Love the mean 1.
คอนโด
ฝ่ามือหนาแตะคีย์การ์ดกำลังเปิดประตูเข้าห้องแต่ก็ต้องชะงักลงเมื่อเห็นห้องข้าง ๆ ที่ว่างมานานเปิดประตูโผล่หน้าออกมาเจ้าของห้องคนใหม่เห็นหน้าทีไรทำผมหงุดหงิดทุกทีอยากตะโกนใส่หน้าดัง ๆ แล้วถามขึ้นว่า ไม่เบื่อบ้างหรือไงตามจีบมากี่ปีแล้ว
"หวัดดี" ร่างเล็กโผล่เพียงใบหน้าออกมาจากในห้องเอ่ยทักขึ้นทันทีเมื่อเห็นผมที่หน้าประตูราวกับว่ารอผมอยู่เสียอย่างนั้น
"อืม"ผมตอบเพียงสั้น ๆ อย่างไม่สนใจสองเท้าก้าวกำลังจะเดินเข้าห้องแต่กลับมีเสียงหวานพูดขึ้นอีกครั้ง
"ไม่แปลกใจเหรอทำไมริสาถึงได้มาอยู่ห้องข้าง ๆ ภามละ"
"ก็ห้องมันว่างใครจะมาอยู่ก็ได้แปลกตรงไหน"
"ริสาขอซื้อห้องนี้กับเจ้าของห้องยังไงละราคาสูงมากแทบเป็นลม" มือเล็กยกขึ้นมาทาบอกคิดว่าผมจะเห็นใจหรือยังไง
"แล้ว ? "
"ก็แค่อยากบอกว่าภามสำคัญ อยากอยู่ใกล้ ๆ ริสาถึงยอมเสียเงินซื้อห้องแบบนี้ไง"
"ก็ไม่ได้ขอร้องให้ซื้อสักหน่อย"
"เชอะ! เข้าห้องดีกว่าไม่คุยกับภามแล้ว" น้ำเสียงเง้างอดว่าขึ้นก่อนจะปิดประตูลงแล้วคิดว่าผมสนใจไหมก็ไม่
"เฮ้อ" ผมที่เดินเข้ามาถอนหายใจทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟากลางห้องพลางคิดในใจต่อจากนี้ไปชีวิตของผมอยู่ไม่เป็นสุขอีกแน่เมื่อมีตัวป่วนมาอยู่ข้าง ๆ ห้อง
เธอผู้หญิงคนที่ตามจีบผมมานานหลายปีก็คนมันไม่ชอบจะให้ทำยังไงผมที่พยายามปฏิเสธเธอมาไม่รู้กี่ครั้งแต่ทุกครั้งก็ไม่มีปัญหาสำหรับเธอเลยสักนิดจนมาถึงปัจจุบันการจีบของเธอเพิ่มเริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อก่อนปากก็บอกแค่ว่าจีบนะแล้วก็ซื้อของมาให้เป็นบางหนทุกวันนี้คือทำทุกอย่างเพื่อจะได้ใจผมสินะล่าสุดถึงกับยอมเสียเงินหลักล้านซื้อคอนโดห้องข้าง ๆ ผมแต่แค่นั้นขนหน้าแข่งเธอก็ไม่ร่วงหรอก…..
ขณะที่นั่งพักเหนื่อยหลังจากเรียนหนักงานท่วมหัวเสียงกดกริ่งหน้าห้องกลับดังขึ้นไม่หยุดผมจึงรีบลุกสาวเท้าก้าวเดินไปเปิดประตูแต่พอเห็นคนด้านหน้ายืนยิ้มแฉ่งอยู่ในใจอยากจะด่าสักทีแล้วปิดประตูใส่
"มีไร กดกริ่งครั้งเดียวก็ได้ยินไม่ได้หูหนวกสักหน่อย" ผมเอ่ยขึ้นอย่างหงุดหงิดเมื่อมีคนมารบกวนใจ
"ทำกับข้าวมาให้ หวังว่าภามจะชอบ" มือบางยกขึ้นโชว์ถุงของกินต่าง ๆ ที่ตัวเองหิ้วมาไม่รู้ว่าทำเองหรือซื้อมากันแน่แต่ดูจากกิจลักษณะก็น่าจะซื้อมามากกว่า
"ไม่ชอบไม่หิว" ผมที่ว่าขึ้นทันควัน
"ชอบอะไรล่ะเดี๋ยวริสาไปทำให้ตอนนี้เลย" ยังไม่ละเลิกความพยายามอีกเหนื่อยจะพูดด้วยผมเลยคว้าถุงกับข้าวในมือเธอมาถือไว้
"ไม่ชอบอะไรทั้งนั้นแหละ แล้วก็ไม่ได้ชอบเธอด้วยเลิกพยายามได้แล้ว" ว่าจบผมก็ปิดประตูทันทีไม่รอให้เธออ้าปากพูดสักคำ
จะว่าผมใจร้ายก็ได้ ดีกว่าต้องมานั่งให้ความหวังกับคนที่ผมไม่คิดจะรัก
ผับเอสอาร์
"เบาหน่อยมึงไอ้ภาม ยังไม่ห้าทุ่มเลยเดี๋ยวได้เมาก่อนจะรีบยกไปไหน" เสียงของไอ้ไม้เพื่อนสนิทผมเอ่ยห้ามไว้เพราะตั้งแต่ผมมาถึงผับก็ยกแก้วแอลกอฮอล์ตรงหน้าไม่หยุด
ผมนัดพวกมันออกมาดื่มเองแหละวันนี้เบื่อ ๆ ขี้เกียจอยู่ห้องเดี๋ยวเจ้าของห้องข้าง ๆ มาทำให้ผมอารมณ์ไม่ดีอีกแค่คิดว่าเธอต้องคอยตามติดชีวิตผมก็หงุดหงิดแล้ว
"ไอ้ภามมันเมาเป็นด้วยเหรอวะ" ไอ้โรมที่ว่าประชดเสริมอย่างขำ ๆ ทั้งที่พวกมันก็รู้อยู่แก่ใจว่าผมดื่มไม่เก่งเอาซะเลยถึงแม้จะชอบมาเที่ยวสถานที่แบบนี้ก็เถอะ แต่ก็มาเพื่อเอาบรรยากาศแค่นั้นดีกว่าอยู่ห้องคนเดียวเหงา ๆ
ตอนนี้เราทั้งสามก็นั่งสังสรรค์กันอยู่ในห้องวีไอพีที่ประจำ ไอ้ไม้คือเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาตั้งแต่ปีหนึ่ง ส่วนไอ้โรมนี่สนิทกับมันมาสิบปีได้แล้วมั้ง ยังมีหน้าตามมาเรียนวิศวะกับผมอีก ส่วนอีกคนก็ไอ้ธีร์รายนั้นติดเมียฉิบหายชวนมาดื่มกันสักหน่อยก็กลัวว่าเมียจะบ่นถ้ามันเอาบูชาได้ผมว่ามันคงทำไปแล้ว
"กูรู้ลิมิตตัวเองน่า พวกมึงอะหุบปากแล้วแดกไปเถอะ"
"อารมณ์ไหนครับ ช่วงนี้ชวนออกบ่อยนะเรา" ไอ้ไม้พูดขึ้นเมื่อเห็นถึงความผิดปกติของผมหนึ่งสัปดาห์มีเจ็ดวันผมชวนพวกมันออกมาสังสรรค์แล้วหกวัน
"อารมณ์เบื่อ ๆ เหงา ๆ ขี้เกียจอยู่ห้อง" ผมที่เอ่ยขึ้นพร้อมกับยกแก้วแอลกอฮอล์กระดกรวดเดียวจนหมด
"ท่าจะเบื่อจริง" ไอ้โรมที่เห็นเช่นนั้นจึงว่าเสริม
"หาแฟนสักคนดิเพื่อจะหายเหงาชีวิตจะได้มีสีสันบ้าง ไม่งั้นก็มาซื้อกินเหมือนพวกกู"
"กูขออยู่เหงา ๆ แบบนี้ดีกว่าวะ" ผมตอบไอ้ไม้ไป
ถ้ามีแฟนแล้วต้องโดนทิ้งไม่ไยดีเหมือนพ่อผม ผมขออยู่คนเดียวไปตลอดชีวิตซะยังดีว่า
เวลาล่วงเลยมาจนผับใกล้ปิดมีเพื่อนทั้งสองหิ้วแขนทั้งสองข้างของผมเดินออกจากผับพร้อมกับเสียงบ่นไม่หยุดมาจนถึงลานจอดรถก่อนที่พวกมันจะทิ้งผมไปนั่งที่เบาะหลัง
"ครับไอ้คนรู้จักมิลิตตัวเอง" หลังจากที่พวกมันขึ้นมานั่งบนรถเรียบร้อยแล้วเป็นไอ้โรมที่หันมาว่าผมอย่างเอือม ๆ
"กูไม่ได้เมาขนาดนั้นสักหน่อย"
"เออ ไม่ได้เมาก็แค่เดินไม่ตรงจนพวกกูได้หิ้วมาขึ้นรถนี่ไง" ไอ้ไม้ทั้งที่มันขับรถอยู่เสือกหันมาว่าผมอีกคน
เวลาต่อมา
ใช้เวลาในท้องถนนไม่นานก็มาถึงยังคงเป็นพวกมันเหมือนเดิมที่คอยหิ้วท่อนแขนผมทั้งสองข้างขึ้นมาบนคอนโด
"ปล่อยกูน่ากูเดินเองได้" ผมสะบัดมือพวกมันทั้งสองออกก่อนที่ตัวเองจะเซไปพิงผนังหน้าห้องนิดหน่อย
"คีย์การ์ดมากูจะเปิดห้องให้ไอ้เวร"
"หลีกกูเปิดเองได้น่าไอ้โรม"
"เออ ๆ "
ขณะที่ผมกำลังตั้งอกตั้งใจเปิดประตูแต่มันก็ยังคงเปิดไม่ได้สักทีพวกมันทั้งสองก็ได้แค่ยืนกอดอกมองอย่างเอือม ๆ ไม่มีใครช่วยสักคน ไม่ทันไรนั้นทว่าห้องข้าง ๆ คนที่ผมไม่อยากเจอดันเปิดประตูออกมาเรียกความสนใจให้เพื่อนผมได้เป็นอย่างดี ดึกดื่นจนแทบจะเช้าอยู่แล้วไม่หลับไม่นอนหรือไง
"อ้าวริสา มาอยู่ห้องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่" เป็นไอ้โรมที่ทักเธอขึ้นพวกมันทั้งสองรู้ดีว่าเธอคิดยังไงกับผมแต่คงไม่คิดสินะว่าเธอจะมาอยู่ห้องข้าง ๆ ผม
"พึ่งย้ายมาอยู่เมื่อวานน่ะ" ร่างบางตอบแล้วหันมามองผมที่ยังคงยืนพิงผนังหน้าห้องอยู่เช่นเดิม
"ยังไม่นอนเหรอ จะออกไปไหน" ไอ้ไม้ที่ถามซึ่งผมเองก็อยากรู้เหมือนกัน
"พึ่งทำงานเสร็จ หิว เลยจะออกไปหาอะไรกินที่ร้านสะดวกซื้อนิดหน่อย"
"อ๋อ ฝากซื้อยาแก้แฮ้งค์ให้ไอ้ภามด้วยนะ"
"โอเค" ตอบรับแล้วเธอก็เดินออกไปเลยไม่รอให้ผมได้ปฏิเสธผมจึงค่อย ๆ หันมามองเพื่อนตัวเองอย่างคาดโทษจะให้เธอมายุ่งวุ่นวายทำไมพวกมันก็รู้ว่าผมไม่ชอบ