หลังจากที่ทานมื้อเที่ยงแล้ว พัสกรก็ขับรถมาส่งสองพ่อลูกที่บริษัท ส่วนเจ้าตัวมีนัดเรื่องบ้านในรอบบ่าย มันทำให้นารารู้สึกโล่งใจขึ้นอย่างบอกไม่ถูก
พิชัยภัทรแอบเห็นลูกสาวสีหน้าเหมือนจะเป็นกังวล ในเมื่ออยู่กันสองคนพ่อลูกแล้วก็ต้องถามให้หายสงสัย
"นาราหนูมีอะไรหรือเปล่าลูก ป๊าเห็นสีหน้านาราไม่ค่อยดีเท่าไร"
"เปล่าหรอกค่ะ"
"ตั้งแต่ที่หนูกลับมาจากไปทะเลคราวนี้ หนูเปลี่ยนไปนะ ดูเหมือนจะใช้ความคิดตลอดเวลา" นาราถอนหายใจเฮือกใหญ่อยากจะถามและชั่งใจแล้วว่าต้องถามพ่อ อย่างน้อย ๆ ก็พอสบายใจขึ้นบ้าง
"ป๊าค่ะอาพัสเขาอยู่กับป๊าตลอดไหม อาพัสได้ไปที่ไหนหรือเปล่า"
"หนูหมายถึงอะไรลูก...อืมอาพัสช่วงนี้ก็เข้ามาหาพ่อตลอดนะ ช่วงนี้เราต้องคุยงานกันแต่หลังจากนั้นป๊าไม่รู้ ว่าแต่หนูมีอะไร"
"เปล่าหรอกค่ะ ก็เห็นอาพัสพูดเป็นปริศนาเรื่องแฟน"
"อ้อ ยัยเด็กน้อยนึกว่าเรื่องอะไรกลัวว่าอาพัสจะมีแฟนแล้วทิ้งเราอีกครั้งละสิ" นาราเธอไม่ได้ตอบปล่อยให้พ่อของเธอเข้าใจไปแบบนั้น แต่แท้ที่จริงแล้วเธอรู้สึกคุ้นน้ำเสียงอาพ้สกับผู้ชายปริศนาคืนนั้นต่างหาก
#วันถัดมา
ตั้งแต่ที่เธอไปเที่ยวทะเลคราวนี้ความสัมพันธ์ของเธอกับก้อนเมฆดูเหมือนจะจืดจางลงไปด้วย และตอนนี้ชายหนุ่มก็เล่นเงียบไปไม่รู้ว่าอยากสานต่อกับเธออยู่หรือเปล่า ทว่าตัวเธอเองก็รู้สึกผิดในใจที่ผู้ชายที่ไหนไม่รู้ลากไปนอนด้วย
นาราสาวเท้าลงมาจากชั้นบนของบ้าน วันนี้เธอเลือกที่จะอยู่บ้านไม่ขอตามพ่อของเธอเข้าบริษัทเพราะวันก่อนทำเอาสมองเธอตื้อไปหมด
"คุณหนูตื่นแล้วเหรอคะ อยากทานอะไรเดี๋ยวน้าทำให้ทาน" ดุจดวงเข้ามาพร้อมจับแขนเล็กของนาราไปนั่งที่โต๊ะอาหาร แม้ว่าคุณหนูของเธอจะอยู่ในชุดนอนกระโปรงผ้าพลิ้วสั้นเหนือเข่าก็ตาม
"น้าดวง ขอกาแฟกับขนมปังก็พอค่ะ"
"ได้สิคะ" พี่เลี้ยงที่เปรียบเหมือนแม่ของเธอรับปากแล้วก็เดินกลับไปที่ห้องครัวตามเดิม ปล่อยให้นารานั่งเขี่ยโทรศัพท์รอ ระหว่างนั้นเสียงแจ้งเตือนข้อความในแอพของเธอก็ดังขึ้น
ไลน์
พัสกร : วันนี้ว่างหรือเปล่า อามีเรื่องอยากให้นาราช่วย
เขาพิมพ์มาแบบนั้นก็รอว่าทางนี้จะตอบแบบไหน ส่วนนาราเธอใช้ความคิดเรื่องที่อาพัสของเธอขอความช่วยเหลือมันคืออะไรกันแน่
พิมนารา : อาอยากให้หนูช่วยเรื่องอะไรละ
พัสกร : ก็มาช่วยดูความเรียบร้อยให้อาหน่อย นาราเป็นผู้หญิงน่าจะมีความละเอียดกว่าอา หากอนาคตอาพาแฟนเข้าบ้านเธอจะได้ถูกใจ
พิมนารา : แล้วทำไมอาไม่ให้เธอมาดูเองละคะ
พัสกร : มันไม่เซอร์ไพรส์ น่ะนะ มาช่วยอาหน่อยมีค่าขนมให้
นาราเธอไม่ได้ตอบกลับ พออ่านแล้วก็วางมือถือลงเป็นจังหวะที่ดุจดวงยกกาแฟและแซนด์วิชมาเสิร์ฟพอดี
"อุตส่าห์จะนอนอยู่บ้าน อาพัสดันมีเรื่องอยากให้ช่วย" เธอบ่นขึ้นเพื่ออยากให้ดุจดวงได้ยิน และมันก็เป็นอย่างนั้นดุจดวงตั้งคำถามต่อ
"ทำไมละคะ"
"ก็อาพัสน่ะสิคะ บอกว่าให้ไปช่วยดูบ้านหน่อยว่าเรียบร้อยหรือเปล่า เห็นว่าซื้อไว้ให้แฟนใหม่"
"คุณพัสมีแฟนแล้วเหรอคะเนี่ย"
"เชอะ! ก็คงไปโปรยเสน่ห์หลอกสาว ๆ เท่านั้นแหละค่ะ"
"แต่คุณพัสยังหนุ่มยังหล่อขนาดนั้น หาแฟนได้ไม่อยากหรอกค่ะ คงเป็นคนที่ฐานะเท่าเทียมนั่นแหละ" คนพูดก็พูดตามความคิดของตัวเอง ดุจดวงคงไม่รู้ว่าพัสกรเจ้าเล่ห์แค่ไหนบ้านที่ซื้อก็เพราะผู้หญิงที่นั่งกัดแซนด์วิชนี่ต่างหาก
หลังจากที่ตกลงว่าจะไปหาพัสกรที่บ้านหลังใหม่ที่ชายหนุ่มซื้อไว้ นาราก็ไม่รอช้าที่จะอาบน้ำเปลี่ยนซื้อผ้าเสียใหม่ การแต่งตัวตามแฟชั่นของวัยรุ่นสายเปรี้ยวก็น่าจะเป็นเรื่องปกติของเธอ
พิกัดบ้านหลังใหม่ที่พัสกรส่งมาให้ ไม่ได้ไกลเท่าไรนักขับราว ๆ ชั่วโมงก็ถึง
"โอ้โห หลังใหญ่ซะด้วยคงต้อนรับแฟนใหม่เต็มที่" แฟนใหม่ที่ว่า นาราคงไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วมันก็คือตัวเอง
เมื่อประตูบานใหญ่เปิดออกกว้างโดยระบบอัตโนมัติ นาราก็รีบเคลื่อนรถเข้าด้านในนั้น
รถของเธอจอดอยู่ที่ด้านหน้าตัวบ้าน พอเปิดประตูลงจากรถก็เห็นชายวัยกลางคนเดินเข้ามารับ
"คุณนาราใช่ไหมครับ คุณพัสรออยู่ที่สระน้ำ" หลังจากนั้นเขาก็ยื่นมือรับกุญแจรถจากมือนาราเพื่อที่จะขับไปจอดอีกที่ ส่วนนาราเธอก็เดินมาที่สระตามที่ชายคนนั้นบอก ทว่า บ้านหลังนี้เธอก็พึ่งมาซอกมุมก็ยังไม่รู้จัก คำว่าสระน้ำน่าจะอยู่ด้านหลังเธอคาดเดา
นาราเดินตามคำสั่งของสมอง แต่สายตาเธอก็กวาดมองโดยรอบ ไม่อยากจะเชื่อว่าบ้านที่พึ่งซื้อมันจะพร้อมอยู่ขนาดนี้ ไม่มีส่วนไหนที่ต้องเพิ่มเติมสักนิด
นาราเดินมาจนถึงริมสระเห็นร่างของพัสกรกำลังว่ายน้ำเดี๋ยวผุบเดี๋ยวโผล่อยู่กลางสระ ทำเอาเธอต้องยกมือมากอดอกมอง มันน่าหงุดหงิดที่เธอรีบมาแต่อาพัสกลับเล่นน้ำสบายใจฉ่ำ
"อาพัส...อาเรียกหนูมาเพื่อให้มาดูอะไรกันแน่" เสียงที่โพล่งชัดเจนทำเอาคนที่แหวกว่ายอยู่ในสระต้องหยุดแล้วหันมามอง
พัสกรว่ายน้ำขึ้นมาที่ขอบสระ ก่อนที่เข้าจะใช้ฝ่ามือพยุงร่างที่เปียกโชกขึ้นมา และสิ่งนั้นมันทำให้นาราหัวใจหลุดลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
"ระ รอยสักนั้น...."
เธอผงะจนตัวแข็งทื่อราวท่อนไม้ ดวงตาเบิกกว้าง ร่างที่เปลือยท่อนบนรีบเดินมาหยิบชุดคลุมที่พาดไว้ที่เก้าอี้ แล้วเขาก็รีบสวมทับจากนั้นก็หันมาทางนารา
"อาขอโทษนะที่ให้รอ อากาศมันร้อนอาเลยอยากลองว่ายน้ำเล่น" นาราเธอไม่ได้สนใจคำพูดเธอนิ่งอึ้งไปหลายวิ จนพัสกรต้องเดินเข้ามาใกล้แต่เขายังไม่ได้พูดอะไรนาราก็เรียกสติคืนมา พร้อมทั้งถอยหลัง
"อาพัส รอยสักอา...."
"พระจันทร์เสี้ยว ทำไม?"
"......."
อาพัสสส แอบแรงอยู่นะ