคาท์เตอร์ชงเหล้าได้มั้ยคะ” ฉันถามพี่เขาต่อ “จะดีเหรอครับ ดึกแบบนี้คุณทัพจะไม่ว่าเหรอครับ” “ความจริงเกี๊ยวก็อยากพักผ่อนแล้วล่ะค่ะ แต่เจ้านายพี่ติดธุระน่ะ มีแขกอยู่ด้านบนเกี๊ยวเลยมานั่งรอ” ฉันพูดต่อพร้อมกับทำสีหน้าให้พี่เขารู้ว่าฉันเองก็ลำบากใจไม่แพ้พี่เขา “งั้นไปนั่งโซนวีไอพีดีกว่าครับ ผมจะเคลียร์โต๊ะตรงมุมที่ว่างอยู่ให้จะได้เป็นส่วนตัวหน่อย” “ได้ค่ะ” ฉันตอบรับก่อนจะเดินตามพี่เขาไป มุมที่ฉันนั่งอยู่เป็นพื้นที่ส่วนตัวชั้นดีเพราะมีแค่โต๊ะเดียว ถัดออกไปไกลพอสมควรถึงเป็นที่นั่งของลูกค้าโต๊ะอื่น ฉันนั่งอยู่ริมระเบียงชั้นสองของผับซึ่งเป็นโซนของลูกค้าวีไอพี เป็นมุมที่มองเห็นผู้คนด้านล่างได้เป็นอย่างดี ท่ามกลางแสงไฟหลากสีและเสียงดนตรีที่ดังขึ้นเป็นจังหวะ มีผู้คนมากมายกำลังโยกย้ายส่ายเอวไปตามเสียงเพลง จากที่เมื่อก่อนฉันมองว่าการเที่ยวผับมันดูไม่ดีนัก แต่พอได้มาสัมผัสกับบรรยากาศนี้บ่อย ๆ และได้อยู่ในสถานที่นี้จนชิน ก็ทำให้ฉันรู้ว่าการมาเที่ยวของใครหลายคนก็เป็นเพียงแค่การปลดปล่อยความเบื่อหน่ายที่เจอมาในแต่ละวัน ไม่มีใครตั้งใจมาดื่มจนไม่ลืมหูลืมตา คนส่วนมากที่มาอารมณ์คงประมาณมาหาที่นั่งชิวเปลี่ยนบรรยากาศเท่านั้น “ดื่มน้ำหวานแก้ง่วงก่อนนะครับคุณเกี๊ยว” เสียงทุ้มของพี่การ์ดคนเดิมดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับวางแก้วเครื่องดื่มสีแดงสดใสลงบนโต๊ะ ทำให้ฉันที่กำลังมองผู้คนด้านล่างอยู่ต้องหันกลับมาหาพี่เขาพร้อมกับกล่าวขอบคุณ “ขอบคุณค่ะ” ฉันส่งยิ้มให้พี่เขาก่อนจะยกแก้วเครื่องดื่มสีแดงมาดื่มแก้เซ็ง พอได้นั่งอยู่คนเดียวท่ามกลางบรรยากาศแบบนี้ก็รู้สึกเหงาขึ้นมา อารมณ์เปล่าเปลี่ยวตอนนี้ทำให้ฉันคิดถึงลุงกับป้าและพี่ชายของฉัน ไม่รู้ว่าตอนนี้พวกท่านจะเป็นอย่างไรบ้าง ฉันเคยคิดอยากจะไปเยี่ยมพวกท่าน แต่เพราะคำพูดที่พี่ชายฉันบอกไว้ในวันนั้นก็เลยทำให้ฉันไม่กล้าไป ไม่รู้ว่าเพราะดื่มเครื่องดื่มเย็น ๆ เข้าไปหรือเปล่าเลยทำให้รู้สึกหนาวขึ้นมาและง่วงจนเผลอฟุบหลับไป รู้สึกตัวอีกครั้งก็เหมือนตัวเองกำลังลอยอยู่ในอากาศ มีไออุ่นจากอะไรบางอย่างโอบอุ้มเอาไว้ไม่ให้ร่วงหล่นลงพื้น และใบหน้าคุ้นเคยของใครบางคนที่กำลังจ้องมองไปยังทิศทางด้านหน้าก็ทำให้ฉันต้องฉีกยิ้มกว้างออกมา “พี่กันต์…” ฉันยิ้มกว้างให้เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่ก้มลงจ้องมองฉันขณะที่กำลังอุ้มฉันเดินกลับห้อง เป็นแบบนี้แทบทุกครั้งถ้าฉันเผลอหลับหน้าทีวีพี่กันต์จะเป็นคนอุ้มฉันกลับเข้าไปนอนในห้อง สำหรับคนอื่นฉันไม่รู้ว่าเขามองพี่ชายฉันแบบไหน แต่สำหรับฉันแล้วพี่กันต์คือพี่ชายที่ดีที่สุด… “พี่กันต์กลับมาหาเกี๊ยวแล้วเหรอคะ” ฉันส่งยิ้มกว้างให้เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้งพร้อมกับเอื้อมมือไปแตะแก้มข้างหนึ่งของพี่ชายตัวเอง แต่แล้วไม่ทันไรใบหน้าหล่อเหลาของพี่ชายแท้ ๆ ก็แปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าโกรธกริ้วของใครบางคน ทำให้ฉันสะดุ้งตื่นจากอาการเพ้อละเมอเมื่อครู่ “พะ พี่ทัพ?” ตุบ! ร่างของฉันถูกคนที่อุ้มเอาไว้โยนลงบนเตียงแบบไม่ทันตั้งตัวจนเผลอนิ่วหน้าเล็กน้อยเพราะรู้สึกจุก “ตกใจหรือไงที่ฉันไม่ใช่คนที่เธอฝันถึงน่ะ” น้ำเสียงหงุดหงิดของคนที่ทิ้งตัวนั่งลงปลายเตียงหันมาถามฉันด้วยใบหน้าที่ดูแล้วคงพร้อมเหวี่ยงเต็มที่ ก่อนจะหันกลับไป “เป็นผู้หญิงของฉันห้ามฝันถึงผู้ชายคนอื่นเข้าใจมั้ย” คนที่นั่งอยู่ปลายเตียงหันมาพูดต่อก่อนจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่ตัวเองสวมอยู่ออกช้า ๆ ขณะที่สายตาดุ ๆ ยังจ้องมองมาที่ฉัน ฉันได้แต่พยุงตัวให้ลุกนั่งพิงพนักเตียงอย่างเงียบ ๆ เพราะยังงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แถมภาพติดตาตอนที่พี่เขาอยู่กับผู้หญิงคนนั้นบนเตียงนี้ก็ตามมาหลอกหลอนฉันอีก พลอยให้รู้สึกคลื่นไส้และกระอักกระอ่วนแปลก ๆ พรึ่บ! เสื้อเชิ้ตสีดำที่คลุมร่างกำยำของพี่เขาเอาไว้ถูกโยนลงกับพื้น ใบดุ ๆ ของคนที่ขยับเข้ามาใกล้ฉันและคร่อมร่างของฉันเอาไว้พร้อมกับโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนฉันต้องหลับตาปี๋เอาไว้เพราะไม่กล้าสบตา ถ้าจะบอกว่าคืนนี้ฉันยังไม่พร้อมล่ะ? คืนนี้ฉันรู้สึกแปลก ๆ น่ะ… “ผู้ชายคนนั้นเป็นแฟนเธอหรือไง แล้วมันไม่รู้เหรอว่าตอนนี้เธอเป็นผู้หญิงของฉัน” “เอ่อ… พี่กันต์ไม่ใช่แฟนเกี๊ยว” ฉันตอบเสียงอ่อยก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาสบตากับคนที่คร่อมร่างฉันอยู่ ใบหน้าโกรธกริ้วเมื่อครู่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีหน้าคล้ายกับโล่งใจหากฉันมองไม่ผิด “พี่ชายแท้ ๆ อะนะ” คนที่คร่อมร่างฉันอยู่ถามพลางเลิกคิ้วไปด้วยเหมือนไม่แน่ใจคำตอบก่อนหน้านี้ของฉัน “ใช่ค่ะ แต่ตอนนี้พี่กันต์ไม่ได้อยู่กับเกี๊ยว” “อ่อ งั้นกะก็ดี” เสียงสูง? ฉันมองคนที่คร่อมฉันอยู่ด้วยสีหน้าไม่เข้าใจพี่เข้านัก แต่มันจะดีได้ยังไงที่ฉันกับพี่ชายไม่ได้อยู่ด้วยกันน่ะ? “งั้นคืนนี้ก็เริ่มทำหน้าที่ของเธอให้สมกับค่าแรงที่ฉันจ่ายไปซะ” หืม? ฉันกลืนน้ำลายลงคอไปอึกนึงเมื่อประโยคถัดมาของพี่เขาเป็นอย่างที่ฉันคิด ถึงจะรู้อยู่แล้วว่ายังไงก็หนีไม่พ้นและปฏิเสธไม่ได้เพราะตกลงกันไว้แล้ว แต่ว่าคืนนี้ฉันรู้สึกว่าตัวเองยัง… “คืนนี้เกี๊ยวยังไม่พร้อมเลยค่ะ ไว้พรุ่งนี้ได้มั้ยคะ” ฉันส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้คนที่มองหน้าฉันพร้อมกับขมวดคิ้วไปด้วยราวกับไม่เข้าใจในสิ่งที่ฉันกำลังพูดอยู่ “แต่ฉันพร้อมแล้ว” “ถือว่าเกี๊ยวขอนะคะ คืนนี้เกี๊ยวไม่โอเคจริง ๆ” “งั้นเธอก็นอนอยู่เฉย ๆ เดี๋ยวฉันทำเอง” พรึ่บ! พูดจบร่างใหญ่กว่าก็ฟุบหน้าลงตรงซอกคอฉันก่อนจะกดจมูกหนัก ๆ ลงมาทำให้รู้สึกขนลุกซู่ แต่แล้วอยู่ ๆ ภาพของพี่เขากับผู้หญิงคนนั้นก็กลับเข้ามาในหัวอีกครั้งและทำให้ฉันรู้สึก… ขยะแขยง! “อื้อไม่เอา ปล่อย!” ตุบ! ฉันผลักร่างใหญ่กว่าล้มลงข้าง ๆ ก่อนจะดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงไปยืนอยู่ข้างเตียง แขนทั้งสองข้างขนลุกชูชันเหมือนกับเห็นอะไรน่าเกลียดน่ากลัวอยู่ตรงหน้าซะอย่างนั้น “เป็นบ้าอะไรของเธอห๊ะ มานี่!” หมับ! “ไม่!” ฉันสะบัดมือใหญ่ที่เอื้อมมาคว้าข้อมือของฉันออกจนพี่เขาตกใจกับการกระทำของฉัน ซึ่งฉันเองพอตั้งสติได้ก็ตกใจเหมือนกันที่กล้าทำอะไรแบบนั้นกับพี่เขา “เอ่อพี่… เกี๊ยวขอโทษ เกี๊ยวไม่ได้ตั้งใจเกี๊ยวแค่อยากให้พี่ไปอาบน้ำก่อน” ฉันก้าวเข้าไปหาคนตรงหน้าอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เพราะตอนนี้สีหน้าของพี่เขาดูไม่ดีเอาเสียเลย ถ้าฉันเป็นเพียงมดตัวหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงนี้ ป่านนี้พี่เขาคงขยี้ฉันตายคามือไปแล้ว “นี่เธอปฏิเสธฉันทั้ง ๆ ที่ฉันจ่ายเงินให้เธอแล้ว?” คนตรงหน้าขมวดคิ้วพลางเอียงคอถามฉัน “พี่ก็ไปอาบน้ำก่อนสิคะ” ฉันพูดย้ำ “เสร็จแล้วฉันจะอาบ” คนตรงหน้าพูดพลางทำท่าเอื้อมมือมาแตะตัวฉันแต่ฉันรีบถอยห่างออกมาเพราะเริ่มรู้สึกไม่ค่อยดีนัก “ไม่อะ พี่สกปรก” “อะไรนะ?” “พี่เพิ่งนอนกับคนอื่นมา เกี๊ยวขยะแขยง” ยิ่งคิดก็ยิ่งกระอั่กกระอ่วน ภาพเมื่อช่วงค่ำลอยเข้ามาในหัวยิ่งทำให้ฉันรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่ “นี่เธอปฏิเสธฉันไม่พอยังมาบอกว่าฉันสกปรกแล้วก็น่าขยะแขยงอีกเหรอ?” “อี๋! พี่ออกไปก่อนเกี๊ยวจะอ้วก” อ้วกกก! “เฮ้ยยย! ยัยบ้าเอ้ย!” วินาทีที่คนตรงหน้าก้าวเข้ามาหาฉันพร้อมกับเอื้อมมือมาแตะตัวฉันอีกครั้ง เป็นวินาทีเดียวกันกับที่อ้วกฉันพุ่งออกมารดตัวพี่เขาจนเลอะเทอะไปหมด อาการกระอักกระอ่วนแบบนี้ฉันเป็นมาได้สักพักแล้วตั้งแต่ที่เห็นภาพขนลุกนั่น แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกโล่งแล้วล่ะ สปอยด์ตอนต่อไป… “นี่เธอปฏิเสธฉันทั้ง ๆ ที่ฉันจ่ายเงินให้เธอแล้ว?” “พี่ก็ไปอาบน้ำก่อนสิคะ” “เสร็จแล้วฉันจะอาบ” “ไม่อะ พี่สกปรก” “อะไรนะ?” “พี่เพิ่งนอนกับคนอื่นมา เกี๊ยวขยะแขยง” “นี่เธอปฏิเสธฉันไม่พอยังมาบอกว่าฉันสกปรกแล้วก็น่าขยะแขยง?” “อี๋พี่ออกไปก่อนเกี๊ยวจะอ้วก” อ้วกกก!!!! “เฮ้ยยย!!! ยัยบ้าเอ้ย!”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD