ไปอยู่ด้วยกันนะ (1)

1350 Words
“ไปอยู่ด้วยกันนะพระพาย ต้นน้ำ ต่อไปนี้ป๊าจะดูแลเราสองคนเอง” เป็นเสียงของชายวัยกลางคน แต่ก็ยังคงความหล่อเหลาและภูมิฐานอย่างล้นเหลือ ได้เอ่ยขึ้นกับเด็กน้อยหน้าตาน่ารักสองคนตรงหน้า ดวงตากลมโตของพระพายในวัยสามขวบ จ้องมองคนพูดในขณะที่มือเล็กๆ โอบกอดน้องชายต่างสายเลือด อย่างเด็กน้อยต้นน้ำที่ยืนตัวสั่นเพราะกลัวเอาไว้แน่น “พี่พายน้ำกลัว” ร่างเล็กในอ้อมกอดร้องบอก คนที่กำลังกอดตัวเองด้วยอาการสั่นเทา“น้ำไม่ต้องกลัวนะพี่อยู่นี่ ถ้าใครรังแกเราเดี๋ยวพี่จะต่อยเลย” เป็นเสียงพูดที่ฟังไม่ชัดของเด็กชายวัยสามขวบ ที่ตอนนี้ไม่ได้ดูสภาพของตัวเองเอาเสียเลย ตัวก็เล็กนิดเดียว แต่ก็อยากจะปกป้องเด็กน้อยวัยสองขวบที่ตัวเองรักเหมือนน้องชายแท้ๆ ดวงตากลมโตจ้องมองคนตัวใหญ่ตาแป๋ว ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนไปมองเด็กชายอีกสองคน ที่ยืนอยู่ข้างกายคนตัวใหญ่และกำลังจ้องมองพวกเขาอยู่เช่นกัน “เตชิน ไอดิน นี่พระพายกับต้นน้ำ คนที่ป๊าบอกว่าจะมาอยู่กับเราไงลูก ต่อไปนี้พวกเขาสองคนคือน้องชายของลูกนะ” เตชินในวัยแปดขวบส่งยิ้มให้น้องชายคนใหม่ ก่อนจะจับจูงมือกันขึ้นรถเพื่อกลับไปยังบ้านใหม่ของเด็กน้อยทั้งสอง ซึ่งเป็นคฤหาสน์ของตระกูล ใหญ่ไม่ใช่บ้านเด็กกำพร้าแห่งนี้อีกแล้ว พระพายกับต้นน้ำ อาศัยอยู่ในบ้านเด็กกำพร้ามาตั้งแต่แบเบาะ ถึงต้นน้ำจะไม่ใช่น้องแท้ๆ แต่พระพายก็รักต้นน้ำเหมือนน้องแท้ๆ เพราะต้นน้ำติดพระพายมาก อยู่บ้านเด็กกำพร้าไม่เคยได้รับความอบอุ่น ความเมตตาจากใครมากนัก พอทั้งคู่เข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ตระกูลใหญ่ ที่ต้นตระกูลเป็นคนจีนแท้ๆ แต่ในเวลาต่อมา สายเลือดแดนมังกรได้ถูกเจือจางด้วยสายเลือดไทยแท้มาผสมอยู่ไม่น้อย จึงทำให้ตระกูลฤกษ์ดำรงในรุ่นปัจจุบันเป็นเลือดผสมระหว่างไทยกับจีน แต่ก็ยังคงยึดมั่นประเพณีของชาวจีนจนถึงทุกวันนี้ พระพายกับต้นน้ำได้รับการดูแลเป็นอย่างดี พร้อมความรักความเอาใจใส่จากใครหลายๆ คน โดยเฉพาะเตชิน ที่ดูจะชอบเด็กสองคนนี้เอามากๆ ไอดินก็เช่นกัน ไม่เคยแสดงความรังเกียจเขาสองคนเลย 15ปีต่อมา “พาย… เสร็จหรือยังเดี๋ยวก็สายหรอก” เป็นเสียงของเตชินที่ตะโกนเร่งคนตัวเล็ก เพราะกลัวจะไปเรียนสาย “พายเสร็จแล้วครับพี่เต” ร่างเล็กรีบตอบพลางวิ่งลงบันไดมาอย่างกระหืดกระหอบ “อ้าวแล้วไอดินกับต้นน้ำล่ะ” “พวกเราอยู่นี่ครับพี่เต” เป็นเสียงของต้นน้ำและไอดินที่แข่งกันพูด และแข่งกันวิ่งลงบันไดมา จนเตชินต้องเอ่ยปราม “พี่บอกกี่ครั้งแล้วว่าห้ามวิ่งลงบันได เดี๋ยวเกิดพลาดตก หัวร้างข้างแตก แข้งขาหักไปจะทำยังไงพวกเรานี่” “โธ่พี่เตก็… ถ้าจะดุก็ดุพี่พายก่อนเลยที่ไม่ยอมรอพวกเรา” เป็นเสียงของไอดินที่รีบโยนความผิดให้พี่ชายอีกคน “อ้าว… ไอดินทำไมโยนมาให้พี่แบบนี้ล่ะ ก็เราสองคนอยากช้าเองทำไม” “ไม่รู้ล่ะ ดินกับพี่น้ำโป้ง โป้ง พี่พายแล้ว” ไอดินพูดพลางทำแก้มป่องใส่พระพาย เรียกรอยยิ้มอ่อนๆ ของเตชินที่ยืนอยู่ใกล้ๆ “ไม่ได้ โป้งพี่ไม่ได้นะ โป้งพี่เตโน่นที่เร่งพี่ก่อน” ไม่พ้นโยนไปให้พี่ชายอย่างเตชินอีกคน จนนายใหญ่ของบ้านอย่างรณภพซึ่งเป็นพ่อของพวกเขาก็ลงมาทันห้ามศึกครั้งนี้ “เอาล่ะๆ อย่ามัวแต่ทะเลาะกันเลย เดี๋ยวก็ได้สายจริงๆ หรอก พวกเราสามคนก็ฟังพี่เขาบ้าง ที่พี่เขาดุก็เพราะเป็นห่วงพวกเรา คราวหลังก็อย่าซนกันนัก วิ่งลงบันไดแบบนี้รู้ไหมว่ามันอันตราย ไปกินมื้อเช้ากันเสียก่อนค่อยไปเรียน” “พวกเราขอโทษนะครับป๊า… คราวหลังจะไม่ทำอีกแล้ว” (เสียเมื่อไรล่ะ) เพราะวันต่อๆ มาก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ห้ามไม่ฟังกันแบบนี้ ถ้าตกลงมาเมื่อไร ก็ค่อยหามส่งโรงพยาบาลก็แล้วกัน เตชินคิดอย่างปลงๆ ตั้งแต่รับเด็กสองคนนี้เข้ามา บ้านก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นเป็นกอง ผ่านมาสิบห้าปีแล้ว พวกเด็กๆ ต่างก็ผูกพันกันอย่างแน่นแฟ้น โดยเฉพาะเตชิน ที่ดูเหมือนจะเอ็นดูเด็กสองคนนี้อยู่มาก แต่เจ้าตัวรู้ว่าตัวเองลำเอียง เพราะลึกๆ แล้ว เขามีความเอ็นดูพระพายมากกว่าต้นน้ำ เป็นความลำเอียงที่เขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะหาคำตอบ ความน่ารักสดใสของพระพายและต้นน้ำ ทำให้ใครหลายคนหลงรักได้อย่างง่ายดาย มีเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่มองเด็กทั้งคู่ต่างออกไป ถึงแม้จะน่ารักน่าชังจนเขาเองก็มีความรู้สึกไม่ต่างจากลูก ๆ เลยก็ตาม แต่เขาก็ไม่ลืมจุดประสงค์ที่พาเด็กสองคนนี้มาเลี้ยงดู และรับเป็นลูกบุญธรรม เขาก็แค่ต้องการจะทดลองบางอย่างกับเด็กทั้งสองเท่านั้น แต่ที่ต้องเลี้ยงดูอย่างดี และส่งให้เรียนสูงๆ เท่าที่เจ้าตัวต้องการ ก็เพราะมีสิ่งนี้เท่านั้น ที่เขาจะชดเชยให้ร่างเล็กทั้งคู่ได้ เพื่อแลกเปลี่ยนกับผลงานวิจัย ที่เขาจะต้องใช้เด็กทั้งคู่ ทดลองทำในสิ่งที่ตนต้องการ ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ และสุดท้ายเขาก็ต้องปล่อยให้พระพายและต้นน้ำ ไปมีชีวิตเป็นของตัวเอง เพราะแบบนี้การเรียนจึงสำคัญเป็นอย่างมาก เพื่ออนาคตในวันข้างหน้า ต่อไปเด็กทั้งคู่อาจจะไม่ต้องการอยู่ที่นี่อีก และอาจจะไม่อยากเอ่ยเรียกเขาว่าพ่ออีกเลยตลอดชีวิต ถ้ารู้จุดประสงค์ในการรับพวกเขามาเลี้ยงดูในครั้งนั้น “อ๊า… สายแล้วๆ… พี่พายรีบหน่อยวันนี้น้ำมีเรียนเช้านะ” “ก็รีบอยู่นี่ไง… เรานี่ใจร้อนจริงๆ “ ต้นน้ำวิ่งลงบันไดมาอย่างรีบร้อนอีกเช่นเคย วันนี้เขามีเรียนเช้าจึงเร่งเร้าพี่ชายเพราะกลัวว่าจะไปเรียนสาย เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นจนพี่เลี้ยงได้ยินเข้า “อ้าว… คุณหนูจะไม่ทานอะไรก่อนหรือคะ ป้าเตรียมเอาไว้ให้แล้วนะคะ” ป้าหลินซึ่งมีตำแหน่งเป็นแม่ครัวใหญ่ เธอดูแลพระพายและต้นน้ำมาตั้งแต่ที่เด็กทั้งคู่ก้าวเข้ามาในคฤหาสน์หลังนี้ “ไม่ล่ะครับป้า น้ำสายแล้ว วันนี้พี่เตก็ติดธุระไปส่งไม่ได้ด้วย น่าอิจฉาไอดินจริงๆ ที่วันนี้ไม่ต้องไปเรียน” “แค่นมอุ่นๆ สักแก้วนะค่ะคุณหนู… ท้องว่างแบบนี้เดี๋ยวจะปวดท้องเอาได้ นะคะๆ “ ป้าหลินยังตื๊อไม่เลิกเพราะเป็นห่วง เธอรักพวกเด็กๆ เหมือนลูกหลานอีกคนก็ว่าได้ “ก็ได้ครับป้า” พระพายกับต้นน้ำรีบยกแก้วนมขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว ก่อนจะวางมันลง มือบางหยิบแซนวิชมาคนละอัน ก่อนจะจับยัดเข้าปากไปจนป้าหลินต้องห้ามปราม “ช้าๆ สิคะเดี๋ยวก็ได้ติดคอกันพอดี” แค๊ก ๆ ๆ “นั่นไงคะป้าพูดยังไม่ทันขาดคำ ดูซิดื้อจริงๆ เลย” “ผมไปก่อนนะครับป้า สายแล้วๆ “ พูดจบก็รีบวิ่งขึ้นรถที่จอดรออยู่ก่อนแล้ว ป้าหลินมองพลางส่ายหน้ากับความซุ่มซ่ามของพระพาย ที่รีบจนสะดุดขาตัวเองเกือบหกล้มหัวทิ่มพื้นไป ..............................................
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD