บทที่12 มีพิรุธ

1163 Words
ทิ้งคำพูดเป็นปริศนาราวกับวางระเบิดลูกใหญ่ ทำเอาสองพ่อลูกอย่างพิชัยภัทรและพิมนาราต้องอ้าปากค้างมองคนที่กำลังยืนขึ้นเต็มความสูง เมื่อเขาหมุนตัวออกไปพร้อมที่จะเปิดประตูห้องทำงานเท่านั้น ใบหน้าคมก็เอี้ยวหน้าหันมามองอีกครั้ง "จะไปหรือไม่ไปครับ ผมจองร้านไว้แล้วนะ" เขาเอ่ยบอกพิชัยภัทรด้วยท่าทีเรียบเฉย เมื่อพิชัยภัทรเรียกคืนสติจากคำพูดน้องชายได้ก็ลุกขึ้นเดินตามไป จนลืมไปว่าตัวเองจะถามต่อแต่ก็ไม่ได้ถาม พิมนาราจมเงียบอยู่กับความคิด สิ่งที่อาพัสของเธอทิ้งคำไว้มันยิ่งทำให้หัวใจเธอเต้นแทบผิดจังหวะ "นารา... เป็นอะไรหรือเปล่าลูก ป๊าเห็นหนูเงียบมาครึ่งวันแล้วนะ" "เปล่าค่ะ" เธอจะไม่เป็นแบบนี้เลยหากผู้ชายคนที่เธอร่วมหลับนอนด้วยเขาชื่อก้อนเมฆแต่ที่เป็นแบบนี้เพราะเธอไม่รู้ว่าคนที่เธอนอนด้วยเป็นใคร กระทั่ง "นั้นสินะ ตั้งแต่กลับมาจากไปเที่ยวทะเลดูแปลก ๆ ไป นาราไปทำอะไรผิดมาหรือเปล่า" เสียงที่พูดแทรกขึ้น เป็นพัสกรพร้อมการมองผ่านกระจกหลังทำให้นาราเห็นสายตาเจ้าเล่ห์ของเขา แม้ว่าตัวเขาจะเป็นคนขับแต่ก็ไม่วายที่จะส่งสายตาแบบนั้น "มีอะไรหรือเปล่าลูก" คนที่ค่อนข้างจะเป็นกังวลมากที่สุดน่าจะเป็นพิชัยภัทรแล้วตอนนี้ ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่สังเกต แต่ที่ไม่อยากสักถามอะไรมากเพราะอยากให้พื้นที่ส่วนตัวกับลูกสาว "ไม่มีอะไรหรอกค่ะพ่อ ช่วงนี้อาการค่อนข้างร้อนหนูก็แค่หงุดหงิด" "จริงนะ" "เอ๊ะ อาพัสนี่อากำลังพยายามให้หนูพูดอะไรคะ" "เปล่า ๆ อาแค่เป็นห่วงเท่านั้น ดุไปได้" คนที่ต้องส่ายหัวก็คงเป็นพิชัยภัทรพ่อของนาราตามเคย รู้สึกว่าน้องชายน้องไส้จะแกล้งแหย่หลานจนใบหน้าหวานของลูกสาวบูดบึ้งลงชัดเจน เมื่อมาถึงร้านอาหารที่พัสกรจองไว้ ต้องเรียกว่าภัตตาคารน่าจะถูก พัสกรที่เป็นคนขับก็เลี้ยวลงจอดที่ช่องวีไอพีของที่นี่ จากนั้นทั้งสาวก็สาวเท้าลงจากรถมุ่งหน้าไปขึ้นลิฟต์ในตัวอาคารอย่างเงียบ ๆ มาถึงชั้นที่หมาย ชายหนุ่มรูปร่างกำยำก็เดินเข้าไปก่อนตามด้วยสองพ่อลูก "เชิญนั่งครับพี่" แม้นว่าที่นี่จะมีบริกรเป็นคนบริการแต่คนเป็นเจ้ามืออย่างเขาก็ไม่วายที่จะเอ่ยปากเชื้อเชิญตามความเหมาะสม พิชัยภัทรหย่อนก้นลงนั่ง ตามด้วยนาราผู้เป็นลูกสาว ทว่าสีหน้าของนาราตอนนี้บอกบุญไม่รับยิ่งเธอเหลือบเห็นสายตาและรอยยิ้มของผู้เป็นอาก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดจนบอกไม่ถูก บริกรเริ่มบริการวางเมนูตรงหน้า คนทั้งสามก็กางมันออกพร้อม ๆ กันและเป็นพัสกรที่สั่งก่อน เมนูราคาสุดพิเศษถูกเอ่ยขึ้นทำเอานาราต้องช้อนสายตามองอาแล้วหลบลงเหมือนเดิม หลังจากสั่งเมนูอาหารแล้วทั้งสามก็นั่งรอ เป็นนาราที่เอ่ยถามอาพัสของเธอด้วยความสงสัย "หนูขอถามอาพัสได้ไหมคะ เพราะเมื่อก่อนหนูยังเด็กไม่ค่อยที่จะรู้เรื่องอะไร หนูอยากรู้ว่าอาทำงานอะไรที่ต่างประเทศถึงมีเงินมากมายขนาดนี้" เหมือนจะเห็นรอยยิ้มน้อย ๆ ของพัสกรที่กำลังจะผุดขึ้น ส่วนพิชัยภัทรเขาเองก็ยิ้มออกมาเช่นกันก่อนที่จะยกแก้วน้ำขึ้นมาจิบดับกระหาย "นาราอยากรู้เหรอ" "ค่ะ" "อาเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดของนักธุรกิจระดับประเทศ มีหลาย ๆ บริษัทที่มาจ้างงานส่วนค่าตอบแทนก็คงไม่ต้องพูดถึง" "มิน่าป๊าถึงอยากได้อามาร่วมงาน" คราวนี้นาราหันไปทางพ่อของเธอ แต่กับเห็นรอยยิ้มของพิชัยภัทรเปื้อนหน้าเหมือนจะภาคภูมิใจ "อาพัสเป็นคนเก่ง มีอีกหลายอย่างที่นารายังไม่รู้เกี่ยวกับอาพัส" "จริง มีหลายอย่างที่นาราไม่รู้เกี่ยวกับอา" คำพูดที่ส่อแววมีเลศนัย มันจะไม่น่าสงสัยเลยหากพัสกรไม่เล่นหูเล่นตาแบบนี้กับเธอ นาราหลบสายตาของพัสกร เธอไม่รู้จะเอาสายตาตัวเองไปวางไว้ตำแหน่งในมันรู้สึกอึดอัดจนบอกไม่ถูกหรือว่าเธอแค่คิดไปเอง ระหว่างที่กรอกสายตามองไปทั่วห้องสี่เหลี่ยม เมนูอาหารที่สั่งก็ถูกเข็นมาเสิร์ฟทีละอย่าง นารามองจานอาหารตรงหน้า จากนั้นก็ฉุกคิดได้ว่าลืมถามอาพัสเรื่องการกลับมาที่ไทย "จริงซิ อากลับมาอยู่ที่ไทยแล้วบริษัทอาที่นั่นละคะ ใครดูแล" "ก็ยกให้เฮเรน ให้เธอจัดการเราหย่าขาดกันแล้วนี่อย่างน้อย ๆ อาก็ได้มอบความสบายให้เธอไว้" "แล้วอาก็กลับมาตัวเปล่าหรือคะ" "ก็ไม่นะ เพราะอาก็วางทุกอย่างไว้แล้ว ทำไมกลัวอาไม่มีเงินใช้เหรอ ไม่ต้องห่วงหรอกอาเลี้ยงนาราได้สบาย" "จะมาเลี้ยงหนูทำไม แค่ป๊าเลี้ยงหนูคนเดียวก็พอแล้ว" ดูเหมือนเขาจะพูดแกล้งแหย่ให้นาราคิดอีกตามเคย แม้มันจะเป็นคำพูดทั่วไปแต่นารารู้สึกว่ามันมากกว่าคำว่าอาจะเลี้ยงหลานเสียอีก "พอ ๆ คู่นี้แกก็แกล้งหลานอยู่ได้ รีบกินเย็นแล้วจะไม่อร่อย" เสียงทุ้มร้องท้วงขึ้น ทำเอาพัสกรต้องยกคิ้วใส่นาราก่อนที่เขาจะหลบใบหน้าหล่อลง นาราเองเธอก็พอรู้สึกได้ว่า คำพูดของอาพัสและการกระทำแบบนี้มันผิดแปลกไป มันไม่ใช่อาพัสที่เอ็นดูเธอเหมือนเด็กสามขวบในเมื่อก่อนสักนิด แต่ก็ไม่อยากจะพูดต่อเพราะกลัวว่ามันจะยืดยาวกว่านี้ ระหว่างที่ทานข้าวนั้น พิชัยภัทรก็เงยหน้าขึ้นมาถามน้องชาย "จริงสิได้ยินว่าแกย้ายออกจากคอนโดไปซื้อบ้านใช่ไหม" "ครับ " "อยู่ตัวคนเดียวแค่คอนโดก็น่าจะพอนะฉันว่า" "อีกหน่อยอาจจะมีมาเพิ่มก็ได้ ผมแค่ซื้อไว้อยากให้เมียในอนาคตของผมได้อยู่ที่ ที่สบาย" "สรุปแกมีเมียจริงหรือวะ" "ก็......" พัสกรเว้นประโยคไว้แล้วชำเลืองหางตามามองคนที่นั่งข้าง ๆ แต่ก็รีบหันกลับไปหาพี่ชายอีกครั้ง "อนาคตอาจจะมี" แต่เชื่อไหมว่า ตอนที่เขาหันมาแค่แวบเดียวหัวใจนาราเต้นแรงมาก เธอรู้สึกได้ว่าคนที่ตกใจจนเป็นลมนี่เป็นอย่างไร ภาวนาเหรอเกินว่าให้มันเป็นแค่ความคิด มันมีพิรุธ พิชัยก็อยากรู้จักเมียน้องน่ะ ก็นั่งทานอยู่นั่นไง🤭🤭🤭🤭
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD