เช้าวันใหม่
คณะวิศวกรรมศาสตร์
ของขวัญ
“พี่คะ เอสเพรสโซ่หวานน้อยหนึ่งแก้วค่ะ”
“รอสักครู่นะคะ” ฉันพยักหน้าพร้อมกับส่งยิ้มบางๆไปให้ ไม่นานกาแฟที่สั่งก็วางตรงหน้า หลังจากที่จ่ายเงินเรียบร้อยก็เดินออกจากร้านตรงไปที่โรงอาหารทันที
“พี่ๆสวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้พี่แก๊งอีเวิล จากนั้นก็หันไปมองเพื่อนตัวเองที่นั่งอยู่ “หวัดดีมึง”
“อือ”
“เออ” ฉันมุ่ยหน้าส่งไปให้เพื่อนตัวดีถ้าพวกมึงไม่อยากตอบก็ไม่ต้องก็ได้นะ ยัยพราวไม่เท่าไหร่ เวลานี่ดิหนักสุด จากนั้นก็หันไปสนใจอีกคนทันที
“พี่แทนคะ” เมื่อมาถึงโต๊ะก็วางกาแฟไว้ตรงหน้า “กาแฟเรียกว่าคอฟฟี่ แล้วเมื่อไหร่พี่จะเรียกว่าที่รัก”
“ฮิ้วๆ มาแล้วครับ ประโยคแรกของวันนี้” พี่ขุนป้องปากแซวขึ้น พี่ไนท์มองมาที่ฉันยิ้มๆ ส่วนพี่สิงห์ยกยิ้มมุมปากส่งมาให้
พี่แทนละสายตาจากโทรศัพท์มองฉันนิ่งๆ แล้วก้มหน้าเล่นโทรศัพท์เหมือนเดิม อะ..อ้าว สนใจหน่อยก็ไม่ได้ ไล่สายตาไปมองพี่ขุนที่ชูสองนิ้วส่งมาให้ไม่ต่างจากเพื่อนของฉัน ส่วนพี่ไนท์และพี่สิงห์ก็ยกยิ้มมุมปากเช่นเคย
“ของขวัญไปซื้อข้าวได้แล้ว” เวลาสะกิดที่แขนหยิกๆ “เดี๋ยวก็เป็นเหมือนวันนั้นหรอก”
“เออๆ” พูดจบก็ลุกขึ้นยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์สบตากับพี่แทนที่กำลังมองฉันอยู่ “ขวัญให้พี่พักหัวใจก่อนนะ เดี๋ยวกลับมาทำให้ใจสั่นใหม่”
“ไปได้แล้ว” เวลาลากฉันออกจากตรงนั้นทันที ส่วนยัยพราวหลัวนางซื้อไว้ให้ตั้งแต่เช้าแล้วจ้า เฮ้อ! เมื่อไหร่จะมีหลัวเป็นของตัวเอง “กินอะไร”
“อาหารสิ้นคิด”
“อาหารอะไรของมึงวะ” เวลาขมวดคิ้วมองฉันด้วยความสงสัย
“ก็กระเพราไง” ฉันตอบออกไปด้วยท่าทางกวนๆ “ไปกัน” แล้วลากนางไปยังร้านอาหารตามสั่งที่อยู่ฝั่งซ้ายของโรงอาหาร
“ป้าคะ กระเพราหมูกรอบไข่ดาวค่ะ”
“หนูเอาข้าวผัดหมูไข่ดาวค่ะ”
“รอสักครู่นะลูก” เมื่อฉันและเวลาสั่งข้าวเสร็จก็เดินออกมายืนรออยู่ข้างๆเพื่อให้คนอื่นได้สั่ง รอไม่ถึงยี่สิบนาทีก็เสร็จ เมื่อจ่ายเงินเรียบร้อยแล้วก็กลับไปหาพวกพี่ๆแก๊งอีเวิลเช่นเดิม
“ทำไมวันนี้ป้านีทำกับข้าวไม่อร่อยเลยวะ” ฉันเดินเข้ามาได้ยินพี่แทนบ่นพอดี ฮึ! เสร็จ นั่งลงตรงหน้าเขาแล้วส่งประโยคเด็ดไปให้อีกครั้ง
“ขวัญเป็นคนทำกับข้าวอร่อย ไม่ได้อ่อยนะ แค่พูดเรื่องจริง”
ปึก! “เฮ้อ! เมื่อไหร่จะเลิกเตาะฉันสักที” หลังจากที่พี่แทนดื่มน้ำเสร็จก็พูดขึ้น
“เลิกได้ไง ก็มันรักไปแล้วอยากที่จะถอนใจ” ฉันตอบพร้อมกับสายตาแพรวพราว
“น้องขวัญครับ”
“ค่ะ” หันขวับไปมองพี่ขุนทันทีที่เขาเรียก
“ถามจริงไอ้คำหยอดที่จีบไอ้แทนคิดนานไหมครับ”
“ไม่ได้คิดนานเลยค่ะ ก็อปเขามา” ฉันเอามือป้องปากตอบพี่ขุนแต่ได้ยินกันทั้งโต๊ะ
“ไอ้แสบเอ๊ย” พี่ขุนหัวเราะขึ้นเสียงดัง คุยกับพี่ขุนจบ ฉันก็ลงมือกินข้าวอย่างเงียบๆแต่ก็มีแอบชำเลืองตาดูคนตรงหน้าเป็นครั้งคราว หลังจากนั้นพวกเราสามสาวก็กลับคณะตัวเอง
คณะอักษรศาสตร์
“เพื่อนขวัญมาแล้วหรอครับ”
“ไอ้ฟิวส์ มาแบบนี้ทีไรมีเรื่องทุกที” กระซิบกับเพื่อนสาวให้ได้ยินแค่สามคนแล้วลากสายตาไปมองมันอย่างไม่ไว้ใจ “มีอะไร”
“แฮ่ๆ พรีเซ็นงานให้กูหน่อย กูรู้สึกไม่สบาย” เมื่อไอ้ฟิวส์พูดจบพราวและเวลาก็เดินไปนั่งปล่อยให้ฉันเคลียร์กับมันสองคน ตามจริงมันก็คือการกลุ่มเรานั้นแหละ
“ไม่สบายหรือมึงแฮ็งค์” ฉันกอดอกมองเพื่อนเวรนิ่งๆ ด้วยความหมั่นไส้เป็นถึงประธานรุ่นซะเปล่าเวร
“แฮ่ๆ เหมือนกันนั้นแหละเพื่อนขวัญ” มันพูดขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มแห้งๆไปให้
“ยัยฝนละ” ถามถึงสมาชิกอีกคนที่ทำด้วยกัน
“หนักกว่ากูอีก” ไอ้ฟิวส์พูดจบก็พยักพเยิดหน้าไปที่โต๊ะตัวหนึ่งที่มีนักศึกษาสาวท่านหนึ่งหลับอยู่ เวร
“เออๆ เตรียมไฟล์ให้พร้อมแล้วกัน” หลังจากนั้นฉันก็เดินเข้าไปนั่งกับเพื่อนตัวเองประจวบกับอาจารย์ประจำวิชาเดินเข้ามาสอนพอดี
กลุ่มของยัยพราวเริ่มพรีเซ็นเป็นกลุ่มแรกไล่มาเรื่อยๆจนกระทั่งกลุ่มฉันเป็นกลุ่มสุดท้ายที่พรีเซ็นในวันนี้
“เฮ้อ! เหนื่อยเป็นบ้า”
“จริง แค่พรีเซ็นงานแค่นี้ทำไมรู้สึกว่าสมองเหนื่อยล้าจัง” เวลาพูดเสริมยัยพราวที่นั่งบิดตัวไปมา
“แสดงว่าร่างกายต้องการน้ำตาล ไปกันเถอะ” ฉันพูดขึ้นในขณะที่เก็บของไปด้วย
“โรงอาหารคณะเรา”
“โนจ๊ะ โรงอาหารคณะวิศวะ” ฉันตอบเวลาพร้อมกับยิ้มกว้างอวดฟันขาว “ไปได้แล้ว”
12.00 น.
โรงอาหารคณะวิศวะ
“ขวัญ”
“เรียกกูทำไมพราว” ฉันหยุดเดินหันหน้ามองเพื่อนพร้อมกับขมวดคิ้วด้วยความสงสัย นางไม่ตอบอะไรเพียงแต่พยักพเยิดหน้าไปตรงกลางโรงอาหารแค่นั้น มองตามที่นางบอกก็รีบสาวเท้าเข้าไปมี่โต๊ะทันที ฮึ! พล็อตเรื่องเหมือนเดิมเลยเนอะ
โอ้ย!!! เฮ้ย!! เมื่อมาถึงก็แทรกเข้าไปนั่งตรงกลางทันทีจนแม่อกนมตูมลุกออกไปยืนข้างๆโต๊ะ ส่วนเพื่อนๆของฉันก็เดินเข้าไปนั่งตรงที่ว่าง
“เกะกะ”
“แกอะสิ อีบ้า” นางยืนย้ำเท้าไปมาพูดขึ้นด้วยเสียงแหลมแสบแก้วหู
“นี่หล่อนเอานมถอยไปเลยค่ะ พี่แทนเขาอยากกินข้าว ไม่ได้อยากกินเธอ”
“ปากดีจังเนอะ ทีตัวเองอ่อยเขามาเกือบเดือน แต่เขาไม่เอา” นางนมตูมกอดอกมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า “ไม่เหมือนฉันอยู่เฉยๆเขาก็เรียกไปหาที่คอนโด”
“เฮอะ เคยคะ…”
“หยุดทั้งคู่นั้นแหละ” พี่แทนพูดขึ้นเสียงดังจนนักศึกษาที่นั่งอยู่บริเวณนี้มองมาด้วยความสนใจ แต่เขาก็ไม่ใส่ใจ พี่แทนปลายตามองฉันแล้วหันไปมองแม่นมตูมอีกครั้งพูดเน้นเสียงทีละคำ “ออกไปจากตรงนี้ซะ”
เมื่อเหตุการณ์สงบพี่แทนมองฉันนิ่งๆและถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พูดขึ้น “ผู้หญิงอะไรวะจีบผู้ชายก่อน” อะ..อ้าว แล้วมันผิดตรงไหนอะ
“ไม่มีความเป็นผู้หญิง” ก็มีเหมือนผู้หญิงอยู่นะ เต็มไม้เต็มมือซะด้วย ก้มมองตัวเองเงยหน้าขึ้นมาก็เจอกับเพื่อนทั้งสองคนมองมาที่ฉันเป็นตาเดียวพร้อมกับถลึงตาส่งมาให้ “ไม่มีความเรียบร้อย” ฮึ! เปิดมาขนาดนี้ของขวัญจัดให้
“เป็นคนเรียบร้อยอ่ะเป็นยาก แต่ถ้าเป็นคนที่รักเธอมากขวัญอ่ะเป็นได้”