บทที่ 12 กิจกรรมหลังต้นไม้
เรื่องราวจบลงที่หลี่ฮูหยินและบุตรชายบาดเจ็บจนล้มป่วย ไม่บอกทุกคนก็เดาเรื่องราวออก สองแม่ลูกนั้นคิดจะจับเจ้าห่านมากินสินะ แต่เจ้าห่านกลับดุร้ายไม่ยอมให้จับโดยง่ายๆ
รุ่งเช้าวันต่อมา มู่หรงซานถูกหลี่จื่อเวยปลุุกขึ้นมาแต่เช้า นางบอกว่าให้เขาไปช่วยตัดต้นไผ่มาทำเล้าให้กับเจ้าห่าน รวมถึงไก่ป่าที่จับมาได้นางก็ทำเล้าให้มันอยู่ด้วย นางจะเลี้ยงมันเอาไว้เก็บไข่ขาย อย่างน้อยคงจะมีรายได้เพิ่มมาอีกทางหนึ่งด้วย เมื่อใดที่บ้านเมืองสงบ นางคิดจะเปิดร้านอาหารเล็กๆ สักหนึ่งร้านหารายได้มาใช้จ่ายหมุนเวียน
มู่หรงซานตัดไผ่ไปก็หาวไป เขารู้เรื่องที่ห่านผีทุบตีคนตระกูลหลี่แล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ เจ้าห่านนี่ก็น่าสนใจดี หากเอามันไปตีพนันคงได้เงินมาไม่น้อย
ระยะนี้เขาไม่ได้เล่นการพนันที่ไหนเลยด้วยซ้ำ รู้สึกว่าชีวิตเงียบเหงาและไร้รสชาติไปเสียหน่อย เมื่อคิดถึงสหายอย่างหวังเจี้ยนและจ้าวจิ้นเขาก็เศร้าใจขึ้นมาเล็กน้อย ตั้งแต่เกิดเรื่องก็ไม่ได้พบเจอสหายทั้งสองอีกเลย
หลี่จื่อเวยแบกกระบุงเอาไว้บนบ่าพร้อมกับเดินไปรอบๆ กอไผ่ ก่อนจะพบกับหน่อไม้อวบอ้วนน่ากินหลายหน่อที่ทะลุหน้าดินขึ้นมา นางยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะนั่งลงและลงมือขุดหน่อไม้นั้นอย่างรวดเร็ว และใส่เอาไว้จนเกือบเต็มกระบุง แถวๆ นั้นไม่ไกลนักมีผักป่ามากมายที่กินได้ นางก็เก็บพวกมันกลับมาด้วย เมื่อนางขุดหน่อไม้เสร็จ มู่หรงซานก็ตัดไม้ไผ่เสร็จพอดี
"กลับบ้านสวนกันเถอะ ไปทำเล้าห่านเล้าไก่กัน"
มู่หรงซานที่ได้ยินเช่นนั้นก็มองหน้าภรรยา ก่อนจะเอ่ย
"จือจือ ห่านนั่นตีดีมากเลย หากข้าเอามันไปตีพนัน...โอ๊ย!!!"
มู่หรงซานยังพูดไม่จบก็ถูกฝ่ามือพิฆาตของหลี่จื่อเวยฟาดลงมาที่กลางศีรษะจนมึนงง
"จือจือ เจ้าตีข้าอีกแล้วนะ"
"สมองคิดได้เท่านี้หรือ ข้าไม่ได้พาพวกมันกลับมาให้ท่านเอาไปเล่นพนันนะ หาเรื่องจริงๆ จะเอาทุกอย่างรอบตัวไปไว้ที่โรงพนันหมดเลยหรือ!!!"
มู่หรงซานเม้มริมฝีปากแน่น ให้ตายเถอะ เหลือเกินจริงๆ คนยังพูดไม่จบประโยคเลยก็ตบมาเต็มแรงเสียแล้ว!!!
แล้วเขากล้าสวนหรือไม่เล่า ตอบอย่างไม่กลัวเลยว่า
ไม่กล้าสวน!
หากเขาสวนกลับคาดว่านางคงตบสวนกลับมาอย่างเต็มแรงกว่าเดิมแน่นอน
เมื่อคิดได้เช่นนั้นเขาจึงเอ่ยกับหลี่จื่อเวยด้วยน้ำเสียงที่ออดอ้อน
"ภรรยา ข้าตัดต้นไผ่เหนื่อยมากเลย เจ้ามอบรางวัลให้ข้าได้ไหม"
หลี่จื่อเวยยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อตน ก่อนจะเท้าเอวมองเขา
"รางวัลอันใดกัน"
มู่หรงซานยิ้มตาหยี ก่อนจะเดินเข้ามาหานางอย่างรวดเร็ว และหอมแก้มหลี่จื่อเวยฟอดใหญ่ ก่อนจะวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว เมื่อวิ่งไปไกลพอที่จะไม่ถูกนางตีได้อีก เขาจึงตะโกนอย่างอารมณ์ดี
"แก้มภรรยาหอมที่สุดเลย"
หลี่จื่อเวยโมโหมาก ใบหน้างามแดงระเรื่อรู้สึกเขินอายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
คนบ้า!!!
ใช้เวลาไม่นานสองสามีภรรยาก็กลับมาถึงบ้านสวน หลี่จื่อเวยจัดแจงให้มู่หรงซานทำตามที่นางสั่ง มู่หรงซานมีฝีมือไม่น้อย นางบอกเพียงไม่กี่ประโยคเขาก็เข้าใจและทำตามที่นางสั่งได้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง เล้าห่านเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็กำลังทำเล้าไก่ หลี่จื่อเวยเห็นว่าใกล้จะได้เวลาอาหารกลางวันแล้ว จึงรีบเข้าครัวไปทำทันที นางล้างหน่อไม้ให้สะอาด แล้วนำมาหั่นเป็นแผ่นบางๆ ก่อนจะนำไปต้มเสียก่อนเพื่อไล่ความขมฝาดออก จากนั้นก็นำมาพักทิ้งไว้ โชคดีที่วันก่อนลุงกู้ซื้อเนื้อหมูมาด้วย นางจึงนำมาหั่นเป็นชิ้นลูกเต๋าพอดีคำ วันนี้จะทำผัดหน่อไม้เสียหน่อย ส่วนผสมก็มีเพียงซอสถั่วเหลือง เกลือและน้ำตาลเท่านั้น ส่วนหน่อไม้ที่เหลือนางก็นำไปดองเอาไว้ในไห เป็นการถนอมอาหารอีกวิธีหนึ่ง เผื่อว่าวันหน้าอยากกินผัดหน่อไม้ดองก็สามารถนำออกมาทำได้เลย
ส่วนอีกเมนูก็เป็นปลาราดพริก เป็นปลาที่นางและมู่หรงซานจับมาได้เมื่อวันก่อน อีกทั้งยังมีขนมเปี๊ยะแป้งบางไส้หน่อไม้ที่นางทำ รวมถึงน้ำแกงกระต่ายป่า เพียงเท่านี้เมนูอาหารกลางวันก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว
ยามนี้พ่อแม่สามียังคงอยู่ที่สวน นางจึงสั่งให้เถาเถานำอาหารที่นางแบ่งใส่กล่องอาหารไปมอบให้พ่อแม่สามีที่สวน ส่วนอาหารอีกชุดก็แบ่งไปให้คนตระกูลหลี่ เดิมทีนางก็ไม่อยากแบ่งแต่ก็ช่างมันเถอะ ถือว่าทำเพื่อเจ้าของร่างเดิม ดูแลบิดาของนางเสียหน่อย
เมื่ออาหารเสร็จเรียบร้อย หลี่จื่อเวยก็ตักอาหารใส่ชามพร้อมกับข้าวร้อนๆ เมื่อเดินออกมาที่เล้าห่านนางก็วางกล่องอาหารไว้บนโต๊ะ และมองดูเล้าห่านที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ทว่ามู่หรงซานกลับหายไปที่ใดก็ไม่รู้
"มู่หรงซาน กินข้าวได้แล้ว"
หลี่จื่อเวยเรียกเขาอยู่หลายครั้งก็ไม่ได้ยินเสียงตอบรับ เธอเริ่มตกใจและครุ่นคิด
"หรือว่าเป็นลมตายไปแล้ว เขายิ่งไม่เคยทำงานหนักด้วย"
เมื่อคิดได้เช่นนั้นเธอจึงรีบเดินไปหาเขารอบๆ ทันที ก่อนจะได้ยินเสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลังต้นไม้ใหญ่ คล้ายเสียงคนร้องด้วยความเจ็บปวด บางครั้งเสียงนั้นก็เหมือนกำลังครวญครางไม่ได้ศัพท์อย่างไรอย่างนั้น
หลี่จื่อเวยขมวดคิ้วมุ่น หรือว่ามู่หรงซานจะโง่งมไม่ระวังจนทำไม้ไผ่เสียบไส้ตัวเองแตกกันนะ!!!
ไม่ได้การต้องรีบหาเขาให้พบ!!!
"มู่หรง...ว้าย!!! ท่านกำลังทำอันใดกัน"
หลี่จื่อเวยกรีดร้องเสียงดัง พร้อมกับมองดูสามีตนที่ตอนนี้กำลังนั่งพิงต้นไม้ สองมือรูดสาวลำแท่งเอ็นร้อนอย่างเมามัน เขาเงยหน้ามามองนาง ใบหน้าหล่อเหลามีเม็ดเหงื่อผุดซึมออกมาเล็กน้อย
"โอว จือจือ อย่าเสียงดัง อ๊าส์ ใกล้แล้ว!!! โอว!!!"
หลี่จื่อเวยยืนตัวแข็งทื่อทำสิ่งใดไม่ถูก มู่หรงซานตอนนี้เสร็จสมอารมณ์แล้ว เขาจึงลุกขึ้น ก่อนจะเดินเข้ามาหาภรรยา หลี่จื่อเวยจ้องเขาเขม็ง ก่อนจะเดินถอยหลังหนี
"ท่านทำไปทำไม"
มู่หรงซานที่ได้ยินเมียรักเอ่ยถามเช่นนั้นก็รีบเอ่ยขึ้นมาทันที
"ก็เจ้าไม่ให้ข้าหลับนอนด้วย ข้าก็ต้องทำเช่นนี้ แต่จือจือยอดรัก เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าจะไม่มีอนุหรือสตรีอื่นแน่นอน นอกจากเจ้าแล้วก็มีมือข้านี่แหละที่ถึงใจมากที่สุด"
หลี่จื่อเวยพูดไม่ออก เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ว่านางไม่เคยเจอ แต่ไม่คิดว่าเขาจะเก็บกดมากถึงเพียงนี้
แต่ก่อนร่างนี้เดิมทีก็เป็นภรรยาของเขามาก่อน แต่เมื่อนางมาอยู่ก็ไม่ได้ทำหน้าที่ภรรยาอย่างที่ร่างเดิมเคยทำเลย
หลี่จื่อเวยถอนหายใจออกมาพยายามตั้งสติ ก่อนจะเอ่ย
"ไปล้างมือแล้วมากินข้าวเถอะ ข้าทำอาหารเอาไว้แล้ว"
นางเอ่ยเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินกลับมาที่โต๊ะอาหาร มู่หรงซานยิ้มตาหยี และนั่งลงกินข้าวอย่างว่าง่าย หลี่จื่อเวยนั้นนั่งเงียบไม่พูดไม่จา ไม่รู้ว่าจะเอ่ยสิ่งใดออกไปดี