bc

เรือนดาหลา

book_age12+
78
FOLLOW
1K
READ
reincarnation/transmigration
family
HE
time-travel
fated
arranged marriage
stepfather
drama
sweet
lighthearted
kicking
mythology
office/work place
lies
actor
like
intro-logo
Blurb

บุหงาเอยหอมกลิ่นน้อง นางใด

ลำเจียกกรุ่นหอมยวนใจ กลิ่นเจ้า

หอมอวลดั่งปรางใส สูงค่า ควรครอง

ใจพี่หวังเพียงเฝ้า คู่น้อง แนบเนา

คำอธิษฐานก่อนตายที่ติดตามข้ามภพข้ามชาติ

ทำให้หลายชีวิตที่ผูกพันกันในภพอดีตได้มาพบเจอกันอีกครั้งในภพปัจจุบัน

ที่เรือนดาหลาแห่งนี้ เพื่อปลดปล่อยกรรมที่ผูกพันกันไว้

หากดอกดาหลาคือดอกไม้แห่งการรอคอย

ฉะนั้นเรือนดาหลาก็คงเป็นเรือนแห่งการรอคอย

เฉกเช่นเดียวกับความรักของเธอ ซึ่งมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการรอคอยการกลับมาของสามีที่เดินทางไปราชการในหัวเมืองที่อยู่ห่างไกล

การรอคอยคือสิ่งเดียวที่หล่อเลี้ยงหัวใจ ให้เธอยังคงมีชีวิต...มีความหวัง

chap-preview
Free preview
บทที่1 ทาบทาม 30%
๑ ทาบทาม แสงตะวันยามบ่ายคล้อยค่อยๆ ลดแสงจัดจ้าในยามเที่ยง เพื่อรอคอยจันทราฉายแสงในยามค่ำ สายลมพัดเอื่อยผ่านระเบียงบ้านไม้ทรงไทยภาคใต้ประยุกต์ หลังคาทรงปั้นหยาหลังงาม สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย ผิดกับอารมณ์ของผู้ที่นั่งอยู่บนชุดเก้าอี้หวายสีน้ำตาลอ่อนที่ปูด้วยเบาะหุ้มผ้าสีขาวลายดอกไม้ เจสิตาหญิงสาวร่างบางนั่งอยู่ตรงหน้าผู้เป็นบิดาและมารดาเริ่มกระสับกระส่าย เพราะไม่รู้ว่าผู้เป็นมารดาเรียกมาพูดคุยด้วยเรื่องอะไรกันแน่ ไม่ต่างจากมารดาของเธอที่มีอาการลุกลี้ลุกลนไม่แพ้กัน “คุณพูดเถอะ” น้ำเสียงของนางอนงค์เหมือนอยู่ในภาวะกดดันอะไรบางอย่างหันมาพยักพเยิดให้สามีเป็นผู้พูด “คุณก็พูดสิ คุณเป็นแม่น่าจะพูดง่ายกว่า” นายพรหมผู้เป็นบิดาโยนเรื่องกลับมาทางมารดา “ดิฉันพูดไปหลายครั้งแล้วนะคะ ลูกไม่เคยยอมเลยสักครั้ง” หญิงวัยกลางคนเกี่ยงงอน แล้วยกถ้วยน้ำชามาจิบเพื่อคลายความกังวล “คุณพ่อ คุณแม่คะ จะพูดอะไรก็พูดมาเถอะค่ะ อย่าอึกอัก อ้ำอึ้งแบบนี้เลยค่ะ” เจสิตาเอ่ยขึ้นอย่างอดไม่ไหว “คือว่า...อย่างนี้นะลูก เมื่อกี้หนูเห็นใช่มั้ย ว่า...เอ่อ คุณเอมอรเจ้าของลานปาล์มเขามาที่นี่” มารดาเกริ่นแล้วหยิบถ้วยชาร้อนขึ้นมาจิบอีกนิด “ค่ะ ตาทราบค่ะคุณแม่ แล้วมีอะไรคะ?” หญิงสาววัยสามสิบสองแต่รูปร่างหน้าตาราวกับเพิ่งผ่านวัยเบญจเพสย้อนถามกลับไป มองผู้เป็นบิดากับมารดาสลับกันอย่างสงสัยในท่าที “คือ คุณเอมอรมาทาบทามขอหนูให้กับลูกชายคนโตของเขาน่ะ ลูกชายเธอเพิ่งกลับจากกรุงเทพฯ มาอยู่ที่บ้าน ครอบครัวนี้เขาเป็นคนดี หากินสุจริต ลูกชายเขาก็ร่ำเรียนสูงมีความรู้พอสมควร พ่อเคยเจอเขา ดูท่าทางเอาการเอางานดีทีเดียว หนูจะว่ายังไง พ่อไม่บังคับหนูหรอกแล้วแต่หนูจะตัดสินใจ” นายพรหมผู้เป็นบิดาตัดสินใจพูดออกไปอย่างเนิบช้า หญิงสาวตั้งใจฟังจนกระทั่งบิดาพูดจบ ก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ถ้าคุณพ่อคุณแม่เห็นว่าดี ตาก็ตกลงค่ะ” “ฮ้า...ทำไมง่ายดายอย่างนี้ล่ะลูก” สองสามีภรรยาอุทานพร้อมกัน สีหน้าตกตะลึงมองหน้ากันอย่างไม่อยากเชื่อหู เพราะที่ผ่านมาหลายต่อหลายครั้งก่อนหน้ามีคนมาติดต่อทาบทาม แต่เจสิตาปฏิเสธกลับไปทุกครั้ง เหตุใดครั้งนี้บุตรสาวของตนจึงยอมตอบตกลงแต่งงานอย่างง่ายดายโดยไม่มีข้อแม้อะไรเลย “มีเรื่องแค่นี้ใช่มั้ยคะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วตาขอตัวนะคะคุณพ่อคุณแม่” หญิงสาวทำสีหน้าเรียบเฉยพลางลุกขึ้นยืนทำท่าจะหันหลังเดินออกไป “เดี๋ยวสิลูก พ่อกับแม่ไม่ได้บังคับหนูนะ หนูจะไม่ลองเจอพี่เขาดูก่อนสักครั้งนึงเหรอ จะลองศึกษาดูใจกันก่อนก็ได้ เพราะหนูยังไม่เคยรู้จักหน้าค่าตากันเลย พ่อยังไม่ได้ตอบตกลงกับเขาไป หนูมีสิทธิ์ปฏิเสธนะลูก” นายพรหมทักท้วง จากตอนแรกที่กังวลว่าบุตรสาวจะไม่พอใจ กลับกลายเป็นว่าตัวเขาเองต่างหากที่ต้องตกใจกับการตัดสินใจอย่างง่ายดายของผู้เป็นบุตรสาวเสียเอง “คุณพ่อบอกว่าเขาเป็นคนดีไม่ใช่เหรอคะ ตาเชื่อคุณพ่อค่ะ จะแต่งวันไหนหรือตาต้องทำอะไรบ้างก็บอกตาแล้วกันค่ะ ตาขอตัวไปทำงานต่อนะคะ” พูดจบหญิงสาวก็ลุกออกจากมุมนั่งเล่นริมระเบียงราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “แล้วจะไม่นัดเจอพี่เขาก่อนแต่งงานหน่อยเหรอลูก” เธอชะงักเมื่อมารดาถาม ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาตอบ “ไม่จำเป็นหรอกค่ะคุณแม่ เสียเวลาเปล่าๆ พรุ่งนี้ตาต้องขึ้นกรุงเทพฯ ค่ะ มีนัดคุยงานกับลูกค้า อาจจะต้องอยู่ที่โน่นหลายวันค่ะ” หญิงสาวทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งรับเขียนระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้กับองค์กรต่างๆ เธอจึงต้องออกไปพบกับลูกค้าเพื่อคุยรายละเอียดการออกแบบและวางโครงสร้างของโปรแกรม บางครั้งเธอต้องใช้เวลานานหลายเดือนในการใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวง ทำงานหามรุ่งหามค่ำแทบไม่มีเวลาพักผ่อนเพื่อเร่งให้งานเสร็จทันเวลา เมื่อจบงานบริษัทก็ให้โอกาสพักผ่อนยาวที่บ้านได้หลายวัน จนกระทั่งหญิงสาวยื่นใบลาออกเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา บริษัทจึงยื่นข้อเสนอให้เธอทำงานเป็นฟรีแลนซ์รับงานมาทำที่บ้านแทนการเป็นพนักงานประจำ ซึ่งหญิงสาวก็ดูจะพอใจกับข้อเสนอนี้ไม่น้อย ครอบครัวของเจสิตาเป็นเกษตรกรมาแต่ดั้งเดิม เธอลืมตาดูโลกก็เห็นแต่สวนยางพาราสุดลูกหูลูกตาของบิดา นายพรหมผู้เป็นบิดาเป็นคนมีฐานะของหมู่บ้าน เป็นที่รักใคร่ของเพื่อนบ้านเพราะมีอัธยาศัยไมตรีและมีน้ำจิตน้ำใจ เจสิตานั่งทำงานต่อที่หน้าจอคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กซึ่งวางอยู่บนโต๊ะนั่งเล่นริมระเบียงห้องนอน แต่จิตใจของเธอกลับไม่ได้อยู่ที่หน้าจอนั่นเสียแล้ว เพราะสายตาที่เหม่อมองไปยังทิวทัศน์สวยงามเบื้องหน้าที่เป็นวิวภูเขาสีเขียวเข้มสลับซับซ้อนห่างออกไป กลับกลายเป็นภาพในอดีตที่ประดังประเดเข้ามาในความทรงจำ “ตา ตาจะลาออกจริงๆ เหรอ พี่ไม่อยากอนุมัติให้ตาลาออกเลย” ภาพของยุทธนาเจ้านายของเธอผุดขึ้นมาในความคิด หลังจากที่ได้อ่านใบลาออกของเธอ สีหน้าของเขามีแววครุ่นคิด “ค่ะ ตาจะลาออกค่ะ” เธอตอบไปอย่างไม่ลังเล “มีอะไรที่ทางบริษัททำให้ตาไม่พอใจ นอกเหนือไปจากเหตุผลที่ว่าจะกลับไปดูแลพ่อแม่ที่ต่างจังหวัดรึเปล่า” ยุทธนาถามด้วยสายตาที่เฟ้นหาความจริงจากหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า “ที่นี่ทำให้ตาอบอุ่นและมีความสุขดีค่ะ ตลอดเวลาการทำงาน ที่นี่ให้สิ่งดีๆ แก่ตามากมาย ตาแค่อยากพักผ่อน อีกอย่างพ่อกับแม่ก็อายุมากแล้ว ไม่ควรอยู่กันตามลำพัง พี่ชายของตาก็รับราชการอยู่ต่างจังหวัด ตาเป็นลูกสาวคนเดียวควรจะอยู่เป็นเพื่อนท่าน” หญิงสาวอ้าง ทั้งๆ ที่รู้สึกเศร้าลึก หวนคิดถึงเตชิตชายหนุ่มที่สร้างความร้าวรานใจต่อเธอ ตราบใดที่เขายังทำงานอยู่ที่นี่ เธอคงไม่มีความสุขที่ต้องทนเห็นภาพบาดตาบาดใจระหว่างชายหนุ่มที่ดูแสนดีแต่แท้จริงแล้วแสนจะหลอกลวงกับเนตรนภาเพื่อนร่วมงานที่เธอเคยสนิทที่สุด เตชิตเข้ามาในชีวิตของเธอในช่วงที่เธอกำลังเคว้งคว้าง เพราะความผิดหวังจากกัณฑ์คนรักคนแรกที่คบหากันตอนเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย หลังจากที่กัณฑ์ไปเรียนต่อเมืองนอก ในช่วงแรกความรักยังหวานชื่น ทั้งสองคนยังคงติดต่อโทร. หากันสม่ำเสมอ จนกระทั่งสองปีผ่านไปการติดต่อก็เริ่มขาดหาย ครั้งสุดท้ายเธอดีใจที่ได้งานที่นี่ ซึ่งเป็นงานที่เธอใฝ่ฝันมานาน จึงรีบโทรศัพท์ไปหากัณฑ์ด้วยความตื่นเต้น แต่เสียงปลายสายกลับกลายเป็นเสียงหญิงสาวคนไทย เจสิตานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจถามไปว่าเธอผู้นั้นเป็นใคร คำตอบที่ได้รับทำให้เธอตัวชา “ดิฉันเป็นแฟนเขาค่ะ แล้วคุณเป็นใครคะ” เสียงนั้นย้อนถามกลับมา “เอ่อ ฉันเป็นเพื่อนเขาค่ะ” หญิงสาวรีบวางสาย ยืนตัวแข็งทื่อไปพักหนึ่ง เธอทรุดตัวบนที่นอนอย่างไร้เรี่ยวแรง น้ำตาหยดแรกค่อยๆ หยดลงมา ก่อนที่จะไหลทะลักลงมาอย่างไม่หยุดหย่อน ปล่อยให้น้ำตาให้ไหลรินต่อไป เธอร้องไห้จนเหนื่อยอ่อน จิตใจวนเวียนอยู่กับความทรงจำแสนหวานเก่าก่อนระหว่างเธอกับกัณฑ์ ปล่อยให้ความท้อแท้หมดหวังครอบงำจนหมดแรง แต่สุดท้ายเธอก็อดทนลุกขึ้นเพื่อไปเริ่มทำงานวันแรก กว่าจะได้งานนี้มามันยากนัก ไม่มีทางที่เธอจะปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือ เพราะมันคือตำแหน่งงานแห่งเกียรติและศักดิ์ศรีที่เธอเฝ้ารอมานาน คิดได้แล้วจึงลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวอย่างประณีตที่สุด โดยไม่ลืมหยิบแว่นตาสีชาขึ้นมาสวมเพื่อปิดบังรอยช้ำที่ดวงตา “นี่คุณเตชิต เป็นหัวหน้าแผนกของคุณ” ยุทธนาแนะนำให้เธอรู้จักกับหัวหน้าแผนก หญิงสาวมองเขาผ่านแว่นตาสีชาเก๋ไก๋เมื่ออยู่บนใบหน้าเรียวรีนั่น ใครๆ คงคิดว่าเธอใส่แว่นตาเพราะเป็นแฟชั่น แต่แท้จริงแล้วมันถูกใช้เพื่อปิดบังรอยบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักหน่วงของคืนที่ผ่านมา “ส่วนนี่คุณเจสิตาโปรแกรมเมอร์สาวคนใหม่ของเรา ฝีมือไม่เลวเลย ยังไงคุณช่วยดูแลหน่อยแล้วกัน ให้รับงานใหม่ที่ลูกค้านัดเข้าไปเก็บข้อมูลวันนี้เลยนะ” ยุทธนาแนะนำเสร็จ หญิงสาวยกมือไหว้ทำความรู้จักกับชายหนุ่มตรงหน้า

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

วิญญาณตามรัก

read
1K
bc

คุณหนูสิบเจ็ดตระกูลเจียง

read
10.6K
bc

แม่หมอแห่งซูโจว

read
7.5K
bc

รักต้นฉบับ(ไม่ลับ)แม่มดมนตรา

read
1K
bc

เชลยรักท่านอ๋องอำมหิต

read
17.3K
bc

หยุดหัวใจไม่รักดี

read
4.4K
bc

โซ่รัก ใยปรารถนา

read
6.5K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook