…ณ วังปาริฉัตร……ปีพุทธศักราช 2489…..
“ หม่อมฉันไม่เคยคบชู้สู่ชายเลยนะเพคะท่านชาย เชื่อหม่อมฉันนะคะ”
เสียงสะอื้นร่ำไห้ของนวลปราง หม่อมบ่าวที่ไม่ได้ออกหน้าออกตาของหม่อมเจ้าประจักษ์ เธอเป็นเพียงเมียบ่าวแถมตอนนี้ยังถูกกล่าวหาว่ากำลังนอกใจท่านชาย
“ เธอมันเลี้ยงไม่เชื่อง ลูกชายฉันรักใคร่เธอ จนยกย่องขึ้นมาเป็นเมีย มีชีวิตสุขสบาย แต่กลับมาทำเรื่องบัดสีบัดเถลิงแบบนี้ …”
“ หม่อมฉัน….หม่อมฉันไม่ได้ทำอะไรผิดนะเพคะ”
พระองค์เจ้าพิศมัยทรงทอดพระเนตรมาที่ท่านชายประจักษ์ผู้เป็นบุตรอย่างหัวเสีย พระองค์ไม่ได้พึงใจหรือชอบใจตั้งแต่แรกที่ท่านชายประจักษ์ทรงเอาบ่าวในบ้านมาเป็นเมีย
“ ออกไปจากวังปาริฉัตรเสีย…ส่วนชายกิตติฉันจะดูแลเอง”
ท่านชายพูดพลางหันพระเนตรไปมองเสียทางอื่น อย่างไร้เยื่อใย
“ ท่านชาย…อย่าทำแบบนี้กับหม่อมฉันนะเพคะ ถ้าไม่มีลูกหม่อมฉันจะอยู่ได้ยังไง…”
นวลปรางคลานเข้าไปเกาะขาท่านชายไว้แน่น แต่กลับถูกสั่งให้บ่าวนำตัวเธอออกไป นวลปรางเสียใจมาก เธอทั้งเสียใจที่จะไม่ได้อยู่กับลูก และเครียดแค้นที่ตนเองถูกใส่ร้ายอย่างไม่เป็นธรรม
“ หม่อมแม่...…อย่าไปนะ…หม่อมแม่…ชายคิดถึงหม่อมแม่”
เสียงคุณชายกิตติในวัยเพียงสี่ขวบร้องเสียงผู้เป็นมารดาใจแทบขาด เมื่อมองเห็นนวลปรางหอบหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าในมือ และกำลังจะจากไป
เธอยกมือขึ้นปาดเช็ดน้ำตาที่ไหลรินนองสองแก้ม ยิ่งมองเห็นชายกิตติร้องร่ำไห้ ดื้อดึงจะวิ่งตามออกมา เป็นภาพที่ผู้เป็นแม่แทบขาดใจ
‘ ลาก่อนลูกรัก…หากชาตินี้ยังคงมีวาสนาต่อกัน สักวันเราคงได้พบกันอีก….ส่วนวังปาริฉัตรแห่งนี้ฉันจะจดจำความเจ็บซ้ำนี้ไปจนวันตาย’
.
.
…16 ปีต่อมา...
“ ลลิลมาช่วยแม่ยกกับข้าวไปให้คุณพ่อทีสิจ๊ะ”
“ ค่ะคุณแม่”
เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กหญิงวัยสาวสะพรั่ง ใบหน้าสวยหวาน ผิวขาวละเอียดราวหยวกกล้วย วิ่งตรงมายกสำหรับที่นวลปรางผู้เป็นแม่เรียกใช้
“ วิ่งกระโดกกระเดกยังกับม้าแม่ลิล แม่สอนกี่ครั้งแล้ว”
“ ลิลขอโทษค่ะ….”
เด็กสาวมีนิสัยร่าเริง มักทำอะไรให้ผู้เป็นแม่ต้องเอ็ดเข้าให้อยู่เป็นประจำ ถึงงานบ้านงานครัวไม่ได้ขาดตกบกพร่องเพราะคุณนวลปรางสั่งสอนทุกสิ่งทุกอย่างมากับมือ แต่นิสัยกระโดดโลดเต้นนี้ยังแก้ไม่หายเสียที แม้อายุจะพอที่จะออกเรือนได้แล้วก็ตาม
@ ไนท์ครับหรูกลางพระนคร
เสียงเพลงบรรเลงคึกคัก หนุ่มสาวหลายคู่ต่างควงแขนกันออกมาโชว์สเตป บรรยากาศแสงสีสมกับเป็นไนท์คลับสุดหรูกลางเมือง
หนุ่มสาวสังคมคู่หนึ่ง นั่งจิบไวน์กันอยู่ในมุมวีไอพีของร้าน
“สิงห์คะ คุณเรียนจบจากเมืองนอกมาแท้ๆ แต่กลับจะไปอยู่ในป่าในดงเนี่ยนะคะ “รสาสาวสวยสุดเพอเพค ลูกสาวคหบดีใหญ่ผู้มั่งคั่ง รูปร่างหน้าตา ฐานะ ไม่เป็นสองรองใคร
“คุณพ่อผมท่านไม่ค่อยสบายนะรสา ตอนนี้ก็มีแค่ผมเท่านั้นที่ต้องกลับไปดูแลปางไม้ รสาเข้าใจผมนะครับ เชียงใหม่ก็ไม่ได้บ้านป่าเมืองเถื่อนขนาดนั้น นั่งรถไฟเดี๋ยวเดียวก็ถึงแล้ว”
“คุณหางานทำที่นี่ไม่ได้เหรอค่ะ เงินคุณก็มี จะทำธุรกิจ ลงทุนอะไรก็ได้ ไม่เห็นต้องกลับไปที่ปางไม้เลยค่ะ นะคะสิงห์”
“มันจำเป็นนะครับ ผมไม่มีทางเลือก”
หญิงสาวหน้าเง้า เอียงคอซบลงที่ไหล่กว้างของชายหนุ่ม โดยที่ไม่ได้ตอบอะไรออกไป สิงห์ สิงหราช ลูกชายเพียงคนเดียว ทายาทปางไม้ที่ใหญ่ที่สุดทางภาคเหนือ คบหาดูใจกับรสา วงค์โชติกุล มาหลายปี จนใครๆ ก็คิดว่าทั้งคู่เหมาะสมและควรจะลงเอยกันในเร็ววัน
“งั้นคุณไปอยู่กับผมที่เชียงใหม่เลยดีไหม “
ร่างสูงดึงหญิงสาวเข้ามาแนบชิด มุมปากยกยิ้ม เขาวาดฝันอนาคตไว้กับรสา หวังว่ารสาจะเป็นแม่ของลูก จะมาเป็นนายหญิงให้กับปางไม้บดินทร์
“เออ….คือ…. รสายังไม่ได้คิดเลยค่ะ อีกอย่างคุณพ่อคุณแม่ท่านคงไม่ยอมให้รสาไปอยู่ไกลๆ แน่”
“งั้นผมจะเข้าไปคุยกับท่านเอง ถ้ารสาไม่ปฏิเสธ เรื่องคุยกับคุณพ่อผมจะรีบจัดการโดยเร็ว ให้สมเกียรติของครอบครัวคุณแน่นอน ผมรับรอง”
ชายหนุ่มดึงร่างบางเข้ามาแนบซบอก
“ค่ะ “หล่อนตอบรับออกไป แบบแบ่งรับแบ่งสู้ เหมือนมีอะไรในใจบางอย่าง
@ คฤหาสน์วงศ์โชติกุล
รถญี่ปุ่นสีเทาแล่นเข้ามายังตัวคฤหาสน์ของตระกูล วงค์โชติกุล ก่อนที่ร่างสูงของชายหนุ่มอย่าง สิงหราช จะก้าวลงจากรถมา พร้อมผู้ใหญ่ที่เขานับถือ วันนี้สิงหราช ตั้งใจว่าจะให้ผู้ใหญ่มาทาบทามสู่ขอรสา และแต่งงาน ย้ายไปอยู่ปางไม้ที่เชียงใหม่ด้วยกัน
“สวัสดีค่ะท่านไม่อยู่ค่ะไปปีนังตั้งแต่เย็นวานแล้วค่ะคุณ”
หญิงรับใช้ในชุดยูนิฟอร์มออกมารับหน้าแทนทั้ง ๆ ที่สิงหราชนัดหมายเรื่องมาสู่ขอ ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว การที่ผู้ใหญ่ฝั่งนี้ไม่ยอมพบ ชายหนุ่มรู้ทันทีแล้วว่า มันต้องมีอะไรแน่ ๆ
“รสา นี้มันหมายความว่ายังไงครับ คุณพ่อคุณแม่คุณ ไม่อยากพบผม ท่านไม่ยกคุณให้ผมใช่ไหม”
“สิงห์คะ ใจเย็นๆ นะคะ “ รสาเดินเข้าไปกุมมือชายหนุ่มเอาไว้ ก่อนจะหลบสายตาลง
“คุณมีอะไรจะบอกผมรึเปล่า” ชายหนุ่มหรี่ตาลงต่ำ
“คือ….รสาขอโทษนะคะสิงห์ รสาแต่งงานกับคุณไม่ได้จริงๆ คุณพ่อคุณแม่บังคับให้รสาแต่งงานท่านประกิต
“ ท่านประกิต!!?”
สิงหราชนิ่งงัน ไม่คิดว่าสิ่งที่ได้ยินจากหญิงคนรักจะเป็นเรื่องจริง
“คุณพูดอะไรน่ะรสา “หญิงสาวปล่อยโฮ บีบน้ำตานองสองแก้ม
“ผมจะต้องไปคุยกับคุณพ่อคุณแม่คุณให้รู้เรื่อง ผมกับคุณเราเป็น…..” ยังไม่ทันที่สิงหราชจะพูดจบประโยค เสียงบิดาของรสาก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“ใช่ ฉันยกลูกสาวให้แต่งงานกับท่านประกิตแล้ว กำหนดงานก็ต้นเดือนหน้านี้ คุณตัดใจเถอะ ฉันไม่ต้องการให้ลูกสาวคนเดียวของฉัน ต้องลำบากระหกระเหินไปอยู่ไกลถึงเชียงใหม่”
พูดจบบิดาของรสาก็เบือนหน้าหนีไปอีกทางทันที สิงหราชเองก็พูดอะไรไม่ออก ได้เพียงแต่หันไปสบสายตากับหญิงสาวคนรัก แต่ก็ไร้ซึ่งคำตอบใดๆ
ชายหนุ่มกัดฟันแน่น ดวงตาร้อนวาบสุดจะกลั้น เขาทำได้เพียงเดินกลับมาที่รถ และขับออกมาจากคฤหาสน์ตระกูลวงค์โชติกุลอย่างไร้จุดหมาย
********************************************