bc

ท่านจอมมาร...โปรดละเว้นข้า

book_age18+
204
FOLLOW
1.4K
READ
HE
time-travel
forced
opposites attract
drama
kicking
rebirth/reborn
like
intro-logo
Blurb

ไป๋หลิงหลิงถูกจอมมารไร้ใจอย่างเซินถูเหิงเยว่ฉุดมาเป็นนางบำเรอ

นางถูกเขาเคี่ยวกรำแทบทุกวันจนนางต้องร้องขอเอาชีวิต

หากนางอยากไปจากเขามีเพียงสองทางเลือกก็คือ

หนึ่ง มอบทายาทให้กับเขา สอง ความตายเท่านั้นที่จะเป็นอิสระ

แน่นอนว่านางเลือกข้อแรกเพราะยังไม่อยากตาย

เริ่มแรกนางเกลียดเขาเข้าไส้ แต่นานวันเข้ากลับเผลอไผลมอบใจให้เขาเพราะเดิมทีชอบคนหล่อ?

แต่นางก็ต้องอกหักเจ็บจี๊ดไปทั้งทรวงเมื่อวันหนึ่งเขาพาสตรีในดวงใจกลับมา

แล้วนางที่เป็นแค่สาวใช้อุ่นเตียงหรือนางบำเรอของเขาล่ะจะทำอย่างไร?

'หนี' เท่านั้นที่จะเยียวยาหัวใจดวงน้อยๆของนางได้

ใครจะไปรู้ล่ะว่าในท้องของนางยังมีเจ้าก้อนแป้งน้อยหนีไปด้วยกันอีกคน

งานนี้จอมมารผู้ยิ่งใหญ่จะทำอย่างไรเมื่อรู้ว่าเมียหายไป

chap-preview
Free preview
ถูกฉุดตอนกลางวันแสกๆ
หลังจากผ่านเหมันต์ฤดูอันเหน็บหนาว เมื่อย่างเข้าสู่วสันตฤดูที่อากาศกำลังเย็นสบาย เหล่าชาวเมืองไท่เหว่ยต่างก็ออกมาเดินเล่นจับจ่ายใช้สอยกันอย่างคึกคัก บางกลุ่มก็เดินเล่นชื่นชมดอกอิงฮวาที่กำลังบานสะพรั่งอย่างสวยงาม ณ ริมคลองอิ๋งซี สายลมพัดผ่านชวนให้กลีบอิงฮวาสีชมพูหวานปลิวละล่องน่ามอง แต่ทว่าบรรยากาศดีๆเหล่านี้กลับปลิวสลายไปในพริบตาเมื่อมีเด็กน้อยวัยประมาณสิบขวบผู้หนึ่งวิ่งหน้าตาแตกตื่นพร้อมกับตะโกนร้องเสียงดัง “หนีเร็วเข้า กองทัพลัทธิฟ้าทมิฬกำลังมา” เด็กน้อยตะโกนบอกประโยคเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำเล่าไปตลอดเส้นทางริมคลอง เหล่าชาวเมืองที่ได้ยินต่างก็ใบหน้าซีดเผือด บรรยากาศครึกครื้นพูดคุยหยอกล้อกันเฉกเช่นเมื่อครู่นี้ถูกแทนที่ด้วยความชุลมุน ทุกคนต่างก็รีบวิ่งหนีกันอย่างไม่สนชีวิต บ้านไหนมีเด็กเล็กๆก็รีบอุ้มลูกเข้าเรือนโดยไวเพราะเคยได้ยินว่าจอมมาร ‘เซินถูเหิงเยว่’ ประมุขลัทธิฟ้าทมิฬนั้นโปรดปรานตับอ่อนของเด็กตัวน้อยเสียยิ่งกว่าอะไร เพียงแค่ได้ยินชื่อของเขา...เด็กๆก็ถึงกับร้องไห้ด้วยความกลัวไปเสียแล้ว หากบ้านไหนมีบุตรสาวก็ต้องรีบพานางไปหลบซ่อนเพราะจอมมารมักจะฉุดสตรีกลับไปด้วยเช่นกัน เรียกได้ว่าคนผู้นี้เป็นคนสารเลวทุกรูปแบบ เขาทั้งไร้ใจและโหดเหี้ยมไร้ความปราณี หากถูกใจสตรีใดต่อให้สตรีนางนั้นจะมีสามีหรือมีบุตรแล้วก็ตาม เขาก็ไม่สนใจหากต้องการเสียอย่าง...ใครจะทำไม ความโหดเหี้ยมของเซินถูเหิงเยว่นั้นถูกเล่าขานกันทั่วทั้งยุทธภพ รวมถึงความเก่งกาจของเขาเองก็เช่นกันในใต้หล้านี้ยังไม่มีใครสามารถเอาชนะเขาได้เลยสักคน สำนักฝ่ายธรรมะชื่อดังทั้งหลายต่างก็อยากลองดีแต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้อย่างหมดสภาพ บ้างก็สิ้นชื่อบ้างก็ยอมสวามิภักดิ์อย่างช่วยไม่ได้หรือแม้แต่ราชสำนักก็ยังไม่กล้ายุ่งเกี่ยวเพราะเกรงกลัวอำนาจของอีกฝ่าย ด้วยเหตุนี้อำนาจของลัทธิฟ้าทมิฬจึงใหญ่คับฟ้าไม่เกรงกลัวใครทั้งนั้น ดังนั้นหากอยากมีชีวิตรอด...ก็จงอยู่เฉยๆซะ มิเช่นนั้นจะถูกฉีกร่างเป็นชิ้นๆ! ‘ไป๋หลิงหลิง’ แม่หม้ายสาววัย 20 ปีกำลังเดินอยู่ริมถนนในย่านการค้า มือทั้งสองข้างเต็มไปด้วยวัตถุดิบสำหรับทำอาหารแต่นางกลับถูกคนผู้หนึ่งวิ่งชนจนทำให้ข้าวของที่ซื้อมานั้นหล่นลงพื้นกระจัดกระจาย “ช่างน่าตายนัก!” นางบ่นพึมพำพร้อมกับนั่งลงเก็บของอย่างจนใจ คนสมัยนี้เหตุใดถึงแล้งน้ำใจนัก ชนผู้อื่นแล้วก็วิ่งหนีไปทั้งแบบนี้เลยน่ะรึ จนกระทั่งเก็บของเสร็จเรียบร้อยแล้วนางก็เดินต่อไปในใจนั้นก็นึกสงสัย ผู้คนไปไหนเสียหมด? ตอนขามานางยังเห็นคนเดินกันเต็มถนน เพียงแค่แวะซื้อข้าวสาวครู่เดียวพอกลับออกมาถนนก็ร้างผู้คนไปเสียแล้ว ไป๋หลิงหลิงเกิดมาสายตาสั้นไม่พอนางยังหูไม่ค่อยดีอีกด้วย หลังจากกราบไหว้ฟ้าดินไปกับบุรุษที่ครอบครัวหามาให้ ว่าที่สามีก็เจ็บหัวใจตายกลางงานแต่ง สร้างความตื่นตระหนกแก่ผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้นางจึงได้ชื่อว่าเป็นสตรีที่มีดวงกินผัว ไม่มีบุรุษใดกล้าเข้ามายุ่งเกี่ยวแถมคนสกุลไป๋ก็ยังไม่ต้อนรับเพราะคิดว่านางเป็นตัวอัปมงคล พวกเขาต่างก็คิดว่า ไม่จับนางถ่วงน้ำตายตามสามีไปด้วยก็นับว่าเป็นบุญคุณมากแล้ว ไป๋หลิงหลิงตัวปลอมรู้สึกหงุดหงิดใจนัก หากสมัยนี้มีแว่นสายตากับเครื่องช่วยฟังก็คงจะดีน่ะสิ นางนึกโมโหเทพเจ้าที่ส่งนางมาเกิดในโลกโบราณแห่งนี้จริงๆ แค่เพียงเพราะมีชื่อแซ่เดียวกันก็ต้องส่งนางมาอยู่ที่นี่ด้วยรึ? นางอาศัยอยู่ในร่างนี้มาเกือบ 5 ปีแล้ว หากจะเอ่ยออกไปก็น่าอายยิ่งนัก ในชาติก่อนนางดันซุ่มซ่ามเดินตกท่อตาย แทนที่จะตายไปจริงๆเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมานางกลับพบว่าตัวเองอยู่ในร่างของแม่หม้ายสาววัย 15 ปีและถูกขับไล่ออกจากจวนสามีเพราะถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวอัปมงคล ไป๋หลิงหลิงมีใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักแต่กลับเป็นสตรีที่ถูกคนในตระกูลตราหน้าว่าเป็นคนพิการ แค่เพียงเพราะนางสายตาสั้นกับหูไม่ค่อยดีนางก็ถึงกับถูกตัดสินไปแล้วว่าเป็นคนไร้ความสามารถ ว่าที่สามีของนางเดิมทีก็เป็นแค่บุรุษที่อ่อนแอขี้โรคคนหนึ่งหรือจะพูดให้ถูกก็คือเขาเองก็ไม่มีใครยอมแต่งด้วย จนกระทั่งคนสกุลพานมาสู่ขอไป๋หลิงหลิงให้กับบุตรชายของเขา เด็กหนุ่มผู้นั้นตื่นเต้นเกินไปที่จะได้แต่งเมียจึงหัวใจวายตายคาที่ แล้วมันใช่ความผิดของนางเสียที่ไหนกัน? แต่ก็ช่างเถอะอยู่คนเดียวแบบนี้น่ะดีแล้ว ร่างเล็กเดินไปตามท้องถนนก็รู้สึกแปลกใจยิ่งนัก เหตุใดวันนี้ร้านค้าต่างๆถึงได้ปิดเร็วกว่าทุกวัน? แล้วนั่นมันอะไร...กลุ่มเมฆฝนอย่างนั้นรึ? เหตุใดถึงได้ดูดำทะมึนไปเสียหมด ไป๋หลิงหลิงพยายามเพ่งสายตามองไปยังกลุ่มดำๆอะไรบางอย่างที่เห็นอยู่ไกลๆ จนกระทั่งมองเห็นธงสีดำผืนใหญ่โบกสะบัดไปมาอย่างสง่างามก็พอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นขบวนเดินทางของใครสักคน แม้จะตั้งใจมองมากแค่ไหนแต่ทว่านางกลับมองไม่เห็นอักษรสีทองที่อยู่บนธงผืนนั้น นางรู้แต่ว่าคนในขบวนพวกนั้นแต่งกายด้วยชุดสีดำเหมือนกันหมด นางเคยได้ยินคนในโรงน้ำชาพูดกันอยู่เมื่อประมาณสองสามวันก่อนว่าท่านแม่ทัพโจวจะเดินทางกลับมาถึงเมืองหลวงแล้วหรือว่าจะเป็นพวกเขา? ในขณะเดียวกันท่ามกลางขบวนเดินทาง ในรถม้าคันใหญ่ที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหราคนด้านในกำลังถกเถียงกันเผ็ดร้อน “เจ้าเองก็เชื่อฟังคนแก่อย่างข้าหน่อยเถิด เจ้าจะหัวรั้นอะไรกันนักกันหนา ไม่เข้าใจหรือว่าเจ้าตามหานางมาสิบปีแล้วแต่ก็ไร้วี่แวว ตอนนี้เจ้าควรจะตัดใจได้แล้ว” บุรุษรูปร่างท้วมวัยชราเอ่ยขึ้นพร้อมๆกับหนวดของเขากระตุกอย่างอารมณ์เสีย บุรุษรูปร่างสูงใหญ่อกผายไหล่ผึ่งนั่งหลังตรงด้วยท่วงท่าสง่างาม รอบกายของเขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหารน่ากลัวแตกต่างจากหน้าตาหล่อเหลาราวกับเทพบุตร เสียอย่างเดียวที่ดวงตาคมเข้มคู่นั้นช่างดูว่างเปล่าเสียเหลือเกิน อีกทั้งเส้นผมสีเงินยวงของเขายิ่งทำให้ดูเยือกเย็นมากยิ่งขึ้นไปอีก ไม่ว่าใครที่อยู่ใกล้ต่างก็ต้องกลัวจนตัวสั่น ยกเว้นก็แต่บุรุษชราร่างท้วมผู้นี้ที่มีนามว่า ‘เฉินอวี้’ เท่านั้น “หากเจ้าไม่รีบมีทายาท ข้าจะทิ้งเจ้าให้เฝ้าคฤหาสน์เขี้ยวพยัคฆ์คนเดียวเลยดีหรือไม่แล้วข้าก็จะไปท่องยุทธภพกับเมียข้า” เฉินอวี้เอ่ยประชดด้วยความโมโห เขาเป็นอาจารย์ของลูกศิษย์หัวรั้นตรงหน้านี่มาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ไม่เคยชินกับท่าทางหัวรั้นของเจ้าเด็กบ้านี่เสียที จอมมารบ้าบออะไรกัน! เหอะ...เจ้าเด็กนี่มันก็แค่เด็กดื้อหัวรั้นคนหนึ่งเท่านั้นเอง บุรุษผมสีเงินยวงที่นั่งหลับตาอยู่เงียบๆฟังตาแก่ตรงหน้าพล่ามอยู่นานพลันลืมตาขึ้น “เช่นนั้นก็ย่อมได้ แค่มีลูกสักคนใช่หรือไม่” เสียงทุ้มติดเย็นชาดังขึ้นแผ่วเบาแต่กลับทรงพลัง เฉินอวี้เอานิ้วแคะหูเพราะคิดว่าตัวเองอาจจะหูฝาดไปเอง “เจ้าพูดจริงรึ” “จริง” คำตอบห้วนสั้นของเจ้าเด็กดื้อรั้นตรงหน้าทำให้ชายชรายิ้มหน้าบาน “เช่นนั้นเจ้าอยากได้สตรีแบบใด ทั่วทั้งเมืองหลวงมีสกุลดังๆมากมายที่มีบุตรสาวหน้าตางดงามกิริยามารยาทเรียบร้อย ขอเพียงเจ้าเอ่ยปากมา ข้าจะเป็นคนนำนางมาให้เอง” “ไม่จำเป็น...เอาสตรีนางนั้นมาให้ข้าก็พอ” ชายหนุ่มร่างสูงสง่าเอ่ยเสียงเรียบพลางชี้ไปยังนอกหน้าต่างริมถนน นิ้วเรียวยาวของเขาเปรียบเสมือนคำประกาศิตชี้เป็นชี้ตายผู้ใดก็ได้ “ไฮ๊...เจ้าเด็กคนนี้ จริงจังหน่อยจะได้หรือไม่” เฉินอวี้คิดว่าอีกฝ่ายเพียงล้อเล่น “หากไม่ใช่นาง...ก็เลิกคิดเรื่องผู้สืบทอดซะ” จอมมารที่ได้ชื่อว่าโหดเหี้ยมที่สุดในใต้หล้าอย่าง ‘เซินถูเหิงเยว่’ เผยรอยยิ้มที่มุมปาก หากอยากได้แค่ผู้สืบทอด เช่นนั้นก็เป็นใครก็ได้มิใช่หรือ แม้เฉินอวี้จะโมโหแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ อีกฝ่ายยอมลงให้เขาถึงเพียงนี้ ตอนนี้จะเป็นใครก็ได้แล้ว! “เด็กๆ ไปจับสตรีนางนั้นเร็วเข้า” ไป๋หลิงหลิงยังคงไม่รู้เรื่องรู้ราว นางยังคงเดินต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งขบวนเดินทางตรงหน้าขยับใกล้เข้ามาเรื่อยๆและนางก็เริ่มมองเห็นตัวอักษรสีทองบนธงอย่างชัดเจน ฉับพลันมือที่ถือของอยู่นั้นก็ไร้เรี่ยวแรงในใจก็คิดว่า ‘ฉิบหายแล้ว’ มาถึงตอนนี้นางก็เพิ่งจะเข้าใจว่าทำไมคนอื่นๆหายไปไหนกันหมด ไม่ผิดแน่...นี่มันธงของลัทธิฟ้าทมิฬ ในรถม้านั่นก็อาจจะมีจอมมารชื่อดังคนนั้นแน่ๆ คนที่ร่ำลือกันว่าโหดชนิดที่ว่าถ้าไม่พอใจใครก็จะจับฉีกร่างเป็นชิ้นๆ ไป๋หลิงหลิงรีบหันหลังกลับแล้วรีบออกวิ่งหนีเข้าตรอกข้างๆทันที ไม่รู้ว่าข่าวลือนั่นจะเป็นจริงหรือไม่ แต่นางก็ต้องหนีเอาตัวรอดเหมือนคนอื่นๆเสียก่อน ไม่รู้ว่าเมื่อเช้านี้นางก้าวเท้าข้างใดออกจากเรือนกันแน่ เหตุใดคนชุดดำพวกนี้ถึงได้ล้อมนางเอาไว้เช่นนี้เล่า! “เอ่อ พี่ชาย พวกท่านช่วยหลีกทางให้ข้าหน่อยจะได้หรือไม่เจ้าคะ” ไป๋หลิงหลิงแทบจะตกใจตาย จู่ๆก็มีคนกระโดดลงมาจากหลังคาบ้านขวางทางนางเอาไว้ พอหันหลังจะหนีไปอีกทางนางก็พบว่าตัวเองถูกคนพวกนี้ล้อมไว้หมดแล้ว “ท่านประมุขต้องการพบเจ้า” “พบข้า...ไปทำไมหรือเจ้าคะ” จู่ๆนางก็รู้สึกว่าเสียงตัวเองสั่นโดยไม่รู้ตัว “ท่านประมุขถูกใจเจ้า นับเป็นวาสนาของเจ้าแล้ว” วาสนาบ้าบออะไรกัน ซวยล่ะสิไม่ว่า นางเถียงคนพวกนี้อยู่ในใจ แต่ทว่าใบหน้ากลับยิ้มแย้มและเอ่ยเสียงหวาน “เกรงว่าพี่ชายคงจะมีเรื่องเข้าใจผิด ข้าเป็นสตรีหม้ายและได้ชื่อว่ามีดวงกินสามี ข้าคงไม่เหมาะกับท่านประมุขของพี่ชายหรอกเจ้าค่ะ ขออภัยด้วยนะเจ้าคะ” คนชุดดำมองหน้ากันก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมาพร้อมเพรียงกัน หัวเราะบ้าอะไร! ขอข้ารู้ด้วยสิ... “น้องสาว เจ้ายอมไปกับพวกข้าเถอะ ไม่ว่าสตรีนางนั้นจะเป็นใครจะมีสามีหรือมีลูกแล้ว หากเป็นสตรีที่ท่านประมุขหมายปองก็ไม่มีข้อยกเว้นใดๆทั้งสิ้น” ตอนนี้ไป๋หลิงหลิงเชื่อแล้วว่าคนลัทธิฟ้าทมิฬนี้เป็นพวกเดนมนุษย์จริงๆ พวกเขาคิดจะฉุดคนกันแบบนี้กันจริงๆน่ะรึ ยามนี้หัวใจนางเริ่มเต้นกระหน่ำเพราะความกลัว “ข้าไม่ไป พวกท่านถอยไปนะเจ้าคะ” “พวกเจ้าชักช้าอยู่ไย” เสียงของบุรุษคนหนึ่งแทรกขึ้นมา “หัวหน้า” คนที่ยืนล้อมรอบนางเมื่อครู่นี้ต่างก็คารวะคนที่มาใหม่ คนที่ถูกเรียกว่าหัวหน้ามองสบตานางครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยเสียงขรึม “ขออภัยด้วย” ไป๋หลิงหลิงยังไม่ทันที่จะเข้าใจอะไร นางก็เจ็บแปลบที่ลำคอ จากนั้นภาพตรงหน้าพลันมืดสนิทร่างทั้งร่างไร้เรี่ยวแรงไปทันที หลี่จิ้งอุ้มร่างเล็กไว้ในอ้อมกอด ก่อนจะหันมาเอ่ยตำหนิกับลูกน้อง “แค่จับสตรีตัวเล็กๆยังนานถึงเพียงนี้” “ขออภัยขอรับหัวหน้า” “กลับไปรับโทษด้วย” “ขอรับ”

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.1K
bc

เมียลับอุ้มรัก

read
82.7K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
1.8K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.7K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.0K
bc

Passionate Love รักสุดใจนายขี้อ่อย 20+

read
33.8K
bc

รอยแค้นแห่งรัก

read
55.5K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook