ตอนที่ 3 นายน้อยแห่งไร่ส้มภูลม

1197 Words
วันเรียนจบ ราเชนขออนุญาตไพศาลไปร่วมฉลองกับเพื่อนๆ ในชั้นเรียน จนเวลาเกือบเที่ยงคืน    นรีรินได้ยินเสียงรถยนต์วิ่งเข้ามาจอด คิดว่าราเชนกลับมาแล้ว เธอวิ่งออกไปพร้อมตะโกนบอกไพศาลว่าเธอจะออกไปเปิดประตูให้เอง นรีรินเดินออกไปยืนอยู่หน้าบ้าน มองเห็นรถที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก  จึงวิ่งตรงไปยังจุดที่ได้ยินเสียงรถจอด ปรากฏว่าคนที่ลงมาจากรถไม่ใช่ราเชน แต่เป็นภูสิงห์ เธอคิดจะเดินเลี่ยงหนีไม่อยากเข้าใกล้ “เธอมาทำไม คิดจะมาอ่อยฉันเหรอ แม่งผู้หญิงก็แรดเหมือนกันหมด” หนุ่มน้อยวัยรุ่น ที่ขึ้นชื่อว่าดุ ฉลาดเป็นกรด ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน เชื่อมั่นในตัวเอง ไม่ฟังใคร มีเพียงนายใหญ่ที่ภูสิงห์จะยอมฟังโดย ไม่เคยโต้แย้ง สืบเท้าเข้ามาหาเธอ นรีรินได้กลิ่นเหล้ามาจากภูสิงห์ ตอนนั้นเธอคิดจะวิ่งหนีแต่มือแกร่งคู่นั้นกลับบีบแขนเธอไว้แน่น นรีรินพยายามสะบัดตัว เตะขาออกไปขัดขืน  จนสุดกำลัง ความรู้สึกที่มีต่อภูสิงห์ตั้งแต่จำความได้ คือไม่ชอบที่เขามักจะมีเรื่องทะเลาะกับพี่ชายของเธอ ในไร่นี้อาจจะมีแค่ราเชนคนเดียวที่กล้ามีเรื่องกับภูสิงห์ ส่วนคนอื่นล้วนแต่เกรงกลัวเพราะภูสิงห์ขึ้นชื่อในเรื่องความโหด และดุร้าย ตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น พลอยทำให้นรีรินรู้สึกไม่ชอบเขาไปด้วย ภูสิงห์จับแขนเธอบีบแน่นจนเจ็บ สาวน้อยวัยสิบสามปีเรี่ยวแรงจะไปสู้กับหนุ่มวัยรุ่นได้อย่างไร เขากระชากเธอเข้าประทะกับอก แล้วกอดรัดเธอแทบหายใจไม่ออกก่อนจะก้มหน้าลงมาจนชิดกับใบหน้าของนรีริน     กลิ่นเหล้าฉุนจนเธอต้องเบือนหน้าหนี “ทำไม ผู้หญิงอย่างพวกเธอ มันถึงแรด ใจง่าย โลเล คิดเหรอว่า  คนอย่างฉันจะสน แค่ของเล่นยังไม่คิดจะเอา” นรีรินไม่เข้าใจสิ่งที่หนุ่มน้อยวัยสิบแปดคนนี้พูดออกมา แต่สิ่งที่เธอรู้คือผู้ชายนิสัยแบบนี้จะมีผู้หญิงคนไหนชื่นชอบ “คนแบบคุณสิงห์ใครจะไปอยากยุ่งด้วย” จากทีแรกหวาดกลัว กลายเป็นความไม่พอใจ สาวน้อยกำหมัดแน่น หน้าตาแดงกล่ำด้วยความโกรธเกลียดนิสัยร้ายกาจของเขา  “ผู้หญิงอย่างพวกเธอไม่เคยอยู่ในสายตาฉัน อย่ามาคิดสร้างเรื่อง เรียกร้องความสนใจ ปากบอกว่าไม่ชอบ แต่พอกลางคืนกลับวิ่งเข้ามาหาฉัน ใส่ชุดนอนแบบนี้ อย่าแรดให้มันมากนักสงสารพ่อเธอ” นิสัยปากร้ายและตรงกับใจของภูสิงห์ ยอมรับว่ายังไงเธอก็ไม่เคยชิน น่าแปลกใจทั้งที่มีนิสัยร้ายกาจแบบนี้ แต่เรื่องงานในไร่เขากลับเป็นเด็กที่ขยัน มีความรับผิดชอบ ทำงานทุกอย่างราวกับผู้ใหญ่ สามารถช่วยนายใหญ่บริหารจัดการภายในไร่ได้ ความสามารถเป็นที่ยอมรับของทุกคน  ในไร่ ยอมรับว่าเขาคือ นายน้อยแห่งไร่ส้มภูลม ความน่ากลัวก็ไม่น้อย เวลาสั่งลงโทษคนที่ทำผิด ไม่เคยปราณีใคร แม้แต่นายใหญ่ก็ขัดไม่ได้ จึงไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ภูสิงห์ มีเพียงราเชนที่ยังต่อกรกันเรื่อย แข่งกันทั้งเรื่องเรียน เรื่องผู้หญิง และก็เรื่องทำงานในไร่ คงเพราะเป็นคนเก่งที่ไร้คู่แข่ง พอมีคนที่กล้าท้า ภูสิงห์จึงสนุกที่จะแย่ง หรือแข่งขัน แต่เธอไม่สนุกด้วย เลี่ยงได้ก็เลี่ยง แต่ทุกครั้งไม่ทันเลี่ยง ก็มีเรื่องประทะกัน “คนอย่างคุณสิงห์ ต่อให้เป็นผู้ชายคนเดียวในโลก รินก็ไม่เอา” นรีรินหลุดปากพูดออกไปตามที่ใจคิด เมื่อได้ยินคำดูถูก ด้วยความโกรธทำให้หลงลืมคำสั่งสอนของพ่อ ว่าไม่ให้ยุ่งกับคุณสิงห์ อ้าปากสาดคำพูดเอาคืนทันที “ไสหัวไป!!” ไม่รู้ว่าวันนี้ภูสิงห์ไปเจออะไรมา จึงอารมณ์เสียหนัก ทั้งที่คำพูดแค่นี้ และจากเด็กผู้หญิงที่ไม่เคยอยู่ในสายตาเขา จะทำให้ขาดสติ จนผลักตัวสาวน้อยด้วยแรงทั้งหมดที่มี ทำให้นรีรินตัวลอยไปกระแทกกับกระถางปูนใบใหญ่ที่ปลูกดอกเฟื่องฟ้าวางอยู่ตรงริมถนน “ริน!!” ราเชนตะโกนเรียกน้องสาวด้วยอาการตกใจสุดขีด ราเชนเพิ่งลงจากรถที่เพื่อนมาส่ง มองเห็นเหตุการณ์ที่ภูสิงห์ผลัก นรีรินจนตัวลอยไปกระแทกกับกระถางปูนจนแน่นิ่งไป เท้าวิ่งเข้าไปดูน้องสาว จับตัวพลิกขึ้นมาเห็นเลือดไหลอาบตีนผม มือไม้สั่นกลัวน้องสาวจะเป็นอะไรไป “ริน ได้ยินพี่ไหม” ภูสิงห์หนุ่มน้อยที่ทำไปด้วยความขาดสติ ผสมกับความเมา แทบหายเมาเป็นปลิดทิ้ง หลังจากที่เห็นเลือดอาบหน้านรีริน ถึงเขาจะขึ้นชื่อเรื่องความโหด แต่ก็ไม่เคยทำร้ายเด็ก หรือผู้หญิง ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกที่ลงมือโดยไม่ตั้งใจ วันนี้ภูสิงห์ได้ยินประโยคซ้ำเติมเขาสองรอบแล้ว ครั้งแรกจากแฟนใหม่ของผู้หญิงที่เขารักจนมีเรื่องชกต่อยกัน แล้วเธอยังมาพูดซ้ำประโยคเดิม ทำให้เขาขาดสติเผลอทำร้ายเธอออกไป อยากเข้าไปช่วย แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง ทำตัวไม่ถูก ได้แต่ยืนนิ่ง “ผลั้วะ” ราเชนโมโหจนทนไม่ไหว ลุกขึ้นมาต่อยภูสิงห์ ที่ยืนนิ่งมองพวกเขาสองพี่น้อง “นายกล้าทำร้ายน้องสาวฉัน แน่จริงมาต่อยกับฉันนี่ มาเลย”  “ดี!! ฉันก็อยากจะรู้ว่าคนอย่างแกมันจะเก่งสักแค่ไหน น้องสาวแกเสือกวิ่งเข้ามาหาฉันเอง อยากมีเรื่องก็ได้ ฉันจัดให้” หลังจากนั้นสองหนุ่มก็ตะลุมบอนกัน ราเชนโกรธที่ภูสิงห์ทำร้ายน้องสาว ส่วนภูสิงห์ที่เลือดบ้ากำลังขึ้นหน้า ความเจ็บปวด ความผิดพลาดหลายเรื่องทำให้เขาใช้กำลังเพื่อระบายความอึดอัดในใจ “หยุด!!” เสียงตวาด ทำให้คนทั้งคู่ที่นอนคลุกอยู่บนพื้นหยุดชะงัก นายใหญ่ภูวสินจ้องมองคนทั้งคู่ด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว ก่อนจะหันไปสั่งคนงาน และไพศาลที่กำลังวิ่งเข้ามา ให้พานรีรินไปโรงพยาบาล ราเชนเป็นห่วงน้องสาวจึงวิ่งตามไป ส่วนภูสิงห์ยังยืนนิ่งไม่พูดไม่จา “เรามีเรื่องต้องคุยกัน” นายใหญ่พูดกับภูสิงห์ แล้วก็หันหลังเดินเข้าบ้านไป หลังจากวันนั้นภูสิงห์ก็ไม่เคยมายุ่งกับพวกเธออีก และข่าวจากคนงานในไร่ที่พูดกันปากต่อปากมาว่าคืนวันที่ภูสิงห์มีเรื่องกับพวกเธอ เขาไปมีเรื่องชกต่อยกับคนอื่นในผับ เพราะเรื่องผู้หญิงมาก่อนหน้า และถูกแจ้งความ วุ่นวายอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนเดือนต่อมาภูสิงห์จะเดินทางไปเรียนต่อที่ต่างประเทศและไม่เคยกลับมาอีกเลยนานนับสิบปี 
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD