บทที่ 11 ข้อแลกเปลี่ยน

2194 Words
บทที่ 11 ข้อแลกเปลี่ยน มู่หรงซานและหลี่จื่อเวยหันมาสบตากันอีกครั้ง ความแปลกใจฉายชัดอยู่ในดวงตาของทั้งสอง หลี่จื่อเวยขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะครุ่นคิดในใจ ห่านสองตัวนั่นมันพูดได้เหรอ? วิเศษเกินไปแล้ว สำหรับนางแล้วถือว่าไม่ใช่เรื่องที่แปลกใหม่เท่าใดนัก แม้แต่นางยังทะลุมิติมาเลย นับประสาอะไรกับแค่ห่านพูดได้ มู่หรงซานผละออกจากหลี่จื่อเวย ก่อนจะจับมือของภรรยาเอาไว้และเดินขึ้นมาจากแม่น้ำ พร้อมกับจ้องมองห่านสองตัวนั้น เจ้าห่านสองตัวตอนนี้ตัวหนึ่งล้มป่วยลง และกำลังนอนราบไปกับพื้นคล้ายว่าจะเจ็บขาทั้งสองข้าง ส่วนเจ้าห่านอีกตัวไม่ได้รับบาดเจ็บ เมื่อมันเห็นคนทั้งสอง จึงเอ่ยถามทันที "พวกเจ้าได้ยินข้าใช่หรือไม่ ช่วยข้าด้วยเถิด ช่วยภรรยาข้าด้วย" มู่หรงซานที่ได้ยินเช่นนั้นก็คว้าตัวหลี่จื่อเวยเข้ามากอด ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่หวาดหวั่น "จือจือ เจ้าดูสิ ผีห่าน!!!" หลี่จื่อเวยหันมามองมู่หรงซานเล็กน้อย ผีห่านกับผีน่ะสิ โง่บัดซบจริงเชียว นี่มันห่านวิเศษ สวรรค์จะต้องเห็นว่านางย้อนเวลามาพบเจอกับสามีเฮงซวย จึงคิดจะส่งห่านสองตัวนี้มามอบให้นางเพื่อเป็นการชดเชยใช่หรือไม่ แล้วทำไมไม่มอบเงินมากันนะ เอามาทำไมห่านสองตัวนี่น่ะ เจ้าห่านตัวที่ไม่บาดเจ็บมีท่าทางกระวนกระวาย มันแผดเสียงร้องก่อนจะกระพือปีก และเอ่ยอย่างร้อนรน "ช่วยด้วยเถิด ข้าเป็นเทพเซียนที่ถูกสวรรค์ลงโทษให้มาชดใช้กรรมให้เกิดมาเป็นห่าน หากพวกเจ้าช่วยเรา ข้าสามารถให้พรพวกเจ้าได้สามข้อ" หลี่จื่อเวยอุทานว่าว้าวออกมาเบาๆ ก่อนจะพยักหน้าอย่างรวดเร็ว "ได้สิ ข้าจะช่วยเจ้าเอง" มู่หรงซานหันขวับมามองหลี่จื่อเวยทันที ก่อนจะเอ่ย "ภรรยาจ๋า นั่นมันห่านผี เจ้ากำลังคุยกับผีอยู่นะ" "ผีที่ไหนกัน มู่หรงซาน ข้าจะเลี้ยงพวกมันเอาไว้ ไม่แน่ว่าเราอาจจะมีโชคก็ได้นะ" "แต่มันเป็นห่านผี!!!" "เดี๋ยวก็ทุบสักที บอกให้หุบปาก!!!" มู่หรงซานรีบยกมือขึ้นปิดปากตนทันทีเพราะกลัวโดนภรรยาทุบ เขามองห่านสองตัวนั้นอย่างหวาดระแวง หลี่จื่อเวยฉีกชายกระโปรงของตนออก ก่อนจะค่อยๆ ปฐมพยาบาลเจ้าห่านตัวที่บาดเจ็บอย่างทะนุถนอม คาดว่ามันคงจะเป็นตัวเมีย ส่วนห่านไม่ได้บาดเจ็บคือตัวผู้เป็นแน่ การกระทำของเธอทำให้มู่หรงซานขมวดคิ้วมุ่น ภรรยาเขาตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาก็แปลกเข้าไปทุกวัน หนักสุดนางพูดกับห่านแล้ว!!! เมื่อทำทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว หลี่จื่อเวยจึงเอ่ยกับเจ้าห่านตัวผู้ทันที "ไหนเจ้าบอกว่าเป็นเทพเซียนมาชดใช้กรรม แล้วทำไมไม่ใช้พลังที่มีรักษาขาให้เมียเจ้าเล่า" เจ้าห่านตัวผู้กลอกตามองบน ก่อนจะเอ่ย "ข้าถูกลงโทษและยึดพลังไป โชคดีที่ก่อนจะโดนไล่มาที่นี่ข้ากินผลโสมวิเศษเข้าไป จึงทำให้พอมีพลังเหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง ข้าสามารถให้พรมนุษย์ได้และช่วยได้ในบางเรื่อง ให้ตายเถอะ โดนไล่มาเกิดในสภาพทุเรศเช่นนี้แล้วยังต้องมาเจอคนใจร้ายทำร้ายเอาอีก พวกมันจะจับข้ากับภรรยาไปตุ๋นกิน" หลี่จื่อเวยที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามต่อ "ถามหน่อยสิ พวกเจ้าทำอะไรผิดมากันหรือ จึงถูกทำโทษมาเป็นห่านเช่นนี้" "สมสู่กันในวันต้องห้ามของสวรรค์" หลี่จื่อเวยที่ได้ยินเช่นนั้นก็หลุดหัวเราะออกมา เจ้าห่านตัวผู้หันขวับมามองนางตาขวาง ก่อนจะเอ่ย "น่าขบขันนักหรือ ก็ตอนนั้นข้าใจร้อนจึงไม่ทันระวัง" "เอาเถิดๆ ข้าจะเลี้ยงพวกเจ้าเอาไว้เอง พวกเจ้าบอกว่าสามารถให้พรมนุษย์ได้สามข้อใช่หรือไม่" “ใช่แล้ว แต่สามารถให้ได้แค่คนเดียวเท่านั้น ถือว่าเป็นการตอบแทนที่เจ้าช่วยภรรยาข้า ข้าเลือกเจ้าก็แล้วกัน” เจ้าห่านตัวผู้เอ่ยจบก็เดินเข้าไปหาเจ้าห่านตัวเมียอย่างอ่อนโยน มู่หรงซานมองภาพตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยขึ้นมา "จือจือ เจ้าจะพามันกลับบ้านเราจริงหรือ" "ใช่แล้ว" "หากมันฆ่าคนในบ้านตายเล่าจะทำเช่นไร" "มู่หรงซาน เชื่อข้า เจ้าห่านสองตัวนี้่ไม่ทำอันตรายพวกเราหรอก เชื่อข้าสิ ไม่แน่่ว่ามันอาจจะเป็นตัวนำโชคก็ได้นะ เจ้าเชื่อคำพูดข้าเถอะน่า รับรองไม่มีปัญหา" เมื่อได้ยินเช่นนั้นมู่หรงซานก็อับจนหนทางจะทัดทาน เขาพยักหน้าพร้อมกับมองเจ้าห่านสองตัวด้วยแววตาหวาดระแวง หลี่จื่อเวยจัดการอุ้มเจ้าห่านตัวเมียขึ้นมาอย่างอ่อนโยน พร้อมกับลูบหัวของมันเล็กน้อย นางตั้งใจจะพามันกลับไปดูแลที่บ้านสวน เลี้ยงพวกมันไว้เฝ้าบ้านสวนก็คงจะดีไม่น้อย "มู่หรงซาน เจ้าอุ้มห่านตัวผู้ที" "ไม่เอาละ ข้ากลัวมัน" มู่หรงซานรีบส่ายหน้าไปมา ในขณะเดียวกันเจ้าห่านตัวผู้ก็รีบเอ่ยขึ้นมาทันที "ข้าก็ไม่อยากให้เจ้าอุ้มเหมือนกัน แค่มองปราดเดียวข้าก็รู้แล้วว่าเจ้ามันเป็นคนขี้เกียจไม่เอาไหน หน้าตาก็ไม่หล่อเหลาเท่าข้า ออกจะน่าเกลียดด้วยซ้ำ" มู่หรงซานที่ได้ยินเช่นนั้นจึงหันมามองห่านตัวผู้ด้วยแววตาที่เย็นชาทันที "เจ้าอยากโดนตุ๋นหรือไม่!!!" "ตุ๋นกับผีน่ะสิ เดี๋ยวก็กระโดดตีให้หน้าแหกซะนี่!!!" "โอ๊ย หยุดทั้งคนทั้งห่านนั่นแหละ!!!! ตามข้ามา ใครมีปัญหาข้าทุบคนนั้น" หลี่จื่อเวยเอ่ยจบก็เดินกลับไปที่บ้านสวนทันที โดยมีเจ้าห่านตัวผู้เดินตามมาด้วย ด้านมู่หรงซานนั้นก็หรี่ตามองเจ้าห่านตัวผู้เล็กน้อย ก่อนจะคิดในใจ ห่านผี!!! วันไหนเจ้าเผลอข้าจะเอาเจ้าไปตุ๋นน้ำแกงแน่นอน บทที่ 12 ขโมยห่าน เมื่อกลับมาถึงบ้านสวนแล้วก็พบว่า มู่หรงฮูหยินและนายท่านมู่หรงผู้เป็นพ่อแม่สามีกำลังเพิ่งกลับมาจากที่สวนเช่นเดียวกัน ส่วนคนตระกูลหลี่นั้นก็เดินตามกลับมาติดๆ อีกทั้งยังบ่นว่าวันนี้เหนื่อยเหลือเกิน อาหารก็กินไม่อิ่ม ต้องกินแต่ผักไม่ได้กินเนื้อเลยสักมื้อ มู่หรงฮูหยินที่เห็นว่าหลี่จื่อเวยอุ้มห่านกลับมาตัวหนึ่ง อีกทั้งยังมีห่านอีกตัวเดินตามมาด้วย จึงเอ่ยถามทันที "จือจือ เจ้าไปเอาห่านมาจากไหนกัน" หลี่จื่อเวยที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มตาหยี ก่อนจะตอบ "ข้าเห็นว่ามันได้รับบาดเจ็บน่ะเจ้าค่ะ จึงพากลับมารักษา ตั้งใจว่าจะเลี้ยงเอาไว้เฝ้าสวน ข้าขอเลี้ยงมันนะเจ้าคะท่านแม่" มู่หรงฮูหยินที่ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าพร้อมกับยิ้มออกมาเล็กน้อย ด้านหลี่ฮูหยินก็เอ่ยกับหลี่จื่อเวยทันที "นี่จือจือ พ่อเจ้าพักนี้ล้มป่วยสุขภาพไม่ดี เจ้าจะเลี้ยงเอาไว้ทำไมกัน ไม่สู้นำมันมาตุ๋นน้ำแกงให้พ่อเจ้ากินไม่ดีกว่าหรือ มีที่ไหนกัน บิดาไม่สบายแทนที่จะหาของดีๆ มาบำรุง กลับเอามาเลี้ยงให้สิ้นเปลืองอาหารไปอีก" หลี่จื่อเวยที่ได้ยินเช่นนั้น จึงหันมามองหลี่ฮูหยิน ก่อนจะเอ่ย "ข้าจะเอามาเลี้ยง ไม่ได้จับมันมาตุ๋นน้ำแกงให้ผู้ใดกิน หากอยากหาอาหารดีๆ มาให้ท่านพ่อ ก็ช่วยกันทำงาน ล่าสัตว์ป่ามาสิ วันนี้ข้าได้ปลามาตั้งเยอะ ท่านก็ทำน้ำแกงปลาให้ท่านพ่อดื่มเสียหน่อย" "จือจือ แม่ว่า..." "ท่านไม่ใช่แม่ข้า แล้วอย่ามาใช้สายตาเช่นนี้มองข้าอีก ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน" หลี่จื่อเวยเอ่ยจบก็เดินจากไปทันที เมื่อจัดการอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็มาทำอาหารกินกันอย่างง่ายๆ วันนี้แม่สามีได้ผักกูดกลับมาหลายต้น หลี่จื่อเวยจึงทำผัดผักกูดและอาหารง่ายๆ สองสามอย่าง ทำอาหารกันไปไม่นานลุงกู้ก็กลับมา บอกว่าขายปลาได้ตั้งสองตำลึง หลี่จื่อเวยรับเงินมาดู ก่อนจะมอบให้ลุงกู้ไปถึงห้าสิบอีแปะ ลุงกู้ดีใจพูดขอบคุณนายไปตั้งมากมาย หลี่จื่อเวยมอบเงินที่เหลือให้แม่สามี มู่หรงฮูหยินส่ายหน้า ก่อนจะเอ่ย "เจ้าเก็บเอาไว้เถอะ ข้าน่ะยังมีเงินอยู่ไม่ได้ขัดสน เจ้าเอาไว้ใช้อยากซื้อสิ่งใดก็ซื้อ ข้าไม่เอาเงินเจ้าหรอก" "ท่านแม่ เราอยู่ด้วยกัน ย่อมต้องช่วยเหลือกันเจ้าค่ะ" "ข้ารู้ แต่เจ้าเก็บไว้ใช้เถอะนะ" "เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ" "อืม" มู่หรงฮูหยินมองหลี่จื่อเวยด้วยความเอ็นดู ลูกสะใภ้ของนางผู้นี้เมื่อเข้าสู่ช่วงลำบากกลับขยันขันแข็งไม่เคยบ่นเลยแม้แต่คำเดียว ต่างจากบุตรชายนางที่เอาแต่บ่นไม่หยุดปาก เพราะคืนนี้เหนื่อยล้าเหลือเกิน จึงไม่ได้ตัดไม้ไผ่มาทำเล้าให้ห่านทั้งสองตัว หลี่จื่อเวยจึงให้มันนอนในห้องเก็บของไปก่อน โดยหาผ้้ามาปูให้พวกมัน เอาน่า อย่างไรก็เป็นถึงห่านเทพตกอับ ย่อมเคยใช้ชีวิตสุขสบายมาไม่น้อย ต้องดูแลให้ดีเสียหน่อย เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลี่จื่อเวยจึงกลับมานอนทันที นางปรายตามองมู่หรงซานที่ยามนี้กำลังนั่งมองนางด้วยแววตาที่หวานล้ำ นางได้กลิ่นสุราอ่อนๆ โชยมาจากตัวเขาก็รู้สึกโมโหขึ้นมาทันที "นี่มู่หรงซาน เจ้าไม่ได้กินสักวันมันจะตายหรือ" มู่หรงซานยิ้มตาหยี ก่อนจะเอ่ย "วันนี้กินน้อยลงแล้วนะจือจือ" "หึ หลีกไปข้าจะนอน" หลี่จื่อเวยเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยล้า มู่หรงซานยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะดึงภรรยาเข้ามากอดแล้วล้มลงไปบนเตียงด้วยกัน หลี่จื่อเวยยกมือตีเขาอย่างไม่ลดละ แต่มู่หรงซานคล้ายว่าจะหน้าหนามากกว่าเดิม เข้ากอดนางไม่ยอมปล่อย ก่อนจะเอ่ย "อันใดกัน แต่งงานก็นานแล้ว ไม่ให้สามีนอนด้วยได้อย่างไร" "ไสหัวไปเลยนะ" "ไม่!! ข้าจะนอนตรงนี้" "มู่หรงซาน!!!" "นอนกอดเฉยๆ ไม่ได้หรือ ข้ายังไม่ได้คิดจะทำสิ่งใดเลยนะ" หลี่จื่อเวยที่ได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ย "น่ารำคาญ อย่ากวนข้า ข้าจะนอน เหม็นสุรา!!!" นางพลิกตัวไปอีกด้านไม่ยอมสบตากับมู่หรงซาน ก่นจะหาผ้าห่มมาพันตนเองเอาไว้ไม่ให้เขาล่วงล้ำมาหาตนได้ มู่หรงซานที่ได้เห็นเช่นนั้นก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะคิดในใจ เมื่อใดกันที่ภรรยาของเขาน่าค้นหาถึงเพียงนี้ ให้ตายเถอะ อยากจะกระชากผ้าห่มออกแล้วปลุกปล้ำนางยิ่งนัก แต่ไม่ดีกว่า เขาไม่อยากตายก่อนวัยอันควร!!! ค่ำคืนนี้เงียบสงัด หลี่ฮูหยินพร้อมกับบุตรสาวบุตรชายทั้งสองกำลังเดินมาที่ห้องเก็บของอย่างเงียบๆ เป้าหมายคือห่านสองตัวนั้น "นี่หยวนเอ๋อร์ หากเจ้าจับมันได้ก็หักคอมันเลยนะ แล้วเอามาตุ๋นกินกัน" "ขอรับท่านแม่" หลี่หยวนรับคำ ก่อนจะเดินย่องๆ เข้าไปในห้องเก็บของ เมื่อเห็นว่าห่านสองตัวกำลังนอนกกกอดกันอยู่อย่างแนบชิด หลี่ฮูหยินก็ยิ้มด้วยแววตาเป็นประกาย ก่อนจะเอ่ยกับบุตรชายบุตรสาว "จัดการมัน!!!" แต่ทว่าหลี่หยวนเพียงเดินเข้าไป จับได้เพียงแค่หาง ก็ถูกห่านตัวผู้กระโดดตีจนปากแตก เขาส่งเสียงร้องไม่เป็นภาษา หลี่อินที่เห็นเช่นนั้นก็ตกใจจนวิ่งหนีไปไม่สนใจมารดาตนเอง ทิ้งให้หลี่ฮูหยินถูกห่านตัวผู้ไล่ตีจนหน้าคะมำล้มไปกับพื้น สองแม่ลูกร้องโอดครวญจนลั่นบ้าน เดือดร้อนคนในบ้านสวนตื่นมากลางดึกต้องวิ่งเข้ามาดู เมื่อเห็นภาพตรงหน้า หลี่จื่อเวยก็พอเดาเรื่องราวได้ทั้งหมด นางรู้สึกอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ เสียจริงๆ ทำดีมากห่านเทพตกอับ ตีมันอีก ตีพวกมันให้หน้าแหกไปเลย!!!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD